รุ่งอรุ่นย่างกาย อาทิตย์ค่อยๆ ฉายแสง เสียงงอแงของเ้าอ้วนน้อยซุนผูค่อยๆ ปลุกทุกคนในถ้ำเร้นลับแห่งนี้
แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านโอบอุ้มเ้าอ้วนน้อยที่ร้องงอแงหิวอาหาร นางดูเหมือนจะรับมือกับอาการหิวของเ้าอ้วนซุนน้อยไม่ไหวเลย ส่วนแม่แปดซุนเฟิ่งย่านางบิดกายพร้อมชดช้อยชายตากวาดสายตามองไปรอบถ้ำ ก่อนที่จะหยุดดวงตารูปหงส์ที่แสนทรงเสน่ห์ของนางมองมาที่ซุนนาน ที่ตอนนี้รีบเดินมาหาทั้งสามอย่างเร่งรีบ
ตัวซุนนานเมื่อเห็นสายตาเช่นนั้นของแม่แปดซุนเฟิ่งย่า หัวใจของมันก็รอบร้องเสียงดัง ห้วงความทรงจำเก่าๆ มากมายของมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง สำหรับแม่แปดซุนเฟิ่งย่านางอาจจะรู้สึกเพียงว่าซุนนานเด็กน้อยของนางพึงจากกันเพียงหลับฝัน
หากแต่ตัวมันซุนนานนั้น มันจากคนทั้งหลายไปนานดุจนิจนิรันดร์ข้ามผ่านเวลาหลายชาติภพ ทำให้เมื่อมันได้มองเห็นคนที่ตัวมันรู้สึกผูกพันสายตาของมันนั้นจึงเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึก แม่แปดเห็นสายตาเช่นนั้นของซุนนาน นางก็พลันคิดถึงเื่เมื่อคืน ั์ตาหวานเยิ้มของเ้าตัวน้อยซุนนานใช้กำลังคิดเื่อะไรพวกนั้น เช่นเื่ลามกของบุรุษและสตรีต่อนางรึเปล่านะ เมื่อนางคิดได้เช่นนี้จึงได้เดินไปดึงแก้มน้อยๆ ของซุนนานเบาๆ ไปๆ มาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูซุนนานตัวน้อยของนาง
"ซุนน้อยของแม่แปดเ้าช่างร้ายนัก ดูสายตาของเ้าเวลามองแม่แปดสิ สายตาแบบนี้อย่าให้ผู้ใดได้เห็นเชี่ยวเลยนะซุนน้อย... เห่อ ผิดที่แม่แปดเอง ที่กลั่นแกล้งเ้ามากไป จึงทำให้เ้าถึงขนาดต้องเอาแม่แปดผู้งดงามไปเพ้อฝัน" นางจุมพิตข้างแก้มของซุนนานเบาๆ ก่อนจะเริ่มเดินบิดกายออกจากถ้ำไป โดยไม่ถือสาสายตาที่ชวนเข้าใจผิดของซุนนาน
ส่วนตัวซุนนานมันก็ได้แต่สับสน สายตาของตัวมันผิดอะไร 'ตาของข้าผิดอะไรอย่างนั้นเหรอ ไยแม่แปดซุนเฟิ่งย่าถึงพูดแบบนี้' ซุนนานผู้หัวช้าต่อเื่สตรีเพศคิดในใจ ก่อนที่มันจะรีบไปหาแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน และรีบร้อนช่วยนางแก้ปัญหาของเ้าอ้วนน้อย
เมื่อแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเห็นซุนนานมา นางก็เริ่มสบายใจ ต้องให้พูดตรงๆ เื่ทำอาหารอะไรนั้นตัวนางแทบจะทำไม่เป็เลย และก็ไม่ใช่แค่นางเช่นกัน แม้แต่ซุนเฟิ่งย่าแม่แปดของซุนนาน นางก็ไม่เคยเข้าครัวด้วยตัวเองเช่นกัน ทำให้ภาระทำอาหาร ณ สถานที่แห่งนี้ตกเป็ของซุนนานแต่เพียงผู้เดียว
ซุนนานทั้งที่ตัวมันไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเมื่อวานมัวแต่ฝึกเคล็ดวิชามหารัญจวนจนมันผนึกแก่นเสมือนได้สำเร็จ แต่วันนี้มันกับรู้สึกไม่ง่วงเลย แถมตัวมันแทบไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็เพราะ ณ ตอนนี้มันสำเร็จเคล็ดวิชามหารัญจวนขั้นต้นแล้ว ณ ตอนนี้ร่างกายของมันเสมือนคนปกติที่มีแก่นกำเนิดแล้ว ตัวมันซุนนานรู้สึกได้ว่ามือไม้ของมันขยับได้สะดวกขึ้น หายใจก็โล่งปอด ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนหากมันจะเดินจะก้าว หากทำมากเกินไปจะเหน็ดเหนื่อยเหลือเกินจนมันแทบจะท้อใจหากแต่เพียงไม่แสดงออก พร้อมทำตัวแสร้งทำเหมือนว่าไม่เป็ไร ซึ่งต่างกับตอนนี้ที่ร่างกายของมันรู้สึกดีมากจริงๆ
ณ ตอนนี้ยามเช้าของคนทั้ง 4 สองสตรี กับหนึ่งเด็กน้อย หนึ่งทารก ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศเบาสบาย การได้เห็นสีหน้าของกันและกันที่เป็คนในครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันสำหรับซุนนานแล้วมันเป็ความสุขอย่างยิ่ง
และแล้ว่เช้าของวันก็ผ่านไปตัวของมันซุนนานทำข้าวต้มอีกเช่นเคย เนื่องด้วยเสบียงจัดเตรียมที่บิดาซุนก่างของมันเตรียมไว้ให้นั้นมีแต่ข้าวสารเป็ส่วนใหญ่ สิ่งอื่นๆ ใดให้เอามาปรุงไม่ค่อยมีเลย และนี่ก็นับว่าเป็เพียงวันที่สองที่ได้มาอยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้ หลายๆ อย่างนับว่ายังไม่อยู่ตัว ยังมีเื่ราวมากมายให้ตัวมันซุนนานและแม่เจ็ดแม่แปดซุนจิ้งหร่าน ซุนเฟิ่งย่าต้องเรียนรู้
ในตอนนี้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าดูเหมือนจะเป็คนที่มีอายุมากสุด นางจึงเริ่มเสนอให้มีการพูดคุยเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ณ ที่แห่งนี้
เดิมทีตัวซุนนานก็คิดที่จะพูดเื่นี้เหมือนกัน หากแต่พอแม่แปดซุนเฟิ่งย่าเสนอความคิดนี้ มันก็คิดได้ว่าดีเหมือนกัน มันยังอยู่ในร่างเด็กน้อยอายุ 8 ขวบ การมีความคิดความอ่านมากเกินไป จะดูผิดสังเกต
ไม่ช้าทั้งสามก็พูดคุยกันและเริ่มแบ่งหน้าที่ช่วยกันดูแล แม่แปดซุนเฟิ่งย่าเสนอให้มีการสำรวจพื้นที่ใกล้ๆ รอบถ้ำเร้นลับแห่งนี้ เพราะตอนที่พวกมันเข้ามาในที่แห่งนั้นดูจะฉุกละหุกเต็มทน ตอนนั้นตัวมันซุนนานก็ไม่ได้สติ มีแม่ใหญ่เป็คนเปิดดูแผนที่และชี้บอกทางตลอด ตอนนี้เวลาล่วงผ่านมาได้ระยะหนึ่งแล้ว การสำรวจดูเหมือนว่าเป็สิจำเป็จริงๆ
แม่แปดเสนอว่าหน้าที่นี่ควรเป็ของตน เพราะการสำรวจโดยรอบนับว่ามีอันตรายแอบแฝงอยู่ไม่น้อย ในฐานะที่าุโสุดนางควรเป็คนลงมือในหน้าที่นี้เอง แม้ตัวนางจะมีวรยุทธ์และระดับฝึกปราณต่ำกว่าแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านก็ตาม
หากแต่แม่แปดซุนเฟิ่งย่านางก็รู้จักตัวแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านดี ว่าสตรีนางนี้อุปนิสัยไม่ค่อยรู้ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเกินไป มักชอบทำอะไรตรงไปตรงมา และเชื่อคนอื่นง่าย ไม่ทันอุบายและเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ทั้งสิ้น แม่แปดซุนเฟิ่งย่ากังวลในจุดนี้มาก นางจึงไม่กล้าให้แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านทำหน้าที่สำรวจ
หากแต่หน้าที่ที่เหมาะสมกับนางแม่แปดเห็นว่าคือการเลี้ยงดูเ้าอ้วนน้อยซุนผูน่าจะดีที่สุด แม้แม่แปดจะรักและเอ็นดูเ้าอ้วนซุนผูไม่แพ้ใคร หากแต่เ้าอ้วนน้อยผู้นี้มันติดแม่เจ็ดเสียเหลือเกิน ทำให้นางคิดว่าการให้แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านดูแลเ้าอ้วนน้อยเป็หลักนับว่าเหมาะสมที่สุด
ส่วนตัวซุนนานแม่แปดมอบหน้าที่ดูแลทำอาหารเป็หลัก และนางก็ไม่อยากให้ซุนนานทำเื่อื่นๆ นอกจากนี้ หากแต่ตัวซุนนาน ตัวมันกลับคิดว่านี่ไม่ถูกต้อง มันจึงอาสาแม่แปดร่วมช่วยสำรวจสถานที่รอบๆ ด้วย เนื่องจากรอบด้านมีสมุนไพรมากมาย แม้จะได้เดินดูเพียงรอบๆ ในรัศมีสองสามร้อยจั้งก็ตาม ตัวมันเกรงว่าตัวแม่แปดจะไปพบสมุนไพรพิษต่างๆ หากไปคนเดียวนางจะเป็อันตราย มันจึงอาสาขอทำหน้าที่สำรวจพร้อมกับนาง
ตอนแรกแม่แปดก็ไม่ยอม หากแต่เมื่อซุนนาน ตัวมันกล่าวว่าตัวมันเป็หมอโอสถ แม่เปิดซุนเฟิ่งย่าก็ราวกับว่าคิดได้ และกล่าวว่าสมควรแล้วจริงๆ ที่จะพาซุนนานไปด้วย เพราะหากนางไปคนเดียว นางก็จะรู้เพียงว่าสถานที่ต่างๆ นั้นมีลักษณะอย่างไร หากแต่หาประโยชน์อย่างอื่นใดไม่ได้เลย นอกจากนั้นนางยังไม่รู้ว่าสิ่งใดกินได้สิ่งใดกินมิได้อีกด้วย
และเมื่อข้อสรุปเป็ดังนี้ทุกคนก็ต่างรีบเร่งทำหน้าที่ของกันและกัน
.
.
.
หากแต่ก่อนจะออกไปเดินสำรวจตัวมันซุนนานก็พึงนึกได้ว่า ตัวมันได้เรียนรู้วิชาจิติญญาผ่านการตระหนักรู้จากลำแสงของตัวตนอันยิ่งใหญ่มาหลายวิชา หากแต่มันยังไม่เคยใช้เลย เมื่อมันนึกได้ดังนั้นจึงลองเปิดเนตริญญาขึ้นดู มันคาดหมายว่าเ้าสิ่งนี้น่าจะช่วยในการออกสำรวจได้ดียิ่งขึ้น
หากแต่ทันทีที่มันเปิดเนตริญญาแล้วจ้องมองไปทางแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเพื่อที่จะกล่าวทักทายก่อนออกเดินทางไปสำรวจกับท่านแม่แปดซุนเฟิ่งย่านั้น ตัวมันซุนนานก็พบว่าทันทีที่มันเปิดใช้เนตริญญา มันก็สามารถรับรู้ในบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยเห็น
และในไม่ช้ามันก็ตระหนักรู้ในความสามารถนี้ในทันที
ที่รอบกายของแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเมื่อซุนนานเปิดเนตริญญา มันพบว่ารอบกายของนางมีมวลไอหมอกควันสีสันแปลกๆ จางๆ หลายสี
และด้วยความสามารถในการตระหนักรู้วิชาเนตริญญา ตัวซุนนานจึงรู้ได้ทันทีว่าหมอกควันสีต่างๆ เหล่านี้คืออารมณ์ส่วนลึกที่แสดงออกมาเป็สีสันต่างๆ ปกติผู้ฝึกเนตริญญาทั่วไปจะเห็นแต่เพียงเท่านี้ หากแต่ตัวมันซุนนานเนื่องจากมันได้เรียนรู้ [มหาปฐมอักษรแรกกำเนิด] สำเร็จทำให้เนตริญญาของมันไม่เพียงแต่มองเห็นเหล่ามวลไอหมอกควันแห่งห้วงอารมณ์เท่านั้น
หากแต่มันยังรับรู้ได้อย่างลึกซึ้งว่าอารมณ์ต่างๆ นั้นแฝงความนัยอะไรอยู่
ตัวซุนนานเมื่อได้ตระหนักรู้ถึงความสามารถแบบนี้มันก็ถึงกับใ ถ้าหากมันทำได้แบบนี้ มิใช่ว่าตัวมันจะเป็บุรุษที่มีความสามารถอ่านใจผู้อื่นได้อย่างงั้นรึ เมื่อมันคิดได้เช่นนั้นมันจึงเริ่มทดสอบในทันที มันใช้วิชาเนตริญญาเจาะจงไปยังกลุ่มไอหมอกสีสดใสเปล่งประกายก่อน เมื่อมันทำเช่นนั้นมันจึงรับรู้ความรู้สึกในใจของแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านได้ทันที มันเป็อารมณ์ของการตระหนักรู้ ไร้ซึ่งภาษาข้อความอธิบาย เป็เพียงการตระหนักรู้ขึ้นในจิตเฉยๆ
[ซุนนานน่ารัก] [ซุนนานเป็เด็กดี] [ซุนนานทำกับข้าวอร่อย] [อยากคุยกับซุนน้อยเยอะๆ] ... ความรู้สึกในใจของแม่เจ็ดในห้วงหมอกสีสดใสเป็เช่นนี้นี่เอง ตัวซุนนานคิด
จากนั้นในไม่ช้ามันก็เพ่งมองไปยัง ห้วงไอหมอกควันที่เป็สีขุ่นมัวออกเทาๆ บ้าง ซุนนานพบว่าหากหมอกควันเป็สีขุ่นมันแสดงออกถึงอารมณ์กังวล ความเศร้าและความหม่นหมองในจิตใจ [ข้าทำผิดต่อซุนน้อย] [ข้าเป็คนบาปของซุนน้อย] [ข้าเป็แม่ที่ไม่ดี] [ข้าละอายจังเลย] ...
หากแต่เมื่อตัวซุนนานรับรู้ความรู้สึกในไอหมอกสีหม่นตัวมันก็นึกในใจปนสับสน เหตุใดแม่เจ็ดจึงรู้สึกผิดและเป็กังวลกับข้ามากขนาดนี้ นางทำอะไรผิดต่อข้างั้นเหรอ ซุนนานตัวมันได้แต่คิด หากนับถึงความสนิทสนมตัวมันค่อนข้างไม่สนิทกับแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเท่าไรนัก เพราะแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเป็คนขี้อายและพูดน้อย ทำให้มันกับนางค่อนข้างห่างเหินกัน
หากแต่มีสิ่งใดที่นางทำผิดต่อตัวมัน ซุนนานคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
"ซุนน้อยเ้าเป็อะไร" แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านพูดทักขึ้น
ไม่ช้าตัวมันซุนนานก็ได้สติ มันพบว่ามันสนใจในห้วงไอหมอกแห่งความรู้สึกนั้นมากเกินไป ไม่ช้ามันก็กล่าวแก้เขินกับแม่เจ็ดว่าไม่มีอะไร ตัวมันแค่จะมาบอกว่ามันจะออกไปสำรวจข้างนอกกับแม่แปดซุนเฟิ่งย่าแล้ว ให้แม่เจ็ดดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นางพึงได้รับาเ็มาอีกหลายวันจึงจะหายดี
แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านยิ้มและพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่ซุนนานจะเดินจากไป
และเมื่อซุนนานตัวมันได้เดินไปพบแม่แปดซุนเฟิ่งย่า ตัวมันก็เปิดเนตริญญาขึ้นอีกครั้ง มันพบว่าห้วงหมอกแห่งอารมณ์ความรู้สึกของแม่แปดนั้น แตกต่างจากแม่เจ็ด เพราะมันมีส่วนที่สว่างสดใสไม่เยอะเท่าไหร่นัก นอกจากนั้นห้วงแห่งหมอกอารมณ์ยังมีสีหม่นเป็ส่วนมาก นอกจากนั้นยังมีบางจุดที่ถึงกับเป็สีดำมืด
ซุนนานไม่คิดมากมันเพ่งจิตไปที่หมอกอารมณ์สีที่ดำมืดที่สุดก่อนเป็อันดับแรก และมันก็ได้พบกับห้วงอารมณ์โกรธแค้นอันล้ำลึกในใจของแม่แปดมัน
[ข้าอ่อนแอ] [เ้าสาระเลวนั้นข้าต้องฆ่ามันให้ได้] [บิดาชั่วช้า] [ข้ามันก็แค่เด็กที่เกิดในหอนางโลม] [สตรีไร้เกียรติ] [เ้าพวกชั่วช้าที่ทำลายครอบครัวข้า ข้าต้องแก้แค้นมัน] [ข้าต้องแก้แค้นคนที่ทำร้ายมารดาข้าให้ได้]
ซุนนานตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่ง จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีมันก็พบว่ามีมือแสนนุ่มนิ่งกำลังจับดึงแก้มของมันอยู่
สตรีใบหน้างดงามผู้มีั์ตารูปหงส์ แม่แปดซุนเฟิ่งย่า
"ซุนน้อยเ้าเหม่อเวลาเห็นแม่แปดอีกแล้วนะ" นางพูดกับซุนนานพร้อมหยิกแก้เบาๆ ดึงไปมา
ซุนนานตัวมันหัวเราะเหอะๆ อยู่หลายทีพร้อมกล่าวขอโทษ พร้อมไม่ลืมกล่าวชมมารดาของมัน หาข้ออ้างกลบเกลื่อน "แม่แปดของซุนน้อยงดงามจนเกินไป ซุนน้อยมองแล้วใจเหม่อลอย"
ซุนเฟิ่งย่าหยิกหน้าและดึงแก้ซุนนานอีกครั้งยกใหญ่ ก่อนจะกล่าวบ่นน้ำเสียงตักเตือน "ซุนน้อยเ้ายังเด็กเกินไปที่จะคิดเื่พวกนี้รู้ไหม เ้าแอบคิดถึงร่างกายของแม่แปดอีกแล้วใช่ไหม"
.
.
.
เมื่อแม่แปดซุนเฟิ่งย่าพูดเช่นนี้ ตัวมันก็ระลึกได้ทันที ่เวลาที่มันกลับมาจากการทดสอบในศิลามารสำราญนั้นเป็่เวลาวันเดียวกับที่มันผ่านเื่ราวแสนรัญจวนใจกับแม่แปดมา ซุนนานใบหน้าแดงก่ำและพบว่าตัวมันถูกเข้าใจผิดไปเชื่อมโยงกับเื่มิควรเข้าเสียแล้ว
มันรีบออกปากกล่าวแก้ตัว "มิใช่นะขอรับท่านแม่แปด..."
หากแต่แม้มันจะพูดเช่นนั้น ใบหน้าแดงก่ำ และมันหูแดงๆ ของมันก็ดูเหมือนกับทำให้มันต้องจำนนต่อหลักฐานและเป็จำเลยในคดีนี้อย่างช่วยไม่ได้
"ซุนน้อยของแม่แปด พอแม่แปดพูดถึงเื่นี้เ้าก็หูแดงหน้าแดงเลยนะ แม่แปดไม่คิดเลยว่าซุนนานเด็กน้อยของแม่แปด หัวใจภายในจะเติบโตเกินวัยถึงเพียงนี้ เริ่มเป็บุรุษเพศสนใจสตรีแล้ว" แม่แปดพูดบอกกล่าวพร้อมเอามือบู้บี้ใบหน้าซุนนานไปมา
และในไม่ช้านางก็แนบหน้ามากระซิบข้างหูซุนนาน "ซุนน้อยหากเ้าชอบดูเรือนร่างสตรีเปลือยเปล่า แม่แปดจะเปิดให้เ้าดูก็ได้นะ"
!!! ไม่ช้าซุนนานตัวมันก็ถึงกับหน้าแดงอีกครั้ง แดงก่ำยิ่งกว่าก่อนเสียอีก ไม่ช้าตัวมันก็รีบที่จะกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ ไม่ ไม่ ในทันที พร้อมรีบดึงมือของแม่แปดออกเดินทางสำรวจบริเวณรอบถ้ำเร้นลับ แม่แปดซุนเฟิ่งย่านางเดินหัวเราะ คิคิ ตลอดทางเมื่อเห็นกิริยาเขินอายของซุนนานเด็กน้อยของนาง ที่ตัวมันรีบดึงไม้ดึงมือนางร่วมเดินทางเพื่อกลบเกลื่อนเื่น่าละอายของตัวมัน