43.ผู้สืบทอดพลังมังกรฟ้า
ณ สำนักพยัคฆ์ทมิฬขณะที่พายุฝนฟ้ากระหน่ำ พายุอารมณ์ของรัชทายาทเฟยหานตงก็กำลังจะมา รัชทายาทผู้ได้รับสืบทอดพลังจากมังกรฟ้าหลันหลงซึ่งเป็นมังกรพิทักษ์เหล่ามนุษย์เมื่อโลกเกิดยุคเข็ญจะลงมาเกิดเพื่อทำหน้าที่ปราบยุคเข็ญในฐานะมนุษย์ผู้หนึ่ง
สกุลเฟยแห่งอาณาจักรเฟยได้รับการคุ้มครองจากมังกรเทพหลันหลงในอดีตผู้ก่อตั้งสกุลเฟยเคยช่วยมังกรฟ้าจัดการความวุ่นวายในใต้หล้าให้สงบลงมังกรเทพจึงมอบพลังให้ส่วนนึงและด้วยพลังของเทพมังกรนี้สกุลเฟยจึงกลายเป็นหนึ่งในใต้ล้าอาณาจักรข้างเคียงล้วนหวาดกลัวไม่กล้าตอแยอาณาจักรเฟยผู้สืบทอดพลังแห่งเทพมังกรรุ่นแล้วรุ่นเล่า ล้วนเป็นผู้ที่ประวัติศาสตร์จารึกชื่อเอาไว้แต่ละคนล้วนทรงอำนาจ เป็นหนึ่งในใต้ล้า และผู้ที่ได้รับพลังสืบทอดในปัจจุบันก็คือเฟยหานตงเจ้าชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรเฟย
เฟยหานตงเกิดมาพร้อมกับนิมิตมงคลปรากฏปราณมังกรบนฟ้ายามที่เฟยหานตงเกิดและทันทีที่เฟยหานตงเกิดตำแหน่งรัชทายาทที่บรรดาองค์ชายทั้งหลายแย่งชิงกลับหล่นใส่เฟยหานตงทันที สร้างความอิจฉาเคียดแค้น ให้เหล่าองค์ชายทั้งหลายทว่าฟ้าได้เลือกเฟยหานตงแล้ว ดังนั้นเหล่าองค์ชายทั้งหลายได้แต่กัดฟันมองเฟยหานตงด้วยความชิงชัง
กระนั้นพวกเขาก็ยอมรับเฟยหานตงว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นรัชทายาทเพียงแค่สี่ขวบพลังยุทธ สติปัญญา ทุกสิ่งล้วนก้าวหน้าอย่างรวดเร็วซ้ำเฟยหานตงยังขยันอดทน ไม่เคยย่อท้อต่อสิ่งใดสร้างความชื่นชมแก่เหล่าองค์ชายทั้งหลายที่แต่เดิมแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทกันสุดท้ายผ่านมาแล้วสิบกว่าปีเฟยหานตงที่ครองตำแหน่งรัชทายาท ล้วนทำทุกสิ่งได้ไม่เคยบกพร่องทุกสิ่งล้วนดีเยี่ยม ขอเพียงแค่เฟยหานตงลงมือทำไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้
แต่แม้ทุกคนจะยอมรับในความสามารถของเฟยหานตงกระนั้นความอิจฉาที่มีต่อเฟยหานตงที่จู่ๆก็โผล่มาฉกตำแหน่งรัชทายาทไป โดยที่ไม่ต้องลงแรงทำสิ่งใดทำให้เหล่าองค์ชายทั้งหลายเฝ้าจับตารอวันที่เฟยหานตงทำสิ่งใดผิดพลาด หรือแม้กระทั่งมีเรื่องไม่สบอารมณ์เศร้าโศกเสียใจ ทว่าสิบกว่าปีที่ผ่านเฟยหานตงมากความสามารถ สีหน้าท่าทาง คำพูดล้วนเย็นชาไร้ความรู้สึก ทำให้เหล่าองค์ชายทั้งหลายแค้นจนแทบกระอักที่เฟยหานตงเกิดมาสมบูรณ์แบบมากเกินไปไม่มีสิ่งใดให้พวกเขาหัวเราะเยาะ ดูถูกเหยียดหยามซ้ำเติมได้เลยสักนิด....
เฟยหานตงที่กำลังหลับตาฝึกวิชาอยู่พลันลืมตาขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงบางสิ่งกำลังเคลื่อนตัวพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างเฟยหานตงโคจรพลังเตรียมตั้งรับทว่าสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาเป็นนกน้อยหนึ่งตัว ซ้ำยังเป็นนกกระดาษแต่กลับบินได้คล้ายมีชีวิต เหล่าองครักษ์ที่ซึ่งออกจากที่ซ่อนเตรียมป้องกันความปลอดภัยของเจ้านายต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง
เฟยหานตงจ้องนกกระดาษอย่างสงสัยก่อนจะพบว่ามันร่อนลงบนโต๊ะแล้วคลี่ตัวออกเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งองครักษ์เดินเข้าไปตรวจสอบ เผื่อว่ามีสิ่งใดผิดปกติและมีผู้ใดวางยาพิษเคลือบทาบนกระดาษ
“ระ...รัชทายาท”เสียงขององครักษ์ผู้นั้นสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวยามถือกระดาษไปยื่นให้รัชทายาท “เป็น...จดเป็นหมายถึงพระองค์”
เหล่าองครักษ์ที่เหลือล้วนเหลือบมองเหตุการณ์ด้วยความสงสัยพวกเขาถูกฝึกมาอย่างดี แม้กระทั่งฝึกแสดงสีหน้าท่าทางไร้ความรู้สึกทำตัวคล้ายอากาศว่างเปล่า ทว่าสิ่งใดกันที่ทำให้องครักษ์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีเหมือนพวกตนหวาดกลัวได้
เฟยหานตงขมวดคิ้วลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างผุดวูบในใจนึกหวั่นเกรงที่จะอ่านมันกระนั้นสีหน้าเขายังคงเย็นชา และยื่นมือไปหยิบด้วยท่าทางปกติไม่แสดงออกถึงสิ่งใดนอกจากการขมวดคิ้ว
‘ข้าเอง ข้าเองเสี่ยวไป๋ เมื่อครู่ไป๋หลงถูกคนลอบสังหารตอนนี้ตายแล้ว!!!’
“ตายแล้ว...นางตายแล้ว”เฟยหานตงรู้สึกเจ็บปวดคล้ายหัวใจถูกบดขยี้ความเจ็บปวด ความเสียใจ ความโกรธแค้นที่ถูกพรากคนที่เป็นของตนไปผสมปนเปจนยากจะแยกออกอารมณ์ทั้งหลายที่ปั่นป่วนรุนแรง ทำให้พลังยุทธในร่างปั่นป่วนยุ่งเหยิงไปด้วย
“อ๊ากกกก”เฟยหานตงเงยหน้าคำรามลั่นขณะระเบิดพลังที่กำลังปั่นป่วนรุนแรงในร่าง
“ตูม!”เหล่าองครักษ์ถูกพลังปราณที่ระเบิดออกอย่างบ้าคลั่งของรัชทายาทซัดกระเด็นกระแทกผนัง
“แค่กๆ”เหล่าองครักษ์ต่างกระอักเลือดออกมา
ยังดีที่องครักษ์ทุกคนเกร็งพลังยุทธต้านเอาไว้หาไม่แล้วพวกเขาได้ช้ำในตายกันทุกคน! ทันทีที่ได้ยินรัชทายาทพึมพำว่าตายแล้วซ้ำสีหน้ายังผิดปกติ รวมทั้งเห็นคนยื่นกระดาษให้รัชทายาทรีบเกร็งพลังคนที่เหลือก็ไม่รอช้ารีบทำตามอย่างรวดเร็ว อยู่กับรัชทายาทเฟยหานตงต้องรู้จักสังเกตอารมณ์เจ้านาย หาไม่พวกเขาจะต้องตายก่อนวัยอันควรบ่อยครั้งที่รัชทายาท เวลานอนควบคุมตัวเองไม่ได้ระเบิดพลังออกมา
ความลับหนึ่งเดียวของรัชทายาทจุดอ่อนเดียวในชีวิต ไม่อาจควบพลังได้ในยามหลับใหล ซ้ำแต่ละครั้งที่ระเบิดพลังคล้ายกับทรงฝันร้ายองครักษ์ข้างกายรัชทายาทถูกเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านและเมื่อพวกเขาพ้นหน้าที่องครักษ์ ย่อมถูกส่งเข้ากองทัพเงา ไม่อาจมีตัวตนไม่อาจใช้ชีวิตอิสระโดยใช้ชื่อแซ่ที่แท้จริงได้เพื่อให้พวกเขาเก็บความลับของรัชทายาทเอาไว้กับตัวจนวันตาย...
ในช่วงเวลาที่เฟยหานตงระเบิดพลังปราณเทพดาราซือมิ่งผู้กำลังผ่านสำนักพยัคฆ์ทมิฬกลับโชคร้ายถูกพลังปราณของเฟยหานตงกระแทกจนร่วงจากฟ้า
ซือมิ่งถูกกระแทกจนมึนงงร่างกำลังดิ่งลงสู่พื้นดิน ซือมิ่งสะบัดหัวไล่ความมึนงงเมื่อเห็นสถานการณ์ตัวเองเข้าสู่วิกฤตทุกทีจึงรีบร่ายเวท...ทว่ามันกลับไม่ได้ผล! จู่ๆเวทมนตร์ของซือมิ่งก็เสื่อมฤทธิ์
ซือมิ่งหน้าซีดเผือดด้วยความเร็วที่พุ่งลงสู่พื้นดินนี้ถึงจะไม่ทำให้ซือมิ่งถึงขั้นจุติได้ ทว่ามากพอที่จะทำให้เจ็บปวด ซ้ำยังปราณที่กระแทกมานี้ยังรุนแรงส่งผลให้การล่วงตกของซือมิ่งรุนแรงมาก
“กรี้ดดดด!”ซือมิ่งกรีดร้อง ทั้งกลัวเจ็บทั้งกรีดร้องให้ความดวงซวยของตนเอง เหตุใดบทลงโทษของเธอถึงได้มาเอาในเวลานี้!เพราะบันทึกชะตากรรมที่เธอทำตก จนเสี่ยวไป๋บังเอิญได้อ่านมันจนรู้ความลับของฟ้าสุดท้ายซือมิ่งผู้ถือบันทึกชะตากรรมย่อมต้องถูกฟ้าดินลงโทษในความประมาทเลินเล่อนี้บันทึกชะตากรรมไม่อาจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชะตาล่วงรู้ได้หาไม่เทพผู้เขียนชะตาจะต้องถูกลงโทษ! และบทลงโทษของซือมิ่งก็มาถึงแล้วซ้ำยังมาในเวลานี้
‘อ่า...แย่แล้วนั่นมันหน้าผานี่!’ซือมิ่งดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ร่วงลงสู่พื้นก็น่าจะเจ็บไม่น้อยแต่นี่ร่วงลงสู่หน้าผาลึกอีก...
“กรี้ดดดดด”ซือมิ่งกรีดร้องลั่นดังไปทั่วหุบผาของสำนักพยัคฆ์ทมิฬจนคนกว่าครึ่งรอบๆหุบผาต่างได้ยินชัดเจน
“ตูม!”ร่างของซือมิ่งร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น...
เสี่ยวไป๋เพิ่งปล่อยนกกระดาษส่งข้อความตัวที่สองออกไปเพราะนึกได้ว่าในกระดาษที่ส่งให้เฟยหานตงบอกแค่ว่า ไป๋หลงถูกลอบสังหารตอนนี้ตายแล้ว ดังนั้นจึงส่งข้อความไปอีกว่า
‘อย่าพึ่งตกใจไป ยังมีวิธีให้นางคืนชีพก่อนอื่น เจ้ารีบนำร่างของไป๋หลงไปเก็บรักษาไว้ อย่าให้ร่างนางเน่าสลายข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีเตียงหยกน้ำแข็งรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย....ส่วนข้าจะออกตามหาตะเกียงประสานวิญญาณของวิเศษที่สามารถทำให้คนตายคืนชีพได้ เจ้าเองก็ส่งคนออกตามหาตะเกียงประสานวิญญาณด้วยอีกแรงหากโชคดีเร็วสุดอาจจะหนึ่งเดือน หรือหลายเดือนหากโชคร้าย...ชั่วชีวิตอายุขัยเจ้าก็ไม่อาจได้พบนาง’
แต่ดูเหมือนจะสายไปหน่อย เพราะเสี่ยวไป๋รับรู้ได้ถึงพลังปราณรุนแรงบ้าคลั่งที่ระเบิดออกมาในทิศทางที่ตั้งตำหนักของเฟยหานตงซ้ำปราณนั้นยังเป็นปราณมังกร....เฟยหานตงคือผู้สืบทอดพลังของมังกรฟ้าหลันหลง
‘บรรลัยแล้ว!’เสี่ยวไป๋คิดขณะกลืนน้ำลายภายในวันเดียวพลังปราณมังกรระเบิดเพราะอารมณ์ถึงสองครั้ง ซ้ำยังมาจากมังกรคนละตัวถึงครั้งที่สองจะมาจากผู้สืบทอดพลังเพียงส่วนหนึ่งของมังกรก็เถอะ....
หวังว่าเฟยหานตงคงไม่อาละวาดได้น่ากลัวเท่ามังกรทองหรอกนะ...
ในขณะนั้นเองเสี่ยวไป๋ได้ยินเสียงกรีดร้องของสตรีดังลั่นซ้ำยังดังมาจากใกล้ๆ
“วันนี้มันวันโลกาวินาศรึไงถึงได้มีแต่เรื่อง!”เสี่ยวไป๋พึมพำ ก่อนจะหันไปมองกายเนื้อของไป๋หลงที่เสียโฉมเพราะมีดบินอาบยาพิษครู่นึง
“เดี๋ยวเจ้าเฟยหานตงก็มาพาเจ้าไปข้าไปก่อนละ ดูเหมือนว่าคนที่กรีดร้องเสียงดังไปครึ่งหุบเขาน่าจะเป็นซือมิ่ง”เสี่ยวไป๋กล่าวลากายเนื้อของไป๋หลงแม้จะรู้ว่าร่างนี้ไร้วิญญาณไม่รับรู้คำพูดของตนก็ตามก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินไปทางหน้าผาลึกเพื่อตาหาต้นตอของเสียงกรีดร้อง
คนชุดดำผู้หลบอยู่ในเงามืดห่างจากตัวบ้านมองบุรุษรูปงามที่เดินออกจากบ้านพักของไป๋หลงขณะในใจนึกสงสัยว่าบุรุษผู้นี้เป็นใครไม่คุ้นหน้าซ้ำยังเดินเข้าออกบ้านพักของไป๋หลงราวกับเป็นบ้านพักตนเอง...
กระนั้นคนชุดดำก็ไม่รอช้าเล็ดกายเข้าสู่ตัวบ้านที่ประตูถูกเปิดทิ้งไว้บนเตียงร่างของสตรีที่เคยงดงามนอนทอดกายอยู่บนเตียงบนอกถูกปักไว้ด้วยมีดบินอาบยาพิษที่มันเป็นคนขว้างมาซ้ำแก้มซ้ายของยังถูกกรีดเป็นทางยาวพาดผ่านจนถึงขมับ
กระนั้นมันยังคงรอบคอบขยับเข้าไปตรวจดูลมหายใจของร่างตรงหน้าเมื่อพบว่าไม่หายใจ ซ้ำพอตรวจชีพจรก็ไม่เต้น จึงทำให้คนชุดดำขยับยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างสาแก่ใจ
“ฮึ...นางแพศยา ไหนว่าเก่งกาจนัก ฆ่ามือสังหารไปถึงสิบคนแล้วเหตุใดคราวนี้จึงตายโดยที่ไม่ทันได้สู้ด้วยซ้ำ”เสียงหวานของสตรีดังออกจากปากนักฆ่าชุดดำ
“อย่างเจ้าเหมาะกับใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้จึงจะไม่มีปัญญาไปล่อลวงท่านย่าหลงของข้า”กล่าวพลางจับใบหน้าของไปไป๋หลงพลิกดูซ้ายขวาอย่างพึงพอใจต่อให้สตรีผู้นี้ไม่ตายการมีบาดแผลอัปลักษณ์ถูกกรีดเป็นรอยลึก ซ้ำยังถูกยาพิษกัดกร่อนจนแผลเหวอะหวะน่าเกลียดย่อมทำให้ไม่อาจสู้หน้าใครได้ชั่วชีวิต
“ฮึเป็นลูกศิษย์หรือ... ย่าหลงไม่เคยรับศิษย์สตรี แต่บัดนี้กลับรับเจ้าเป็นเพราะเจ้ายั่วยวน ส่งสายตาให้ย่าหลงในวันเปิดเรียนเขาถึงได้รับเจ้าเป็นศิษย์นางแพศยา! สุดท้ายแล้วเจ้าก็ต้องตายพร้อมกับใบหน้าอัปลักษณ์ฮ่า ฮ่าแม้เจ้าจะตายเป็นผีก็ไม่อาจใช้ใบหน้างามๆนี้มายั่วยวนท่านย่าหลงของข้าได้อีกแล้วฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!”นักฆ่าหัวเราะด้วยน้ำเสียงคลุ้มคลั่งสาแก่ใจราวกับคนเสียสติ
ณตำหนักของรัชทายาทเฟยหานตง
ขณะที่เหล่าองครักษ์กระอักเลือดอยู่นั้นจู่ๆก็มีองครักษ์ผู้หนึ่งสังเกตเห็นนกกระดาษอีกตัวที่กำลังบินเข้ามา
“รัช...รัชทายาทนกกระดาษนั้นมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”องครักษ์ส่งเสียงด้วยความกล้าๆกลัวๆรัชทายาทผู้ที่กำลังระเบิดอารมณ์ จากคนที่เคยเย็นชากลายเป็นจอมมารอารมณ์ร้ายพร้อมฆ่าฟัน...
เฟยหานตงตวัดดวงตาสีเงินมองไปทางคนพูดพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดข่มคนถูกมองจนแทบหายใจไม่ออก
“นะ...นั่น”องครักษ์ผู้นั้นชี้มือไปทางหน้าต่างด้วยมืออันสั่นเทาหวาดผวา กดดันกับแววตาและพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของมังกรฟ้า
เฟยหานตง เหลือบมองตามทิศที่องครักษ์ชี้เป็นนกกระดาษที่กำลังบินตรงไปที่โต๊ะแล้วคลี่ตัวออกเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง
เฟยหานตงก้าวไปหยิบจดหมายด้วยตนเองอ่านข้อความในจดหมาย
‘อย่าพึ่งตกใจไป ยังมีวิธีให้นางคืนชีพก่อนอื่น เจ้ารีบนำร่างของไป๋หลงไปเก็บรักษาไว้ อย่าให้ร่างนางเน่าสลายข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีเตียงหยกน้ำแข็งรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย....ส่วนข้าจะออกตามหาตะเกียงประสานวิญญาณของวิเศษที่สามารถทำให้คนตายคืนชีพได้ เจ้าเองก็ส่งคนออกตามหาตะเกียงประสานวิญญาณด้วยอีกแรงหากโชคดีเร็วสุดอาจจะหนึ่งเดือน หรือหลายเดือนหากโชคร้าย...ชั่วชีวิตอายุขัยเจ้าก็ไม่อาจได้พบนาง’
พลังปราณมังกรที่แผ่ไปในอากาศสร้างแรงกดดันมหาศาลกดทับจนเหล่าองครักษ์แทบหายใจไม่ออกหายวูบไปทันทีที่เฟยหานตงอ่านจดหมายจบ
เหล่าองครักษ์ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอกที่แรงกดดันหายไป
ทว่าพวกเขาโล่งใจได้เพียงครู่เดียวจู่ๆรัชทายาทก็ผลุนผลันออกจากตำหนักไป เหล่าองครักษ์ได้แต่มองตากันปริบๆแต่ละคนบาดเจ็บไม่อาจไล่มรัชทายาทไปได้ กระนั้นนอกจากพวกเขาแล้วรัชทายาทก็ยังมีองครักษ์เงาคอยติดตามแต่ละคนล้วนฝีมือสูงส่งกว่าพวกตนดังนั้นหากพวกตนไม่สามารถตามคุ้มครองรัชทายาทได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ความจริงพวกเขาแค่มีหน้าที่ติดตามรัชทายาทอย่างเปิดเผย ทรงใช้ให้ทำสิ่งใดก็ทำคล้ายคนใช้ประจำตัวเท่านั้นหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของรัชทายาทย่อมไม่ฝากไว้ในมือเด็กเช่นพวกเขาที่มีพลังแค่ระดับยอดยุทธ์ขณะที่องครักษ์เงาล้วนเป็นคนที่ติดตามรัชทายาทมาตั้งแต่เยาว์วัยซ้ำยังเป็นระดับราชันยอดยุทธ์
องครักษ์ผู้หนึ่งเอื้อมมือไปหยิบกระดาษที่รัชทายาททิ้งไว้บนโต๊ะแล้วอ่านให้ทุกคนฟังทันทีที่อ่านจนแต่ละคนล้วนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ
“มารดามันเถอะ! ไอ้ตัวไหนมันส่งข่าวถึงได้ไม่ส่งมาทีเดียวให้ครบถ้วนกลับตัดตอนสำคัญออกเช่นนี้จนพวกเราต้องเจ็บตัว!!!"องครักษ์ผู้หนึ่งสบถด่าด้วยความโกรธแค้น
“อย่าให้รู้นะว่าเจ้าเสี่ยวไป๋นี่เป็นใครไม่อย่างนั้นข้าจะจับมันหักขาแน่!”องครักษ์อีกคนกล่าววาจาอาฆาต คนอื่นๆล้วนสบถด่าเสี่ยวไป๋ต่างๆนานๆ
หากไม่ใช่เพราะมันมีหรือองครักษ์เช่นพวกตนจะต้องบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้!!!
ในเวลานั้นเองเสี่ยวไป๋ที่กำลังเดินไปที่ริมหน้าผารู้สึกเสียวสันหลังวาบ ราวกับกำลังถูกใครขู่อาฆาต...เสี่ยวไป๋หันขวับ มองซ้ายมองขวาด้วยความหวาดระแวง
“ดูท่า...ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของข้าจะสร้างความอาฆาตขึ้นแล้ว...”เสี่ยไป๋พึมพำพลางขนลุกไม่ว่าใครขู่อาฆาตเขาก็ช่าง ที่แน่ๆถ้าตอนนี้เขายังชักช้าเกิดเฟยหานตงมาพบเขาเขาได้ถูกเชือดแน่ ทั้งเรื่องจดหมายที่เขียนไม่ครบทั้งเรื่องที่ไม่ปกป้องไป๋หลงให้ดีจนนางต้องตาย
“รีบแผ่นดีกว่า!”เสี่ยวไป๋พึมพำขณะกระโดดลงสู่หุบผาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรตามหาสตรีเจ้าของเสียงกรีดร้องอันทรงพลัง...
ทันทีที่เท้าเตะพื้นอากาศข้างล่างหุบผาหนาวเยือกชวนขนลุกรอบด้านมืดสนิทวังเวง ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำท่วมพื้นจนเจิ่งนองเสี่ยวไป๋ก้มมองพื้นที่เต็มไปด้วยดินโคลนและเศษหญ้าเศษใบไม้ด้วยความรังเกียจ
หากไม่ใช่เพราะรีบรู้ได้ถึงพลังของเทพดาราซือมิ่งเขาไม่มีทางมาเดินในป่าที่ทั้งเปียกแฉะ ทั้งฝนตกแบบนี้แน่ถึงแม้เขาจะร่ายเวทไม่ให้ตัวเองเปียกฝน และเลอะดินโคลนทั้งหลายก็ตามกระนั้นสภาพพื้นดินที่กลายเป็นดินโคลนเละๆเช่นนี้ทำให้เดินลำบากยิ่ง
เสี่ยวไป๋เดินบุกป่าด้วยความระมัดระวังรอบกายได้ยินแต่ฝนที่ตกกระหน่ำรุนแรง เหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนเปียกซก ขนลู่ดูแล้วน่าขบขัน ลดความน่ากลัวและน่าเกรงขามลงหลายส่วน
สายตาของนักล่าล้วนจดจ้องมองมาที่เสี่ยวไป๋ในร่างมนุษย์พวกมันมองด้วยความหิวกระหายอยากฉีกทึ้ง ทว่าทันทีที่มนุษย์ผู้นั้นแผ่พลังออกมาพวกมันล้วนหวาดกลัวหลีกลี้หนีหน้าอย่างรวดเร็ว
พวกมันยังจำได้ดีหลายร้อยปีที่ผ่านมาเจ้าของพลังนี้แหละที่อาละวาดไปทั่วดินแดนสัตว์อสูรกลายร่างเป็นเจ้ากระต่ายน้อยหลอกล่อให้สัตว์อสูรทั้งหลายโจมตีมันก่อนจะถูกมันจับกินทั้งเป็น! บ้างก็ถูกฉีกทึ้งร่างเล่นออกเป็นชิ้นๆ
ลือกันว่าเพราะเทพเจ้าเจ้าอันธพาลน้อยผู้นี้ตอนที่ยังเยาว์วัยไร้พละกำลังไร้พลังเวทถูกสัตว์อสูรตัวโตรังแกจนเกือบตายแต่สุดท้ายผู้ที่ตายกลับเป็นสหายที่เป็นสัตว์อสูรธรรมดาที่กระโดดเอาตัวเข้าปกป้องจนตายอันธพาลน้อยผู้นี้จึงโกรธ เกลียดเแค้นเหล่าสัตว์อสูรตัวโตที่ชอบรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าสุดท้ายมันจึงจงใจแปลงร่างเป็นกระต่ายเดินทางไปทั่ว ฆ่าสัตว์อสูรจนกระดูกเกลื่อนทุกที่ที่มันย่างผ่านท้ายที่สุดจึงมีผู้ไปร้องเรียนกับเทพมังกรทองให้มาจัดการห้ามปรามเจ้ากระต่ายบ้านี่หลังจากเทพเจ้ามังกรทองรับมันไปความสงบสุขก็กลับมาเยือนดินแดนสัตว์อสูรและป่าสัตว์อสูรในอาณาจักรต่างของมนุษย์อีกครั้ง
นับจากครั้งนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวเจ้ากระต่ายออกอาละวาดอีกแล้ววันนี้เจ้าอันธพาลน้อยผู้นี้มาทำอะไรในป่า คงไม่ใช่ว่าโรคเก่ากำเริบคิดจะลงมือฆ่าฟันจนกระดูกเกลื่อนป่าอีกหรอกนะ!!!
เหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนเมียงๆมองๆอันธพาลน้อยด้วยความหวาดกลัวมีเพียงเหล่าสัตว์อสูรตัวเล็กๆอย่างพวกกระต่ายป่า กระรอกและสัตว์อื่นๆที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย ซ้ำยังเป็นผู้ถูกล่าแทบตลอดเวลา พวกมันต่างมองสัตว์เทพอสูรรูปงามด้วยสายตาเคารพบูชา วีรบุรุษของพวกมันมาแล้ว!
เพราะสัตว์เทพอสูรตนนี้พวกมันที่เป็นสัตว์ตัวเล็กๆจึงรอดพ้นจากการถูกทำร้ายถูกไล่ล่ารังแกจากเหล่าสัตว์อสูรตัวโตกว่า หลายร้อยปีก่อนพวกมันเกือบสูญพันธุ์ใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆหวาดกลัวเหล่าสัตว์อสูรที่ตัวโตกว่าแต่เมื่อท่านวีรบุรุษเสี่ยวไป๋แห่งเผ่าจิ้งจอกได้ลุกขึ้นมาอาละวาดจัดการเจ้าพวกอันธพาลที่ชอบรังแกสัตว์ตัวเล็กกว่าพวกมันจึงได้ใช้ชีวิตสงบสุขปลอดภัย ไม่ถูกเหล่าสัตว์อสูรตัวโตกว่าทำร้ายหรือถูกรังแกอีกต่อไป
เสี่ยวไป๋ไม่รู้จะเดินตามหาสตรีที่ส่งเสียงกรีดร้องจากทิศทางไหนมองซ้ายขวาอย่างตัดสินใจไม่ได้ เมื่อเหลือบเห็นเหล่ากระรอกน้อยเกาะอยู่บนต้นไม้เสี่ยวไป๋จึงหันไปถาม
“นี่กระรอกน้อย”เสียงของเสี่ยวไป๋ไพเราะน่าฟังซึ่งเป็นธรรมชาติของเผ่าจิ้งจอกที่มีรูปลักษณ์ กลิ่น เสียงยั่วยวนราคะให้สตรีและบุรุษทั้งหลายหลงใหล ชื่นชม
“โอ๊ะ ท่านวีรบุรุษเรียกข้า!”กระรอกตัวที่ถูกเรียกทำเสียงตื่นเต้นยินดีขณะเดียวกันก็เกิดเสียง ฮือฮาต่างๆนาๆขึ้นในเหล่าสัตว์อสูรตัวเล็ก
“ดูสิท่านวีรบุรุษของพวกเราทั้งรูปงามทั้งไม่หยิ่งพูดคุยกับพวกเราที่ตัวเล็กอ่อนแอด้วย”เสียงของหนึ่งในนั้นร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นขณะที่มีเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามเห็นด้วยกับคำพูดมัน
“ท่านวีรบุรุษของพวกเรานะประเสริฐที่สุดแล้วละเป็นถึงสัตว์เทพอสูรแต่กลับทวงความยุติธรรมให้แก่พวกเราที่เป็นสัตว์ตัวเล็กอ่อนแอหากไม่ได้ท่านป่านนี้พวกเราสูญพันธ์กันหมดแล้ว!”สัตว์ตัวเล็กอีกตัวหนึ่งกล่าว
“ท่านวีรบุรุษผู้ประเสริฐ”
“ผู้ประเสริฐ”
“ผู้ประเสริฐ”เสียงของเหล่าสัตว์ตัวเล็กดังเซ็งแซ่ไปทั่วกล่าวขานยกยอเสี่ยวไป๋ต่างๆนานา
เสี่ยวไป๋อ้าปากค้าง ไม่เคยคิดว่าการที่ตนเองอาละวาดคลุ้มคลั่งไล่สังหารเหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายสร้างความหวาดกลัวไปทั้งดินแดนสัตว์อสูรกลับมีสัตว์อสูรตัวน้อยๆส่วนนึงยกย่องตนเป็นวีรบุรุษกลับคิดว่าที่ตนอาละวาดคลุ้มคลั่งเป็นเพราะต้องการทวงความยุติธรรมให้สัตว์ตัวที่เล็กกว่า
เสี่ยวไป๋เกาหัวด้วยความเขินเก้อกระดากเล็กน้อยที่มีผู้อื่นมากมายมาชื่นชมตนเองเช่นนี้หลังจากที่มันอาละวาดครั้งนั้น สิ่งที่ได้ยินจากเหล่าสัตว์อสูรล้วนมีแต่คำว่าอันธพาลน้อยจอมเกเร จอมทำลายล้าง แต่ละคำล้วนไปในทางที่ไม่ดี ไม่เคยมีคำยกยอเช่นนี้
“ท่าน...ท่านวีรบุรุษมีอะไรจะให้ข้าน้อยรับใช้หรือ”เสียงกระรอกน้อยตัวที่ถูกเรียกตอนแรกดังขึ้นมันเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นที่จะได้คุยกับวีรบุรุษ
เหล่าสัตว์อสูรตัวเล็กทั้งหลายพลันยืดตัวตรงรีบสงบปากฟังในสิ่งที่วีรบุรุษจะกล่าว...นี่ถือเป็นวาสนาสูงส่งเลยนะที่พวกมันได้เห็นวีรบุรุษตัวจริงซ้ำยังจะได้ยินวีรบุรุษของพวกมันกล่าววาจา โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีมาง่ายๆเผลอๆตลอดอายุขัยของพวกมันอาจจะไม่มีทางได้พบเจอก็ได้ ดังนั้นต้องตั้งใจฟัง! จะได้เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟังอย่างภูมิใจว่าครั้งนึงพวกมันเคยพบเจอวีรบุรุษที่ยืนหยัดทวงความยุติธรรมให้สัตว์ตัวเล็กๆเช่นพวกมัน!
เสี่ยวไป๋เห็นท่าทางของเหล่าสัตว์อสูรตัวเล็กแล้วนึกละอายใจที่ถูกพวกมันชื่นชมถึงเพียงนี้ทั้งๆที่เจตนาเดิมของเขามีเพียงต้องการเข่นฆ่าให้สาแก่ใจเท่านั้น....
เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ‘เจ้าพวกตัวเล็กขี้มโน!’เสี่ยวไป๋เอาคำพูดติดปากของไป๋หลงมานิยามเจ้าตัวเล็กทั้งหลายนี้
“ข้ามาตามหาสตรีผู้หนึ่งพวกเจ้าพบเห็นสตรีในป่านี้หรือไม่ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องของสตรีดังลั่นไปทั้งหุบเขา คิดว่านางคงอยู่ข้างล่างนี่”เสี่ยวไป๋ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงนึกเอ็นดูเจ้าตัวเล็กทั้งหลายที่ไร้พิษภัยและขี้มโน
“พวกเราก็ได้ยินเหมือนกันแถมมีหลายคนเห็นวัตถุตกจากฟ้าเสียงดังสนั่นด้วย”เจ้ากระรอกตัวนั้นตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง“หากท่านต้องการตามหาคน พวกเราจะช่วยหาอย่างเต็มที่ รับรองว่าไม่นานต้องพบแน่เพราะเรื่องประหลาดแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนักเหล่าสัตว์อสูรต้องร่ำลือกันต่างๆ นานา แน่นอน”เจ้ากระรอกน้อยตบอกตัวเองอย่างหนักแน่นเหมือนจะบอกว่า ท่านวางใจได้เลย ข้าจะจัดการให้!
“ใช่ๆพวกเราจะช่วยกันอย่างเต็มที่”
“พวกเราจะช่วยกัน”
“พวกเราจะช่วยแน่นอน”เหล่าสัตว์อสูรทั้งหลายล้วนยืดตัวตรงเอามือ(ขาหน้า)ตบอกตัวเองด้วยท่าทางน่าเชื่อถือ
ทว่าเสี่ยวไป๋เห็นแล้วต้องกลั้นขำแทบแย่...อ่า...ที่แท้แล้วเวลาข้าทำท่าเช่นนี้ก็ดูน่าตลกขบขันเหลือเกิน!!!
เสี่ยวไป๋รีบปั้นสีหน้าจริงจังพยักหน้าเห็นด้วยกลัวจะเผลอหลุดหัวเราะออกมาจนทำให้เหล่าสัตว์อสูรน้อยทั้งหลายต้องเสียความรู้สึกทว่าในใจกลับหัวเราะขำกลิ้ง
เหล่าสัตว์อสูรตัวน้อยเห็นดังนั้นจึงรีบแยกย้ายกันออกตามหาอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันเสี่ยวไป๋ก็เดินสุ่มทิศทางออกตามหา เขาใช้เวทมนตร์ตรวจจับพลังของเทพดาราซือมิ่งทว่าหาอย่างไรก็ไม่พบเจอพลังของเทพเซียนแม้เพียงเสี้ยว
เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?
การที่ซือมิ่งลงมายังโลกมนุษย์ย่อมเป็นเรื่องด่วนซือมิ่งมีอุปนิสัยจริงจัง รับผิดชอบต่อหน้าที่มากงานของซือมิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำแทบจะตลอดเวลาไม่มีเวลาว่างเช่นอวี้หวงต้าตี้ที่แอบลงมาเที่ยวโลกมนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่าทิ้งงานให้ผู้อื่นคอยจัดการ งานของซือมิ่งมีเพียงนางเท่านั้นที่ทำได้ไม่อาจมีใครมาทำหน้าที่แทนได้หากไม่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการบันทึกชะตากรรมไม่มีทางยอมรับการขีดเขียนจากใครก็ตามที่อุตริอยากกำหนดชะตาชีวิตมนุษย์ด้วยพู่กันลิขิตชะตาแน่นอน
แม้ซือมิ่งจะไม่มีพลังอำนาจเท่าไป๋หลงและอวี้ตี้ทว่านางเป็นเทพชั้นสูง พลังอำนาจของนางไม่อ่อนด้วยยามนางไปมาที่ใดเทพเซียนทั้งหลายล้วนสัมผัสพลังของนางได้ ทว่าคราวนี้กลับแตกต่างไปเขาสัมผัสพลังของนางได้เพียงครู่เดียวตอนที่นางลงมายังโลกจากนั้นพลังก็หายไปหลังเกิดเสียงกรีดร้อง...
“นี่คงไม่ใช่ว่าซือมิ่งจุติอีกคนหลอกนะ!”เสี่ยวไป๋คิดด้วยความหวาดผวาหากเกิดเรื่องกับซือมิ่งอีกคนเกรงว่าวันนี้คงกลายเป็นวันโลกาวินาศอย่างแท้จริง...
ระหว่างเดินหาซือมิ่งในป่าฝนก็หยุดจู่ๆ ทุกสิ่งก็นิ่งงัน ใบไม้ไม่ไหวติง สรรพเสียงเงียบสงัดวังเวงคล้ายกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ หลงเหลือบนโลก
เสี่ยวไป๋กรอกสายตาไปมานึกประหลาดใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ใดกันหยุดเวลาเอาไว้ พลันเสี่ยวไป๋ก็เหลือบเห็นระดับน้ำในที่ต่ำซึ่งท่วมสูงถึงหัวเข่าจู่ๆก็ลดฮวบหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอยู่เสี่ยวไป๋ที่เห็นการลดระดับของน้ำที่ท่วมขังอย่างกะทันหัน มองไปรอบๆตัวทันทีทุกสิ่งยังคงนิ่งงันเช่นเดิม ทว่าเสี่ยวไป๋สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของเทพมังกรคล้ายกับพลังของเทพมังกรทองทว่ายิ่งใหญ่กว่า น่าเกรงขามกว่า
เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองฟ้าเห็นปราณมังกรขาวแผ่ไปทั่วทั้งท้องฟ้าคาดว่าคงปกคลุมไปทั้งโลก..
“ที่แท้ก็ไป๋หลงกลืนน้ำฝนทั้งหมดลงท้องนี่เอง”เสี่ยวไป๋พึมพำมีเรื่องเล่ากันว่ามังกรขาวคือผู้รับใช้โพธิสัตว์ เป็นมังกรจิตใจดีมากด้วยเมตตายามเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมต่างๆที่จะทำลายล้างโลกมนุษย์เทพมังกรขาวจะออกมากลืนกินน้ำทั้งหมดลงท้องเพื่อหยุดภัยพิบัตินั้นลงดังนั้นมังกรขาวจึงเป็นที่เคารพสักการะของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย มากกว่ามังกรทองหรือมังกรฟ้า
มังกรทองหวงหลงทำหน้าที่ควบคุมกฎของโลกไม่ให้ผู้ใดสร้างกลียุคลงโทษเหล่าผู้โลภมากที่ใช้กำลังทหารครองใต้หล้าจนประชาชนทั้งหลายเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าในใจของเหล่ามนุษย์ทั้งล้วนหวาดกลัวยำเกรงเทพมังกรทองอย่างยิ่ง หากเทพมังกรทองปรากฏตัวย่อมหมายถึงการลงโทษกวาดล้างครั้งใหญ่
ส่วนมังกรหลันหลงมักจุติลงมาเมื่อเกิดกลียุคเมื่อโลกต้องการวีรบุรุษผู้เป็นมนุษย์เป็นผู้นำกอบกู้ความสงบสุข และกำจัดภัยพิบัติหลันหลงผู้ใกล้ชิดมนุษย์ได้รับความเคารพรักจากมนุษย์ ทว่ามิได้นิยมเทิดทูนบูชานัก เพราะไม่มีใครอยากให้หลันหลงจุติลงมาบ่อยๆหากจุติเมื่อไหร่ย่อมหมายถึงหายนะของใต้หล้าได้บังเกิดขึ้นแล้วเช่นเดียวกับยามที่มังกรทองปรากฏตัว
ดังนั้นไป๋หลงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกมนุษย์ใช้ชีวิตปรนนิบัติรับใช้โพธิสัตว์ ทำหน้าที่ลงมาช่วยดับทุกข์เข็ญเมื่อเกิดภัยธรรมชาติต่างๆทั้งภัยแล้งก็พ่นน้ำให้เกิดฝน น้ำท่วมก็กลืนน้ำแล้วปล่อยลงทะเลพายุมาก็ใช้ร่างบังพายุลดความลดแรงของพายุลง ดังนั้นไป๋หลงจึงเป็นที่เคารพบูชาของเหล่ามนุษย์ทั้งหลายซ้ำพลังอำนาจของไป๋หลงก็มากกว่ามังกรตัวใดๆ หรือแม้แต่ประมุขสวรรค์ ดังนั้นชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าการกราบไหว้บูชาเทพมังกรขาวจะนำพาความสงบสุขมาให้แก่ชีวิตและครอบครัวของตนยิ่งผู้ใดถือศีลปฏิบัติธรรมจะยิ่งได้รับพรอันประเสริฐให้ชีวิตสงบสุขร่มเย็นสืบไป...
“อ่า...เจ็บ...โอย...เจ็บเหลือเกิน...”เสียงโหยหวนแผ่นเบาคล้ายภูตผีดังขึ้นเมื่อเสี่ยวไป๋เดินไปยังทิศทางที่เหล่าสัตว์อสูรตัวน้อยบอกว่าพบเจอสตรีผู้หนึง
ชั่วขณะที่ได้ยินเสียงโหยหวนคล้ายภูตผีเสี่ยวไป๋ขนลุกวูบด้วยความหวาดผวาคิดว่าถูกผีหลอกยิ่งเมื่อเหลือบเห็นสตรีผมยามผมเผ้าลุงรังเนื้อตัวเลอะโคลนกำลังตะเกียกตะกายขึ้นจากโคลนตมในท่าหมอบคลานยิ่งทำให้เสี่ยวไป๋แตกตื่นหวาดผวาสุดขีด...
“ผี ผี ผี!!!”เสี่ยวไป๋ร้องลั่นด้วยความตกใจกระโดดเกาะต้นไม้ใกล้ๆจนคล้ายลูกลิงน้อยห้อยอยู่บนตัวแม่ลิง
เหล่าสัตว์อสูรน้อยทั้งหลายเห็นท่าทางของวีรบุรุษผู้ที่พวกมันเคารพยกย่องแล้วพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
‘อ่า...หมดกัน ท่านวีรบุรุษของพวกเรา’เหล่าสัตว์อสูรคิดพลางเอามือปิดหน้าด้วยความอับอายแทนท่านวีรบุรุษที่จู่ๆก็แสดงท่าทีขี้ขลาดออกมาถึงเพียงนี้ผีเป็นสิ่งที่ไม่ได้พบเห็นได้ง่ายนักผู้ที่เห็นผีได้มีไม่มากนักแม้แต่ในหมู่สัตว์อสูร ยกเว้นพวกสายพันธุ์สุนัขที่มักเห็นผี
ที่สำคัญก็คือพวกมันอับอายแทนท่านวีรบุรุษเพราะว่าสิ่งที่ท่านวีรบุรุษเห็นไม่ใช่ผีแต่เป็นสตรี! และคาดว่าเป็นสตรีที่ท่านเสี่ยวไป๋ตามหาเพราะมีผู้พบเห็นสตรีผู้นี้หล่นจากฟ้า ลงมาอยู่จุดนี้นานแล้วนางนอนแผ่หราอยู่ในโคลนคล้ายเจ็บปวดอย่างหนักจากการตกจากฟ้า