ณ ลานปะา เมืองหลวงของแคว้นต้าเฉิน
ครึ่งเดือนที่ผ่านมา เมืองหลวงแห่งนี้ถูกโจวอวิ๋นเฉินนำทัพมาสังหารหมู่ราษฎรจนนองเืในชั่วข้ามคืน ผู้คนนับไม่ถ้วนได้รับาเ็และเสียชีวิต ทุกหนทุกแห่งมีแต่ซากปรักหักพัง
การฆ่าล้างนองเืนั้นประหนึ่งูเาถล่มและคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ กวาดล้างทำลายครอบครัวของเหล่าราษฎรไปจนหมดสิ้น ช่างโหดร้ายทารุณยิ่งนัก
เมื่อองค์รัชทายาทแคว้นต้าเฉิน เฉินคุนเฉิงควบม้ากลับสู่ราชสำนัก กองทัพทหารใต้อาณัติก็ถอนกำลังจากแนวหน้ากลับมาที่เมืองหลวง จนสามารถยึดแคว้นต้าเฉินกลับคืนมาได้โดยไม่เสียเืเนื้อ
อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นไม่มีใครที่มีความสุขเลย
คนตายจากไปนานแล้ว แต่ละครอบครัวมีสมาชิกเหลืออยู่เพียงน้อยนิด มีเด็กกำพร้าและแม่หม้ายที่ไร้ที่พึ่ง คนแก่ล้วนไม่มีที่ไป...
เมื่อเผชิญกับภาวะา ราษฎรใช้ชีวิตเยี่ยงมดและตายไม่ต่างกับแมลงเม่า พวกเขาคร่ำครวญร้องไห้แต่ก็ไม่สามารถช่วยตัวเองได้
ไม่มีใครสนใจความเป็ความตายของพวกเขา
การถอนหายใจด้วยความเศร้าโศกและคำสาปแช่งด้วยความโกรธแค้นปกคลุมเมืองหลวงทั้งเมืองประหนึ่งเมฆดำที่กดทับตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม วันนี้ฝูงชนดูจะมีอารมณ์โกรธแค้นรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก!
เนื่องจากฉู่เซียว สายลับผู้ทรยศถูกแห่ประจานไปตามท้องถนน และหลังจากนั้นเขายังจะต้องถูกฉีกร่างเป็ห้าส่วนด้วย!
ดูเหมือนว่าิญญาที่ถูกความอาฆาตแค้นเผาลน จะได้รับการปลอบโยนเพราะความยุติธรรม ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำได้รับการปกป้องด้วยความเที่ยงธรรม
ประชาชนที่ทุกข์ทรมานต่างเอาความโกรธแค้นทั้งหมดมาลงที่ฉู่เซียว หากไม่ใช่เพราะเขาร่วมมือกับศัตรู ทรยศต่อแว่นแคว้น ครอบครัวของพวกเขาก็คงจะไม่บ้านแตกสาแหรกขาด ครอบครัวล่มสลาย ผู้คนกำพร้า เร่ร่อนไร้ที่อยู่เช่นนี้!
พวกเขาไม่จำเป็ต้องรู้ความจริง พวกเขาแค่้าระบายความโกรธแค้นเท่านั้น
ใบผักเน่า ไข่เน่า ก้อนหิน...
อะไรก็ตามที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็อาวุธได้ ของทั้งหมดล้วนถูกโยนเข้าใส่ฉู่เซียว
ฉู่เซียวขดตัวอยู่ในกรงขังที่ราวกับกรงสุนัข ไม่มีที่ให้หลบซ่อน ศีรษะและร่างกายของเขาเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
แผลเก่ายังไม่ทันหาย แผลใหม่ก็เพิ่มเข้ามา ความเจ็บกายเทียบไม่ได้กับความปวดใจ
ทว่าในใจลึก ๆ เขาก็ยังมีความหวังริบหรี่เหลืออยู่
เขาไม่เคยเห็นองค์หญิงเก้าอีกเลย ขอเพียงนางยังอยู่รอดปลอดภัย ถึงตาย เขาก็ไม่เสียใจ
ในเวลานี้ องค์หญิงเจ็ดเฉินซินอี๋ซึ่งรับผิดชอบกำกับการลงโทษ ได้เดินวางท่าใหญ่โตผ่านมาภายใต้การอารักขาขององครักษ์สองคน
นางเดินไปตรงหน้านักโทษด้วยใบหน้าอิ่มเอมใจ “จุ๊ จุ๊ จุ๊...นี่ใครกันเอ่ย ที่แท้ก็ไต้เท้าฉู่เซียวผู้น่าเกรงขามของเรานี่เอง เขากลายสภาพมาอยู่ในสารรูปแบบนี้ได้อย่างไร ช่างน่าสงสารจริง ๆ”
ฉู่เซียวถลึงตาใส่อีกฝ่ายเขม็ง เป็ผู้หญิงคนนี้ที่ใส่ร้ายเขา แต่เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด
“ฉู่เซียวเอ๋ย ฉู่เซียว เวรกรรมตามทันแล้ว เ้ามันก็แค่สุนัขรับใช้ของเฉาซีฮองเฮาและองค์หญิงเก้า เ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าจะมีจุดจบอย่างในวันนี้ ไอ้หยา เหม็นชะมัด!”
เฉินซินอี๋จีบปากจีบคอ ก่อนยกผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมขึ้นปิดจมูกด้วยสีหน้ารังเกียจ
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง
การต่อสู้แย่งชิงในวังหลังนั้นโหดร้ายเสมอ นึกไม่ถึงว่าในยามที่บ้านเมืองเกิดหายนะ องค์หญิงเจ็ดก็ยังฉวยโอกาสซ้ำเติมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
ฉู่เซียวคำรามอย่างเ็าแล้วเบือนหน้าหนี เขาี้เีเกินกว่าจะมองใบหน้า อันน่ารังเกียจของอีกฝ่าย
เฉินซินอี๋เย้ยหยัน “นี่ ใกล้จะตายอยู่รอมร่อแล้ว ยังไม่รู้จักประจบเอาใจผู้อื่น เ้ามันสมควรถูกห้าม้าแยกร่างแล้ว! อ้อ จริงสิ ข้าลืมบอกข่าวดีแก่เ้าไป”
ฉู่เซียวชะงักไป คว้าจับกรงไม้ไว้แน่น “องค์หญิงเก้าถูกใครช่วยชีวิตไปแล้วหรือ?”
“ฮ่าๆ ๆ! ถูกช่วยชีวิตหรือ? จะเป็ไปได้อย่างไรกัน!”
เฉินซินอี๋คล้ายกำลังได้ยินเื่ตลกครั้งใหญ่ นางเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “นางหรือ ไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพ!”
“บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น!” ฉู่เซียวเดือดดาลยิ่งนัก
“องค์หญิงเก้าผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องและสูงส่งของเ้า ถูกโจวอวิ๋นเฉินและทหารกลุ่มหนึ่งข่มขืน ไอ้หยา ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ที่เ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เ้าจึงไม่เห็นสภาพที่น่าสมเพชของนาง…”
เฉินซินอี๋ฉีกยิ้มชั่วร้าย
“เ้าพูดจาเหลวไหล! หากเ้ากล้าใส่ร้ายองค์หญิงเก้าอีก ข้าจะฆ่าเ้า!” ฉู่เซียวโกรธจนแทบคลั่ง
เฉินซินอี๋ชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม แล้วเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ “พอนางถูกเล่นสนุกจนยับเยินแล้ว นางก็ถูกกรอกยาพิษร้ายแรง...”
หญิงสาวจงใจพูดให้ช้าลง แล้วทำท่าลังเลที่จะพูดต่อ ขณะเขม้นมองฉู่เซียวที่กำลังเ็ปใจเจียนตายด้วยความพึงพอใจ
“ตอนที่นางกำลังจะตาย ยังถูกซูอวี้เจ๋อกรอกยาพิษซ้ำอีก เพื่อเอาไปใช้เป็เหยื่อล่อให้เฉินไท่จื่อยอมจำนน”
นิ้วของฉู่เซียวที่กำลังจับกรงขังเกร็งจนขึ้นข้อขาว ตัวเขาสั่นระริก
“ศพของนางก็ไม่ได้พักผ่อนอย่างสงบเช่นกัน เพราะถูกซูอวี้เจ๋อและเฉินคุนเฉิงโยนลงไปในทะเลสาบเพื่อเป็อาหารปลา จากนั้นร่างของนางก็ถูกกระแสน้ำวนพัดหายไป ฮ่า ๆ ๆ...”
เฉินซินอี๋เงยหน้าขึ้นฟ้า แล้วหัวเราะร่วนด้วยความเบิกบานยินดียิ่งนัก
สายตาของฉู่เซียวหม่นมัวลงคล้ายเปลวเทียนที่ดับมอด
“ยามนี้ ศพนางก็ไม่มี ิญญาก็แตกสลาย ไม่มีทาสชั้นต่ำอย่างเฉินอวิ๋นหวงในโลกนี้อีกต่อไปแล้ว!”
เฉินซินอี๋จ้องมองฉู่เซียวด้วยดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟโทสะ เอ่ยถ้อยคำสุดโเี้ออกมา
บุรุษผู้แข็งแกร่งหลั่งน้ำตาราวกับสายฝน
“เ้าและองค์หญิงเก้าคบคิดกับศัตรู ทรยศต่อบ้านเมือง ทำร้ายราษฎร ถึงตายก็ยังไม่สาสมกับความผิดที่กระทำลงไป! หึ!”
เฉินซินอี๋จงใจกล่าวเสียงดัง หวังปลุกระดมผู้คน
“ฆ่ามันให้ตาย! ไอ้สุนัขที่กินในคายนอก!”
“เขากับองค์หญิงเก้าสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ทรยศต่อบ้านเมือง ก่อให้เกิดภัยพิบัติและทำให้พวกเราไร้บ้านที่อยู่อาศัย!”
“ฆ่ามัน ฆ่ามัน!”
“ให้ห้าม้าแยกร่าง จะได้ไม่ต้องไปผุดไปเกิด!”
…
คำสาปแช่งชั่วร้ายได้พัดผ่านราวกับลมบ้าหมูสีดำหอบหนึ่ง ซึ่งทำลายล้างความคิดสุดท้ายในชีวิตของฉู่เซียวไปจนสิ้น
ฉู่เซียวร้องไห้ออกมาอย่างคนหัวใจแตกสลาย เขาไม่ได้เสียใจเพื่อตัวเอง แต่เศร้าเสียใจกับองค์หญิงเก้า
เขาเองก็คิดไม่ออกว่า คนที่งดงามทั้งกายและใจเฉกเช่นองค์หญิงเก้า จะมีชะตากรรมที่น่าเศร้าสลดเช่นนี้ได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับ เขาก็รู้สึกว่า์ช่างไร้ความยุติธรรม
เมื่อมองผ่านช่องว่างของกรงขังบนรถ เขาก็เห็นผู้คนมากมายที่เคลื่อนไหวอย่างวุ่นวาย หัวใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
คลื่นมนุษย์ที่อยู่เื้ัผลักดันคลื่นมนุษย์ไปข้างหน้า อาวุธทุกชนิดโผล่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ฝูงชนไม่ละความพยายามในการกระทำทารุณและโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
นี่คือผู้คนที่เขาและเหล่าพี่น้องเคยต่อสู้เพื่อปกป้องอย่างสุดชีวิต ช่างน่าขัน!
ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อับแสง ดีชั่วกลับตาลปัตร เขาชิงชังทุกสิ่งทุกอย่าง!
*เม๊ง เม๊ง~*
เฉินซินอี๋สั่งให้คนลั่นระฆังเป็สัญญาณ
ทันใดนั้น องครักษ์หมาป่ากลุ่มหนึ่งก็ก้าวเข้าไปลากฉู่เซียวออกจากกรงขัง แล้วจูงม้าห้าตัวออกมา ผูกสายบังเหียนของม้าที่ดุร้ายไว้ที่มือ เท้า และคอของฉู่เซียว...
ฉากทั้งหมดนี้ปรากฏให้เห็นอย่างแจ่มชัดในกระจกเกล็ดั
อวิ๋นหวงโกรธจัดจากก้นบึ้งหัวใจ “มันเป็แบบนี้ได้อย่างไร? ตระกูลของฉู่เซียวมีความจงรักภักดีมาถึงสามชั่วอายุคน มีผลงานทางทหารที่โดดเด่น คนเหล่านี้ปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ได้อย่างไร!”
“เ้ายังอ่อนหัดนัก ความเกลียดชังทำให้คนโง่เขลา หรือพวกเขาเพียงแค่้าความสะใจจากการที่ผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอกว่าเท่านั้น!”
หลงไท่จื่อกลับดูสงบ
อวิ๋นหวงร้อนใจ และคว้ากรงเล็บัไว้ “หลงไท่จื่อ ท่านพลังวิเศษอันยิ่งใหญ่ ท่านช่วยชีวิตฉู่เซียวเพื่อข้าด้วย โปรดช่วยชีวิตเขาด้วย!”
หลงไท่จื่อเพียงลูบหัวนางด้วยกรงเล็บอีกข้าง “อย่ากลัว อย่าร้อนใจไปเลย”
“ข้าจะไม่กลัว ข้าจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร เมื่อใดที่พวกเขามัดฉู่เซียวอย่างแ่าแล้ว ม้าห้าตัวก็จะฉีกร่างของเขาออกเป็ชิ้น ๆ ในทันที!” อวิ๋นหวงร้องลั่นด้วยความกระวนกระวายใจ “ท่านช่วยผู้คน โปรดช่วยจนถึงที่สุด ท่านช่วยชีวิตเขาด้วยนะ…”
“วางใจเถอะ ชะตาเขายังไม่ถึงฆาต ย่อมมีคนมาช่วยชีวิตเขา”
หลงไท่จื่อดูมั่นใจ
อวิ๋นหวงไม่อาจวางใจได้ นางเห็นในกระจกเงาเกล็ดัว่า ฉู่เซียวเปลือยกาย ทั่วทั้งร่างมีแต่าแ ทว่าก็ยังถูกก้อนหิน ใบผักเน่า และไข่เน่าขว้างปาใส่อย่างมืดฟ้ามัวดิน
“ฉู่เซียว… หลงไท่จื่อ ท่านส่งตัวข้าออกไป ข้าจะไปช่วยชีวิตเขา!”
ยิ่งอวิ๋นหวงเฝ้ามองมากเท่าไร นางก็ยิ่งโศกเศร้ามากขึ้นเท่านั้น แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“หากเ้าไปตอนนี้ เ้าก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้ง” หลงไท่จื่อกล่าว
“ต่อให้เอาชีวิตไปทิ้ง ข้าก็ทนเห็นฉู่เซียวถูกม้าห้าตัวแยกเป็ชิ้น ๆ ไม่ได้!”
อวิ๋นหวงร้อนรน จนน้ำตาคลอเบ้า
เทพัเหวี่ยงหางของมัน ร่างที่ใหญ่โตมหึมาพุ่งพรวด และก้นทะเลลึกก็พลันเคลื่อนตัวออกจากทะเลที่มีคลื่นซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทหารกุ้งและปูจำนวนนับไม่ถ้วนแตกกระเจิงด้วยความตื่นตระหนก
ขณะที่อวิ๋นหวงกำลังจะพูด หลงไท่จื่อก็โอบหางรอบเอวนาง แล้วนำตัวนางไปไว้ที่หลังคอของเขา “นั่งดี ๆ ข้าจะพาเ้าไปที่ลานปะา”
อวิ๋นหวงนั่งลงบนคอของั ขณะที่มือเกาะคอของเขาเอาไว้แน่น ในใจกลัวว่าหากสายเกินไป ฉู่เซียวจะตาย “เร็วเข้า รีบไปเร็วเข้า”
.
.
.