ธันวานั่งนิ่งอยู่ที่คาเฟ่ มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่ยังจ้องมองสมุดบันทึกเก่าตรงหน้า
"ฉันยังอยู่ที่นี่"
คำพูดนั้นยังคงดังก้องในหัวของเขา
กรณ์และแพรไหมนั่งมองเขาด้วยสายตากังวล พวกเขาเองก็ััได้ถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวของธันวา แม้ว่าเขาจะกลับมาแล้ว…แต่บางสิ่งยังคงขาดหายไป
“ธันวา…” แพรไหมพูดขึ้นเบา ๆ “เราควรทำยังไงต่อดี?”
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก เขารู้สึกเหมือนสมองของเขาหมุนติ้ว มันเหมือนมีบางอย่างกำลังพยายามจะดึงเขากลับไปสู่โรงเรียนหลังนั้นอีกครั้ง
“…ฉันไม่แน่ใจ” เขาพูดเสียงแ่ “แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าฉันหายไปไหนมาตลอดสองวัน”
กรณ์พยักหน้า “ฉันคิดว่าเราอาจต้องกลับไปที่โรงเรียน”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปากของกรณ์ ลมเย็น ๆ ก็พัดผ่านคาเฟ่ที่พวกเขานั่งอยู่ แม้จะเป็เวลากลางวัน แต่ธันวากลับรู้สึกเหมือนมีเงามืดบางอย่างกำลังจ้องมองพวกเขาจากด้านนอก
เขาหันไปมองผ่านกระจกหน้าต่าง…
ตรงข้ามถนน มีร่างหนึ่งยืนอยู่
ร่างของชายคนหนึ่ง…หรืออาจจะไม่ใช่คน
เขาสวมชุดนักเรียนเก่า ใบหน้าซีดเซียว… และกำลังจ้องมองตรงมาที่เขา
ธันวาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก เขาอยากจะเชื่อว่านั่นเป็แค่ภาพหลอน แต่เมื่อเขากะพริบตา…ร่างนั้นก็ยังคงอยู่
“…เราต้องรีบออกจากที่นี่” เขาพูดพลางลุกขึ้นทันที
กรณ์และแพรไหมหันไปมองตามสายตาของธันวา แต่พวกเขากลับไม่เห็นอะไรเลย
“นายเห็นอะไร?” กรณ์ถามเสียงเครียด
“…เด็กนักเรียน” ธันวากลืนน้ำลาย “เด็กจากโรงเรียนเก่า”
แพรไหมหน้าซีด “ธันวา…แต่เราไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้ว”
ธันวาหันไปมองอีกครั้ง แต่ร่างนั้นหายไปแล้ว
หรือบางที…โรงเรียนอาจยังไม่ปล่อยเขาไปจริง ๆ
ธันวารู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติอย่างรุนแรง
ถึงแม้เด็กนักเรียนที่เขาเห็นจะหายไปจากสายตา แต่ความรู้สึกถูกจ้องมองยังคงหนักแน่นอยู่ในอากาศรอบตัวเขา
“นายแน่ใจนะว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้น?” กรณ์ถามเสียงเครียด
ธันวาหันไปมองกระจกของคาเฟ่อีกครั้ง แต่ตอนนี้ไม่มีเงาใด ๆ อยู่ตรงนั้นแล้ว มันเหมือน…มันรู้ว่าเขาเห็นมัน และเลือกที่จะหายไปเอง
“…ฉันไม่แน่ใจ” ธันวากล่าวช้า ๆ “แต่นายจำได้ไหมว่าโรงเรียนเก่ามีกระจกที่สะท้อนอะไรแปลก ๆ”
แพรไหมตัวแข็ง เธอพยักหน้าเบา ๆ “นายกำลังจะบอกว่า…มันยังอยู่ที่นี่ ผ่านเงาของเรา?”
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที แต่เขาก้มลงมองโต๊ะของพวกเขา แสงไฟจากเพดานสะท้อนลงมาทำให้เกิดเงาของทั้งสามคนบนโต๊ะ
เขามองเงาของตัวเอง…แล้วความเย็นะเืก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เงาของเขา…ไม่ได้ขยับเหมือนเขา
เขาขยับมือเล็กน้อย แต่เงาของเขาไม่ได้ขยับตาม
“กรณ์…แพรไหม…” ธันวาเอ่ยเสียงเบา สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เงาของตัวเอง “เงาของฉัน…มันผิดปกติ”
กรณ์กับแพรไหมรีบก้มมองเงาของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้ว แต่เมื่อพวกเขามองเงาของธันวา ทั้งสองคนก็หยุดนิ่ง
“…มันไม่ได้เป็เงาของนาย” แพรไหมกระซิบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
กรณ์ยื่นมือออกไปจะลองแตะเงาของธันวา แต่นาทีนั้นเอง เงาของธันวาก็ หันมามองพวกเขา
เงาที่ควรจะเป็ของธันวา…กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาว่างเปล่า!
ธันวากระโจนลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เงาของเขายังคงติดอยู่กับพื้น แต่มัน ยังคงจ้องมองเขา เหมือนมีสติของมันเอง
“…เราต้องออกจากที่นี่” ธันวาพูดเร็วจี๋ “ตอนนี้เลย”
กรณ์และแพรไหมไม่รีรอ พวกเขาลุกขึ้นตามเขาอย่างรวดเร็ว และรีบเดินออกจากคาเฟ่
แต่ขณะที่ธันวาเดินออกจากร้านนั้น เขามองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ที่กระจกหน้าร้านอีกครั้ง
และคราวนี้…มัน โบกมือลาให้เขา
ธันวาไม่อาจลบภาพสุดท้ายที่เห็นออกจากหัวได้—เงาของเขา โบกมือลาให้เขา ผ่านกระจกหน้าร้านคาเฟ่
เขากลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ พยายามหายใจให้ปกติ แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต้นแรงไม่หยุดก็ตาม
“นายเห็นแบบเดียวกับฉันใช่ไหม?” ธันวาถามกรณ์กับแพรไหม
กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าตึงเครียด “ฉันเห็นเงาของนาย…แต่มันไม่น่าจะขยับเองได้”
แพรไหมกอดแขนตัวเองแน่น “ฉันว่ามันไม่ได้ขยับแค่เองหรอก ธันวา…มันกำลังสื่อสารกับนาย”
ธันวาหายใจลึก… ใช่ เงานั้นไม่ได้เป็แค่ภาพสะท้อนอีกต่อไป แต่มัน มีเจตจำนงของมันเอง
ทั้งสามคนตัดสินใจกลับไปที่ห้องของธันวาเพื่อหาคำตอบเพิ่มเติม กรณ์ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ลึกลับของโรงเรียน ขณะที่แพรไหมลองเปิดสมุดบันทึกที่พบในล็อกเกอร์ของธันวาอีกครั้ง
“ลองดูนี่” กรณ์พูดขึ้นหลังจากค้นข้อมูลไปสักพัก “ฉันเจอข่าวเก่าเกี่ยวกับโรงเรียนของเรา… มีรายงานว่า มีนักเรียนคนหนึ่งที่ ‘หายไป’ หลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่เมื่อ 30 ปีก่อน”
ธันวากับแพรไหมขยับเข้ามาดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
“…หมายความว่ายังไง?” ธันวาถามเสียงเบา
กรณ์เลื่อนลงไปจนถึงภาพข่าวที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเก่า
ภาพถ่ายของกลุ่มนักเรียนในอดีต… และในกลุ่มนั้น มีเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก
“…นี่มัน” แพรไหมเอามือปิดปากตัวเอง
ภาพถ่ายนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งที่ดูเหมือน ธันวา ทุกประการ!
“ไม่นะ…” ธันวาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง “เป็ไปไม่ได้”
กรณ์อ่านข่าวออกมาเสียงเบา “ชื่อของเขาคือ… วีรัช”
ความจริงเริ่มคลี่คลาย แต่ก็นำไปสู่คำถามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว…
วีรัชคือใคร? ทำไมเขาหน้าตาเหมือนธันวา? และเขาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อย่างไร!?
ธันวานั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาของเขายังคงจ้องมองภาพถ่ายเก่าที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ—เด็กชายที่ชื่อวีรัช ผู้ที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยน
“…นี่มันเป็ไปไม่ได้”
เสียงของเขาแ่เบา หัวใจเต้นแรงจนแทบะเิ
กรณ์และแพรไหมเงียบไปพักใหญ่ พวกเขาเองก็พยายามประมวลผลสิ่งที่เห็น
“นายหมายความว่าไง?” กรณ์ถามเสียงแห้ง “นายกำลังบอกว่า…นายคือวีรัช?”
ธันวาส่ายหน้าเร็ว ๆ “ไม่ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่…มันเป็ไปไม่ได้ที่ฉันจะอยู่ในรูปถ่ายเมื่อ 30 ปีก่อน”
แพรไหมกัดริมฝีปาก “แล้วถ้ามันหมายความว่า…นายไม่เคยออกมาเลยจริง ๆ?”
คำพูดของแพรไหมทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท ธันวารู้สึกถึงความเย็นะเืไหลผ่านกระดูกสันหลัง
“เราต้องไปที่โรงเรียนอีกครั้ง” ธันวาพูดขึ้นในที่สุด “ถ้าเราจะหาคำตอบเื่นี้ มีเพียงที่เดียวที่เราจะรู้ได้แน่ชัด”
กรณ์กับแพรไหมมองหน้ากัน ก่อนที่กรณ์จะพยักหน้า “งั้นเราต้องวางแผนให้ดี”
ธันวาหยิบสมุดบันทึกที่พบในล็อกเกอร์ของตัวเองขึ้นมา เขาพลิกดูมันอีกครั้ง และพบว่ามีบางหน้าที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน
‘อย่าลืมตัวตนของนาย’
ประโยคนี้ถูกขีดเขียนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับคนที่พยายามจะเตือนอะไรบางอย่างแก่ตัวเอง
‘อย่าหันหลังกลับเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง’
ธันวาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“…เราอาจไม่มีโอกาสครั้งที่สอง ถ้าเรากลับไป”
กรณ์กับแพรไหมมองเขา ก่อนที่แพรไหมจะพูดขึ้นเบา ๆ “แต่ถ้าเราไม่กลับไป…เราอาจไม่มีวันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย”
คืนวันนั้น ทั้งสามคนเตรียมตัวสำหรับการกลับไปยังโรงเรียน พวกเขานำไฟฉาย สมุดบันทึก และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จเต็มไปด้วย แต่อะไรบางอย่างในใจของธันวากลับรู้สึกหนักอึ้ง
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงโรงเรียน อาคารเรียนเก่ายังคงตั้งตระหง่านท่ามกลางความมืด แสงจันทร์ส่องกระทบหน้าต่างกระจกที่แตกร้าวทำให้เกิดเงาสะท้อนที่ดูบิดเบี้ยว
ธันวากลืนน้ำลายขณะที่เขายืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน… ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่นี่ และคืนนี้ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง
กรณ์เป็คนผลักประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเข้าไป เสียงบานพับดังเอี๊ยดอ๊าดก้องไปทั่วพื้นที่
ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปข้างใน เสียงกริ่งก็ดังขึ้น
ติ๊งหน่อง… ติ๊งหน่อง…
ราวกับโรงเรียนรู้ว่าพวกเขากลับมาแล้ว