เจียลี่มาพบเขาที่หน้าประตูบ้าน
“หลินเซิน ข้ามีเื่จะบอกเ้า”
“เื่อันใดหรือ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน เงี่ยหูฟังสิ่งที่นางจะบอก
“ข้าต้องกลับบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับมาที่นี่อีก หวังว่าจะมีโอกาสได้เจอเ้าอีกนะ”
หลินเซินครุ่นคิดเื่ราวในหัวว่าจะทำอย่างไรดี เขายังไม่ได้คำตอบเลยว่าทำไมนางถึงทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังเื่ด้ายสีทองที่ผูกมัดเขากับนางอีก “ข้าต้องรู้ให้ได้ ว่าเ้าเป็ใคร ทำไมใจข้าต้องเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นหน้าของเ้า” ราวกับมีคนรู้ทัน เยี่ยนฟางใช้พลังส่งกระแสจิตไปหาเขา “ไปส่งนางที่บ้านสิ”
“เอ๋ เยี่ยนฟาง เ้าพูดได้แล้วหรือ” หลินเซินตาโตประหลาดใจ ส่งกระแสจิตกลับไปหานาง แต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับ
“เจียลี่ ข้าได้ยินมาว่าป่าทางนั้นมีสัตว์ดุร้ายออกอาละวาด โจรป่าชุกชุม แอบปล้นเสบียงของพ่อค้าที่ผ่านไปมาอยู่บ่อย ๆ ให้ข้าไปส่งเ้าที่บ้านดีหรือไม่” หลินเซินเสนอตัวเองอย่างที่เยี่ยนฟางบอก
“ส่งข้าที่บ้านหรือ หลินเซิน ข้าสงสัยมานานแล้วว่าเ้าเป็คุณชายบ้านไหนหรือ มีงานทำหรือไม่ เหตุใดถึงได้มีเวลามาเที่ยวเล่นกับข้าได้ทุกวัน แล้วก็ เ้ารู้ได้อย่างไรว่าบ้านข้าไปทางนั้น” ในที่สุดเจียลี่ก็ได้ถามสิ่งที่นางสงสัย
“ข้าอาศัยอยู่คนเดียวกับเ้าแมวน้อยตัวนี้มานานแล้ว งานของข้าก็ไม่มีอะไรมาก งานที่หนักที่สุดก็คือเลี้ยงเ้าแมวตัวนี้ ส่วนเส้นทาง เอ่อ ข้าได้ยินเ้าพูดกับบิดา แต่ว่าข้าน่ะ เคยผ่านอยู่หลายครั้ง รู้เส้นทางอย่างดี แล้วข้าเป็คนกินง่ายอยู่ง่าย รับรองว่าไม่รบกวนเ้าอย่างแน่นอน ข้ารับปากเลยว่าจะไม่มีอะไรกล้าแตะต้องเ้าแม้แต่ปลายเส้นผม” หลังบรรยายสรรพคุณของตนเองเต็มที่แล้ว เขาก็รอคำตอบของนางอย่างใจจดใจจ่อ หวังจะให้นางตอบตกลง แต่ถึงนางไม่ตกลง เขาก็คงแอบตามนางไปอย่างเงียบ ๆ อยู่ดี
“เช่นนั้นก็ถือว่าไปเที่ยวที่บ้านข้าก็แล้วกัน” เจียลี่ยิ้มกว้างให้เขา
เมื่อเตรียมของและเสบียงเรียบร้อยแล้ว หลินเซิน เ้าแมวน้อย เจียลี่และบิดาของนางก็นั่งรถม้าเดินทางออกจากหมู่บ้านเข้าเขตป่าทึบ
ป่าแห่งนี้เงียบสงัดไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนกร้องหรือเงาของสัตว์ตัวเล็กที่มักจะมาหากินผลไม้อยู่บริเวณนี้ เส้นทางแต่เดิมเป็ทางหญ้าถางเอาไว้สัญจร เวลานี้ต้นหญ้าสูงขึ้นจนท่วมเอว รถม้าจึงต้องค่อย ๆ ผ่านไปช้า ๆ ระวังอุบัติเหตุ
หลินเซินออกมานั่งข้าง ๆ จวีจิวฝูเพื่อเปลี่ยนกะหลังจากเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวัน
“ท่านลุง เชิญท่านพักข้างในเถิด ข้าจะคอยดูตรงนี้เอง” หลินเซินกล่าวกับเขาอย่างสุภาพแล้วถือสายบังเหียนเอาไว้
“ขอบใจ” เขาพยักหน้า
เมื่อเข้ามาข้างในแล้วจึงได้จังหวะเหมาะเจาะที่จะพูดคุยกับบุตรสาวเพียงคนเดียว
“เจียลี่ เ้าคิดกับเขาเช่นไรหรือ”
“ท่านพ่อ อย่าเสียงดังไป ทำไมท่านถึงถามข้าเวลานี้เล่า” เจียลี่ใไม่คิดว่าบิดาของนางจะถามเื่พวกนี้เร็วขนาดนั้น
“ข้าอยากรู้ว่าเ้าคิดเหมือนข้าหรือเปล่า เท่าที่ข้าดู ๆ เขามาสองสามเดือนก็ถือว่าไม่เลว นิสัยดี เอาใจใส่ ข้าเห็นนะเวลาเ้าอยู่กับเขา เ้ามีความสุขมาก ถ้าจะตกลงปลงใจละก็ ข้าไม่ว่า” จวีจิวฝูตัดสินใจเด็ดขาดว่าอย่างไรเสีย เขาก็ต้องให้บุตรสาวแต่งงานออกเรือนให้ได้
ข้างนอกรถม้า แม้ว่าจะมีประตูปิดกั้นอยู่ แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมาก็ทำให้หลินเซินแอบยิ้มเบา ๆ พลางมองหน้าเ้าแมวน้อยดวงตาใสแป๋ว หลังจากที่พบเจอเจียลี่แล้วไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเอง หลินเซินจึงหาอ่านหนังสือบ้าง สอบถามบัณฑิตต่างเมืองบ้าง เผื่อจะมีใครแก้ปัญหาในใจของเขาได้ “ข้ามีเื่ของสหายผู้หนึ่งจะสอบถามท่านบัณฑิต” ท้ายที่สุดทุกคนต่างตอบเหมือนกันว่า “สหายของท่านคงจะกำลังตกหลุมรักนางผู้นั้นเป็แน่”
“ไม่ต้องยิ้มกว้างเพียงนั้นก็ได้ ข้ารู้แล้วว่าเ้าดีใจมาก” เยี่ยนฟางที่รู้ใจหลินเซินส่งเสียงร้องเหมียว เหมียวให้เขา
ครั้นแสงอาทิตย์กำลังจะลาลับฟ้า หลินเซินจึงตัดสินใจหยุดพักริมลำธาร “วันนี้พอแค่นี้ก่อน พวกท่านนั่งพักให้หายเหนื่อยเถิด ข้าจะหากิ่งไม้แห้งมาก่อไฟเอง”
“ข้าไปด้วย” เจียลี่มองหน้าบิดา พอเห็นเขาหรี่ตาลง นางรู้สึกได้ว่าเขาต้องทำอะไรแน่นอน
“อ้อ ฝากดูแลลูกสาวข้าด้วย” จวีจิวฝูะโบอกหลินเซิน
“ไม่ต้องห่วงขอรับ ท่านลุง” หลินเซินพยักหน้าตอบบิดาของนาง
เจียลีเห็นท่าทางสองคนที่เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย จึงรีบเดินจ้ำอ้าวไม่รอหลินเซินเพราะเขินอายจนหน้าแดง
“เจียลี่ เ้าอย่าเพิ่งรีบเดินบุ่มบ่าม เดี๋ยวตก...” พูดไม่ทันขาดคำ เจียลี่ก้าวขาข้างหนึ่งตกลงไปในหลุม แต่หลินเซินที่สายตาว่องไวเห็นเช่นนั้นจึงใช้พลังคว้าคอเสื้อด้านหลังของนางไว้แล้วรีบเดินมาหา
“เอ๋! เมื่อครู่ เ้าอยู่ตรงโน้นไม่ใช่หรือ” เจียลี่สงสัยไม่นึกว่าเขาจะอยู่ใกล้นาง
“เ้าเจ็บที่ใดหรือไม่” หลินเซินเปลี่ยนเื่ ถามอาการของนาง
“ไม่ ไม่ ข้าไม่เป็อะไร”
“เช่นนั้น ไปหากิ่งไม้แห้งกันเถอะ ใกล้มืดค่ำแล้ว” หลินเซินเดินนำหน้านาง ทั้งคู่ช่วยกันเก็บเศษกิ่งไม้แห้งได้จำนวนหนึ่ง แล้วพากันกลับมาที่พัก เ้าแมวน้อยส่งเสียงเหมียว เหมียว อยู่ริมลำธารอย่างเคย
“หิวแล้วล่ะสิ” หลินเซินเดินมาที่ริมน้ำ จัดชุดให้เรียบร้อยก่อนจะลงไปหาปลาสามสี่ตัวมาเป็อาหารค่ำวันนี้
หลังจากกินอิ่ม จวีจิวฝูและเจียลี่ค่อย ๆ หลับตาลงพักผ่อน ส่วนหลินเซินยังคงนอนดูดาวกับเ้าแมวน้อย เพียงแต่อยู่ในป่าเช่นนี้ ทำให้เขามองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่ชัดสักเท่าใด จึงใช้พลังเซียนปัดกิ่งไม้ใบไม้ที่บดบังสายตาออกไป สุดท้ายแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ ครั้นกำลังสะลึมสะลือง่วงนอนกลับได้ยินเสียงแปลก ๆ บางอย่าง เขาห่มผ้าให้เ้าแมวน้อยก่อนจะเดินตามหาเสียงนั้น
เสียงความเ็ปโหยหวนกลางดึกนั้นวังเวงน่ากลัว หลินเซินคิดว่าในอดีต ชีวิตของเขาต้องทุกข์ระทมเป็แน่ แค่ได้ยินเสียงนี้ก็ไม่ชอบเลยแม้แต่น้อย ด้านเ้าแมวน้อยเยี่ยนฟางที่ได้ยินเสียงเช่นกันตื่นขึ้นด้วยสัญชาตญาณ เมื่อไม่เห็นหลินเซินอยู่ข้าง ๆ จึงร้องเรียกกระวนกระวาย นางเดินมาซุกอยู่ข้าง ๆ เจียลี่ตัวสั่นเทา
“เยี่ยนฟาง เ้าเป็อะไร” เจียลี่งัวเงียตื่นมาลูบหัวแล้วอุ้มเยี่ยนฟางขึ้นมากอด
เ้าแมวน้อยะโลงจากอ้อมแขนเดินนำหน้านางไปอีกทางหนึ่งของป่า เจียลี่รู้ทันทีว่าเยี่ยนฟางกำลังอยากออกตามหาหลินเซินด้วยความเป็ห่วง นางจึงเดินตามเยี่ยนฟางไปเรื่อย ๆ จนลืมไปว่ายามค่ำคืนไม่ควรออกมานอกที่พัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าทึบแห่งนี้
หลินเซินตามเสียงร้องนั้นมาได้สักพัก ข้างหน้าเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนหายใจรวยริน าแที่ขาอักเสบจนทำให้เกิดอาการหลอน เขาเอื้อมมือมาแตะที่ขาของชายหนุ่ม จังหวะนั้นภาพในอดีต่สั้น ๆ ผุดขึ้นมาในใจ หลินเซินจึงได้รู้ว่าเสียงร้องโหยหวนนั้นเป็เพราะคนข้างหน้ากำลังจมกับความโหดร้ายที่เกิดขึ้น เขาใช้พลังเซียนรักษาาแให้ชายหนุ่มจนหายดี เพียงแต่ว่าความคิดของคนผู้นั้นตกสู่วังวนอดีตไม่อาจถอนตัวได้ เกิดบ้าคลั่งตื่นขึ้นหมายจะทำร้ายเขา
“นึกแล้วเชียวว่าไม่ใช่าแธรรมดา เ้าเจอเื่ใดมาหรือ” หลินเซินพยายามพูดเรียกสติ “เ้า...”
ชายที่อยู่ตรงหน้าเขามีท่าทีเปลี่ยนไป เขาลืมตาขึ้นทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สติ หากแต่ดวงตาเป็สีแดง หูจิ้งจอกโผล่ขึ้นมา กรงเล็บยาวทั้งสิบนิ้วพยายามตวัดใส่หลินเซินอย่างอาฆาต
“เ้าจิ้งจอกน้อย หยุดได้แล้ว” หลินเซินพยายามเรียกเขาพลางหลบกรงเล็บที่ฟาดใส่ไม่หยุด
“เฮ้อ เ้าเหนื่อยหรือยัง จะหยุดเมื่อใดหรือ”
ผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มผู้นี้ไม่มีทีท่าจะลดละความตั้งใจเอาเืเอาเนื้อหลินเซิน ทั้งยังคล้ายจะบ้าคลั่งขึ้นทุกชั่วขณะ
“ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วเ้าไม่ฟัง อย่าหาว่าข้าใจร้ายแล้วกัน” หลินเซินเลิกคิ้วคิดจะเล่นสนุก เดิมทีเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วค่อนข้างเสียภาพลักษณ์ไปหน่อย แต่วิธีเ้าป่าแบบดั้งเดิมนี่แหละ ต่อให้คลุ้มคลั่งมากแค่ไหน ก็ย่อมโอนอ่อนลงเมื่อพบผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเสมอ
หูหมาป่าสีเทาแกมชมพูทั้งสองข้างของหลินเซินโผล่ขึ้นมา ข้างหนึ่งมีพู่ห้อยสะบัดตามสายลม เขานับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะคำรามเสียงดังก้องจนจิ้งจอกน้อยสงบเสงี่ยมฟุบหลับไปในทันที เพียงแต่ว่าคนที่ได้ยินเสียงคำรามของเขาเมื่อครู่ไม่ได้มีแค่เ้าจิ้งจอกน้อย หลินเซินหันหน้ามาด้านหลังของเขาเห็นเจียลี่ยืนตาโตตะลึงงัน ไม่แพ้เ้าแมวน้อยที่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เจียลี่เห็นภาพสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าจนใกลัว นางโอบเ้าแมวน้อยไว้แน่น ขาทั้งสองข้างเตรียมหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ก็นั่นแหละความเร็วมนุษย์หรือจะสู้หมาป่า หลินเซินวิ่งมาดักข้างหน้านางกันไว้ไม่ให้หนี แต่เจียลี่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หันหลังไปอีกทาง จังหวะที่วิ่งจึงหันมามองดูข้างหลัง เมื่อไม่เห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นแล้วก็คิดว่าหนีพ้น ไหนเลยพอหันหน้ามากลับเห็นเขายืนรออยู่ เ้าสิ่งนั้นพุ่งตัวเข้าหานาง ไม่ว่าจะหันไปทางไหน คล้ายจะหนีไม่รอดเสียแล้ว
“ถ้าเ้ากล้าวิ่งหนีอีก ข้าจะกินเ้า” หลินเซินขู่นางโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเดินเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ
“ข้า... ข้า...” เจียลี่อึกอัก กลัวจนพูดไม่ออก ั้แ่เกิดมานางไม่เจอเผ่าพันธุ์อื่นเลย นึกว่าเื่พวกนั้นมีแต่ในตำนาน
“ถ้ายังไม่อยากตาย ทำตามที่ข้าบอก ไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าจะค่อย ๆ กินเ้าอย่างเอร็ดอร่อย” หลินเซินย้ำอีกรอบ