วันต่อมา...
โชคกับลัคกี้มาเคาะบ้านกันต์แต่เช้ามืดเลย เนื่องจากวีรกรรมที่กันต์ไปสร้างไว้เมื่อวาน ทำให้มีกลุ่มคนไม่น้อยมาติดต่อว่าจ้างภารกิจกันยกใหญ่ แม้แต่ผู้นำสมาคมนักล่าในเขตชั้นกลางเองก็ยังเดินทางมาด้วยตนเอง ทำให้โชคกับลัคกี้ถึงกับต้องปิดร้านไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะคนที่ต้องการจ้างทำภารกิจปาเข้าไปสองร้อยกว่าคนแล้ว
ส่วนกันต์ยังคงนอนหลับอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร เป็นใบหม่อนที่ต้องออกมาเปิดประตูให้โชคกับลัคกี้ ทั้งสามพูดคุยปรึกษากันอยู่พักใหญ่ แต่กันต์ก็ไม่มีทีท่าจะตื่นนอนเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายใบหม่อนก็ลองใช้สูตรเดิมคือการทำอาหาร และก็เป็นไปตามคาดเมื่อกันต์ได้กลิ่นอาหาร ถึงได้ยอมลุกออกมาจากเตียงได้สักที
เมื่อทั้งสี่นั่งลงทานอาหารเช้า โดยมีท่าทีงัวเงียของกันต์ ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทว่าเมื่อมื้อเช้าจบลงโชคก็เริ่มพูดเข้าประเด็นทันที ทำเอาคนที่เหลือนั่งงงไปตามๆ กัน
"กันต์นายคิดจะใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่จุดอพยพที่ 6 ไปถึงเมื่อไหร่!?"
"พี่โชคอยากให้ผมนำพากลุ่มย้ายไปจุดอพยพอื่นสินะครับ"
"นายเองก็รู้ไม่ใช่หรอว่าจุดอพยพทั้งหมดถูกจัดอันดับตามความแข็งแกร่ง จากข่าวล่าสุดที่มีการอัพเดตมา จุดอพยพที่ 7 จังหวัดปทุมธานี ถูกฝูงสัตว์กลายพันธุ์บุกเมื่อคืน และได้ขาดการติดต่อไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าคงร้ายมากกว่าดี คิดว่าอีกไม่นานจุดอพยพที่พวกเราอยู่ก็คงมีจุดจบที่ไม่ต่างกัน"
"แล้วพี่โชคมีแผนว่ายังไงบ้าง"
"พี่ขอถามตรงๆ เลยก็แล้วกันนะ อันดับลิสต์ของโลกนายคือหนึ่งในห้าหมื่นใช่มั้ย!?"
"หนึ่งในหมื่นต่างหากครับ"
"ว่ายังไงน้าาา!!!!" ใบหม่อนกับลัคกี้อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน ซึ่งกันต์เองก็พยักหน้าเพื่อยืนยันว่าเป็นความจริง ทำเอาใบหม่อนกับลัคกี้ถึงกับช็อคค้างแน่นิ่งไป ที่กันต์ยอมรับอย่างง่ายดาย เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อวานทั้งหมด ทำให้เขามั่นได้ว่าสามคนนี้จะไม่มีทางหักหลังเขาแน่นอน
ส่วนโชคที่คาดเดาผิดพลาดถึงกับอึ้งไปไม่น้อย เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนทุกๆ ครั้งที่กันต์จะออกล่ามักจะบอกเล่าถึงอันดับของตนให้เขาฟังเสมอๆ และตอนนั้นยังรั้งอยู่อันดับล้านต้นๆ ของโลกอยู่เลย แต่แค่พริบตากลายเป็นหนึ่งในหมื่น ทว่าโชคเองก็ไม่คิดที่จะถามซักไซร้อะไรอีก ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นต่อทันที
"กันต์พอจะพาพวกเราย้ายไปอยู่จุดอพยพที่ 1 ได้ไหม และถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้นายสร้างกิลด์ เพื่อก้าวขึ้นเป็นกลุ่มขั้วอำนาจที่สาม" โชคครุ่นคิดเพียงแค่ชั่วครู่ก่อนจะรีบบอกจุดประสงค์ทันที
"เรื่องย้ายไปจุดอพยพที่ 1 ไม่มีปัญหาครับ แต่ขอเหตุผลในการสร้างกิลด์ก่อน แล้วผมถึงจะตัดสินใจอีกทีนึง"
กันต์ตอบโดยแทบจะไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ เพราะเขากับพี่โชคเองก็เคยคิดเรื่องการย้ายจุดอพยพไว้มานานแล้วเหมือนกัน แต่เป็นเพราะสถานการณ์ทางการเงินที่ต่ำเตี่ยเรี้ยดิน จึงไม่มีปัญญาจ้างกลุ่มนักล่าพาข้ามจุดอพยพ ทำให้พวกเขาติดอยู่ในจุดอพยพที่ 6 มาโดยตลอด ทุกคนต่างก็ต้องการย้ายไปอยู่ที่จุดอพยพที่ 1 ทั้งนั้น
เพราะในเวลานี้จุดอพยพที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา นั้นมีพื้นที่อาณาเขตกว้างมาก ทั้งกองกำลังรบรักษาพื้นที่ กลุ่มนักล่า จัดว่าแข็งแกร่งจนน่ากลัว และเป็นสถานที่ปลอดภัยมากที่สุดอีกด้วย นับตั้งแต่วันแรกที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยมีจุดอพยพทั้งหมด 75 จุด แต่เวลาเพียงแค่ 3 ปีกลับเหลือเพียง 6 จุดเท่านั้น
ด้วยความที่จุดอพยพทุกจังหวัดต้องรับมือกับการบุกของฝูงสัตว์กลายพันธุ์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีการสูญเสียไปไม่น้อย จนไม่อาจตั้งรับและต้องล่มสลายไปในที่สุด ส่วนจุดอพยพที่ 1 นั้นแตกต่างออกไปเพราะมีนักล่าที่ติดอันโลกหนึ่งในหมื่นถึงห้าคน จน ณ เวลาปัจจุบันกลายเป็นสองขั้วอำนาจใหญ่ กับสามผู้ก่อตั้งสมาคมนักล่า
นอกเหนือไปจากนั้นแล้วยังมีนักล่าที่ติดหนึ่งในห้าหมื่น 23 คน หนึ่งในแสนอีก 101 คน จุดอพยพที่ 1 จึงกลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ของทุกคนที่อยากมีชีวิตรอดในประเทศไทย ทว่าสรวงสวรรค์แห่งนี้ไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้ไปเยือนหรอกนะ ยิ่งกับคนไร้ฝีมือด้วยแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ก็ล้วนแต่หนีไม่พ้นการถูกข่มเหงอยู่ดี
นั่นทำให้โชคผันตัวจากนักล่ามาเป็นพ่อค้าแทน เพื่อจะได้มีเงินมากพอที่จะจ้างกลุ่มนักล่า มาคุ้มกันพาย้ายไปอยู่ที่นั่นพร้อมกับน้องสาวและกันต์ แต่ทุกวันนี้ที่พวกเขายังไม่ได้ย้ายไป เพราะโชคเป็นพวกขี้สงสารเลยไม่ได้ค้ากำไรเกินควรเหมือนพ่อค้าคนอื่นๆ ทั้งยังคอยช่วยสนับสนุนกันต์อยู่บ่อยครั้งอีกด้วย ซึ่งตัวกันต์เองก็รู้เรื่องพวกนี้ดี
โชคที่ครุ่นคิดถึงเป้าหมายก็พูดตามที่เขาแพลนขึ้นมาทันที
"ที่พี่ให้นายสร้างกิลด์ มีสามเหตุผล
ข้อแรก พวกเราจะมีจุดยืนที่ชัดเจนในเขตอพยพ ข้อสอง การมีกิลด์จะช่วยให้กลุ่มนักล่ารวมตัวกัน ซึ่งเป็นผลดีในการป้องกันกิลด์ของพวกเราให้มั่นคง ข้อสาม เพื่อป้องกันการคุกคามจากมนุษย์ด้วยกันเอง เพราะถึงนายจะแข็งแกร่งแต่ถ้าต้องพบเจอกับปัญหาบ่อยๆ ครั้งก็คงไม่ชอบใจล่ะมั้ง"
"อะ..เอิ่ม.." กันต์ถึงกับหาข้อโต้แย้งมาเถียงไม่ออกเลย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เขินอายเล็กน้อย "เอาจริงๆ นะพี่โชค ผมไม่ชินกับการเป็นผู้นำสักเท่าไหร่ พี่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดีนะครับ"
โชคได้แต่ยิ้มรับมีหรือที่เขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ ทว่าเขาเองก็ได้เตรียมวิธีการรับมือเอาไว้แล้ว พลางทุบอกกล่าวขึ้นอย่างใจเย็น "ไม่ต้องเป็นห่วงไป พี่รู้ว่านายเป็นคนยังไง งานที่ต้องลุยนายก็รับไป ส่วนการบริหารจัดการดูแลงานในกิลด์ทั้งหมด พี่กับสองสาวตรงนี้จะช่วยจัดการให้เอง"
"ห๊าาาาา!!" ทว่าสองสาวที่ถูกระบุให้ช่วยงานพลันหายจากอาการช็อคค้าง แผดร้องเสียงหลงออกมาแทบจะพร้อมกัน ส่วนโชคกับกันต์ได้แต่หัวเราะขบขันกับท่าทางและอาการของทั้งสอง
ก่อนที่กันต์จะลองคิดทบทวนถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา จะยังไงก็ตามแต่ที่พี่โชคพูดมาก็มีเหตุผล ถ้าพวกเขาย้ายไปจุดอพยพที่ 1 ถึงแม้จะไม่หาเรื่องคนอื่น แต่คนอื่นๆ ไม่ได้คิดเหมือนกันกับพวกเขาสักหน่อย ต่อให้พวกเขาอยู่เงียบๆ ก็ต้องมีคนมารังควานบ้างเป็นธรรมดา การมีจุดยืนที่ชัดเจนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
แล้วอีกอย่างจะได้ไม่ต้องคอยเป็นกังวลว่าทั้งสาม จะเกิดปัญหาในยามที่เขาออกล่าตามลำพังอีกด้วย เพราะนับตั้งแต่ที่เขาได้รับโชคก้อนใหญ่วันนั้น เป้าหมายที่เขาต้องการคือการติดหนึ่งในพันของโลก หากทุกๆ ครั้งที่ต้องออกล่า แล้วต้องพาทั้งสามไปด้วยตลอด ยามที่ต้องพบเจอกับอันตราย เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะปกป้องทุกคนได้ตลอดหรือเปล่า ถ้าทุกการต่อสู้ต้องคอยมาห่วงหน้าพะวงหลัง วันนึงเขาอาจตกจากอันดับไปเรื่อยๆ ก็ได้
"ตกลงครับพี่โชค เอาเป็นว่าจะออกเดินทางเมื่อไหร่ก็บอกมาละกัน ส่วนของใช้ที่ต้องเตรียมในการเดินทาง มีอะไรบ้างก็ให้พี่โชคจัดการแล้วกันนะครับ" เมื่อตัดสินใจได้แล้วกันต์ก็เอ่ยตอบตกลงทันที นี่ถือเป็นการตั้งเป้าหมายครั้งแรกในชีวิต นับตั้งแต่ที่เขาได้ใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
"โอเค ถ้างั้นเริ่มจากการคัดเลือกภารกิจหาเงินก่อนเลย เพราะพวกเราจำเป็นต้องซื้อเสบียงในการเดินทางไกล และเมื่อไปถึงจุดอพยพที่ 1 พวกเราต้องมีทุนสำรองในการดำเนินการเรื่องต่างๆ อีกด้วย" สิ้นเสียงโชคเขาก็นำภารกิจกว่าสองร้อยภารกิจออกมาวางบนโต๊ะอาหาร ทำเอากันต์ถึงกับมองอย่างอึ้งๆ
"เฮ้อออ!! เป้าหมายช่างอยู่แสนไกลเหลือเกิน" กันต์ได้แต่สบถในใจอย่างเพลียๆ
หนึ่งเดือนต่อมา...
ในช่วงที่ผ่านมาโชคทำหน้าที่คัดกรองภารกิจทั้งหมดที่คุ้มค่าที่สุดมาให้กับกันต์ ส่วนมากจะเป็นภารกิจตามหาคนซะมากกว่า ซึ่งส่วนมากจะผลัดหลงไปจากกลุ่ม มีประปรายที่เป็นลูกหลานพ่อค้า และช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขาได้รับค่าตอบแทนเป็นผลที่น่าพึงพอใจมาก
ในแต่ละภารกิจกันต์จะพาใบหม่อนกับลัคกี้สลับกันไปคนละวัน เพื่อให้ทั้งสองพัฒนาทักษะด้านการต่อสู้และการเอาตัวรอด ส่วนกลุ่มของเอกลัคกี้ได้ขอแยกตัวออกจากกลุ่มอย่างถาวร เพราะเหตุการณ์ที่บอมมาหาเรื่องพวกเขา มันทำให้เธอเข้าใจถึงความเห็นแก่ตัวของคนในกลุ่มเธอ
ยิ่งเมื่อมารู้ข้อมูลเพิ่มเติมทีหลังว่ากลุ่มของเธอ แท้ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้คิดที่จะไปช่วยเหลือเธอเลย แต่ที่ทั้งสามไปนั่นเพราะพี่ชายของเธอขอร้องและเสียเงินจ้าง ยิ่งทำให้เธอถึงกับรังเกียจพวกเขามากกว่าเดิม ในเวลานี้ชื่อเสียงของนักฆ่าสีดำเริ่มโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกภารกิจที่เขารับมานั้นยังไม่มีผิดพลาดเลยสักครั้ง
ส่วนของที่ดรอปมาทั้งหมดก็เก็บของใครของมัน แต่คัดแยกพวกอาวุธเพื่อออกมาขาย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ค่าสถานะของทุกคนในกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะถ้าได้อัญมณีขนาดเล็กกันต์จะให้กับทั้งสาม ใช้เพิ่มค่าสถานะซะมากกว่า ส่วนตัวเขาใช้อัญมณีขนาดกลางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ด้วยเหตุผลที่ว่านับตั้งแต่ที่ค่าสถานะของเขาเกินห้าร้อย อัญมณีขนาดเล็กแทบจะไม่เพิ่มค่าสถานะเลย บางก้อนเพิ่ม 0 บางก้อนเพิ่ม 1 มันจึงไม่คุ้มค่าในการใช้อัญมณี แต่ก็ช่วยให้ความแข็งแกร่งของใบโชคกับลัคกี้ที่รั้งอันดับล้านต้นๆ ของโลก โดดก้าวขึ้นมาอยู่ที่อันดับห้าแสนกว่าๆ ในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
ส่วนใบหม่อนที่เคยอยู่ในอันดับเก้าแสนต้นๆ ก็โดดก้าวขึ้นสามแสนกว่าๆ ผิดกับกันต์ที่แม้ค่าสถานะจะเพิ่มมากที่สุดในกลุ่ม แต่กลับอยู่อันดับ 8,871 ซึ่งขึ้นมาเพียงแค่สองอันดับเท่านั้น มันทำให้เขาใจได้ทันทีว่าแค่รั้งอันดับให้อยู่หนึ่งในหมื่นก็นับว่ายากพอสมควรแล้ว
เพราะขนาดวันๆ นึงเขารับภารกิจ 4-5 ภารกิจ และออกตั้งแต่เช้ามืดกลับเข้าเขตปลอดภัยดึกๆ ทุกวัน ยังขยับขึ้นแค่สองอันดับเท่านั้น ถ้าพักผ่อนเป็นเดือนๆ สงสัยหนึ่งในหมื่นคงรักษาไว้ไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งเป้าหมายล่าสุดที่เขาตั้งเอาไว้คือก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในพัน มันช่างดูริบหรี่จริงๆ
เมื่อกันต์เสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายที่ไปทำ โชคก็ปิดป้ายร้านแจ้งว่าปิดกิจการ ขณะที่กันต์กลับมาถึงบ้านเช่าของเขา ก็ถึงกับแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะคนที่ออกมาเปิดประตูออกมากลับเป็นเด็กสาวสองคน ที่ดูน่ารักสดใส วัยประมาณ 6-7 ขวบ ทำเอาเขาถึงกับต้องผงะถอยหลังออกมาหลายสิบก้าว แล้วชะโงกหน้ามองบ้านเช่าตัวเองใหม่อีกครั้ง ว่าเขาเข้ามาถูกบ้านหรือเปล่า พลางได้แต่พึมพัมเบาๆ
"ก็บ้านของตรูนี่หว่า แล้วมีเด็กๆ มาอยู่ได้ยังไงฟร่ะ!!"