ให้บ้านนางหรือ?ทังหว่านหรงตกใจเล็กน้อย แล้วรีบโบกมือ “ข้าจะรับได้อย่างไรพวกท่านช่วยเหลือข้าก็เป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงแล้ว รีบนำกลับไปเถิด”
“พี่ทังอย่าเกรงใจเลยเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงจับมือของนางแล้วยิ้ม“เราสองคนได้มาพบกันอีกถือเป็นวาสนาข้าเรียกท่านว่าพี่สาวก็ถือเป็นเรื่องที่โชคชะตากำหนดไข่เค็มพวกนี้ราคาไม่กี่อีแปะ พวกเราแค่ตั้งใจให้ของเล็กน้อยเหล่านี้เป็นการอวยพรขอให้ท่านป้าแข็งแรงขึ้นในเร็ววันเจ้าค่ะ”
เย่ชิงชิงพูดเพียงไม่กี่คำทังหว่านหรงก็ไม่อาจโต้แย้ง ทำได้เพียงรับตะกร้าไข่ไก่นั้นมาเงียบๆครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “พวกท่านพามันไปเถิดข้าจะบอกพี่สะใภ้ว่าขายเจ้าหมาไปแล้ว”
การที่ได้พบกับพวกเขานับเป็นเรื่องโชคดีที่สุดในชีวิตนาง!
“หากพี่สะใภ้ของท่านขอเงินขึ้นมาจะทำอย่างไร?” สุนัขตัวใหญ่ขนาดนี้อย่างน้อยก็ต้องมีค่าตัวแปดร้อยอีแปะ ซึ่งมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลยสำหรับหญิงชาวนาผู้หนึ่ง
เย่จื้อเฟิงได้ยินดังนั้นก็ต้องการนำเงินเก็บของตนเองออกมาให้ทังหว่านหรงเพื่อช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้แต่กลับถูกปฏิเสธอีกครั้ง
“ต้องขอบคุณในความหวังดีของพวกท่าน แต่ข้าไม่อาจรับเงินเหล่านี้ไว้ได้”ทังหว่านหรงส่ายหน้า แล้วยกตะกร้าในมือขึ้น “ใช้สิ่งนี้แลกกับเจ้าหมาได้พอดี”
ไข่เค็มหนึ่งตะกร้าหรือ?เย่ชิงชิงและเย่จื้อเฟิงมองหน้ากัน “เช่นนี้มันจะได้หรือ?”
เห็นกันชัดๆว่ามูลค่าไม่เท่ากัน เกรงว่าคนในครอบครัวของนางจะคิดว่านางถูกหลอกเสียแล้ว
ทังหว่านหรงก้มหน้าลงกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าไม่อยากให้เจ้าหมาถูกกินถือว่าข้าขอร้องเถอะนะ!”
เมื่อนางพูดขนาดนี้แล้วสองพี่น้องก็ไม่กล้าล่วงล้ำการตัดสินใจของนางอีกเมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ของนางก็ไม่พูดอะไรมาก
เย่จื้อเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า“ถ้าเช่นนั้น ฝากเลี้ยงเจ้าหมาไว้กับพวกเราก่อนหากเจ้าต้องการก็มาเยี่ยมมันได้ตลอดเวลา”
ทังหว่านหรงพยักหน้าดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ ทั้งสองยืนมองหน้ากันเงียบๆ
เย่ชิงชิงกระแอมไอเบาๆแล้วกล่าวแทรกขึ้นว่า “หมานั้นเป็นสัตว์ซื่อสัตย์นักกลัวก็แต่มันจะไม่ยอมไปจากเจ้านายนี่สิ”
เรื่องที่จะตามพวกเขาไปหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่งแม้จะไปด้วยกัน แต่สุนัขตัวใหญ่ขนาดนี้หากมันหาทางวิ่งกลับมาเองก็คงเป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกิน
“เจ้าหมาฉลาดและเชื่อฟังมาก” ทังหว่านหรงก้มตัวลงลูบหัวเจ้าหมานางกระซิบข้างหูมันอย่างอ่อนโยน
“โฮ่ง!” เจ้าหมาเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่นางพูดมันตอบรับและกระโดดขึ้นรถม้าเอง แล้วก็หันกลับมาสะบัดหางให้นาง
เย่จื้อเฟิงอดหัวเราะไม่ได้เขาเอื้อมไปลูบหัวมัน “เป็นหมาที่ดีจริงๆเช่นนั้นจะพาไปบ้านข้าแล้วนะ?”
“โฮ่ง โฮ่ง!” เจ้าหมาแลบลิ้นออกมาดูเหมือนจะไม่มีท่าทางไม่พอใจ มันคลอเคลียเย่จื้อเฟิงอย่างสนิทสนม
ทังหว่านหรงเห็นดังนั้นก็วางใจลงได้แล้วนางไม่ถ่วงเวลาพวกเขาอีกต่อไป กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะถือตะกร้ากลับบ้านไป
เจ้าหมานั้นฉลาดและเชื่อฟังจริงๆเมื่อมาถึงเมืองแล้วก็ไม่วิ่งซุกซน มันนั่งอย่างเรียบร้อยในร้านเย่ชิงชิงยังเปิดเนื้อตุ๋นไหหนึ่งให้มันกินด้วย
“เค็มไปหน่อยหรือไม่?” เย่จื้อเฟิงว่างจากช่วงเวลาที่ลูกค้าพลุกพล่านจึงหันกลับมาหยอกล้อมัน
เย่ชิงชิงมองท่าทางที่เจ้าหมากินอย่างตะกละตะกลามนางคาดว่ามันคงหิว จึงกล่าวว่า “ให้มันกินกับหมั่นโถวขาวดีหรือไม่?”
ตอนนี้ไม่มีข้าวสวยอีกทั้งการดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวก็คงไม่ช่วยอะไรนางไม่รู้ว่าเจ้าหมาจะกินหมั่นโถวหรือไม่
เย่จื้อเฟิงพยักหน้าเขาเดินไปร้านซาลาเปาข้างๆ เพื่อซื้อหมั่นโถวสีขาวสองลูกกลับมาเขากล่าวด้วยความกังวลเล็กน้อย “ไม่รู้ว่าแม่นางทังจะพูดให้พี่สะใภ้ของนางยอมรับได้หรือไม่”
แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนักแต่พี่ชายและพี่สะใภ้ของนางดูเหมือนจะเข้มงวดมากการรับไข่เค็มหนึ่งตะกร้าแลกกับเจ้าหมา เกรงว่าจะไม่จบลงง่ายๆ
เย่ชิงชิงเห็นสีหน้ากังวลของเขานางหัวเราะแล้วกล่าวว่า “อยากรู้หรือ? ตอนเรากลับบ้าน ก็แวะไปดูหน่อยก็แล้วกัน”
“จะไปเยี่ยมเยียนนางตามอำเภอใจได้อย่างไร...” เย่จื้อเฟิงขมวดคิ้วแล้วอ้าปากจะโต้แย้งเขาหยุดคิดแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ไปเยี่ยมหน่อยแล้วกันแต่เจ้าไปคนเดียวน่าจะดีกว่า ข้าจะรออยู่ข้างนอก”
“ทำไมข้าต้องไปคนเดียวด้วยเล่า ท่านไปไม่ได้หรือ?”
“ยังจะแกล้งโง่อีกรึ?” เย่จื้อเฟิงจ้องตา
เย่ชิงชิงแอบยิ้มแล้วหันหลังให้การแบ่งแยกชายหญิง บางครั้งก็เป็นเรื่องน่าสนุกดี
ดวงตะวันคล้อยต่ำสองพี่น้องนั่งรถม้ากลับบ้าน ในยุคที่ไม่มีไฟฟ้าและถนนลาดยางเช่นนี้การเดินทางในยามค่ำคืนนั้นยากลำบากยิ่งนัก ผู้คนจึงต้องรีบกลับถึงบ้านก่อนฟ้ามืด
เย่ชิงชิงเคาะประตูบ้านของทังหว่านหรงแล้วยกไหเนื้อตุ๋นในมือขึ้นมา“พี่ทัง ข้ามาหาหว่านหรงเจ้าค่ะ”
สะใภ้ทังยังจำนางได้จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าเองหรือ? น่าเสียดายนัก วันนี้หว่านหรงของเราไม่สะดวกต้อนรับแขก โปรดกลับไปเถิด!”
“เอ่อ...” เย่ชิงชิงทำท่าลังเลและกังวลจากนั้นก็ถามว่า “นางเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ? ไม่สบายหรือ?”
สะใภ้ทังเหลือบมองนางแล้วคิดในใจว่ายายเด็กคนนั้นขายเจ้าหมาให้ใครกัน?เช้าตรู่นางบอกว่ามีคนสัญจรผ่านมาซื้อไปคงไม่ใช่คนตรงหน้านี่หรอกนะ...
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ไม่ปิดบังนางกล่าวตรงๆ ว่า “นางก่อเรื่องขึ้นกำลังถูกลงโทษให้อยู่ในห้องเก็บฟืน แม่นางชิงมีอะไรจะกล่าวหรือไม่?”
“ก่อเรื่องหรือ?” เย่ชิงชิงถอนหายใจแผ่วเบาแล้วกล่าวว่า“หากเป็นเช่นนั้นก็หวังว่าพี่ทังจะใจเย็นลงข้าจะมาใหม่วันหลังเจ้าค่ะ”
ฟังนางพูดก็รู้ว่ากำลังลองใจเย่ชิงชิงคิดว่าตนเป็นคนนอก จะให้นางปล่อยทังหว่านหรงออกมาได้อย่างไร?สู้กลับไปก่อนจะดีกว่าการรักษาเจ้าหมาไว้ได้ก็ถือว่าไม่เสียแรงที่นางฝากฝังแล้ว