บทที่ 5 กินไม่ลง
สวี่หรานค้นของที่ติดตัวมาทั้งหมดอีกรอบ ก่อนจะเจอเงินและคูปองอาหารอยู่ในมุมของถุงผ้าสีเขียว เงินถูกห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าสีแดง และเมื่อเปิดออกก็พบว่ามีธนบัตรสามหยวน ห้าหยวน และสิบหยวน เมื่อรวมกันแล้วมีหนึ่งร้อยหยวนพอดี
สวี่หรานรู้สึกกังวล เธอไม่ค่อยรู้เื่ราคาสินค้าและระดับเงินเดือนในตอนนี้ ไม่รู้ว่าเงินร้อยหยวนนี้มีค่ามากแค่ไหน แต่เธอเคยได้ยินมาว่า ยุคนี้ซื้อของต้องใช้คูปอง ซื้อข้าวต้องใช้คูปองอาหาร ซื้อผ้าต้องใช้คูปองผ้า มีเงินแต่ไม่มีคูปอง หรือมีคูปองแต่ไม่มีเงิน ก็ซื้อของไม่ได้ ตอนนี้เธอต้องประหยัดเงินพวกนี้ไว้
เมื่อถึงเวลากินข้าวเย็น สวี่หรานก็ยังกินไม่ลงเหมือนเดิม สุดท้ายจึงดื่มแค่โจ๊กข้าวโพดหนึ่งชาม เพราะปวดท้องจนทนไม่ไหวเลยกลับไปนอนที่ห้องั้แ่หัวค่ำ
“ร่างกายแบบคุณหนู แต่ต้องมาใช้ชีวิตแบบคนใช้ คนในหมู่บ้านเขากินอาหารแบบนี้มาหลายปี ทำไมพอเป็หล่อน กลับกินไม่ลง? ไม่ทำงานอะไรเลย ยังจะเื่มากอีก”โจวจินฮวาพูดกับเหยียนฮ่าว “แกก็ไปจัดการเมียแกหน่อยสิ ปกติก็ลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องมาเลี้ยงคนกินแรงอีก จะพอกินได้ยังไง? แล้วเงินเดือนเดือนนี้ก็อย่าลืมเอามาให้ด้วย ที่บ้านจะไม่มีอะไรกินแล้ว!”
“เธอไม่ต้องไปทำงาน ผมก็เลี้ยงดูเธอได้” มือของสวี่หรานขาวเนียน มือแบบนั้นจะไปทำงานหนักได้ยังไง?
ส่วนเื่ที่ว่าโจวจินฮวามีเงินหรือไม่มีเงินเหยียนฮ่าวรู้ดี เขาเป็แรงงานที่ดีที่สุด โรงงานปูนซีเมนต์ในหมู่บ้านให้คะแนนงานเขาเยอะที่สุด ถึงแม้ว่าจะเอาเงินไปให้ที่บ้าน ก็น่าจะเหลืออยู่บ้าง
ตอนนั้นโจวจินฮวาบอกว่าจะช่วยดูแลเหยียนชิว เขาก็เลยเอาสมุดบันทึกค่าใช้จ่ายกับเงินที่หาได้ทั้งหมดให้กับเธอ แต่โจวจินฮวาไม่เคยดูแลน้องๆ ของเขาเลยสักครั้ง แถมยังเอาแต่ใช้งานเหยียนเยว่อีก
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้จัดงานแต่งงาน แต่โจวจินฮวาก็ยังไปรับซองมาอีกในอนาคตเขาก็ต้องเป็คนใช้หนี้พวกนี้ รวมกันแล้วก็ยี่สิบกว่าหยวน โจวจินฮวายังกล้ามาบอกว่าไม่มีเงินอีก
...…
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ปัญหาที่ยากที่สุดคือเื่การนอน เหยียนฮ่าวไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
ที่บ้านก็ไม่มีห้องว่าง น้าจ้าวสร้างบ้านหลังนี้มาสองปีแล้ว แต่ตอนที่เขาแต่งงาน น้าสะใภ้ก็แค่จัดห้องเก็บของเก่าๆ ให้ นอกจากเตียงกับโต๊ะเก่าๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้เขากับสวี่หรานเป็แค่สามีภรรยาปลอมๆ สวี่หรานคงไม่ยอมให้เขาขึ้นไปนอนบนเตียงแน่ๆ
ไม่นาน สวี่หรานเห็นเหยียนฮ่าวเอาผ้าห่มไปปูบนพื้นดิน ก็รีบห้าม “นี่!
ผ้าห่มดีๆ แบบนี้ เอามาปูบนพื้นก็สกปรกหมดสิ”
เหยียนฮ่าวมองสวี่หรานอย่างสงสัย แล้วถามว่า “แล้วจะให้ผมนอนที่ไหนล่ะ?”
“บนเตียงไง!” มีเตียงอุ่นๆ ไม่นอน จะไปนอนบนพื้นทำไม?
พอได้ยินว่าสวี่หรานให้เขานอนบนเตียง เหยียนฮ่าวก็ใ แล้วถามว่า“ให้นอนจริงๆ เหรอ?”
“ก็ให้นอนบนเตียงน่ะสิ...” ไม่รู้ว่าเขาคิดไปถึงไหนแล้ว!
“นายนอนของนายไป ฉันก็นอนของฉันไป อากาศหนาวแบบนี้ ขืนให้นายนอนบนพื้น ฉันก็รู้สึกผิดแย่ แต่ฉันจะนอนกอดกรรไกรไว้” ความหมายของสวี่หรานคือให้เหยียนฮ่าวคิดเอาเอง ถ้าไม่อยากสูญเสียอวัยวะ ก็นอนเฉยๆ
เหยียนฮ่าวเหนื่อยมาทั้งวัน พอหัวถึงหมอนก็หลับไป สวี่หรานได้ยินเสียงหายใจของเหยียนฮ่าวเป็ปกติแล้ว จึงกล้านอนหลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่สวี่หรานตื่น เหยียนฮ่าวก็ออกไปทำงานที่หมู่บ้านแล้ว ส่วนโจวจินฮวาก็กำลังยืนด่าอยู่ที่ลานบ้าน
สวี่หรานแต่งตัวเสร็จก็ออกจากบ้าน เธอยังไม่ค่อยรู้จักหมู่บ้านนี้ หลังจากเดินดูรอบๆ แล้ว ก็มุ่งหน้าไปที่สหกรณ์ในตัวอำเภอ