"ผักสดๆ ใหม่ๆ จากสวน หัวใหญ่ๆ เชิญทางนี้เลยเ้าค่ะ รีบๆ เข้ามาซื้อหากันได้เลยนะเ้าคะ หากช้าจะหมดก่อนไม่รู้ด้วยนะเ้าคะ" เสียงใสๆ กับร่างกลมๆ ของเด็กน้อยสามารถดึงดูดสายตาของผู้คนได้เป็อย่างดี
เด็กน้อยยกมือดักกวักมือเรียกลูกค้าไม่หยุด หลายคนหันมาเมียงมองอย่างเอ็นดู จนต้องเดินเข้ามาดูผักที่เ้าตัวน้อยบอกว่าดีนักดีหนา
"ผักของเ้ามีอะไรบ้างล่ะแม่ค้าตัวน้อย" หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดูดีเดินเข้ามาถามเสียงนุ่ม นางมองเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างสนใจ
"เชิญด้านนี้เลยเ้าค่ะท่านป้าคนงาม ผักของเสี่ยวหลินวันนี้มีผักกาดขาวสดๆ กะหล่ำปลีหัวใหญ่ๆ แล้วก็หัวไชเท้าอวบๆ เ้าค่ะ เพิ่งเก็บมาจากสวนเมื่อเช้ารับรองว่าสดอร่อยไม่เหี่ยวเฉาเลยเ้าค่ะ ราคาก็ถู้กถูก เพียงชั่งละสิบอีแปะเท่านั้นเองเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินพูดเสียงดังให้ท่านตากับท่านยายได้ยินด้วย ผักหัวใหญ่ขนาดนี้จะขายแค่ชั่งละห้าอีแปะได้อย่างไร ดูจากชุดที่ใส่แล้วคนในเมืองนี้คงร่ำรวยไม่เบา
แม่ค้าน้อยแนะนำสินค้าด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว จนเหล่าผู้ใหญ่ที่หยุดยืนดูถึงกับหลุดยิ้มกับความช่างจ้อของนาง หลายคนตบเท้าเดินเข้ามาดูผักสดๆ ที่นางย้ำนักย้ำหนาว่าสดและหัวใหญ่
เมื่อได้เห็นผักหัวใหญ่ๆ เงาวับดั่งคำโฆษณาก็รีบสั่งซื้อกันคนละชั่งสองชั่ง โดยเฉพาะท่านป้าคนงามที่เดินเข้ามาทักคนแรก ถึงกับบอกให้คนติดตามซื้อกลับไปอย่างละห้าชั่งเลยทีเดียว
เพราะคำชมว่าท่านป้าคนงามแท้ๆ เลยเชียว
"แล้ววันหลังจะมีผักสดๆ มาขายอีกหรือไม่เล่าแม่ค้าน้อย" หญิงในชุดสวยงามเอ่ยถามขึ้นมา หลังจากอุดหนุนผักของเด็กน้อยไปสิบกว่าชั่ง
"เก็บขายแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้ก็หมดแล้วล่ะเ้าค่ะ แต่ว่าที่บ้านของเสี่ยวหลินยังมีมันเทศหัวใหญ่ๆ อีกเยอะเลยนะเ้าคะ หาก
ท่านป้าทั้งหลายสนใจ เสี่ยวหลินจะเอามาขายเ้าค่ะ เสี่ยวหลินขายไม่แพงเลย เพียงชั่งละห้าสิบอีแปะเท่านั้นเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินยิ้มสู้สายตานับสิบคู่ที่มองมาจนเหงือกแทบแห้ง ท่านตาท่านยายของนางเองก็ยืนขายผักแทบไม่ได้หยุดพัก
ลูกค้าที่ยืนรออยู่เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ตาวาว ที่เมืองเจียงหนานไม่ค่อยมีมันเทศมาวางขายมากนัก ถึงจะมีก็เป็เพียงแค่หัวมันเทศเล็กๆ เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังราคาสูงถึงชั่งละหกสิบอีแปะไปแล้ว และการที่แม่ค้าน้อยน่ารักปลูกผักได้หัวใหญ่เงางามเช่นนี้ คงจะปลูกมันเทศได้หัวใหญ่มากแน่นอน
"จริงหรือ อย่างนั้นก็เอามาขายเลยสิแม่ค้าน้อย ป้าจะได้ซื้อกลับไปเก็บเป็เสบียงสำหรับหน้าหนาว"
"ใช่ๆ ป้าก็จะซื้อมันเทศของเ้าด้วย ผักของเ้าสดและหัวใหญ่อย่างที่เ้าว่าจริงๆ"
"เดี๋ยวป้ามารอซื้อด้วยนะ"
"ขอบคุณท่านป้าและพี่สาวคนงามทั้งหลายที่มาอุดหนุนร้านผักเล็กๆ ของเสี่ยวหลินนะเ้าคะ" เสี่ยวหลินโค้งตัวขอบคุณ พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปอีกหนึ่งครั้ง จนเหล่าป้าๆ ถึงกับเคลิ้ม
พอผักหมดคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับไป แม่ค้าน้อยที่ะโขายของจนเสียงแหบแห้งต้องมานั่งพิงอกของท่านตาด้วยสภาพที่หมดแรง
จางรั่วมองหลานสาวตัวน้อยอย่างนึกทึ่ง เด็กน้อยคนนี้ะโขายผักเพียงไม่นาน ผักที่นำใส่รถเข็นมาถึงสองคันหมดลงจนแทบไม่พอขาย ปีที่ผ่านๆ มานางกับสามีนั่งขายผักกันหลายวันจนผักเหี่ยวแห้ง บ้างก็เน่าจนกินไม่ได้
"ดื่มน้ำก่อนลูก" ฮุ่ยสงส่งกระบอกน้ำดื่มให้หลานสาว เสี่ยวหลินก็รับมาดื่มก่อนนะนอนพิงอกท่านตาอย่างหมดแรง
"เด็กดี ขายของเก่งมาก" จางรั่วลูบหัวหลานสาว ในอนาคตที่หลานสาวอยากทำการค้าเล็กๆ นางก็คงไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ
"อ้าว ทำไมขายหมดเร็วนักเล่า" หงฉวนเดินออกมาดูเพราะไม่ได้ยินเสียงะโเย้วๆ ของเด็กน้อยแล้ว
"ลูกค้าซื้อกันไปคนละหลายชั่งเลยขอรับ"
"โอ้ ดีๆ แม่ค้าน้อยทำได้ดีมากเลยนะ" หงฉวนก้มมองดูแม่ค้าตัวน้อยที่เหนื่อยจนแทบจะหลับแล้ว
"อย่างนั้นพวกข้าก็ขอตัวกลับเลยนะขอรับ ขอบพระคุณนายท่านที่ให้ยืมที่ขายของ วันพรุ่งคงต้องรบกวนอีกนะขอรับ"
"ไม่เป็ไรๆ ผักของพวกเ้าสดน่ากินดีมาก วันพรุ่งก็เอามาให้ข้าก่อนเล่า ข้าจะซื้อไว้มากหน่อย"
"ได้เลยขอรับ"
ร่ำลากันอยู่ครู่หนึ่ง สองสามีภรรยาก็ช่วยกันเก็บของแล้วเข็นรถออกมาจากหน้าร้านขายยา ฮุ่ยสงนำผ้าที่ใช้คลุมผักก่อนหน้านี้มาปูบนรถเข็นแล้ววางร่างกลมๆ ของหลานสาวไว้บนนั้น เสี่ยวหลินที่ขายของจนเหนื่อยก็หลับไป
"นางเก่งมากเลยนะเ้าคะท่านพี่" จางรั่วเอ่ยกับสามี
"นั่นสิ ไม่คิดว่าในหัวน้อยๆ จะคิดคำพูดมากมายออกมาได้มากขนาดนี้" เขานึกถึงตอนที่หลานสาวตัวน้อยเอ่ยคำหวานเพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าเดินเข้ามาซื้อของได้
"นอกจากขายผักได้แล้วนางยังหาลูกค้าเพื่อขายมันเทศเอาไว้ล่วงหน้าได้ด้วยนะเ้าคะ"
"นางเก่งกว่าพวกเราสองคนรวมกันอีกนะอารั่ว" จบคำของสามีจางรั่วก็หลุดหัวเราะออกมา
"รีบกลับไปบอกข่าวดีกับอาหนิงและอาหรงกันเถอะ ไม่แน่ว่ามันเทศยี่สิบหมู่อาจจะไม่พอขายก็ได้นะ" สองสามีภรรยารีบเข็นรถกลับบ้านอย่างตื่นเต้น
หารู้ไม่ว่าคำพูดติดตลกนั้นกลับเกิดขึ้นจริงในอีกสองวันต่อมา..
เทียนหรงได้ว่าจ้างท่านลุงเ้าของเกวียนที่เคยจ้างไปส่งของเมื่อสองเดือนก่อน กับสหายของเขาอีกสามคนให้ช่วยขนมันเทศเข้าไปขายในเมืองอย่างเร่งด่วน
เขายังไม่คิดที่จะซื้อวัวและเกวียนตอนนี้ เพราะนอกจากจะต้องสร้างคอกเพิ่มแล้ว ยังต้องเตรียมอาหารไว้ให้พวกมันด้วย เพราะฉะนั้นจ้างคนอื่นไปก่อนมันสะดวกกว่า
เกวียนวัวสี่เล่มมาจอดเรียงรายกันอยู่ที่หน้าร้านยาสกุลหง มันเทศเหล่านี้มีเ้าของหมดแล้วจึงจะใช้เวลาจอดไม่นานนัก ลูกค้าเองก็มารออยู่แล้ว เพราะเมื่อวานบุตรสาวกับพ่อตาได้นำมันเทศมาลองขายดู ปรากฏว่ามีลูกค้ามาสั่งจองเอาไว้มากทีเดียว
ลูกค้ากลุ่มใหม่เห็นเข้าก็ตาวาวอยากจะเอ่ยสั่งมันเทศกันคนละหลายชั่ง ในวันนี้มีหลิวห้าวตามมาช่วยอ่านรายชื่อลูกค้าด้วย เพราะเมื่อวานต้องให้ลูกจ้างร้านขายยาช่วยจดรายชื่อให้
"มันเทศมาแล้ว!"
"หัวใหญ่อย่างที่เ้าบอกจริงๆ ด้วย"
กลุ่มคนยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าร้านขายยา จนเทียนหรงต้องะโบอกให้คนที่สั่งมันเทศเอาไว้ ออกมาเข้าแถวรอรับของ เพราะพวกเขาได้จ่ายเงินเอาไว้แล้ว โดยมีหลิวห้าวยืนอ่านทวนรายชื่อผู้ซื้ออยู่ด้านข้าง
"นายท่านก้วน 200 ชั่งขอรับ..
นายท่านหวัง 350 ชั่งขอรับ..
นายท่าน..."
กว่าจะหมดก็ทำเอาเทียนหรงกับหลิวห้าวเจ็บคอไปหมด ยังมีกลุ่มคนอีกมากที่ยืนรออยู่ พวกเขาตั้งใจมาสั่งมันเทศเอาไว้ล่วงหน้า เพราะมีสหายและเพื่อนบ้านเอาไปบอกต่อ วันนี้พวกเขาจึงมาดูให้เห็นกับตา
"ใครอยากสั่งมันเทศเชิญมาลงชื่อด้านนี้เลยขอรับ"
เหล่าลูกค้าใหม่ที่ยืนรออยู่ต่างกรูกันเข้ามาเอ่ยสั่งจนวุ่นวายไปหมด กว่าจะเข้าที่เข้าทางและจัดการจนเสร็จเรียบร้อย เทียนหรงกับหลิวห้าวก็ตัวเปียกไปด้วยเหงื่อ
"ได้คำสั่งซื้อของวันพรุ่งนี้มาถึงหกพันชั่งเลยนะขอรับพี่หรง แบบนี้เราต้องจ้างเกวียนเพิ่มแล้ว" เกวียนหนึ่งเล่มขนมันเทศได้ไม่เกินหนึ่งพันชั่งเท่านั้น เพราะมันจะหนักเกินไป วันนี้พวกเขาก็ขนมามากถึงสี่พันชั่ง
"ท่านลุงเติ้งมีสหายที่มีเกวียนรับจ้างอีกสักสองคนหรือไม่ขอรับ" เทียนหรงหันไปถามชายวัยเดียวกันกับพ่อตา ที่เขาจ้างมาขนมันเทศในครั้งนี้
"มีๆ เดี๋ยวข้าไปบอกพวกเขาให้นะ"
"ให้ไปเจอกันที่บ้านข้าเลยนะขอรับ"
"ได้ๆ"
เทียนหรงส่งค่าจ้างให้เ้าของเกวียนไปคนละห้าสิบอีแปะ เพราะต้องบรรทุกของหนัก ทั้งสี่คนรับเงินแล้วเดินยิ้มออกไปอย่างอารมณ์ดี เพียงขนมันเทศรอบเดียวก็ได้มามากถึงขนาดนี้ ปกติพวกเขาขนของหนักได้ค่าจ้างรอบละยี่สิบอีแปะก็ถือว่าเยอะมากแล้ว
เทียนหรงนั่งพักที่หน้าร้านยา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มือกุมย่ามใส่เงินไว้ตลอดเวลา มันเทศสี่พันชั่งได้เงินมามากถึงสองร้อยตำลึงเงิน มากจนย่ามใบเก่าหนักอึ้งไปหมด
"นั่งพักสักหน่อยก่อนค่อยแวะไปซื้อถังหูลู่ให้เสี่ยวหลินนะอาห้าว"
"ได้ขอรับ"
ทางด้านเด็กหญิงตัวกลมไม่ได้รับรู้เลยว่าบิดาของนางกำลังยิ้มกว้างแค่ไหน เ้าตัวกำลังยืนกำกับให้ท่านอาของนางนำไข่เป็ดลงไปแช่ในน้ำส้มสายชู กะเวลาในใจประมาณสิบนาทีแล้วให้เขานำไข่ออกมาถูทำความสะอาดเบาๆ
"เสร็จแล้วเอาคลุกเกลือเลยเ้าค่ะ"
"แบบนั้นก็ต้องใช้เกลือเยอะน่ะสิเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินขมวดคิ้ว
"ท่านอาจะกลัวอะไรเล่าเ้าคะ เรามีเกลือเต็มไหใหญ่เลยนะเ้าคะ"
"จริงสิ เราทำเกลือเองได้นี่นา" เด็กหนุ่มพูดเมื่อนึกขึ้นมาได้ เขานั่งทำตามคำสั่งของหลานสาวอย่างเคร่งครัด
ไข่เป็ดทั้งยี่สิบฟองถูกคลุกเกลือและเก็บใส่ไหใบเล็กปิดฝาไว้อย่างมิดชิด อีกสิบวันค่อยมาดูกันว่าจะได้ผลหรือไม่ คราวนี้ก็เหลือเพียงผักดองแล้ว นางได้ขอให้มารดาเตรียมของไว้ให้ตอน่ที่นางไปขายผัก ตอนนี้มารดาคนงามกำลังล้างผักที่แช่น้ำเกลืออยู่
"มีแค่พริก น้ำปลา แป้งมันต้ม ผิงกั่วสับ กระเทียมสับ หัวหอมสับ ต้นหอมป่า หัวไชเท้า" เสี่ยวหลินยืนทวนวัตถุดิบที่ตนมีอยู่อย่างห่อเหี่ยว
กิมจิของนางช่างน่าอนาถจริงๆ
"หวังว่าแป้งมันจะใช้แทนแป้งข้าวเหนียวได้นะ น้ำตาลก็มีนิดเดียว ไม่ต้องใส่ก็แล้วกัน"
เด็กอ้วนถอนหายใจอีกรอบก่อนจะกวักมือเรียกท่านอาหนุ่มน้อยของนางอีกครั้ง เทียนเฉินยืนมองเครื่องปรุงผักดองของหลานสาวอย่างหวาดกลัว
"มันจะไม่เผ็ดจนแทบไส้หรือเสี่ยวหลิน" เขาเอ่ยถามพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ พริกแดกเถือกขนาดนี้ไส้ต้องขาดแน่ๆ
"ท่านอาเสี่ยวหลินใช้พริกไม่เผ็ดเ้าค่ะ สีมันจะน่ากลัวไปหน่อยแต่ไม่เผ็ดแน่นอน"
เทียนเฉินได้ฟังก็พยักหน้ารับ เขาช่วยหยิบเครื่องปรุงใส่ลงไปในกะละมัง โดยมีฮุ่ยหนิงคอยใช้มือกวนผสมเครื่องปรุง
"ใส่หัวไชเท้าหั่นเส้นกับต้นหอมลงไปเ้าค่ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็นำผักกาดที่เตรียมไว้มาทาเครื่องดองให้ทั่ว ทาตามซอกใบด้วยนะเ้าคะ" เดิมทีนางตั้งใจจะทำหัวไชเท้าเค็มตากแห้ง แต่เพราะขายดีเกินไปเลยเหลือแค่ไม่กี่หัว
ดวงตากลมมองดูมารดาที่ทำตามคำบอกได้เป็อย่างดี ส่วนอีกคนนั้นยังดูกล้าๆ กลัวๆ เสี่ยวหลินจึงใช้นิ้วจิ้มเครื่องดองสีแดงสดแล้วยัดเข้าปากท่านอาของตน
"เผ็ดไหมเ้าคะ"
"ไม่เลย หวานๆ ดีนะ" เทียนเฉินเมื่อได้ชิมแล้วเขาก็รีบลงมือหยิบผักกาดมาทาเครื่องดองผักอย่างอารมณ์ดี
หลังดองผักและเก็บใส่ไหใบใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว เครื่องดองยังมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง เสี่ยวหลินจึงให้ทั้งสองคนหั่นหัวไชเท้าเป็เส้นๆ แล้วคลุกกับเครื่องดองเก็บใส่ไหเล็กไว้ รวมถึงนำต้นหอมป่ามาดองเอาไว้ด้วย
"มันต้องดองไว้นานกี่วันหรือลูก" ฮุ่ยหนิงที่ล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมา เด็กน้อยกำลังกัดกินมันเผากับท่านอาของนางอย่างเอร็ดอร่อย
"สามารถกินได้เลยเ้าค่ะท่านแม่ แต่ถ้าหากอยากกินแบบเปรี้ยวๆ หน่อยก็ทิ้งไว้สักสามสี่วันก็ได้นะเ้าคะ"
"อย่างนั้นเดี๋ยวลองกินตอนมื้อเที่ยงก็แล้วกัน ว่าแต่ทำไมลูกดองไข่น้อยนักเล่า มันเก็บไว้ได้ไม่นานหรือ"
"เก็บได้นานเ้าค่ะ ดองไว้สักสิบวันก็เอาออกมาต้มแล้วเก็บไว้กินได้นานเลยเ้าค่ะ แต่ว่าเสี่ยวหลินไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม เลยยังไม่ทำเยอะเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินหยิบมันเทศเผามาแกะเตรียมกิน
"ถ้ามันอร่อยเดี๋ยวข้าจะไปเก็บไข่มาให้เยอะๆ เลยขอรับพี่สะใภ้ เ้าเป็ดพวกนั้นมันไข่ไว้ริมน้ำเต็มไปหมด"
"ถ้าเจอตัวมันก็จับมาสักตัวนะ คนอื่นๆ คงจะเบื่อหมูกันแล้วล่ะ"
"ได้ขอรับ แต่ว่าข้าไม่เคยเจอเลยนี่สิ" เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เมื่อ่สายที่เขาไปเก็บไข่ก็ไม่เจอสักตัว
"ลองไปตอนเช้าๆ สิเ้าคะ ตอนกลางวันพวกมันคงจะหากินอยู่ในสระบัวนั่นแหละเ้าค่ะ" เ้าเด็กแก้มกลมเคี้ยวมันเทศหงุบหงับ
"จริงสินะ หลานอาฉลาดที่สุด" เทียนเฉินมองแก้มกลมๆ อย่างมันเขี้ยว เขาได้แต่กัดมันเทศอย่างรุนแรงแทน เพราะไม่สามารถงับแก้มหลานสาวได้ดั่งใจ
เดี๋ยวถ้าแก้มหลานสาวช้ำเขาได้โดนพี่ชายเขกหัวปูดอีกเป็แน่..
##########################################