บทที่ 8 ลงโทษยกก๊วน
รถกะบะ Toyota vigo สี่ประตูสีดำขับซิ่งเข้ามาจอดหน้าอาคารหลัก ครู่หนึ่งก็ปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งเดินลงจากรถขึ้นบันไดไปในอาคารนั้นทันที ระหว่างนั้นกริ้นท์กับแจ็คและแบงค์เดินลงบันไดมาพอดี ก็ถูกชายหญิงคู่นั้นเดินเบียดขึ้นไปอย่างเร็วรี่จนทั้งสามต้องหลบทางยืนเรียบผนังให้ทั้งคู่ผ่านไปได้ในทันที
"รีบไปไหนวะ!" แบงค์สบถตามหลังไป
"โทษที"
หญิงวัย 30 ต้น ๆ สวมแจ็คเก็ตหนังสีดำกล่าวกลับมาแล้วรีบตามหลังชายที่มาด้วยกันไปอย่างรวดเร็ว แบงค์หันไปพูดกับเพื่อนทั้งสองหน้าหงุดหงิดอย่างเต็มที
"จะรีบอะไรขนาดนั้น โรงเรียนไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย"
"นายว่าพวกเขาไปหาใคร" แจ็คถามระหว่างที่พากันเดินลงบันไดไป
"ไม่รู้สิ" กริ้นท์ตอบกลับ "แต่ที่รู้ ๆ พวกนั้นเป็ตำรวจ"
"ห๊าา! " เพื่อนทั้งสองอุทานออกมา
"นายรู้ได้ไงว่าพวกเขาเป็ตำรวจ" แบงค์พยักหน้าเฉื่อย ๆ เห็นด้วยกับคำถามของแจ็ค
"ก็พวกเขาพกปืนมาด้วยนี่ ส่วนผู้ชายตัดผมสั้นแบบนั้น คิดได้อย่างเดียวว่าเป็ตำรวจ ไม่มีทางเป็อย่างอื่นไปได้หรอก"
"มันก็จริงของนาย"
"อืมม์ ๆ" แบงค์พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
เมื่อพวกเขาเดินพ้นตีนบันไดออกมา ก็มีใครคนหนึ่งมาขวางไว้ ทั้งสามคนเงยหน้ามองทันที เห็นชายผมแสกกลางร่างใหญ่กว่ายืนจ้องมาที่พวกเขา มีเข็มกลัดติดอยู่อกเสื้อ ทั้งสามรู้ได้ทันทีว่าเป็คณะกรรมการนักเรียน
"ประธานเรียกพวกนายไปพบ"
"ประธาน! ประธานโอมน่ะเหรอ..." กริ้นท์เอ่ยมาอย่างสงสัย
"้าพบพวกเราเนี่ยนะ! " แจ็คเสริมมาอีกคน แบงค์ไม่ได้มีความสงสัยเหมือนเพื่อน ๆ แต่เอ่ยเล่น ๆ ออกมาอย่างไม่จริงจังว่า
"คงอยากให้พวกเราไปเป็กรรมการฝ่ายปราบปรามละมั้ง"
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินตามกรรมการนักเรียนคนนั้นไป
เมื่อมาถึงห้องทำงานของคณะกรรมการนักเรียน ชายคนนั้นก็เปิดประตูเดินนำเข้าไป ตอนนี้ประธานโอมนั่งพิงพนักเก้าอี้ขาสองข้างยืดออกไขว้กันอยู่บนโต๊ะทำงาน สายตามองตรงมาที่คนทั้งสี่ที่พึ่งเข้ามา พอพวกกริ้นท์มาถึงโต๊ะ กรรมการชายหญิงที่นั่งอยู่โต๊ะยาวรีบลุกขึ้นไปยืนรวมกันอยู่มุมห้องอย่างตื่นตระหนก
ประธานโอมปล่อยขาลงจากโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน เขาตัวสูงกว่าพวกกริ้นท์เป็ไหน ๆ ทั้งใบหน้า รูปร่างก็หล่อเท่ห์ยิ่งกว่าแบงค์เสียอีก ผมสั้นตรงรองทรงสีดำไว้หน้าม้าไล่ระดับไปจนถึงด้านข้างอย่างมีเสน่ห์น่าหลงไหล ไม่เข้ากับพฤติกรรมหน้านิ่งเ็าที่ทำให้คนอื่น ๆ เกรงกลัวเลย
"เรียกพวกเรามา มีอะไรรึเปล่า" กริ้นท์ถามออกไป
"ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะถามอะไรนิดหน่อย" เขาตอบหน้านิ่ง ๆ
ทั้งสามจ้องเข้าไปั์ตาสีดำสนิทเพื่อรอฟังคำถาม ประธานโอมแสยะยิ้มแล้วพูดเสียงเรียบเฉย ทำเอาคนทั้งสามรู้สึกเสียววาบไปทั่วสันหลัง
"พวกนายใช่มั้ยที่ทำร้ายพวกเด็กมอหก"
ตาเบิกกว้างพร้อมกันทั้งสามคนเมื่อได้ยินคำถาม กริ้นท์จึงรีบอธิบายเื่นี้ให้ฟังทันที
"ฉันเอง..ฉันทำคนเดียว ก็พวกนั้นมันรีดไถเงินคนอื่นมามากมาย แถมยังขู่เข็ญทำร้ายคนอื่น ๆ ด้วย ผมเลยต้องจัดการพวกมัน และที่ทำไป..ผมก็แค่จะสั่งสอนพวกมันเท่านั้นเอง"
"ไม่ใช่สักหน่อย! ท็อปต่างหากที่เป็คนทำ พวกเรายังมะ...! "
แบงค์พูดไม่ทันจบก็ถูกแจ็คยกมือมาอุดปากไว้ไม่ให้เขาพูดต่อไป แบงค์ก็พยายามดิ้นที่จะพูดออกไปให้ได้ แต่แจ็ครีบโอบรัดตัวเอามืออุดปากไม่ปล่อย แล้วกระซิบเสียงแข็งเพื่อหยุดเพื่อนไว้
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้!! นายดูหน้ากริ้นท์สิ เขาไม่อยากให้ท็อปต้องมาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วย กริ้นท์ถึงยอมรับผิดคนเดียว!"
แบงค์หยุดนิ่งทันที ใบหน้าสลดด้วยความสงสารเพื่อนที่ยอมรับสารภาพผิดเพียงคนเดียว เขาไม่อยากให้เพื่อนต้องมาแบกรับความผิดไว้คนเดียวเลย แต่ท็อปก็เป็เพื่อนของเขาด้วย จะโยนไปให้ท็อปแล้วเอาตัวรอดเพียงคนเดียวเขาก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน เมื่อคิดไปคิดมาอย่างพินิจวิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็โพล่งออกมาในทันที
"ไม่!! ไม่ใช่กริ้นท์ที่ทำ"
ทุกคนหันมองมาที่เขากันหมดทุกสายตา แจ็คตะลึงใมากที่เห็นเพื่อนหลุดพูดมาแบบนี้ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามความตั้งใจของกริ้นท์ และเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี เขาไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจไปมากกว่านี้ เลยต้องยอมให้กริ้นท์รับผิดไปคนเดียว ถึงแม้มันจะดูว่าเขาเห็นแก่ตัวมากก็เถอะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ความตั้งใจของกริ้นท์ได้พังลงไปแล้วจากการหลุดพูดของแบงค์เพียงคำเดียว
"ไม่ใช่กริ้นท์คนเดียว แต่เป็พวกเราทุกคนต่างหาก"
แจ็คตาเบิกกว้างขึ้น และเข้าใจในสิ่งที่แบงค์พยายามจะพูดแล้ว มันไม่ใช่เื่ที่จะปล่อยให้กริ้นท์รับผิดเพียงคนเดียวเลย และไม่ใช่เื่ที่จะโยนไปให้ท็อปด้วย ถึงแม้พวกเขาไม่ได้ทำจริง ๆ ก็เถอะ แต่พวกเขาก็อยู่ร่วมในเหตุการณ์และควรจะต้องรับผิดไปด้วยกัน
"ใช่! พวกเราทุกคนที่ทำร้ายรุ่นพี่เลว ๆ พวกนั้น" แจ็คเสริมไป
กริ้นท์รู้สึกดีใจที่เพื่อนทั้งสองออกตัวรับผิดไปด้วยกันแบบนี้ แต่เขาไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเกี่ยวข้องด้วยเลย ยังไงเขาก็ต้องรับผิดไปคนเดียวดีที่สุด
"ไม่..! ฉันต่างหากที่เป็คนทำ"
ทั้งสามคนพยายามช่วยกันไปช่วยกันมา ต่างไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเดือนร้อนกับเื่พวกนี้เลย ทำเอาคนในห้องนี้งงกันไปหมดว่าเื่มันเป็ยังไงกันแน่ แล้วใครกันที่เป็คนทำ สุดท้ายการออกตัวรับกันไปรับกันมาก็ถูกขัดมาด้วยเสียงเรียบเฉื่อยที่ทำเอาเสียวซ่านไปทั้งหลัง
"มันไม่สำคัญหรอกว่าใครเป็คนทำ แต่ที่สำคัญคือพวกนายอยู่ในเหตุการณ์กันทุกคน เปย์...!!" คำสุดท้ายเขาะโเรียกชื่อใครบางคน
และบัดนั้นก็ปรากฏชายร่างสูงโปร่งผิวดำเปิดประตูหิ้วคอเสื้อลากใครมาด้วยสองคน ทันทีที่พวกกริ้นท์เห็นก็ทำให้ทั้งสามต้องตะลึงตาเบิกโพลงไปในบัดนั้น เพราะคนที่ชายคนนั้นพาเข้ามาคือท็อปกับธีที่สภาพร่อแร่แทบไร้สติที่จะประคองตัวเองได้ ใบหน้าของทั้งสามคนร้อนผ่าวแผ่รังสีอำมหิตออกมาทันทีที่ได้เห็นเพื่อนของพวกตนอยู่ในสภาพนี้ แบงค์หันไปตะหวาดใส่ประธานนักเรียนอย่างดุเดือด ใบหน้าแดงผ่าวเต็มไปด้วยความแค้น
"ไอ้บัดซบ! นายทำอะไรกับเพื่อนของเรา!!"
กริ้นท์กับแจ็ควิ่งไปชิงตัวเพื่อนทั้งสองคนมา แต่ตอนนี้เพื่อนทั้งสองขาอ่อนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว กริ้นท์เช็ดเืที่อาบปากน้องชายแล้วพาไปนั่งพิงที่ตู้หนังสือ เขาลุกขึ้นยืนหน้าเ็าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นแล้วเดินมาสมทบกับเพื่อน
"โรงเรียนมีฝ่ายปราบปรามอย่างคณะกรรมการอยู่แล้ว พวกนายไม่ควรไปทำร้ายนักเรียนกลุ่มนั้นเลย แค่มาบอกกรรมการนักเรียนก็พอ แต่พวกนายดันไปทำร้ายพวกเขา แบบนี้มันก็เท่ากับก่อความวุ่นวายให้กับโรงเรียน เราจำเป็ต้องลงโทษพวกนาย! " ประธานโอมตอบเรียบ ๆ อย่างไร้ความรู้สึก
"ไอ้บ้าเอ๊ย!!"
สิ้นเสียง แบงค์ก็พุ่งเข้าไปฟาดหมัดใส่ประธานนักเรียนอย่างสุดแค้น โอมหน้านิ่งสวนหมัดกลับไปเต็ม ๆ หน้าท้อง จนแบงค์เข่าอ่อนลงไปนอนคุดคู้อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง แจ็คกับกริ้นท์พุ่งเข้าใส่พร้อมกัน แต่ก็ไม่อาจทำอะไรโอมได้เลย ถึงแม้จะเป็สองรุมหนึ่งก็ตาม แต่กลับถูกสวนกลับมาคนละหมัดจนล้มลงกับพื้น ทั้งสองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน กลับลุกขึ้นวิ่งเข้าใส่อย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน โอมก็สามารถบล็อคหมัดของทั้งสองได้หมดทุกครั้ง ไม่อาจสร้างความเสียหายให้กับโอมได้เลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้แบงค์ได้หมดฤทธิ์ไปเเล้ว แขนขาอ่อนแรงจุกเสียดหน้าท้องจนไม่อาจลุกขึ้นมาช่วยเพื่อนได้อีก
กริ้นท์กับแจ็คก็อึดใช่ย่อยเหมือนกัน หมัดแล้วหมัดเล่าที่โดนเข้าไป พวกเขาก็ยังคงลุกขึ้นมาสู้อย่างไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ตอนนี้สภาพร่อแร่จนแทบจะยืนไม่ไหวอีกแล้วก็ตาม โอมรู้สึกถูกใจเ้าพวกนี้อยู่เหมือนกัน ที่ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเอาชนะได้ หาคนที่ใจสู้แบบนี้คงหาได้ยากเหมือนกัน
ผั๊วะ!!
หมัดหนึ่งก็สวนเข้าใบหน้าเขาจนได้ แต่มันอ่อนแรงจนไม่อาจทำดาเมจให้เขารู้สึกเจ็บได้เลยแม้แต่นิดเดียว กริ้นท์ยกมือข้างหนึ่งอย่างดีอกดีใจที่สามารถต่อยโดนจนได้ ถึงแม้ใบหน้าที่ดีใจจะปูดบวมจนมองไม่ออกว่ายิ้มอยู่ก็ตาม โอมฉีกยิ้มมุมปากอย่างไม่โกรธเคืองอะไร กลับถูกใจที่กริ้นท์สามารถทำได้สำเร็จ แต่เห็นสภาพของทั้งสองแล้วไม่น่าจะยืนอยู่ได้ถึงขนาดนี้ เขาเลยตั้งใจช่วยสงเคราะห์ไม่ให้ทั้งสองรู้สึกเ็ปอีกต่อไป
ตุ๊บ...ตุ๊บบ!
โอมพุ่งเข้าไปต่อยหน้าท้องของทั้งสองจนล่วงหมดสติไปในที่สุด
ชายหญิงคู่หนึ่งเดินพ้นบันไดชั้นสองของอาคารหลักก็มุ่งหน้าตรงมาที่ห้องสุดท้ายโดยทันที ซึ่งห้องนี้เป็ที่ทำการของผู้อำนวยการนั่นเอง ทั้งสองเช็คสภาพความเรียบร้อยของตนเองก่อนผลักประตูกระจกสีดำทึบเดินเข้าไป ก้าวแรกที่ย่างเข้ามาก็ถูกกระแสไอเย็นตีเข้าหน้าทันที ทั้งคู่คิดว่าผู้อำนวยการคนนี้น่าจะใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลืองเป็อย่างมาก เนื่องจากเสียงของแอร์ที่ได้ยิน ไอเย็นที่ทำให้รู้สึกหนาว อีกทั้งยังเปิดพัดลมทิ้งไว้อีก รวมแล้วเป็การใช้ไฟที่สิ้นเปลืองสุด ๆ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของคนที่มาด้วยกันปิดประตูกระจกทึบกลับไป แล้วสังเกตได้ว่าถ้ามองจากด้านในออกไป จะเห็นบรรยากาศด้านนอกได้อย่างชัดเจน แต่ถ้ามองจากด้านนอกเข้ามาจะมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดทึบของประตูกระจก พอเธอหันกลับมา ชายที่มาด้วยกันก็กระซิบบอกมาทันที
"ฉันว่าผู้อำนวยการโรงเรียนนี้น่าจะอ้วนน่าดู"
"เห๋...ทำไมอะ" เธอกระซิบถามกลับไปทันที
"ก็สังเกตจากพัดลมที่เปิด ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้ก็หนาวมากแล้ว ก้าวแรกที่ย่างเท้าเข้ามาฉันก็นึงถึงเสื้อกันหนาวเลยทีเดียว เป็เธอถ้าเย็นขนาดนี้แล้ว เธอยังจะเปิดพัดลมอีกเหรอ"
"นั่นสินะ"
"ไปกันเถอะ" พูดจบเขาก็เดินนำเข้าไปที่โต๊ะทำงานของผู้อำนวยการทันที ทั้งสอนหันมองไปรอบ ๆ เพื่อหาตัวผู้อำนวยการ แต่กลับไม่เห็นใครอยู่เลย พอทั้งคู่สังเกตที่โต๊ะทำงานดูดี ๆ ก็เห็นอะไรบางอย่างยื่นออกมาทางด้านหลังโต๊ะ นั่นมันคือท้องของมนุษย์ ใช่นั่นคือท้องของผู้อำนวยการนั่นเอง ตอนนี้เขานอนแผ่หราปล่อยพุงชี้โด่ขึ้นมาอย่างคนเกียจคร้าน
"สวัสดีครับ...พวกเรามาจากสถานีตำรวจภูธรอำเภอปะเหลียน ขอคุยด้วยหน่อยครับ"
ชายที่นอนแผ่หราลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พุ่งเด้งไปเด้งมาทำเอาเกือบลุกขึ้นไม่ได้ สีหน้าพะวงใยิ้มแหย ๆ มองดูคนที่มาเยือน ทั้งสองเห็นสภาพของผู้อำนวยการแล้ว น้ำหนักคงไม่ต่ำกว่า 120 กิโลกรัมอย่างแน่นอน
"เอ่อ...ผมร้อยตำรวจเอกทัตเทพ อัศวมณี"
"ดิฉัน...ร้อยตำรวจตรีณปภา ธรรมาพันธุ์"
ทั้งสองคนแนะนำตัวให้รู้จัก จากนั้นชายผู้มียศเป็ผู้กองก็ได้พูดต่อทันที "ขออภัยที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาโดยไม่บอกนะครับ"
ชายร่างอ้วนผู้อำนวยการยิ้มแหย ๆ เหงื่อแตกพลั่กถามเสียงตะกุกตะกัก "เออะ..เอ่อ...ที่หอบกันมานี่ ม..มี อะไรรึเปล่าครับ..คุณตำรวจ"
"งั้นเข้าเื่เลยนะครับ" ชายยศผู้กองบอกหน้าจริงจังทันที "สายสืบของเรารายงานมาว่ามีเด็กวัยรุ่นนับร้อยคนรวมตัวกันตั้งตนเป็มาเฟีย สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากมาย ทั้งทำร้ายร่างกาย ข่มขู่รีดไถ เสพยาเล่นการพนัน บางรายหนักถึงขั้นข่มขืนเด็กสาวที่เดินไปมาแถว ๆ นั้น จนตอนนี้เดือดร้อนกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยครับ"
"เอ่อ...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรงเรียนเราหรือครับ" ผู้อำนวยการถามอย่างสงสัย "ถ้าจะบอกว่าเด็กพวกนั้นเป็นักเรียนของเรา ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ"
ทำไม ผอ.ถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะคะ" หญิงผู้มียศร้อยตรีถามหยั่งเชิง ตาคอยจับดูความผิดสังเกตของคู่สนทนาทุกขณะ
"ผมมั่นใจว่าเด็กของเราไม่ทำเื่อุบาทว์แบบนั้นหรอก ถึงแม้จะมีบ้างบางคนที่สูบบุหรี่ เสพยา ดื่มเหล้า แต่ไม่มีใครทำเื่อัปรีย์อย่างข่มขืนผู้หญิงหรอกครับ ผมมั่นใจเลย" ผู้อำนวยการตอบไปหลังจากคลุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ส่วนครูของเราก็คอยสั่งสอนนักเรียนอยู่ตลอด ไม่ยอมให้พวกเขาทำเื่ที่ไม่ดีแบบนี้หรอกครับ"
"ถึงแม้นักเรียนของคุณไม่ทำเื่อัปรีย์อย่างที่คุณว่าจริง ก็ใช่ว่าเด็กของคุณจะไม่ไปร่วมอยู่กับพวกเด็กกลุ่มนั้นนะ" ตำรวจหญิงยศร้อยตรีหลอกล่อเข้าไปอีก เพื่อให้ผู้อำนวยการสุดี้เีคนนี้เผลอหลุดพูดอะไรออกมาบ้าง
ผอ.ร่างอ้วนเผละจ้องตาคุณตำรวจหญิงเขม็ง รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกสอบสวนยังไงยังงั้น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็ถึงผู้อำนวยการ ไม่ควรถูกตำรวจหลอกล่อแบบนี้เลย "ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณถึงคิดแบบนี้ แต่ผมเชื่อในตัวนักเรียนของผม พวกเขามีความรู้ความสามารถดี และรู้อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรไม่ควร พวกเขาไม่มีทางทำอย่างนั้นเด็ดขาด ผมขอเอาหัวเป็ประกันเลย"
"เอาน่า ๆ ผมเชื่อว่านักเรียนของคุณไม่ทำเื่อย่างนั้นหรอก แต่ยังไงก็ตาม นักเรียนของคุณก็มีนักเลงอันตพาลอยู่ไม่น้อยเหมือนกันหนิ"
คำพูดของนายตำรวจยศร้อยเอกทำเอาผู้อำนวยการกระอักกระอ่วนในทันที เขาคอยสังเกตพฤติกรรมทุกขณะแล้วพูดต่อไป
"สายของเรารายงานมาอีกว่า นักเรียนของคุณมีปัญหากับเด็กแก๊งนั้นอยู่ ผมเกรงว่าจะเกิดาระหว่างแก๊งขึ้นได้ ถ้าเป็อย่างที่ผมคิดจริง ๆ ผมจำเป็ต้องนำกองกำลังมาจับไม่เว้นแม้แต่นักเรียนของคุณ ยังไงคุณก็คอยปรามพวกเขาด้วยนะครับ ผมไม่อยากให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้น"
ผู้อำนวยการยืนอึ้งตัวแข็งพูดอะไรไม่ออก เพราะถ้าเกิดเื่อย่างที่คุณตำรวจว่าขึ้นมาจริง ๆ มันจะไม่ได้จบแค่นักเรียนถูกจับ แต่จะมีการสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นแน่ เขากลืนน้ำลายฟังตำรวจบอกลาก่อนที่จะเดินออกไป
"งั้น...พวกเราขอลาก่อนนะครับ หวังว่าคุณจะปรามพวกเขาได้นะครับ"
ผู้อำนวยการยืนแข็งเป็ท่อนไม้ เหงื่อตกเต็มหน้า ตากรอกดูสองตำรวจเดินออกไป
••••• ะุเงิน •••••