เช้าวันเสาร์บ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวาของอัปสรามีโอกาสได้ต้อนรับนายพลชยางกูรพร้อมคุณหญิงและครอบครัวของพันเอกเศรษฐภัทรโดยพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่เว้นแม้แต่ทันตแพทย์ชยณัฐและพลทหารอย่างปั๊บก็ยังติดตามมาด้วย
“บ้านน่าอยู่นะอยู่กันกี่คนจ๊ะ” คุณหญิงศิรญารับบทเป็ผู้สัมภาษณ์หญิงสาวทันทีที่ก้าวผ่านประตูบ้านเข้ามาภายในห้องรับแขก
“สามคนค่ะ” อัปสรายิ้มขำเมื่อเ้าของบ้านอีกสองตัววิ่งะโโหยงๆ ออกมาต้อนรับแขก
“ครูแอฟเลี้ยงกระต่ายด้วย! น่ารักจัง!” พี่ข้าวกรี๊ดกร๊าดเมื่อคุริวะโเข้าไปหาอย่างไม่มีอาการหวาดกลัวผู้คน
“คุริว นี่คุณนายข้าว” หญิงสาวแนะนำให้กระต่ายสีน้ำตาลตัวอ้วนรู้จักกับภรรยาผู้ช่วยทูตทหาร
“แล้วตัวนี้ล่ะครับ ชื่ออะไร” ไนกี้ใช้มือลูบหัวกระต่ายสีขาวขนฟูอย่างชอบใจ บันบันออเซาะหนุ่มน้อยด้วยการเอียงหน้าซบลงกับมือที่กำลังเกาคางให้อย่างออดอ้อน
“ชื่อบันบัน นางชอบหนุ่มๆ โดยเฉพาะหล่อๆ นี่จะอ้อนเป็พิเศษ”
“เชื่องมาก ไม่น่าเชื่อดูสิคะคุณ” คุณหญิงศิรญาพูดอย่างตื่นเต้นขณะรับกระต่ายเพศเมียจากไนกี้มาไว้แนบอกแล้วเดินไปอวดสามี พลเอกชยางกูรยกมือขึ้นลูบขนนุ่มๆ แล้วก็ต้องหัวเราะเสียงดังเมื่อกระต่ายสาวเอียงตัวเข้าหาจนสุดท้ายนายทหารวัยเกษียณต้องรับไว้ในอ้อมแขน
“ตาถึงนะเนี่ย สงสัยจะหลงคนหล่อจริงๆ ซะด้วย” พันเอกเศรษฐภัทรแซวบิดา พอเห็นดังนั้นชยณัฐก็เดินเข้าไปใกล้กะว่าจะผูกสัมพันธ์กับกระต่ายสาวบ้าง
“ไงสาวน้อย มาทักทายกันหน่อยสิ” บันบันเบี่ยงหน้าหลบนิ้วเรียวของหมอหนุ่ม เท่านั้นไม่พอๆ ท่านนายพลจะส่งร่างกลมป้อมให้ลูกชายคนเล็กแม่สาวบันบันก็ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง
ชยรัฐพยายามจะอุ้มกระต่ายตัวอ้วน แต่บันบันไม่ให้ความร่วมมือมันขืนตัวไว้แถมยังใช้ฟันกัดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของพลเอกชยางกูรไว้ไม่ปล่อย
“ฮ่าๆ ทำไมถูกสาวเมินล่ะไนซ์ นี่คนสวย...คนนี้เป็พระเอกละครเวทีเชียวนะ”
พระเอกละครเวทีผู้มั่นหน้าในความหล่อเหลาของตนพยายามงัดบันบันออกมาจากอกบิดาอีกครั้ง
“บันบันงอนอะไร นี่หมอไนซ์นะ เราเคยเจอกันแล้วนี่นาทำไมต้องหลบหน้ากันด้วย มะมาขออุ้มหน่อย” บันบันตอบรับด้วยการมุดหน้าหลบยิ่งขึ้นไปอีกจนชยณัฐท้อใจ
”ไหนบอกชอบหนุ่มหล่อไง น้าไนซ์คงตกมาตรฐานสาวๆ แล้วล่ะ” ไนกี้หัวเราะ
“หมอไนซ์ถ้าบันบันไม่ให้อุ้มก็มาทักทายคุริวดีกว่า สวัสดีครับผมชื่อคุริว” นีรชาจับขาหน้าของกระต่ายสีน้ำตาลโบกไปมา
”แฮ่!!” คุริวทักทายทันตแพทย์ชยณัฐศัตรูคู่อาฆาตด้วยการแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ
“อุ๊ย! ดุด้วย จะกัดมั้ยครูแอฟ”
“คุริว มานี่มา” แอฟรับลูกชายตัวอ้วนมาปลอบให้สงบลงด้วยการลูบหลังเบาๆ ก่อนจะปล่อยลงพื้น
”ปกติคุริวไม่ดุนะคะ แต่เคยมีคดีกันกับหมอไนซ์ คงยังไม่ลืมเลยเกิดอาการโมโห”
“กระต่ายอะไรแค้นฝังลึกซะไม่มี ผ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่ลืมอีก” หมอหนุ่มบ่นอุบ
“แล้วทำไมบันบันไม่ยอมให้ตาไนซ์อุ้มล่ะ”
“เธอกลัวหมอค่ะ สงสัยหมอไนซ์คงมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเธอเลยไม่ยอมให้เข้าใกล้”
“บ๊ะ! แสนรู้จริง” พลเอกชยางกูรลูบหลังกระต่ายสาวอย่างเอ็นดู
“เพิ่งรู้นะคะว่ากระต่ายก็ฉลาดไม่ต่างจากลูกหมาเลย ใครว่ากระต่ายสมองนิดเดียวคงต้องมาดูลูกๆ ของหนูแแอฟแล้วล่ะ จะเป็อะไรมั้ยถ้าแม่จะขอยืมทั้งคู่ไปเที่ยวที่บ้านสักคืน จะเอาไปอวดหลานสาวน่ะ”
“จะดีเหรอคุณ”
“ได้ไหมจ๊ะ หวงหรือเปล่า”
“ยินดีค่ะ แต่กลัวจะเป็ภาระคุณแม่น่ะสิคะ”
“อุ๊ย! ไม่เลย รับรองแม่จะดูแลให้อย่างดี”
“เลี้ยงเป็เหรอครับคุณแม่” พันเอกเศรษฐภัทรยังกังวล
”โอ้ย! แค่เลี้ยงกระต่าย ฉันเลี้ยงลูกหมาสองตัวมาตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่มีปัญหา กะอีแค่เลี้ยงกระต่ายคืนเดียวจะยากตรงไหน” คุณหญิงศิรญาขิงใส่สามีและลูกๆ
“บ้านเราเคยเลี้ยงหมาด้วยเหรอคุณหญิง ผมไม่ยักจะจำได้” พ่อหมาคาใจมากเพราะจำได้ว่าที่บ้านเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงทุกชนิด
นั่นสิ! คุณนายแม่เอาที่ไหนมาพูดว่าเลี้ยงหมาตั้งสองตัว...ลูกหมาสองตัวมองหน้ากันแล้วก็งง หาคำตอบไม่ได้
“คุณย่าเคยเลี้ยงหมาจริงๆ เหรอครับ ผมเกิดมาก็ไม่เห็นแล้ว คุณย่าเลี้ยงตอนไหน”
“เคยเลี้ยงสิย่าจะโกหกทำไม” คุณย่าหัวเราะคิกคักสร้างความงุนงงให้บรรดาหนุ่มๆ
ขณะที่นีรชาและอัปสราสบตากันแล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
**************************
พลเอกชยางกูรและคุณหญิงศิรญาอุ้มกระต่ายอ้วนๆ สองตัวขึ้นรถหรู โดยมีคนขับรถหิ้วรถเข็นสัตว์เลี้ยงและห้องน้ำขนาดย่อมใส่ท้ายรถ
“พรุ่งนี้ค่อยให้ตาไนซ์ไปรับที่บ้านแม่นะ” คุณหญิงเลื่อนกระจกรถกล่าวอำลาเป็ครั้งสุดท้าย “หรือจะฝากแม่ช่วยเลี้ยงก็ได้”
“ไม่รบกวนดีกว่าคะ สองตัวนี่ก็ซนใช่เล่น”
“ไม่เป็ไรหรอกคิดซะว่าเลี้ยงเด็กเล็กๆ เดี๋ยวเจอกันตอนเย็นนะ”
“บ๊ายบายครับคุณย่า”
“จ้าแล้วเจอกัน”
รถแวนสัญชาติยุโรปเคลื่อนออกไปจากบ้านหลังขนาดย่อม ขณะที่เหลืออีกหกชีวิตยืนส่งผู้าุโทั้งคู่ก่อนจะพากันเดินมาขึ้นรถแวนขนาด 7 ที่นั่งของพันเอกเศรษฐภัทร
“ไปไหนต่อครับท่านผู้พัน” ปั๊บทำหน้าที่พลขับให้กับครอบครัวพันเอกเศรษฐภัทรในเช้านี้โดยมีไนกี้นั่งหน้าเป็ตุ๊กตาหน้ารถคู่คนขับ ทั้งหมดมาถึงสนามฟุตบอลหญ้าเทียมในเวลา 08.00 น. เช้านี้ยังมีผู้คนค่อนข้างบางตาเพราะยังเช้าอยู่มาก ลานจอดรถยังมีที่ว่างให้เลือกจอดยาวสุดลูกหูลูกตา ปั๊บเลือกจอดรถใกล้กับประตูทางเข้ามากที่สุด พอรถจอดสนิททันตแพทย์ชยณัฐก็ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าสะพายหลังใส่ชุดกีฬาไม่ต่างจากพี่ชาย ขณะสองหนุ่มอย่างไนกี้กับปั๊บใส่ชุดกีฬามาจากบ้านเตรียมพร้อมลงสนามได้เลย
“ปั๊บกับไนกี้มาทักทายเพื่อนพ่อก่อน อย่าเพิ่งวอร์มร่างกายเพิ่งกินข้าวยังไม่ถึงชั่วโมงเลย”
“สวัสดีครับลุงปัญจ์”
“สวัสดีไนกี้โตเป็หนุ่มขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน แล้วนั่นหมอไนซ์สินะ โอ...สวัสดีหมอวันนี้ดีจริงหมอว่างมาเตะบอลกับพวกเราได้”
“สวัสดีครับ” ทันตแพทย์ชยณัฐยกมือไหว้นายทหารเพื่อนพี่ชายซึ่งเป็ประธานรุ่นและแม่งานจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลในวันนี้
“หมอยังหล่อใสเหมือนเดิมเลยนะ น่าอิจฉาจริงไม่เหมือนพวกเราดำด้านถึกขึ้นทุกวัน” ปัญจ์นายทหารหัวเกรียนทักทายน้องชายของเพื่อนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะเคยเล่นฟุตบอลด้วยกันบ่อยครั้ง
“สวัสดีคุณข้าว อ้าวหมอไนซ์มาด้วยเหรอคะวันนี้” ‘ชัญญา’ ภรรยาสาวของพันเอกปัญจ์เลือกที่จะทักทายเพียงหมอหนุ่มผู้อยู่ในเอลิสต์อย่างทันตแพทย์ชยณัฐเพียงคนเดียว
“นี่เชอรีล น้องสาวพี่เองเพิ่งจบจิตวิทยาคลินิกกำลังจะไปรายงานตัวที่กรมสุขภาพจิตวันจันทร์นี้แหละ ฝากหมอดูแลรุ่นน้องหน่อยนะคะ” ข้างกายของชัญญามีหญิงสาวหน้าตาคล้ายคลึงกันแต่ดูอ่อนเยาว์กว่ายืนยิ้มบางๆ ส่งมาให้หมอหนุ่มโดยเฉพาะ
ไนกี้และปั๊บค่อยๆ เลี่ยงออกมาจากวงสนทนา
“อยู่กันตั้งหลายคนทักน้าไนซ์คนเดียว” ไนกี้บ่นพึมพำ
“เบาได้เบาคุณน้อง” ขณะอัปสราส่ายหน้าขณะวางข้าวของจองที่นั่งรอสมาชิกคนอื่นๆ ที่ดูท่าว่าจะมีการวนเวียนเข้ามาทักทายกันไม่หยุดหย่อน หญิงสาวดึงปีกหมวกแก๊ปต่ำลงปิดบังใบหน้าพยายามทำตัวให้นิ่งทั้งที่ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเพราะเพิ่งเคยเข้ามาในบริเวณสนามหญ้าเทียมเป็ครั้งแรก
ผู้คนเริ่มทยอยมากันมากขึ้น ดูจากท่วงท่าการเดินคงไม่พ้นเป็นายทหารสังกัดกองทัพบกเพื่อนพันเอกเศรษฐภัทรที่นัดมาซ้อมฟุตซอลกันในวันนี้
“ได้ที่นั่งหรือยัง นั่งด้วยกันไหมคุณชัญญา” นีรชาขยับเก้าอี้ว่างให้สมาชิกใหม่ทั้งสามคน พอได้รับคำชวนชัญญาก็ดึงแขนน้องสาวให้ก้าวเข้ามาวางกระเป๋าแบรนด์เนมลงเบื้องหน้าโต๊ะที่ยังว่าง
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันไนซ์”
“นี่ครูแอฟน้องสาวพี่เอง”
อัปสรายกมือไหว้ชัญญาและพยักหน้าให้เชอรีลน้อยๆ แล้วก้มหน้าสนใจหน้าจอไอแพดต่อเมื่อสองสาวแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากจะสนทนากับเธอมากกว่านั้น
“วันนี้ปั๊บจะทำแฮตทริกโชว์พี่แอฟนะ” ปั๊บยืนวอร์มร่างกายอยู่ข้างสนาม
“โม้สุดๆ พี่ปั๊บ เอาแค่วิ่งได้สักชั่วโมงไม่หอบแฮ่กก็หรูแล้ว”
“ดูถูกมากไนกี้ งั้นวันนี้เราอยู่กันคนละทีม คอยดูว่าใครจะชนะ”
“ผมเลือกก่อนนะ กลัวได้แต่คุณลุงพุงพลุ้ยวิ่งไปกลิ้งไปสลับกันล่ะยุ่งเลย”
“อะไรไนกี้ เพื่อนผู้พันมีเริ่มมีพุงกันแล้ว?” อัปสราขมวดคิ้ว “อายุเพิ่งจะสี่สิบกว่ากันเองไม่ใช่เหรอ”
“โธ่พี่แอฟ แค่สามสิบห้าบางคนก็ไปแล้ว ไม่เหมือนผู้หญิงนะที่เข้าหลักสี่แล้วยังสวยพริ้งแบบคุณนายข้าว”
“พูดถูกใจมากไนกี้ เดี๋ยวแม่เพิ่มค่าขนมให้” คุณนายข้าวหันไปกดไลก์ให้ลูกชาย
“ขอบคุณครับคุณนายคนสวย”
“แต่ต้องน้าหมออนุมัติก่อนนะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องรอจนเรียนจบมอต้นเลยมั้ง” ไนกี้ทำท่าหมดอาลัยตายอยาก
“เราไปทำอิท่าไหนล่ะถึงถูกน้าหมอลงโทษ” คราวนี้ไนกี้หุบปากฉับไม่ยอมพูด
“ความลับลูกผู้ชาย” เด็กหนุ่มบอกก่อนจะลุกออกไปวิ่งเหยาะๆ ข้างสนามปล่อยให้คุณแม่ยังสาวได้แต่ค้อนตามหลัง
“ไม่รู้อะไรกันนักหนาผู้ชายบ้านนี้ ถามเ้าปั๊บก็พลอยเงียบไปอีกคน แล้วครูแอฟล่ะรู้มั้ยว่าเขามีเื่อะไรกัน”
อัปสรายิ้มแหยๆ แทนคำตอบ
งานนี้ตัวใครตัวมันนะ เธอไม่ยุ่งล่ะ เดี๋ยวเปลืองตัว
“มื้อกลางวัน เราแยกตัวออกไปดีไหมจะได้เป็ส่วนตัวหน่อย” นีรชากระซิบขอความเห็น
“จะดีเหรอคะเพื่อนผู้พันทั้งนั้น นานๆ เจอกันที”
นีรชากรอกตามองบนพลางพ่นลมออกจากปากพรืดใหญ่โดยไม่ห่วงสวย
“ี้เีปั้นหน้าแล้วล่ะ” ภริยาท่านทูตป้องปากลดเสียงลงอีกนิด “เราไปกินข้าวเดินตลาดน้ำกันดีกว่า”
“แล้วผู้พัน?” อัปสรายังห่วงเพราะถ้าหากเป็นบิดาของเธอล่ะก็ ไม่มีเสียล่ะที่จะละทิ้งโอกาสสังสรรค์และผูกสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมอาชีพ
“ถ้าผู้พันอยากอยู่กับเพื่อนก็ปล่อยไว้นี่แหละ เราไปกันสองคนเดี๋ยวให้ปั๊บขับรถให้”
อัปสราอึ้งไปชั่วขณะ เอาจริงดิ!
นี่ถ้าเป็พลโทอิทธิ์ นาวีพิพัฒน์ เป็ได้บ้านแตกแน่ ถ้าถูกภรรยาลอยแพแบบนี้
“ไปเดินตลาดน้ำลำพญากัน พี่เห็นมันขึ้นในติ๊กต๊อก มีของกินเพียบแถมอยู่ใกล้แค่นี้เอง”
“วางแผนเที่ยวไหนอีกคุณ” พันเอกเศรษฐภัทรและน้องชายเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเตรียมลงสนาม
“ส่งกระเป๋ามาหมอ” ทันตแพทย์ชยณัฐยื่นกระเป๋าเป้ให้พี่สะใภ้ “เรากำลังคุยกันว่าจะไปเดินตลาดน้ำลำพญากัน คุณอยากไปด้วยกันมั้ย”
“ตลาดน้ำเหรอ ไปสิ ไปนั่งกินข้าวริมน้ำบ้างก็ดี ไม่ได้ไปเที่ยวแบบนี้นานแล้ว ว่าไงไนซ์ อยากไปมั้ย”
“ได้ครับ”
“ร้อนนะ...หนุ่มๆ จะไหวกันหรือเปล่า รอจนแข่งบอลเสร็จก็เกือบเที่ยง ถ้ายังไงระหว่างพักครึ่งให้ปั๊บขับรถไปส่งฉันกับครูแอฟสองคนก็ได้ คุณกับหมอไนซ์ก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ไม่ดีกว่าเหรอ เดี๋ยวเราก็ต้องออกโพสกันแล้วกว่าจะได้เจอกันอีกคงเป็ปี”
“เห็นหน้ากันจนเบื่อแล้วคุณ ถ้าวันนี้ไม่มีซ้อมบอลกันผมก็คงนอนอยู่บ้าน ไม่เป็ไรนานๆ ทีเราอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน อีกอย่างครูแอฟมาด้วยคงไม่อยากนั่งอยู่กับที่นานๆ หรอกมั้ง ไปหาของอร่อยที่ตลาดกินกันดีกว่า ครูว่าไง”
“แอฟไม่มีปัญหาค่ะ”
“งั้นตกลงตามนี้นะคะ รอคุณแข่งบอลเสร็จเราทั้งหมดก็ไปเดินตลาดน้ำกัน” “อุ๊ยน่าสนุกดี ขอไปด้วยคนได้มั้ยคะคุณข้าว”
“ได้ค่ะ แต่ร้อนนะคะจะไหวกันหรือเปล่า”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ดิฉันเคยไปออกรอบกับผู้พันบ่อยๆ” ชัญญาหันไปขยิบตากับน้องสาวคนสวยที่ทำหน้าแหยๆ
*************************
“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าปั๊บ ทีมเราคงแพ้หลุดรุ่ย” พันเอกเศรษฐภัทรหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอารมณ์ดีเมื่อทีมฟุตซอลที่ตนสังกัดเอาชนะทีมของหมอไนซ์และไนกี้ได้
5 ประตูต่อ 2
ปั๊บโชว์ลีลาการเลี้ยงบอลเข้ายิงประตูฝั่งตรงข้ามไป 2 ประตู ที่เหลือเป็ผลงานของนายทหารยศสัญญาบัตรรุ่นน้อง ชื่อ กรัณย์ และทรงเกียรติ ทำไปคนละ 1 ประตู และลูกสุดท้ายพันเอกเศรษฐภัทรโชว์ฝีมือการยิงด้วยตนเองหลังจากปั๊บส่งลูกให้เพื่อเอาใจผู้บังคับบัญชา
“ทีมพ่อมีหนุ่มๆ เยอะกว่านี่ครับ ส่วนทีมผมมีแต่รุ่นเดอะเตรียมขึ้นเป็นายพลกันทั้งนั้น นี่ถ้าไม่มีผมกับน้าไนซ์คอยวิ่งส่งบอลให้ไม่รู้จะทำประตูกันได้หรือเปล่า” ไนกี้บ่นอุบเมื่อจับสลากได้ทีมเตรียมนายพลในขณะที่บิดาและปั๊บจับสลากได้ทีมหนุ่มนายร้อย
“หมอไนซ์เก่งนะยังวิ่งในสนามสู้กับพวกนายร้อยได้”
“หมดสภาพเหมือนกันพี่ข้าว แต่ถ้าไม่วิ่งก็โดนถล่มยับสิ”
“คุณไม่รู้อะไร ถ้าปีนั้นไม่ติดว่าแขนหักเ้าไนซ์ก็ต้องสอบผ่านเข้าเป็นักเรียนนายร้อยแล้ว”
“จริงเหรอหมอ พี่นึกว่าหมอไม่สนใจจะสอบเป็นายร้อยเสียอีก”
“เป็หมอก็ดีแล้ว ถึงลาออกจากราชการก็ยังเป็หมอ เปิดคลินิกรับคนไข้ได้ แต่เป็ทหารอย่างผมสิถ้าลาออกก็คงเป็ได้แค่ รปภ.ล่ะ” พันเอกทูตทหารเล่นมุกจนขำกันทั่วทั้งคันรถ
“พ่อชวนเพื่อนมาด้วยทำไมเนี่ย ทำไมไม่ไปแค่พวกเรา มากคนมากความน่ารำคาญชะมัด” ไนกี้ซึ่งนั่งข้างคนขับเหลือบตามองกระจกหลัง ซึ่งมีรถเบนซ์คันโก้ของพันเอกภูดิศพร้อมภรรยาขับตามมา
“เอ๊า! เ้านี่ นั่นเพื่อนพ่อ ก็คุณนายเมียเขาอยากไปเดินตลาด เรามีสิทธิ์อะไรไปห้ามว่ะ พ่อไม่ใช่เ้าของตลาดซะหน่อย”
“ร้อนจะตายชักเมียเขาไม่สนใจหรอกพ่อแค่เดินตลาดน้ำ แต่เพื่อนพ่อตะหากที่จะเอาน้องชาย ร้อยโทกรัณย์อะไรนั่นใส่พานประเคนพี่แอฟ”
“ต้องโทษคุณนายข้าวมั้ยที่แนะนำว่าครูแอฟเป็น้องสาว คราวนี้หัวกะไดบ้านเราไม่แห้งกันล่ะ”
“อุ๊ย! ตากรัณย์ปลื้มคนของเราเหรอ ฉันตกข่าวได้ยังไง” นีรชาตาโต ระหว่างนั่งรอข้างสนามก็มัวแต่จะจับคู่เฌอรีลให้หมอไนซ์มากกว่า จนไม่ทันสังเกตว่าร้อยโทกรัณย์เข้ามาแอบตีท้ายครัวั้แ่เมื่อไหร่
“งั้นสิ คุณมัวทำอะไรอยู่จ๊ะคุณนาย ไอ้ภูดิศเข้ามาคุยกับผมว่าน้องชายมันสนใจครูแอฟ อยากรู้ว่าโสดหรือเปล่า ลองรับไว้พิจารณาก็ไม่เสียหายนะ ร้อยโทกรัณย์ก็ไม่เลวอนาคตคุณหญิงเห็นๆ” ท้ายประโยคหันมาแซวครูสาวที่นั่งอยู่ท้ายรถโดยไม่ได้ดูหน้าน้องชายตัวเองเลยว่าเริ่มจะแยกเขี้ยวแล้วสักนิด
บอลก็แพ้ แล้วยังจะแพ้เื่จีบสาวให้กับนายร้อยอีกเหรอเนี่ย!
พี่นิวนะพี่นิว มัวแต่เชียร์น้องชายนอกสายเื ทีน้องชายแท้ๆ อย่างเขากลับมองข้ามซะได้
ฮึ่ย! ตัดขาดความเป็พี่น้องซะดีมั้ย?!