หิมะตามถนนเริ่มถูกรวบรวมไปให้คนอัดก้อน ซึ่งแทบทุกหลังคนที่เป็ภรรยาจะเป็ทำ ส่วนคนที่มีหน้าที่ยกไปเรียงรอบบ้านก็คือเหล่าสามีทั้งหลาย
ชาวบ้านยี่สิบหลังคาเรือนซึ่งน้อยมากๆ น้อยเกินกว่าจะเรียกว่าหมู่บ้านเสียด้วยซ้ำ มีคนอยู่รวมกันประมาณหกสิบกว่าๆ แน่นอนว่าหกสิบคนต้องเป็ผู้ใหญ่ ส่วนเด็กนั้นมีเพียงไม่กี่ครอบครัว เพราะสภาพอากาศสุดโหด แทบจะเรียกได้ว่าฝากให้พระเ้าตัดสินใจเื่ชีวิตของเด็ก ว่าคนไหนจะมีสิทธิ์์ได้โตเป็ผู้ใหญ่กันเลยทีเดียว
หลังจากเริ่มทำงานได้ราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ จากที่จิตใจนี้ประมาณได้ ก็เริ่มจะเห็นผนังก้อนหิมะสีขาวก่อเป็ผนังกันแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็จะติดเื่มุมของบ้าน เพราะเป็การเรียงแบบสลับ จึงมีก้อนที่จะโผล่ออกมาสลับด้วยเช่นกัน จึงต้องสอนให้ก่อด้านต่อไปให้สลับเข้ามุม จะได้ไปเรียบเป็ระเบียบสวยงาม
“หนิงเอ๋อร์ ที่ยื่นออกมาจากกรอบประตูจะให้พ่อทำแบบใดดี” ผู้เป็พ่อะโเรียกถาม เพราะตนสงสัย
“ใช้มีดเ้าค่ะ ค่อยๆ กะเทาะให้ขาดและเรียบตรงก็พอแล้วเ้าค่ะ”
“แล้วส่วนประตู เราจะปิดดีหรือไม่?”
“ถ้าแบบนั้น ท่านพ่อต้องปรับปรุงประตูให้เปิดเข้าด้านในก่อนนะเ้าคะ เราถึงจะทำก้อนหิมะที่ขนาดพอดีมาอุดประตูตอนเราเข้านอนได้”
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องพังประตูหิมะทุกเช้าใช่หรือไม่?”
“จะหากผลักออกมาได้ก็เ้าค่ะ แต่จะพังออกมาก็ไม่เป็ไร ยังไงตอนนี้เราก็มีหิมะเกินพอเ้าค่ะ”
เราสองคนพ่อลูกพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ เพราะหนิงเอ๋อร์ที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มจนเหมือนกับบะจ่าง กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะใจกลางกลุ่มบ้าน ซึ่งไม่ได้ไกลจากบ้านนัก เสียงดังเจื้อยแจ้วนี้ทุกคนต่างก็ได้ยิน และทำตามที่หนิงเอ๋อร์บอก โดยไม่มีใครมาถามเื่นี้ซ้ำ
ฉึกๆๆ
เสียงมีดค่อยๆ เฉาะหิมะอัดก้อน และเริ่มแต่งตรงประตูหน้าบ้านกันแล้ว ทำให้หนิงเอ๋อร์เริ่มสงสัยอย่างจริงจังแล้วว่า คนที่นี่ก็ไม่ได้ดักดานอย่างที่ท่านเทพผู้สร้างได้กล่าวไว้ แต่หากขาดประสบการณ์และไม่มีผู้ถ่ายทอดความรู้ให้เท่านั้น ออกจะช่างสังเกตด้วยซ้ำ และไม่มีใครที่จะมาถามเซ้าซี้ซ้ำๆ เื่เดิมๆ เลย
“ท่านแม่ น่าจะพอได้แล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อทำเสร็จแล้ว เตรียมตัวไปขุดดินเถอะเ้าค่ะ”
“อ่ะ! เสร็จแล้วหรือ? แม่กำลังทำเพลินๆ เลย”
หลี่จินใเล็กน้อยกับการไม่ได้สังเกตสามีที่กำลังเตรียมก้อนหิมะเพื่อใช้ปิดประตูยามค่ำ นางจึงเดินไปหาจอบที่อยู่ข้างบ้าน และตรงไปที่ริมแม่น้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าบ้านราวๆ ห้าสิบเมตรเพื่อไปขุดดินเหนียวมาปั้นเตา
ส่วนตงหยางผู้เป็พ่อเดินไปตามไปที่แม่น้ำเช่นกัน และเก็บหินขนาดพอเหมาะมากองไว้หน้าบ้าน ไม่นานก็เริ่มนวดดินและเรียงหินกับโคลนในบ้านกันแล้ว
ชายฉกรรจ์หลายคนทยอยเดินเข้าออกบ้านของตงหยางเพื่อดูและออกไปทำตาม ไม่วุ่นวาย ไม่สงสัย และเป็ระเบียบ ความสามารถในการทำความเข้าใจนั้นสูงมาก และไม่มีใครเดินมาถาม จนสุดท้าย
“ท่านหัวหน้างานขอรับ”
“เอ๋!!”
หนิงเอ๋อร์สะดุ้งโหยงเมื่อมีชายตัวใหญ่เดินมาเรียกนางแบบนั้น
“ท่านลุง เรียกข้าว่าหนิงเอ๋อร์เถอะเ้าค่ะ”
“ไม่ได้ๆ ครั้งนี้เ้าคือหัวหน้างาน หากหมดวันนี้ลุงค่อยเรียกเ้าว่าหนิงเอ๋อร์”
ซื่อตรง…ตรงเกินไปแล้ว
“แฮะๆ เ้าค่ะ ท่านลุงมีอะไรหรือเ้าคะ”
“ไม้ไผ่นี่เ้าจะให้ข้าทะลวงมันด้วยวิธีใดดี”
“ท่านลุงมีท่อนเหล็กยาวหรือไม่เ้าคะ?”
“พวกเราไม่มีเหล็กหรอก ราคาแพงเกินกว่าที่พวกเราจะหาได้”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ต้องหาไผ่ตันแล้วเ้าค่ะ ขนาดเล็กกว่าไผ่ที่จะทะลวง ใช้วิธีตอกเข้าไปเลยเ้าค่ะ”
“งั้นหรือๆ เดี๋ยวข้าจะลองดูก่อนนะ”
“ไผ่ที่ท่านจะทะลวงก็ตัดให้พอดีเลยนะเ้าคะ จะได้ไม่ต้องทำยาวเกินไป”
“ได้ๆ”
ชายคนนี้เดินจากไปพร้อมกับสายตาที่กำลังคิดอย่างจริงจัง
ผ่านไปไม่นาน เสียงทะลวงไม้ไผ่ดัง “โป๊ก!!! โป๊ก!!!” ดังขึ้นเป็จังหวะ หลายคนเดินเข้าไปมุงดูกันอย่างสนใจ และแยกย้ายกันไปทำตาม แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครที่เดินเข้าไปช่วยบ้านที่เสร็จช้าที่สุดเลย
“หนิงเอ๋อร์ เ้าหนาวหรือไม่ลูกแม่?”
“ไม่หนาวเ้าค่ะ แล้วท่านพ่อละเ้าคะ?”
“ตอนนี้กำลังติดปล่องไม้ไผ่ อีกเดี๋ยวก็จะลองจุดไฟกันแล้ว”
“ท่านแม่ยังเหลือดินโคลนอยู่หรือไม่เ้าคะ”
“มีสิ ลูกจะเอาไปทำไมหรือ?”
“เอาไว้อุดรูที่ควันออกเ้าค่ะ”
“ลูกแม่ฉลาดจริงๆ เดี๋ยวแม่ไปบอกพ่อเ้าก่อนนะ พวกเราจะได้ออกไปช่วยบ้านอื่นกัน”
“ลูกก็คิดอยู่ ว่าไม่เห็นมีใครออกไปช่วยบ้านที่เสร็จช้ากันเลย”
“ก็ถ้าหากบ้านของตนยังไม่เสร็จแล้วมัวแต่ช่วยผู้อื่นก็แย่น่ะสิลูกแม่”
“อืมม ยังงี้นี่เอง!”
หนิงเอ๋อร์ยิ้มหวานให้กับผู้เป็แม่ ในที่สุดก็เข้าใจ ไม่ว่าโลกไหน หากตนยังคงเอาตัวไม่รอด ก็ไม่สมควรจะยื่นมือไปช่วยผู้ใด มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เพราะเราอยู่เป็ครอบครัว จึงจะมองแต่เพียงว่า..ตนจะลำบากก็ไม่เป็ไรไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เมื่องานวันนี้แล้วเสร็จ ทุกต่างก็เดินไปเบิกฟืน เนื้อ และข้าวที่กระท่อมส่วนกลางที่ลุงเฟยฉีเป็ผู้ดูแล หลังจากนั้นทุกคนก็กลับเข้าบ้านของตนเอง แต่ก่อนหน้านั้น ทุกคนก็ยังต้องออกมาดูวิธีที่ตงหยางกำลังเรียงก้อนหิมะปิดหน้าประตูด้านนอก ซึ่งสามพ่อแม่ลูกไม่รู้เื่นี้
เปลวไฟจากเตาดินลุกโชติ่ ทั้งสามทานมื้อเย็นอย่างอิ่มเอม น้ำที่เย็นเฉียบก็ชื่นใจดีอยู่หรอก แต่ก็ถูกเปลี่ยนเป็น้ำอุ่นโดยผู้เป็แม่ เพราะกลัวจะป่วยซะงั้น (ก็ชอบดื่มน้ำเย็นจากตู้เย็นอ่ะ)
ทั้งสามนั่งอยู่บนเตียงด้วยความเงียบ สองสามีภรรยามองหน้ากันและพยักหน้าให้กันราวกับนัดแนะกันมาแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมามองเด็กสาวอย่างจริงจัง
“ท่านพ่อ…ท่านแม่?!”
“เฮ้อ…เอาล่ะ พ่อ…ไม่สิ ข้าขอร้อง ให้เ้าบอกข้ามาตามตรงว่า เ้า…เป็ใครกัน?”
ราวกับฟ้าผ่ากลางอก ทำพูดนี้ะเืจิตใจของนางจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าที่สั่นไหวนั้นคือส่วนของหนิงเอ๋อร์ในผู้ใหญ่ หรือสาวน้อยหนิงเอ๋อร์กันแน่