“ชลจ๋า บอยก็ไม่เข้าใจตรงนี้จ๊ะ”บัญชาเพื่อนสนิทอีกคนของชนะชนม์แกล้งพูดพร้อมทำท่าล้อเลียนฟ้าลดา สุดท้ายจึงโดนฟ้าลดาค้อนขวับเข้าให้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ชนะชนม์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงเห็นเขายังมีหน้าตาบึ้งตึงไม่พูดไม่จากับใคร เอาแต่เล่นโทรศัพท์ จึงหันกลับมาคุยเล่นกับเพื่อนๆอย่างเดิม
“ชล เราไปดูหนังกันมั้ย มีหนังเื่ใหม่เข้าโรง เพื่อนฟ้าบอกว่า สนุกมาก”ฟ้าลดาเอ่ยชวนชนะชนม์ ทั้งที่ในห้องนั้นมีกันหลายคนแต่เธอก็เลือกชวนชนะชนม์เพียงคนเดียว
“พวกแกว่าไง” ชนะชนม์ถามเพื่อนๆ ในห้อง
“ไปดิ ไปกันทุกคนนี่แหละ” อดิศักดิ์เพื่อนสนิทอีกคนของชนะชนม์เห็นด้วยทำให้ทุกคนพยักหน้าหงึกหงัก
“ไปกันหลายคนสนุกดีนะ กายไปไหม”ขนะชนม์หันไปถามคนร่างสูงบนเตียง อีกฝ่ายหันมาสบตา และส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธ
“ชล นี่จ๊ะ” ฟ้าลดาส่งพวงกุญแจลูกฟุตบอลให้ชนะชนม์
“ให้ชลทำไมเหรอ”
“ขอบคุณที่ช่วยติวหนังสือให้ไง ที่ผ่านมาชลก็ช่วยฟ้าหลายเื่เลยถือโอกาสขอบคุณทีเดียว”
“นี่ฟ้าเลือกตั้งนานนะ ก็วันที่เราเจอกันที่ห้างไง” บัญชาบอกชนะชนม์
“อ๋อ ขอบคุณมากนะฟ้า แต่ไม่ต้องก็ได้ เราทำด้วยความเต็มใจเพื่อนกันก็ต้องช่วยกัน”
“แกก็รับไว้เถอะ ฟ้าหน้าเศร้าแล้วเห็นไหม”ชาติชายบอกชนะชนม์ให้รีบรับของที่ฟ้าลดาอุตส่าห์เลือกให้ตั้งนาน
“อืม ขอบใจมากนะฟ้า ชลชอบมาก” ชนะชนม์พูดเพื่อให้กำลังใจหญิงสาวเธออุตส่าห์ซื้อมาให้ เขาจะพูดทำลายความรู้สึกเธอได้อย่างไร
“จ๊ะ” ฟ้าลดาเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เธอรักและหลงใหลเปลี่ยนจากสีหน้าเศร้าเป็ยิ้มแย้มอีกครั้ง
“แล้วเจอกันวันศุกร์่บ่ายนะ อาจารย์เลิกคาบเร็ว เสร็จแล้วเราจะได้ไปทำงานต่อ” ชนะชนม์บอกเพื่อนๆ นัดหมายกันเรียบร้อยทุกคนพยักหน้ายิ้มรับก่อนชวนกันไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างล่างหน้าอพาร์ทเม้นท์
“รูมเมทแกเป็ไรว่ะ เห็นหน้าบึ้งั้แ่ห้างแระ แกทำไรให้เค้าโกรธรึปล่าว นี่ถ้าไม่ได้ยินเสียงเขาสวัสดีตอนแกแนะนำตัวนะ ฉันคิดว่าเป็ใบ้แล้วเนี่ย”ชาติชายถามขณะกำลังซดน้ำก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“นั่นสิ หรือเขาไม่ชอบพวกเรา แล้วเขามาอยู่ห้องแกได้ยังไง”อดิศักดิ์ถามย้ำเมื่อเห็นด้วยกับชาติชาย
“เขามีปัญหานิดหน่อย เลยให้พักชั่วคราวนะไม่นานเขาก็ไปแล้ว” ชนะชนม์บอกเพื่อนๆ แต่แล้วก็รู้สึกใจหายเมื่อพูดคำว่า‘ไม่นานก็ไปแล้ว’
“นั่นสินี่ก็ชวนมากินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันจะได้สนิทกันไว้ ก็ไม่ยอมมา” บัญชาพูดเสริม
“ถ้าเขาสนิทกับพวกนาย เขาก็จะพูดมากขึ้นเขาไม่ค่อยพูดไม่ค่อยยุ่งกับคนแปลกหน้าน่ะ แต่ถ้าสนิทก็จะพูดด้วยปกติกว่าเขาจะพูดกับฉันก็ใช้เวลาเหมือนกัน”ชนะชนม์พยายามปกป้องร่างสูงเพื่อไม่ให้เพื่อนๆ รู้สึกแย่กับอีกฝ่าย
“แต่ฟ้าไม่ชอบเขาเลย ดูเขาหยิ่งๆ”
“ไม่หรอกฟ้า ถ้าฟ้ารู้จักเขาดีจะเกลียดเขาไม่ลงเลย”ชนะชนม์พูดพร้อมนึกถึงร่างสูงใบหน้าแย้มยิ้มเผยให้เห็นถึงความสุขที่มีอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันอีกฝ่ายพยายามทำทุกอย่างให้เขาดูแลอาหารการกินของเขาตอนเช้า ตอนเย็น อะไรอร่อยก็ซื้อฝากเขาเสมอเหมือนตอนนี้ที่เขาเองก็จะสั่งก๋วยเตี๋ยวไปให้ร่างสูงเพราะเขายังไม่กินอะไรชวนมาก็ไม่ยอมมา คงอึดอัดที่มีคนเยอะๆ
พวกเรากินก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านชนะชนม์ให้ชาติชายไปส่งฟ้าลดาให้ถึงบ้าน เพราะกังวลเื่ความปลอดภัยของหญิงสาวและเป็การเปิดโอกาสให้ทั้งสองได้สนิทกันมากขึ้นเมื่อชนะชนม์มาถึงห้องก็เห็นอีกฝ่ายนอนบนเตียงหันหลังให้เขาเขาจึงเดินไปเรียกให้มากินก๋วยเตี๋ยวก่อนจะเย็นหมด
“นอนรึยัง ลุกมากินก๋วยเตี๋ยวเร็วเข้า” ร่างสูงหันหลังกลับมาและลุกขึ้นมานั่งบนโต๊ะกินข้าวชนะชนม์กำลังแกะยางมัดถุงเพื่อใส่ถ้วยให้เขาเดินไปหยิบน้ำและมานั่งตรงข้ามคนร่างสูง เห็นอีกฝ่ายกินอย่างเอร็ดอร่อยร่างบางมองภาพนั้นอย่างมีความสุข ไม่นานมือหนาก็เอื้อมมาหยิกแก้มและบิดเบาๆ
“โอ๊ย ทำอะไรเนี่ย เจ็บนะ”ร่างบางโวยวายเมื่อโดนอีกฝ่ายแกล้ง
“ก็เห็นนั่งจ้องทำตาเยิ้ม ใครจะกินลง”ร่างสูงว่าเข้าให้พร้อมมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเขาเขินเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งจ้องเขาแถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาทำอะไรไม่ถูกเลยหยิกแก้มร่างบางอย่างเอ็นดูแกมหมั่นไส้เป็การแก้เขิน
“อย่าทิ้งผมไปอย่าไป” ร่างสูงร้องะโบนเตียงทำให้ร่างบางที่นอนอยู่ข้างๆตื่นขึ้น เหลือบมองนาฬิกาตีสามแล้ว ร่างบางเอามือขยี้ตาเบาๆเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ก่อนมองหน้าเขา คืนนี้เขาฝันร้ายอีกแล้ว เขาฝันร้ายเกือบทุกคืน คงเจอเื่ร้ายมาเยอะ คนรวยก็ใช่จะมีความสุขสินะ ชนะชนม์เอื้อมมือบางไปคลายรอยย่นระหว่างคิ้วหนาของร่างสูง พร้อมพูดว่า‘ไม่มีอะไรแล้ว ผมอยู่ตรงนี้’ เอ่ยออกไปด้วยเสียงที่นุ่มนวล ชวนอบอุ่นสักพักเสียงก็เงียบลง มือไม้ที่สะเปะสะปะก็ถูกชนะชนม์เกาะกุมเอาไว้อย่างเคยทุกๆ ครั้งที่ชนะชนม์ทำแบบนี้ ร่างสูงจะสงบลงและไม่ฝันร้ายอีกและนิทราลงอย่างทุกคืน แต่คงไม่ใช่คืนนี้ เพราะหลังจากชนะชนม์เอามือบางคลายรอยย่นระหว่างคิ้วหนาอยู่ๆ ร่างสูงก็ลืมตาขึ้นเอื้อมมือหนามาจับข้อมือร่างบางที่กำลังทำหน้าที่คลายรอยย่นตรงหน้าผากสองสายตาประสานกันนิ่ง ชนะชนม์คิดว่าเขาคงแค่ละเมอและกำลังแกะมือหนาออกจากการเกาะกุมเพื่อกลับไปนอนที่เดิม แต่แล้วอยู่ๆคนที่คิดว่ากำลังละเมอก็ดึงศรีษะเขาลงมา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับใบหน้าของชนะชนม์ จนเขาเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัวปากรูปกระจับของคนที่คิดว่ากำลังละเมอประกบเข้ากับปากบางของตัวเอง ประทับไว้นิ่งนานเหมือนบอกให้อีกฝ่ายเตรียมตัวรับรสััแสนหวาน ร่างบางเบิกตากว้าง ใสุดขีด ปากของร่างสูงทั้งอุ่น ทั้งนุ่มและร้อนเต็มไปด้วยความปรารถนา ชนะชนม์รู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด เกร็งไปทั้งตัว มือบางที่โดนมือหนาจับไว้บัดนี้ถูกปลดปล่อยให้เป็อิสระ แต่มือหนากลับไปคลอเคลียเส้นผมตรงท้ายทอยของชนะชนม์อย่างเสน่หาแทน เรียวปากของร่างสูงทั้งดูด ดึงริมฝีปากล่างและทำท่าจะบดเบียดสอดแทรกตวัดลิ้นเข้ามาเพื่อควานหาความหอมหวานในปาก ร่างบางสะดุ้ง และพยายามถอยออกห่างจากเขา เพราะสภาพร่างบางตอนนี้ทั้งหน้าแดงใจเต้นไม่เป็ส่ำ แถมหายใจไม่ทันไม่เหมือนอีกฝ่ายที่หลับตาพริ้มเหมือนได้ชิมขนมหวานที่ถูกใจแต่ไม่ว่าชนะชนม์จะขยับกายหนีอย่างไรแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ถอยหนี เขาตวัดแขนแข็งแรงมารัดรอบเอวร่างบางไว้ไม่ให้หนีไปไหนสองแขนบังคับให้ร่างบางเข้าไปใกล้ไม่ยอมให้ถอยห่างแม้เพียงนิดตอนนี้หน้าอกของทั้งสองติดชิดแแ่จนแม้อากาศยังไม่สามารถผ่านไปได้ ร่างสูงจูบกลีบปากนุ่มของร่างบางอย่างแสนหลง จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบดเบียดดูดดึงและขบเบาๆ สร้างความเสียวซ่าน ร่างบางอ้าปากจะร้องห้ามแต่เป็การเปิดช่องให้อีกฝ่ายตวัดลิ้นเข้ามาพัวพันควานหารสหวานในกลีบปากนิ่ม ลิ้นพัวพันเนิ่นนาน จนร่างบางเผลอครางออกมาเบาๆและรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยิ้มอย่างพอใจ กว่าร่างสูงจะถอนลิ้นออกไปได้ชนะชนม์ก็แทบขาดใจตาย ร่างสูงมองจ้องร่างบางด้วยสายตาเสน่หา บ่งบอกความรู้สึกมากมายในสายตาคมอยากให้อีกฝ่ายรับรู้ อยากให้อีกฝ่ายรักตอบร่างสูงทำท่าจะจูบกลีบปากนุ่มนั่นอีกครั้ง ด้วยหัวใจยังเรียกร้องและบอกว่า‘ยังไม่พอ’ ร่างสูงกดศรีษะร่างบางลงมาอีกครั้งก่อนจูบกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนหวานไม่รุนแรง รุกเร้าเหมือนครั้งแรกแต่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวานละมุนจนชนะชนม์จูบตอบอย่างลืมตัว เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เมื่อร่างสูงเห็นว่าร่างบางกำลังหายใจไม่ออกเขาจึงได้แต่ฝืนถอนริมฝีปากออกจากกลีบปากนุ่มอย่างแสนเสียดาย‘คืนนี้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวไก่จะตื่นหมดหากเขาเร่งเร้าเกินไป’เขาได้แต่พร่ำบอกตัวเองแบบนั้นก่อนจะดึงร่างบางมากอดในอ้อมแขนและหลับตาลงอีกครั้ง
“ชลอย่าดีกับทุกคนได้ไหมดีกับกายคนเดียวได้ไหม”คำพูดตัดพ้อด้วยเสียงแหบพร่าของคนที่ชนะชนม์คิดว่ากำลังละเมอซึ่งตอนนี้กำลังนอนกอดร่างบางอย่างรักใคร่หวงแหน
ชนะชนม์ได้แต่กระพริบตาปริบๆหัวใจยังเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมาเต้นรัวๆ ข้างนอกแทน ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น’ เขาร้องในใจอย่างสุดเสียง กรี๊ดในใจไปหลายตลบ แต่ภายนอกกลับนิ่งไม่ไหวติงตอนนี้ชนะชนม์นอนนิ่งเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มพูด เริ่มคุยกับเขาอย่างไรแล้วเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมามันคืออะไร เขาตื่นหรือเขาละเมอชนะขนม์ไม่สามารถตอบตัวเองได้
“กาย เอ่อ คือ นายตื่นอยู่ใช่ไหม”ในที่สุดชนะชนม์ก็ไม่สามารถเก็บงำความสงสัยไว้ได้เขาตัดสินใจถามอีกฝ่ายไปตรงๆ
“………….” เงียบไม่มีเสียงตอบรับ แปลว่าอะไรแปลว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาคือเขาละเมออย่างนั้นเหรอ แถมยังละเมอพูดแบบนั้นกับเอาอีกกว่าเขาจะหลับได้ก็ใช้เวลานานเพราะหัวใจที่เต้นไม่เป็ส่ำกว่าจะสงบก็เล่นเอาเกือบเช้า
ยามเช้าแสงแดงสาดส่องเข้ามาทำให้หนุ่มน้อยร่างบางตื่นขึ้นมาพร้อมขยี้ตาเบาๆ หันมองมือหนาที่กำลังปลุกเขาอยู่
“ตื่นแล้วเหรอ ทำไมชลมานอนกอดกายได้ล่ะ” ร่างสูงถามอย่างหยอกเย้าแสร้างทำสีหน้างุนงง ทำให้อีกฝ่ายที่ลืมตาตื่นขึ้นมานึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหน้าของหนุ่มน้อยเริ่มแดงจัดไปถึงใบหู รีบถอยร่างกายออกจากอกคนข้างๆแต่ในใจกลับรู้สึกผิดหวังที่ร่างสูงจำเหตุการณ์ระทึกเมื่อคืนไม่ได้ ร่างบางหน้าตึงทันที เชิดปากโต้กลับทันที
“อืม ผมคงละเมอ” เขาพูดออกไปอย่างเหลืออดและประชดอีกฝ่ายเพราะคนที่เป็จอมละเมอก็คืออีกฝ่ายนั่นแหละ คนอะไรละเมอจูบคนอื่นเป็ตุเป็ตะ ชนะชนม์ผลักอีกฝ่ายออกให้พ้นทางเพราะเขานอนด้านในเตียงนุ่มร่างบางใบหน้างอง้ำ มองนาฬิกาและรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนรีบเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัว
วันนี้ชนะชนม์อาบน้ำนานเป็พิเศษ แต่จริงๆ อาบน้ำคงไม่นานแต่ที่นานคือในสมองของเขายังวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อคืน คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคืออะไร ร่างสูงละเมอจริงรึปล่าว ทำไมชนะชนม์ถึงรู้สึกว่าเขาตั้งใจ แต่ตอนเช้าเขาก็ทำหน้างงๆ เหมือนไม่รู้เื่รู้ราวอะไร เมื่อย้อนคิดว่า หากเมื่อคืนชนะชนม์ผลักเขาออกไป จริงๆ แล้วด้วยแรงผู้ชายอย่างเขาก็คงทำได้ แต่ทำไมถึงไม่ทำ ทำไมแถมยังเผลอจูบกลับเขาไปด้วย มือบางขยี้ผมตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะรีบออกจากห้องน้ำเมื่ออีกฝ่ายมาเคาะประตูบอกว่า จะสายแล้ว
“แต่งตัวเสร็จแล้วก็มากินข้าว”ร่างสูงเดินมาหาหนุ่มน้อยที่กำลังเช็ดผมให้แห้งมือหนาจับหน้าเรียวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
“ดูสิ ทำไมไม่ล้างให้สะอาด” ร่างสูงเอามือมาเช็ดคราบยาสีฟันข้างปากของร่างบางส่งสายตาอบอุ่น อ่อนโยนมาให้จนอีกฝ่ายต้องปัดมือออกและหลบตาพัลวันก่อนจะเดินไปโต๊ะอาหารที่อีกฝ่ายจัดอาหารไว้เรียบร้อยแล้วแต่เดินออกมาได้แค่นิดเดียวก็โดนมือหนาดึงรั้งให้กลับไปหาเขาอย่างง่ายดายก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมให้ร่างบาง
“มา เดี๋ยวผมเช็ดให้” ร่างสูงจับร่างบางนั่งที่เตียง แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้ร่างบางจนเกือบแห้งเสร็จแล้วก็จับมือลากไปกินอาหารเช้า อีกฝ่ายเดินตามเขาต้อย ๆ อย่างงงๆเหมือนคนตั้งสติไม่ทัน ใบหน้าฉายแววฉงน
“กินนี่สิ” เขาตักกุ้งในชามตัวเองให้ร่างบางเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าชอบอาหารทะเล หลังๆมานี้เขาเลยซื้ออาหารทะเลมาตุนไว้ในตู้เย็นเพื่อสะดวกในการทำอาหารให้คนตรงหน้าทาน
“กายกินไปเลยให้ผมหมดแล้วเนี่ย”ร่างบางประท้วงเมื่อเห็นคนตรงหน้าตักกุ้งให้ตัวเองอีกก็ในเมื่อในชามข้าวต้มกุ้งของเขามีแต่กุ้งเต็มไปหมดส่วนของอีกฝ่ายแทบไม่เห็นกุ้งเห็นแต่ข้าวต้ม
“กินไปเถอะ ไว้ตอนเย็นผมจะทำผัดเผ็ดหมูให้กินผมดูในยูทูปแล้ว ทำไม่ยากแค่มีเครื่องแกง ผมเห็นในตลาดก็ขายเครื่องแกงหลายชนิดชลจะได้กินอาหารรสจัดบ้าง” ร่างสูงบอกเล่าให้เขาฟังอย่างเอาใจ
“ไม่ต้อง กายทำเท่าที่ถนัดเถิดนะหากไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องทำดีกับผมมากหรอก ไม่ต้องมาเอาใจอะไรผมด้วยผมไม่มีอะไรจะให้ กายอยู่กับผมก็ช่วยค่าใช้จ่ายผมหลายอย่าง ถือว่าเท่าเทียมกันไม่ต้องทำดีอะไรหรอกนะ จะได้ไม่เหนื่อย เดี๋ยวกายก็ไปแล้ว อย่าทำให้ผมเสียนิสัย” ร่างบางบอกเขาอย่างเกรงใจแต่อีกฝ่ายกลับคิดไปอีกทาง
“ผมไม่ได้ทำเพื่อเอาใจ ผมแค่อยากให้ชลมีความสุขกับอาหารที่กินเห็นกายกินอาหารรสจืดมาหลายวันแล้ว อะไรที่ผมพอจะทำได้ ผมก็อยากทำให้แต่ผมคงยุ่งวุ่นวายเกินไปสินะ” ร่างสูงพูดอย่างตัดพ้อ น้ำเสียงเศร้าพร้อมท่าทางที่ดูหงอยเหงาลงทันตาริมฝีปากเม้มเข้าหากันพร้อมก้มหน้าลง ใบหน้าคมสงบนิ่ง
“ขอบคุณนะ อร่อยมาก ผมดีใจที่กายทำอาหารให้กินทุกวัน ผมชอบมากเพียงแต่กลัวกายจะเหนื่อยเกินไป ผมไม่ได้หมายความว่ากายยุ่งวุ่นวายจริงๆ นะอย่าเข้าใจผิด” ร่างบางรีบแก้ตัวละล่ำละลัก กลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิดเขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาหุงหาอาหารให้กินควรต้องขอบคุณเขาถึงจะถูกต้องไม่ใช่ไปต่อว่าเขา วัชรพลเงยหน้ามองคนร่างบางอีกครั้งแววตาเศร้าหมองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายตาอ่อนโยนอบอุ่น
“กายจำอะไรเมื่อคืนได้ไหม”ร่างบางเปลี่ยนเื่คุยเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีความรู้สึกดีขึ้น
“เื่อะไรเหรอ” ร่างสูงทำหน้างุนงน สงสัยไม่เข้าใจคำถามของอีกฝ่าย หลบสายตาเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง
“คิดดีดีสิ” ร่างบางถามอย่างคาดคั้น
“ผมจำได้แค่รู้สึกว่ามีคนมากอดตอนหลับ อย่างอื่นไม่มีนี่” เขาจ้องตาร่างบางอย่างยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดคือเื่จริงั์ตาทอประกายวาววับราวกับไข่มุกที่แสนบริสุทธิ์
“คนที่กอดผมคือกายไม่ใช่เหรอไหงกลายเป็ผมกอดกายไปได้ล่ะ”ร่างบางโวยวายเมื่อไม่ได้คำตอบแถมอีกฝ่ายยังโยนความผิดให้เขาอีกเขาไม่ได้เป็ฝ่ายไปกอดสักหน่อย เขาเป็ฝ่ายโดนกระทำชัดๆ ั์ตาคู่งามฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที สุดท้ายทั้งสองก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีกเมื่อใกล้เวลาเข้าเรียนของชนะชนม์
วันนี้วันศุกร์ ชนะชนม์นัดกับเพื่อนไปดูหนังกันที่ห้าง วัชรพลไม่ยอมไปด้วย บอกว่าไม่อยากไปที่คนเยอะและวันนี้เขาก็ติดธุระด้วย
“ชาติ นายนั่งใกล้ฟ้าสิ”ชนะชนม์พยายามช่วยเหลือเพื่อนให้สมหวังในรักอย่างเต็มที่แต่ฟ้าลดาก็พยายามจะนั่งใกล้ชนะชนม์อย่างเดียวสุดท้ายจึงให้ฟ้าลดานั่งตรงกลางระหว่างชนะชนม์และชาติชาย บัญชาและอดิศักดิ์นั่งต่อกัน วันนี้ฟ้าลดาใส่ชุดเดรสสีชมพูลายลูกไม้ ดูสวยหวานเป็พิเศษหลังจากหนังจบทุกคนก็วิพากษ์วิจารณ์หนังกันอย่างออกอรรถรส ทุกคนดูสนุกสนานมีเพียงฟ้าลดายังคงหน้าบึ้งที่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยส่วนตัวกับชนะชนม์เลย
“ฟ้าขอถ่ายรูปกับชลลงเฟสหน่อยได้ไหม”
“ได้สิครับ” ทั้งสองถ่ายรูปคู่ด้วยกันอย่างกับคู่รักหวานฟ้าลดายิ้มกว้างอย่างมีความสุขมือบางกดโทรศัพท์เพื่อโพสต์เฟสบุ๊คบอกกล่าวทุกคนว่าเธอได้มาเดทกับคนที่เธอชอบ
ฟ้าประทานพร อยู่กับ Chanahon ที่ Major Hollywood
ดูหนังกับคนที่…J
รูปภาพ 1 ภาพ
ถูกใจ 215 ความคิดเห็น 46 รายการ
Boy love ทุกคน ผมก็ไปนะคร้าบน้องฟ้าคนงาม
ฟ้าประทานพร แท็กตัวเองสิ
Nuchzee กรี๊ด เพื่อนสาว นี่เปิดตัวรึปล่าว
ฟ้าประทานพร ป่าวจร้า แค่มาดูหนัง
Yinglee : หวานแหววกันจังเลยนร้า ชักอิจฉาแล้วสิ
ชนะชนม์เห็น facebook ที่ฟ้าลดาลง อยากจะห้ามเหมือนกันมันดูสองแง่สามง่ามพาลคนอ่านคิดไปไกลก็ไอ้ …… นี่ละ คงไม่มีใครคิดหรอกว่า ไปกับคนที่เกลียด แถมเพื่อนๆในคณะก็เข้ามาแซวกันใหญ่เขาคิดน้อยเกินไปรึปล่าวที่ยอมถ่ายรูปกับฟ้าลดาแค่สองคน แบบนี้ชาติชายจะยิ่งรู้สึกแย่ ปกติชนะชนม์ไม่ค่อยเล่นไลน์เล่นเฟสเท่าที่ควรเพราะมัวยุ่งกับเื่เรียนและเื่ทำงานไม่ค่อยมีเวลาสนใจสื่อโซเชียลเท่าที่ควร แต่ครั้งนี้บัญชาเป็คนส่งมือถือมาให้ดู