หลังจากนั้นข้าจึงล้างเนื้อล้างตัวด้วยน้ำอุ่นของเรือนนี้ เมื่อข้าล้างเนื้อล้างตัวเสร็จแล้วข้าจึง
สวมใส่ชุดสำนักเช่นเดิม และมุ่งยังไปถึงโรงอาหาร แต่ดูเหมือนข้าควรจะไปกับศิษพี่จูหยาน "คารวะศิษพี่จูหยาน ข้ามิทราบว่าโรงอาหารอยู่แห่งใดท่านช่วยไปกับข้าได้รึไม่ ??""อ้าว ศิษน้อง อื้ม ข้ากำลังจะไปโรงอาหารพอดี วันนี้เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าเดินรอบสถาบันด้วยเจ้าจะได้รู้ว่าสถานที่ใดอยู่ที่ใดบ้างฮ่าๆ แต่หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วล่ะนะแล้วศิษน้องหลับสบายหรือเปล่าเมื่อคืนหน่ะ !!"
ข้าเอามือเกาหัวและยิ้มพลันกล่าว "แฮะๆ เมื่อคืนศิษน้องบ่มเพาะพลังทั้งคืนเลยหน่ะจึงยังมิได้หลับนอนเลย ขอบคุณศิษพี่มากๆขอรับ ที่จะช่วยพาข้าเที่ยวรอบสถาบันแฮ้ะๆ"
"เรื่องเล็กน้อยศิษน้อง ~"
"ไรท์ =ต้วนซิ้วแน่ๆ ศิษพี่คนนี้ !!!"
หลังจากนั้นศิษพี่จูหยานได้บอกถึงระดับโรงอาหารว่ามีกี่ระดับบ้างซึ่งระดับโรงอาหารแยก เป็น 3 ระดับ คือศิษสายนอก ใน และหลัก โดยจะแบ่งชนชั้นทั้งสิ้น 3ชนชั้นแรก หรือชั้นแรกคือชั้นสามัญ ผู้มีอันจะกินก็จะอยู่ประมาณชั้นนี้ชนชั้นสอง หรือชั้นสอง คือชนชั้น คนรวย มีกินมีอยู่อาหารจะอร่อยและแพงกว่าชั้นแรกประมาณนึงชนชั้นสาม หรือชั้นสาม คือชนชั้น ผู้มีอำนาจหรือมีเงินมากๆแบบเยอะมากๆ อาหารชนชั้นนี้จะอร่อยและมีราคาที่ 10000 เหรียญทองขึ้นไป
"ไรท์= ยังไงพระเอกกูกะมี ตังถึง ล้านล้านล้านเหรียญทองขาวอ่ะน่ะ +กับ 1ทองขาว=1แสนทองอิๆ
หลังจากนั้นข้าจึงเดินยังโรงอาหารระดับศิษหลักเมื่อข้าเข้าไปยังโรงอาหารจะเป็นชั้นแรกของชนชั้นสามัญ เป็นโต๊ะไม้ปกติ บอกถึงฐานะว่าเป็นผู้พอมีพอใช้
สำหรับศิษพี่จูหยานนั้น พี่เขาจะมักรับประทานทีชั้นสอง ข้าจึงตามศิษพี่ไปด้วยในชั้นสองนั้นโต๊ะเป็นโต๊ะเหล็กมีรวดลายสวยเหมาะสำหรับคนรวยมีตังค์
"ศิษพี่ข้าจะไปชั้นสาม ศิษพี่จูหยาน ต้องไปกับข้า เดี๋ยววันนี้จะเลี้ยงข้าวตอบแทนศิษพี่เอง!!"หลังจากที่ข้ากล่าวจบศิษพี่จูหยานเบิกตากว้างและกล่าวออกมาว่า"จะดีหรือ ?? ราคาอาหารในชนชั้นนั้นแพงๆทั้งนั้นเลยนะ ศิษน้องจะจ่ายไหวจริงหรือ??""ฮ่าๆๆ ศิษพี่...แค่ 1 หมื่นทอง ยังไม่ถึง 1 ใน ล้านล้านล้านล้านล้านล้าน ที่ข้ามีเลยศิษพี่!!"ข้ากล้าวจบพลันโยนเหรียญทองขาวออกไป 10 เหรียญให้ กับจูหยาน
จูหยานในตอนนี้เบิกตากว้าง ก่อนจะกล่าวตะกุกตะกักว่า " ศิษน้องนี่มันมากเกินไ-""รีบตามข้าขึ้นมาเร็วเข้า ศิษพี่ !!!"
หลังจากนั้นจูหยานกับข้าก็ขึ้นมายังชั้นสาม ชั้นสามนี้เป็นห้องสีขาวมีรวดลายภาพวาดตระการตา โต๊ะก็เป็นโต๊ะสีทองอร่ามมีรบดลายมังกรหลากหลายชนิดข้าใช้หาบตามองไปทางๆนึงซึ่งดูเหมือนจะเป็นราชวงศ์เชว่ข้าทำให้ ฮึ ในลำคอ ก่อนจะมุ่งไปยังโต๊ะที่ว่าง ในชนชั้นนี้โต๊ะทุกโต๊ะจะต้องจ่ายข้านั่งโต๊ะรวมๆก็ 1000 เหรียญทอง ข้ามุ่งไปยังโต๊ะนั้นหลังจากนั้นมีพนักงานเดินเข้ามายังโต๊ะที่ข้านั่ง"ขอประทานโทษค่ะ ไม่ทราบว่าต้องรับอะไรดีค่ะ "ข้าหันไปทางพนักงานคนสวยคนนี้ก่อนจะยื่นเงินค่าโต๊ะไปให้ และกล่าวว่า"นี่เงินค่าเช่า และนี่ อีก 1000 เหรียญทองสำหรับเจ้า ช่วยเอาอาหารที่ดีที่สุดอร่อยที่สุดของร้านมายังโต๊ะนี้ 10 อย่าง!!!"
หลังจากนั้นเสี่ยวเออร์จึงรีบเดินไปยังแม่ครัวและสั่งต่างๆนา ก่อนจะกลับมาแล้วกล่าวกับข้าว่า"โปรดรออาหารซักครู่นะคะ นายท่าน " "มิทราบว่ามีน้ำอะไรที่หวานชื่นใจบ้างหรือไม่แม่นาง?" "ในร้านของเรามีน้ำ ใบบัวบก น้ำต้นหอมหิมะบรรพกาล และน้ำดอกท้อพันปีค่ะไม่ทราบว่านายท่านต้องการน้ำแบบใดดีคะ?"
"ศิษพี่ท่านอยากดื่มน้ำชนิดใดหรือ??? " จูหยานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยเงียบก่อนจะกล่าวตอบกับข้าว่า" แล้วแต่ศิษน้องเลย .. ศิษน้องเลี้ยงข้าก็ทำให้ข้าเกรงใจมากเกินไปแล้ว!!""อื้มม.. ถ้างั้นแม่นาง เอาน้ำ ทั้งสามอย่างที่ว่า มา ทั้งหมดล่ะกันพอดีข้ามีแหวนมิติที่เก็บน้ำพวกนี้ได้และในแหวนมิติข้า เวลาไม่มีตัวตน !!"
เสี่ยวเออร์ยืนหน้าแดงก่อนจะรีบไปบอกแม่ครัว ส่วนจูหยานก็เบิกตากว้างตกใจกับสิ่งที่ข้ากล่าวเล็กน้อย หลังจากรอ 1 ก้านธูป อาหาร 10 อย่างถูกตั้งไว้บนโต๊ะและน้ำทั้ง 3 ชนิด ข้านำเก็บในแหวนและหยิบจอกศักดิ์สิทธิ์มา2 ใบ ก่อนจะตักน้ำต้นหอมบรรพกาล และยื่นไปยังจูหยาน "นี่น้ำของศิษพี่ ทานให้อร่อยนะขอรับศิษพี่ !!!"
ผู้คนที่อยู่ในชั้นนี้ต่างเห็นเหตุนี้กันทั่วหน้าไม่เว้นแม้แต่ราชวงศ์เชว่ที่ทำสีหน้าปั้นยากอยู่เพราะพวกมันสั่งอาหารราคาร่ำสุดมาทานแค่ 5-6 จานเองทำให้คงเหมือนโดนเด็กใหม่หยามเกียรติหล่ะมั้ง ฮ่าๆๆๆ ข้าช่างสะใจ ราชวงศ์ต่างๆที่อยู่ในห้องก็ไม่แพ้กันคงมีความรู้สึกปานเดียวกันกับราชวงศ์เชว่
หลังจากที่ข้าและจูหยานทานอาหารเสร็จแล้ว ข้าจึงเรียก เสี่ยวเออร์ให้มาคิดเงินซึ่งราคาอยู่ที่ 900000 เหรียญทอง ข้าจึงหยิบเหรียญทองขาวจากมิติ ออกมา 10 ชิ้น และกล่าวว่า"9 เหรียญ นี้ข้าจ่ายแก่ข้าอาหาร ส่วนอีก 1 เหรีญยข้าจ่ายให้แก่เจ้า ที่ทำงานได้ดีเนี่ยมเสียจริง"นางเบิกตากว้างแล้ว พลันตำนับขอบคุณข้า อย่างรวดเร็วถี่ถ้วยหลายครั้งหลังจากนั้นนางจึงนำเงินไปยังแม่ครัว
ผู้คนที่เห็นต่างเบิกตากว้างกระซิบกระซาบซึ่งไม่รอดพ้นข้าหรอกที่ข้าใช้คลื่นแสนลี้"นี่ๆเด็กใหม่นี่ใครกันน่ะ เหตุใดจึงมีเงินเยอะถึงเพียงนี้!!!""ก็นั่นไงที่เป็นข่าวอ่ะ ศิษเข้าใหม่ได้เป็นศิษหลักตั้งแต่วันที่เข้าเลยหน่ะ !!!""บัดซบ !!! นี่มันเหมือนกับการหยามหน้าเสียแล้ว" เสียงนึงกล่าวมาจากทางราชวงศ์เชว่
พวกนี้ไม่เห็นโรงศพ ไม่หลั่งน้ำตาฮึ !!! หลังจากนั้นข้าจึงเดินเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในส่วนของศิษหลักสำหรับแผนกต่างๆ ข้าใช้เวลา 1 ชั่วยาม ในการเดินสำหรับกับศิษพี่จูหยาน
"เอาหล่ะหลังจากนี้เจ้าก็จะได้เข้ามาใช้หยิบยืมสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองแล้วใช่มั้ย"
หลังจากนั้นข้าก็เดินชมวิวต่างๆจนตกเวลาเที่ยงข้าจะงไปยังโรงอาหารเช่นเดิมกับศิษพี่จูหยานและไปยังชั้นสามเช่นเคย แต่คราวนี้ข้าให้ศิษพี่จูหยานมานั่งกินเป็นเพื่อนข้าเพราะตอนนี้ข้ายังไม่มีเพื่อนคนไหนซักเท่าไหร่ ข้าจำเป็นต้องสานสัมพันธ์ราชวงศ์อีก 2 ราชวงศ์ที่เหลือข้าก็ยังคงทำเช่นเดิมเหมือนเฉกเช่น เมื่อเช้า
หลังจากนั้นข้าจึงมุ่งไปสู่แผนกยอดยุทธ์เพื่อจะไปฝึกต่อดูเหมือนข้ามิต่อฝึกแล้วสินะข้าสาวเท้าเดินเข้าไปเรื่อยๆจนเห็นลานฝึกและลานประลองดูเหมือนว่าจะมีการประลองกันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งกันด้วยหล่ะ ศิษพี่จูหยานอยู่ในแผนก ปรุงยา ข้าจึงยังมิได้เจอกับศิษพี่เขาแน่นอน เพราะข้าจักต้องเรียน แผนกหล่ะ 3 วัน เวียนไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
ข้าลงมายังลานฝึกสายตาที่จ้องมองมาทางข้าด้วยความสงสัยและเหยียดฟยันอยู่พอตัวข้าไม่ค่อยสบอารมณ์จึงกล่าวไปว่า "ข้าอยากลองตรวจสอบฝีมือข้าดู มีผู้ใด จะช่วยชี้แนะข้าได้หรือไม่ !!!?"
หลังจากนั้นมีคนนึงเดินเข้ามา และที่แน่นอนทำให้มั่นใจนั่นก็คือ เชว่ซาน "ฮ่าๆศิษน้อง ระดับของเจ้านั้นต่ำมากๆ แต่ข้าก็คิดว่าเจ้ามีฝีมืออยู่บ้าง แหละนะถึงได้ประกาศเช่นนั้นดังนั้นข้า เชว่ซานศิษพี่ของเจ้า จะช่วยชี้แนะให้เอง!!!"
"ขอบคุณศิษพี่เชว่ซานที่จะช่วยชี้แนะให้ข้า !!!" เชว่ซานนั้นอยู่ในระดับชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจี ขั้นที่ 7 มันจึงมั่นใจว่าจะล้มข้าได้
หลังจากนั้นข้ากับมัน จึงทะยานตัวขึ้นไปยังลานประลองโดยที่ข้านั้นเดินขึ้นไปช้าๆคงทำให้มันคิดว่าข้าเป็นไก่อ่อนอย่างแน่นอน แผนว่าตะขอเบ็ดในกระดูกที่โยนให้หมาคงจะผ่านไปได้ด้วยดี
หลังจากนั้น ศิษพี่ใหญ่ของแผนกนี้จึงขึ้นมาเป็นกรรมการ "เริ่มได้"ข้านั้นยืนเฉยๆและเอามือไขว้หลังพลันมองไปยังเชว่ซานด้วยสายตาที่ผู้สูงส่งมองมายังผู้ต่ำต้อย
เชว่ซ่อยจึงมุ่งเข้าหาข้า ด้วยพลังลมปราณของมันและเตะเล็งไปยังหน้าท้องข้า ข้าจึงเตะกลับไปด้วยแรงที่เท่ากับมัน ทู้มมมมมม !!!
"บัดซบ !!!! เหตุใดเจ้าจึงมีแรงเท่ากับข้า !!! ย๊ากกกก" มันเร่งลมปราณก่อนจะใช้วิชาราชวงศ์เชว่"หงสาทลายปฐพี!!!" ราชวงศ์เชว่นั้นเป็นจ้าวปกครองทวีปหงสาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันจึงมีทักษะขอทวีปหงสามาตั้งแต่ไหนแต่ไร
หงสาตัวสีชาด พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเชว่ซาน เชว่ซานนั้นปริยิ้มขึ้นมาซึ่งข้าจึงเห็นมันหลังจากนั้นข้าจึง ยื่นออกไปและนิ้วชี้ประกบกับนิ้วโป้งดีดหงสาตัวนั้นจนละลายหายไป
ทำให้เชว่ซานมีสีหน้าขาวซีดเผือด ตั่วสั่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากวิชาที่มันใช้นั้นคือไม้ตายของมันแต่คนที่อยู่ข้างหน้ามันนั้นที่มีนามป่านซือนั้น ใช้นิ้ว ดีดท่าไม้ตายของมันหายวับไปแค่ดีดเดียว!!มันเหมือนกับยืนอยู่หน้าเทพปีศาจ แต่เพราะว่ามันคือลูกชายลำดับ หนึ่งของราชวงศ์เชว่ตัวมันนั้นถูกเยินยอจากผู้อาวุโสมากมายว่าเป็นอัจฉริยะของทวีปมันมันจึง ไม่รู้สึกถึงการเสียเกียรติเหมือนในครั้งนี้
"ข้าขอยอมแพ้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะต้องให้ศิษพี่ใหญ่ชี้แนะเสียมากกว่า!!"หลังจากคำกล่าวของเชว่ซานก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายกันไปทั่ว ข่าวลือที่ว่าศิษหลักที่เข้ามาใหม่ที่มีระดับลมปราณแห่งดาราทมิฬขั้นต้นล้มชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจีขั้นกลางได้เพียงการโจมตีโดยการดีดเพียงครั้งเดียว ดังกระฉ่อนไปทั่วไปจนถึง อีก 5 ราชวงศ์ก็ยังได้รับรายงาน
หลังจากนั้นข้าจึงพักไว้ก่อนและกลับยังห้องเพื่อตรวจสอบความสามารถ ของท่านเสวียนเฮ่ยซานที่ข้ามีสายเลือดของบรรพชนอยู่ ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่ข้ากลับจากไต่หอคอยทวิภพ ข้านั้นก็ไม่ได้รับรู้ถึงความสามารถที่ได้รับมาจากการเลื่อนระดับชนชั้นเลย
ข้าเข้าไปยังห้องและเริ่มกระชากมิติขึ้น ข้าจึงก้าวออกไป ยัง อวกาศเนื่องจากข้าไม่รู้ว่าจะไปหาดาวดวงไหนทดสอบความสามารถ หลังจากล่องลอยไปทั่วข้าจึงพบดาวดวงนึงดูเหมือนจะใหญ่กว่าโลกของข้าเป็น 100 เท่าเลย ข้ามุ่งสู่ดาวดวงนั้น พื้นผิวดาวจากภายนอกมีสีน้ำเงินเข้มเหมือนแม่น้ำแต่เมื่อข้าลงไปเหยียบกลับพบว่าเป็นเพียงพื้นดินสีน้ำเงินข้า ใช้พลังเวทย์ตรวจสอบทั้งโลกดูซึ่ง ดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะเป็นเพียงแค่ปฐมบทแรกเริ่ม ซึ่งยังมิมีสิ่งอื่นใด
ภายในโลกนี้แกนของโลกน่าจะยิ่งใหญ่พอตัว อากาศยังไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิตโลกแห่งรี้นั้นมี ดวงจันทร์ 3 ดวง ดวงแรก ใหญ่เท่าโลกลมปราณขอข้าดวงที่สอง ใหญ่กว่าโลกที่ข้าอยู่ถึง 5 เท่า ส่วน ดวงที่ สาม 7 เท่า!!!
ข้าเริ่มใช้ตรวจสอบความสามารถของข้าที่มีอยู่ จมูกของข้ารู้สึกเหมือนว่าจะสามารถรับรู้กลิ่นของอวกาศได้อย่างแม่นยำในระยะ 1 ล้านลี้
"ตอนนี้เจ้ามีความสามารถอะไรบ้างนั้นข้าสามารถตรวจสอบให้เจ้าได้นะ" เอลิสกล่าว"เอาสิๆ ขอบคุณเจ้ามากๆ" "ข้าจะไล่ไปทีละขั้นนะ ชนชั้นลมปราณแห่งดาราหงสา = ห้วงความคิดนิรันดร์ชนชั้นลมปราณแห่งดาราเมฆา = กล้ามเนื้อนิรันดร์ชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬ = ดูดกลืนมวลสารชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจี = สัมผัส ทั้ง 5 ระยะ ล้านลี้ ชนชั้นลมปราณแห่งดาราโลหิต = อ่านความคิด (ไม่สามารถอ่านความคิดผู้ที่ระดับสูงกว่าตนได้)ชนชั้นลมปราณแห่งดารานภาฟ้าคำราม = ข้ามอนาคตชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ = มายานิรันดร์ถึงแม้ว่าเจ้าจะข้ามอนาคตได้ ในขณะนี้ที่เจ้าอยู่ในระดับชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ ขั้นที่ 998หากเจ้าต้องการข้ามอนาคต 1 ปี ต่อ 1 ขั้น จาก 998 จะเหลือ 997แต่สำหรับเจ้าแล้วข้าว่าเจ้าต้องการย้อนอดีตเสียมากกว่านะฮ่าๆๆเป็นไปได้เลยว่าข้ามอนาคตของเจ้าไร้ประโยชน์ !!!"
"ขอบคุณเจ้ามากนะเอลิส " "แล้วอารายคือการที่ข้าไม่มีสกิลโจมตีบ้างฟร๊ะะะะะพพ!!!"เอิ่มม... ดูดกลืนมวลสาร ถ้าข้าดูดดวงจันทร์ดวงที่ 1 เข้ามาชนดาวดวงนี้ข้าจะทำให้มันมีอากาศและน้ำซะฮ่าๆๆๆๆ ข้าจะได้เป็นผู้ปกครองโลกนี้เสียหุหุ"ข้าว่าเจ้าควรจะทะลวงขั้นที่ 999 ก่อนจะดีกว่านะ มิเช่นนั้นความสามารถของเจ้าจะไม่สามารถเคลื่อนดวงจันทร์ดวงนี้ได้เต็มที่หรอก!!! "เสียงของเอลิสดังขึ้นภายในจิตใจ หลังจากนั้นข้าจะงนำดวงจิตอสูรระดับชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ ขั้นที่ 999 ออกมา 1 เม็ดและดูดกลืนพลังของมันเม็ดแล้วเม็ดเล่า จนผ่านไปกว่า100เม็ดตู้มมมมมมมมมมมมมมมม!!!! การทะลวงชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ ขั้นที่ 999 สำเร็จ!!!
ไรท์:ไอ้พวกเวรบริจาคเงินกันบ้างสิว๊าาาา บาทนึงก้ด้ายยย5555+ บริจาคเงิน True wallet : 064-530-3024ขอบคุณสำหรับคนที่โอนมานะใกล้จะถึงช่วงตบสวรรค์แล้วเนี่ยะฮ่าๆ