ความโหดร้ายของจักรวาลมีหรือที่ทันย่าจะไม่รู้ นับั้แ่ที่เขาได้รับยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอทเข้ามาภายในร่างกาย เขาก็ได้เห็นภาพความทรงจำที่หลั่งไหลอยู่ในยีนส์พันธุกรรมอย่างไม่รู้จบ สองเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ประหลาด สิ่งเหล่านี้เป็อะไรที่ไม่สามารถห้ามปรามได้
มนุษย์มองพวกสัตว์อวกาศเป็แหล่งทรัพยากรชั้นดี ทุกชิ้นส่วนของสัตว์พวกนี้แอบแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์พิเศษที่ยิ่งใหญ่ บ้างก็เอาคมเขี้ยวที่แข็งแกร่งของพวกมันมาสร้างเป็อาวุธ หรือนำเกล็ดิัมาสร้างเป็ชุดเกราะเทคโนโลยี เสริมสร้างพละกำลังในการต่อสู้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สัตว์อวกาศเองก็มีมุมมองที่ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่นัก ถึงพวกเขาจะมีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่เป็ของตนเอง
แต่สัตว์อวกาศนั้นแตกต่างไปจากพวกสิ่งมีชีวิตจำพวกมีสองเท้าอย่างสิ้นเชิง ความคิดกระบวนการแตกต่างไปจากพวกมนุษย์ และพวกเขาส่วนใหญ่จะมีจำนวนที่น้อยมากยิ่งกว่า เพราะมนุษย์ถือเป็สิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดในจักรวาลแห่งนี้ เป็อะไรที่เสียเปรียบอยู่เสมอมา
ทว่าการพัฒนาและวิวัฒนาการของสัตว์อวกาศก็รวดเร็วและแข็งแกร่งมากยิ่งกว่าเช่นเดียวกัน
พวกเขาจะใช้พวกเหล่ามนุษย์เป็สารอาหารชั้นเลิศ พอได้กลืนกินก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
ความจริงในเื่นี้ได้ทำให้ทันย่าไม่อาจปฏิเสธได้ เขารู้สึกว่าเนื้อของมอนเตอร์ที่ตนกำลังกินอยู่ตอนนี้มันจืดชืดลง ความอยากอาหารในตอนแรกจางหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะทันย่าเหมือนกำลังอยู่ในอาการที่สับสนเป็อย่างมาก เขายังเป็มนุษย์อยู่หรือว่าราชันอย่างเบฮีมอทกันแน่
ตอนแรกเขามีความคิดแค่ว่าจะต้องสังหารพวกมันเท่านั้น เขาไม่ได้สนใจที่จะกินซากศพของพวกนักสู้พันธุกรรมและมนุษย์เลยซักนิด
[เ้าไม่ต้องไปสนใจถึงศีลธรรมอันดีอะไร เบฮีมอทคือสายพันธุ์สัตว์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล]
[ถ้ายังคงมีความคิดเฉกเช่นมนุษย์อยู่ ซักวันนึงความคิดเ่าั้มันจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง]
ดาวาลเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ตน สำหรับเธอแล้ว มนุษย์ก็เป็เพียงแค่สิ่งมีชีวิตรูปแบบนึง
พวกมันไม่ต่างไปจากมอนเตอร์หรือเหล่าสัตว์อวกาศ อันที่จริงมันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนซะมากกว่า
ทันย่าเองก็ยังเด็กอยู่ เขายังไม่เคยเห็นถึงความโหดร้ายของจักรวาลที่แท้จริง
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ หลังจากที่ถูกฝากฝังไว้ด้วยยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอท ฉันเองก็เตรียมใจที่จะละทิ้งความเป็มนุษย์ไปนานแล้ว”
“หลังจากนี้ฉันจะแปรเปลี่ยนความคิดของตนเองใหม่ มองพวกมันเหล่ามนุษย์เป็แหล่งอาหารชั้นดีที่ทำให้ตนเองวิวัฒนาการขึ้นได้”
เมื่อทันย่าได้ละทิ้งความคิดและมุมมองของมนุษย์ไปอย่างสมบูรณ์ นับจากวันนี้เป็ต้นไป ดาวเคราะห์โลกก็ได้ให้กำเนิดสัตว์ร้ายอวกาศที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในอนาคตที่ห่างไกล เขาจะกลายมาเป็ต้นแบบให้กับเหล่าสัตว์อวกาศในยุคหลังนับไม่ถ้วน
หลังจากการปะทะกับหมาป่าโลหิตจันทรา ทันย่ากับลูกสมุนคู่ใจก็ได้ออกล่ามอนเตอร์หลากหลายชนิด ในอาณาเขตกว่าหลายสิบกิโลเมตรได้กลายมาเป็ถิ่นฐานที่มอนเตอร์ระดับต่ำไม่กล้าเข้าใกล้ พวกมันพอได้เห็นฝูงหมาป่าเขี้ยวโลหิตก็ต่างวิ่งหลบหนีกันให้จ้าละหวั่น
สัญชาตญาณของพวกมันหวาดกลัวต่อความตาย พยายามจะอยู่ให้ห่างจากกลิ่นอายสุดอันตรายที่แพร่ออกมาจากใจกลางเหล่านั่น
เวลาผ่านไปหลายวันในบริเวณนึงของเมืองที่พังทลาย ทันย่าได้สั่งให้หมาป่าโลหิตจันทรานำฝูงเข้าโจมตีพวกมอนเตอร์อีกกลุ่มนึง
พวกมันคืออสรพิษหางเหล็ก โดยที่ผู้ปกครองของพวกมันก็คืออสรพิษเหล็กกล้า อสูรกายที่วิวัฒนาการมาจากงูหลามจากยุคอดีต
ลักษณะเป็มอนเตอร์กลายพันธุ์ระดับ 5 มีลำตัวยาวกว่า 10 เมตร ตลอดร่างกายและิัเป็ปล้องๆเหมือนกับแมลงปีกแข็ง ลำตัวประหนึ่งมีโลหะทับซ้อนกันหลายสิบชั้น ศีรษะดูใหญ่โตและน่าเกรงขาม มีพละกำลังรวมถึงความทนทานที่แข็งแกร่งเป็อย่างมาก
“ปัง!”
เพียงแค่หนึ่งการเคลื่อนไหว หมาป่าโลหิตจันทราก็ปลิวกระเด็นออกไปไกล มันส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ ตบกรงเล็บออกไปหลายสิบครั้ง ปลดปล่อยคมมีดแห่งสายลมเพื่อเข้าโจมตี สายลมเสี้ยวจันทราได้หวีวร้อง ดังสนั่นกึกก้องไปในห้วงอากาศ
“ฟ่ออออออออออออ!”
แต่มีหรือที่อสรพิษเหล็กกล้าจะรับการโจมตีครั้งนี้ มันได้เอี้ยวตัวหลบ ใช้ความคล่องแคล่วของตนในการหลบหลีก คมมีดสายลมนับสิบพุ่งผ่านร่างกายของมันไปอย่างไม่ยากเย็นนัก และเมื่อได้จังหวะ อสรพิษเหล็กกล้าก็พุ่งตรงเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
ดวงตาอสรพิษสว่างวาบไปด้วยความกระหายเืที่บ้าคลั่ง ปากขนาดใหญ่ถูกอ้าขึ้น หวังที่จะกลืนกินหมาป่าโลหิตจันทรา
“โฮกกกกกกกกกกก!”
หมาป่าโลหิตจันทราตอบโต้ ทั่วร่างเต็มไปด้วยพละกำลังของกล้ามเนื้อ กระโจนเข้าใส่คมเขี้ยวอันแหลมคม ใช้อุ้งเท้าตะปบออกไป
“ปัง!”
การปะทะกันของมอนเตอร์ทั้งสองได้สร้างแรงสั่นะเืไปทั่วรัศมีหลายสิบเมตร คลื่นลมโหมซัดประหนึ่งมีสายน้ำกระแทกเข้าใส่ เกิดเป็แรงกระทำอันมหาศาลที่ได้ะเิออก นำพาพวกหมาป่าน้อยและเหล่าอสรพิษน้อยปลิวกระเด็นออกไปไกล
“ไอ้งูนี่ไม่เลว มันน่าจับมาดองในโหลจริงๆ”
ทันย่ายืนมองเหตุการณ์อยู่บนยอดอาคารก็ได้เห็นทั้งหมด ั์ตาของเขาหรี่ลง ทำท่าทางเหมือนกำลังมองหาจุดอ่อน
ความแข็งแกร่งของทั้งสองแทบจะไม่แตกต่างกันเลยซักนิด อสรพิษเหล็กกล้ามีร่างกายที่ทนทานราวกับเป็ป้อมปราการขนาดใหญ่ อาวุธอันใดก็ไม่อาจเจาะผ่านทะลุิัของมันไปได้ ขณะเดียวกันหมาป่าโลหิตจันทราก็มีพละกำลังและความรวดเร็วที่เหนือชั้นมากยิ่งกว่า
คมมีดสายลมของมันสามารถตัดผ่านเนื้อหนังที่เหมือนกับเกล็ดโลหะนั่นได้ ซึ่งในเื่นี้อสรพิษเหล็กกล้าก็รู้ดียิ่งกว่าใครๆ ตอนที่หมาป่าโลหิตจันทราปลดปล่อยคมมีดสายลม มันจะไม่ใช้ร่างกายของตนเข้าปะทะ แต่มันจะใช้สัญชาตญาณในการหลบหลีกสายลมพวกนั้นแทน
[ไม่แปลก มอนเตอร์พวกนี้ย่อมมีสติปัญญาเป็ของตนเอง ถึงจะไม่ฉลาดเทียบเท่ากับพวกมอนเตอร์ระดับ 6-7 ขึ้นไปเลยก็ตาม]
[แถมหมาป่าโลหิตจันทราก็ยังมีาแที่ถูกเ้าโจมตีเข้าไป ถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้ เ้านี่ได้ถูกเ้างูนั้นเขมือบทั้งเป็อย่างแน่นอน]
ดาวาลพูดจบก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน ขณะที่แววตาก็เหลือบมองไปทางลูกศิษย์ของตนด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ.. ฉันก็ลืมไปเลยว่าเ้าหมานี่ยังาเ็อยู่”
“งั้นก็ชั่งเถอะ ไปลงมือจัดการเ้างูนี่กันเลยดีกว่า”
ในตอนนั้น อยู่ดีๆมอนเตอร์ลี้ลับก็ได้พุ่งกระโจนลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ร่างสีดำทมิฬที่มีขนาดเล็กได้มาปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณด้านหน้าของหมาป่าโลหิตจันทรา โดยที่เบื้องหน้าของพวกเขาก็คืออสรพิษเหล็กกล้า มันกำลังชูคอของตนและจ้องมองมายังทันย่าในทันที
“หงิก!หงิก!หงิก!”
หมาป่าโลหิตจันทราเห็นว่าผู้ปกครองของมันจะลงมือด้วยตนเองก็ส่งเสียงดีใจออกมา ทำท่าทางเหมือนกำลังตื่นเต้นเลยก็ว่าได้
“อะไรกันไอ้เ้านี่ กลิ่นอายดูอ่อนแอมาก!”
ขณะที่ในใจของอสรพิษเหล็กกล้าก็เต็มไปด้วยความสงสัย ทำไมเ้าหมาป่าบ้านี่ถึงได้ดูเคารพยกย่องเ้ามอนเตอร์ตัวเล็กนี่นัก
เมื่อเทียบขนาดกันแล้ว เ้านี่มีขนาดเล็ก เหมือนมีพละกำลังไม่ต่างไปจากพวกหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตเลยซักนิด พอคิดถึงความต่างชั้นของพวกมัน แววตาอสรพิษก็เหมือนส่องประกายไปด้วยความเย้ยหยัน ส่งเสียงฟ่อออกมาประหนึ่งกำลังดูแคลนในตัวของทันย่า
“แกกำลังดูถูกฉันอยู่หรือไงกัน?”
เสียงของทันย่าก็ได้ดังขึ้น ทว่าในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยโกรธอันถึงขีดสุด ยีนส์พันธุกรรมเบฮีมอทจะไม่ยอมให้สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำกว่ามาดูแคลนได้โดยเด็ดขาด การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อสรพิษเกล็กกล้าต้องสั่นสะท้านขึ้น พร้อมกับสัญชาตญาณในส่วนลึกที่กำลังร้องเตือนออกมา
“ตายซะไอ้เวร! ฉันจะไม่เก็บแกไว้เป็ลูกน้องแน่!”
ทันใดนั้นความแข็งแกร่งของทันย่าได้ะเิออก ถนนเบื้องล่างพังทลายเมื่อเขาได้พุ่งกระโจนออกไปราวกับแสงวาบ
“กรงเล็บปีกสบั้นตัดผ่านดวงดาว!!
ประกายแสงสีทองได้ถูกควบแน่นขึ้นบนกรงเล็บทั้งห้าของเขา เทคนิคการต่อสู้ของเผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวได้ะเิสำแดงพลัง
“................!!”
ตอนนั้นอสรพิษเหล็กกล้าเกิดความตื่นตระหนก หัวใจภายในร่างกายแทบจะหยุดเต้น เพราะอยู่ดีๆร่างกายของเ้ามอนเตอร์ตัวเล็กนี้ก็ได้พุ่งเข้ามายังเบื้องหน้าของมัน ั์ตาอสรพิษมีเพียงแสงวาบสีทองที่สะท้อนเข้ามา จากนั้นความมืดมิดก็ได้มาเยี่ยมเยียนอย่างฉับพลัน
การโจมตีของทันย่าได้ทำลายหัวของอสรพิษเหล็กกล้าออกเป็ห้าชิ้นส่วน เกล็ดโลหะของมันเหมือนถูกตัดผ่านด้วยดาบที่แข็งแกร่งที่สุด
“บรู๊วววววววววววววว!”
หมาป่าโลหิตจันทราเห็นแบบนั้นก็กู่ร้องแสดงความยินดี ทำให้หมาป่าตนอื่นๆต้องหอนตามกันอย่างต่อเนื่อง
“หึหึ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“พวกแกกินกันให้ตามสบายเลย”
...
ไม่หอนตามละทันย่า 5555+