“ค่อยโล่งอกที่เจอพี่ช้าง..ถ้าอย่างนั้นเราเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ”
กรองแก้วอมยิ้มถอนหายใจอย่างโล่งอกคิดว่าคืนนี้เธอจะต้องนอนกลางป่าเสียแล้วแอบคิดในใจว่าช้างช่างมารอเธอเหมาะเจาะกับเวลาที่เธอมาถึงเสียจริงแต่นั่นก็เป็เพราะคาดคะเนจากจดหมายที่ได้รับจากพุดซ้อนก็เป็ได้เธอไม่ได้คิดจะถามอะไรให้มากความแค่มีคนมารับเธอไปให้ถึงที่หมายที่จะไปก็เป็พอแล้ว
“แม่หญิงขึ้นเกวียนเลยจ่ะหนทางข้างหน้ายังอีกไกล”
ช้างช่วยหญิงสาวถือกระเป๋าเดินเข้าป่ามาไม่ไกลนักก็มาถึงเกวียนมีหลังคาที่ใช้วัวสองตัวเทียมเกวียนอยู่เขารีบให้หญิงสาวขึ้นไปบนเกวียนเพื่อที่เขาจะได้ออกเดินทางกลับโดยเร็ว
ชั่วโมงต่อมา
เกวียนที่ช้างเป็คนขับดูท่าทีว่าจะไม่หยุดพักแถมหนทางยังดูไม่ราบรื่นทำเอาร่างบางที่นั่งอยู่ด้านในตัวสั่นครอนตลอดเวลาทั้งเวลานี้ยังง่วงและเพลียเป็อย่างมากยิ่งเหมือนกับว่าเกวียนกำลังกล่อมเธออยู่ทุกเวลา
“นี่ก็ดึกมากแล้วพี่ช้างไม่หยุดพักผ่อนหรือคะ”
กรองแก้วนั่งข่มตาไม่ยอมหลับเป็เพื่อนช้างเธอคิดว่าเขาจะหยุดเกวียนกลางป่าแล้วพักผ่อนแต่ไม่มีวี่แววนั้นเลยจึงต้องเอื้อนเอ่ยถามเพราะกลัวว่าเขานั้นจะเหนื่อย
“หยุดไม่ได้หรอกจ่ะแม่หญิงหากเดินทางก็ต้องรีบป่าแถวนี้มันค่อนข้างอันตรายหากแม่หญิงเหนื่อยก็หลับพักผ่อนได้เลย”
ช้างยังคงหยุดที่กลางป่าตอนนี้ไม่ได้เขายังคงใช้แสงจันทร์ในคืนเดือนหงายส่องนำทางไปให้เร็วที่สุดเพราะป่าแถบนี้ขึ้นชื่อเื่สิ่งอันตรายที่มองไม่เห็น
“ค่ะพี่ช้าง”
หญิงสาวพยักหน้ารับตอนนี้เธอก็เพลียเกินกว่าจะยื้อให้หนังตาไม่ปิดลงเหมือนกัน
สามชั่วโมงต่อมา
ครื่นนนน
“..อืม..”
กรองแก้วรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าร้องตอนนี้เป็เวลาประมาณตีสามได้เธอรู้สึกว่าจู่ๆเกวียนก็หยุดจึงชะโงกหน้าไปดูคนที่บังคับเกวียนอยู่ข้างหน้าว่าเกิดอะไรขึ้น
“แม่หญิงฉันขอไปปลดทุกข์สักเดี๋ยวนะจ้ะ”
ช้างที่กำลังจอดเกวียนเมื่อหันมาเห็นว่ากรองแก้วตื่นแล้วเขาจึงรีบบอกหญิงสาวว่าเขาจะเข้าไปป่าปลดทุกข์สักเดี๋ยวให้เธอรออยู่ที่นี่ก่อน
“ค่ะพี่ช้าง”
กรองแก้วพยักหน้ารับใบหน้านวลเงยหน้ามองฟ้าจากที่มีแสงจากดวงจันทร์เพราะเป็คืนเดือนหงายตอนนี้กลับมืดสนิททั้งยังมีฟ้าร้องลมแรงอีกต่างหาก..มีเพียงแสงตะเกียงข้างๆเธอเท่านั้นที่ส่องสว่างเธอไม่รู้ว่าช้างจะพาเกวียนไปต่อได้หรือไม่เพราะเธอว่าตาเธอดีแล้วยังมองไม่ค่อยเห็นทาง
แฮร่ๆๆ...
“หา..ม..หมาป่า..”
กรองแก้วได้ยินเสียงอะไรผิดปกติหลังจากที่ช้างไปปลดทุกข์พักใหญ่จึงรีบยกตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่ข้างๆหันหลังกลับมามองที่ท้ายเกวียนภาพหมาป่าตัวใหญ่ดำทะมึนแยกเขี้ยวขู่เธออยู่ข้างล่างทำเอาหญิงสาวตัวเกร็งชาวาบดวงตากลมโตเบิกโพรงหายใจติดขัดเพราะความใกลัว
ฟึ่บบ
“อ๊ายยย...ช..ช่วยด้วยย”
ยังไม่ทันที่กรองแก้วจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเ้าหมาป่าตัวใหญ่ก็ะโขึ้นมาประชิดตัวเธอจึงทำให้ร่างบางรีบวิ่งหนีออกจากเกวียนโดยไม่คิดชีวิตกรีดร้องเอะอะโวยวายลืมตัวว่าแถวนี้ไม่มีคนอื่นไม่รู้ว่าช้างนั้นจะปลดทุกข์เสร็จหรือยังทำไมถึงกลับมาช้านัก
“อ..อ๊ายยยยยย....”
เมื่อร่างบางวิ่งแบบไม่คิดชีวิตภาพสุดท้ายตรงหน้าที่เห็นตอนนี้ก็เป็ปากเหวจะหยุดก็ไม่ทันเสียแล้วจึงร้องจนหมดสติไปไม่รู้เลยว่าตื่นมาตนจะมีชีวิตอยู่หรือไม่
บ่ายวันต่อมา
“อืม..ที่นี่ที่ไหนกัน..”
กรองแก้วสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาบนฟูกนอนสีขาวดวงตากลมโตมองไปบริเวณรอบๆเธอก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เธออยู่ในกระท่อมไม้ไผ่หลังคามุงด้วยแฝกหลังไม่ใหญ่มากนักร่างบางค่อยๆขยับตัวลุกนั่งเมื่อตั้งสติได้สมองก็พลันจำได้ว่าก่อนหน้าที่เธอจะตื่นเธอล่วงหล่นลงมาจากหน้าผาแล้วเธอยังมีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างไร
“เรายังไม่ตายใช่หรือเปล่า”
มือน้อยลูบหน้าลูบตาจับเนื้อตัวของตัวเองดูว่ายังมีความรู้สึกอยู่หรือไม่เมื่อมีความรู้สึกพลันริมฝีปากบางก็ยิ้มกว้างอย่างโล่งใจที่ตัวของเธอนั้นยังมีชีวิตอยู่
“แล้วเรารอดมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
มือน้อยรวบสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะค่อยๆลุกเดินไปเปิดประตูไม้ไผ่ออกมาด้านนอกเพื่อตามหาเ้าของกระท่อมแห่งนี้หากเขาเป็คนที่ช่วยเธอเอาไว้เธอจะได้รีบขอบคุณน้ำใจของเขา
“..ที่นี่มีกระท่อมหลังเดียวเองหรอกหรอ..”
ร่างบางค่อยๆย่างเท้าอย่างกล้าๆกลัวๆออกมาจากกระท่อมช้าๆดวงตากลมโตกวาดมองซ้ายมองขวาก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะคิดว่าที่แห่งนี้จะเป็หมู่บ้านคนเสียอีกแต่กลับมีเพียงกระท่อมหลังนี้หลังเดียวเท่านั้นบริเวณรอบๆก็เป็พื้นที่โล่งเล็กน้อยสลับกับต้นไม้สูงใหญ่ดูท่าว่าที่นี่จะมีแค่กระท่อมหลังนี้หลังเดียวจริงๆ