แม็คของส้ม ตอนที่ 5
วันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ทำให้ร้านแน่นเป็นพิเศษฉันกับมุกไม่ได้จองโต๊ะไว้ ทำให้เราไม่มีที่เลยต้องไปนั่งตรงบาร์เครื่องดื่มแทน ตอนนี้เรานั่งอยู่สองคนเพราะพี่แม็คพามาส่งแล้วเดินไปไหนก็ไม่รู้ อ่อ วันนี้แพรวไม่ได้มาด้วยหรอกนะ เห็นว่าคิมจะพาไปไหนกินข้าวนอกบ้าน“วันหลังเปลี่ยนที่นั่งก็ดีเนอะ โต๊ะเดิมอยู่ในมุมอับ มองอะไรไม่ค่อยเห็น”“แล้วมึงจะมองอะไรอ่ะ” ฉันถาม“มองผู้ไงอิส้ม! หันไปมองแบบเนียนๆนะ สามนาฬิกามีผู้ชายมองมึง!” เพื่อนที่แสนดีพูดแล้วชะม้อยชะม้ายชายตาสวยๆอ่อยเหยื่อเนียนๆ แต่ฉันยังไม่ได้หันไปมองหรอกนะ“เมื่อกี้ยังทำท่าจะจับกูยัดปากพี่แม็คอยู่เลย เปลี่ยนสีไวกว่ากิ้งก่าก็มึงนี่แหละ!” ฉันต่อว่า“เอ้า! ถึงกูจะเชียร์ให้มึงเสียตัวแต่ใจจริงก็ไม่อยากให้มึงง่ายกับใครขนาดนั้น ต่อให้เป็นพี่กูก็เถอะ!” มุกบอกก่อนจะพูดต่อว่า...“มึงต้องเล่นตัวบ้าง หว่านสเน่ห์บ้าง เอาให้พี่แม็ครู้ว่ามึงก็ไม่ได้เป็นของตายที่ไม่มีพิษมีภัยอ่ะ เก็ทม่ะ?”“คุยทีละคนไม่ดีกว่าหรอมึง?”“กูก็ไม่ได้ให้มึงคุยหลายคน แค่ลองใส่ลูกเล่นในการพัฒนาความสัมพันธ์ไง”“เอาจริงดิ” ฉันถามเพราะไมแน่ใจ“เออสิ! เนี่ย! วันนี้มาลองอ่อยผู้ชายในผับกัน รับรองว่ากูจะไม่บอกพี่แม็คเด็ดขาด เริ่มจากผู้ชายที่ตำแหน่งสามนาฬิกาก่อนเลยมึง!” มุกบอก จากนั้นมันก็สั่งคอกเทลมาจิบ เอาจริงท่าทางของมันก็ดูเป็นธรรมชาติดีนะ แต่จากการเป็นเพื่อนกันมาทำให้ฉันรู้ว่ามันกำลัง ‘แสดง’“เออ เอาก็เอาวะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วเริ่มขยับตัวเปลี่ยนท่านั่ง จากนั่งห้อยขาเฉยๆก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งไขว้ห้าง สะบัดผมข้างขวาไปด้านหลัง แล้วค่อยๆหันไปด้านขวา พอถึงสามนาฬิกาก็เห็นว่าผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีดำคนนึงกำลังมองฉันอยู่เขาส่งยิ้มมาและฉันก็ส่ง ‘ยิ้มมารยาท’ กลับไป แล้วหันกลับมาหามุก“งานดีอ่ะมึง เห็นแล้วใจสั่น!” ฉันพูดพร้อมกับขยิบตาให้เพื่อน“มึงนิ่งๆไว้ เขาเดินตรงมา แต่หล่อจริงยอมรับเลย” มุกพูดจบก็มองเลยไหล่ฉันไป เพื่อนฉันส่งยิ้มแล้วผงกหัวทักทายก่อนคนมาใหม่จะพูดขึ้น“สวัสดีครับ มาสองคนหรอฮะ”“ค่ะ มาสองคนค่ะ” ฉันหันไปมองเขาแล้วตอบกลับไป เสียงเขานุ่มมากเลยอ่ะ ถ้าได้ฟังทุกวันคงจะดี (ถึงจะไม่ได้ใช้บ่อยแต่มารยาในการอ่อยฉันก็พอมีนะ)แล้วเราก็คุยกันยังไงไม่รู้ รู้แค่ตอนนี้ฉันกับมุกย้ายมานั่งโต๊ะ ‘พี่นุ’ เขาเรียนคนละมหาลัยกับพวกฉันดังนั้นหมดห่วงเรื่องที่จะต้องเจอกันบ่อยๆ เอาจริงฉันก็ไม่ได้จะคุยต่ออยู่แล้วไง“ทำไมเราสองคนดูสนิทกับพนักงานจัง มาบ่อยหรอ” เพื่อนพี่นุที่ฉันจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรเอ่ยถามขึ้น“ก็บ่อยค่ะ วันศุกร์วันเสาร์ถ้าว่างก็มา” มุกเป็นคนตอบก่อนจะถามกลับบ้าง“พวกพี่พึ่งมาครั้งแรกหรอคะ มุกไม่คุ้นหน้าเลย”“อ่าห้ะ แต่ถ้ามุกกับส้มเป็นลูกค้าประจำพี่อาจจะต้องมาบ่อยๆ” พี่นุตอบแล้วยิ้ม เขาดูเต๊าะไปเรื่อยนะ ไม่ชวนฉันหรือมุกคุยเป็นพิเศษอ่ะ เหมือนว่ามีโอกาสกับใครก็คุย ผู้ชายแบบนี้อันตรายแหะฉันปล่อยให้มุกคุยไปเรื่อยๆ ส่วนตัวเองก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่โต๊ะนี้ค่อนข้างใกล้เวทีพอพี่นักดนตรีมองเห็นก็โบกมือให้แล้วถามประมาณว่า ‘จะเต้นไหม’ ส่วนฉันก็โบกมือปฎิเสธไป วันนี้เบื่อๆน่ะ ขี้เกียจด้วย“ส้มรู้จักนักดนตรีด้วยหรอ เรามีแฟนแล้วป่ะเนี่ยมาหลอกให้พวกพี่โดนต่อยฟรีไม่ไหวนะ” เพื่อนพี่นุคนเดิมถามขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆ“ก็รู้จักบ้างค่ะ อย่างที่บอกว่าส้มกับมุกมาบ่อย อีกอย่างส้มเคยไปเต้นหน้าเวทีด้วย”“อย่างนี้นี่เอง” เขาตอบรับแล้วยิ้มฉันเองเริ่มเบื่อกับการนั่งโต๊ะนี้แล้วเหมือนว่ามุกจะรู้เพื่อนฉันเลยพยายามตัดบทสนทนาสุดท้ายเราก็ลุกออกมาโดยที่ไม่ได้ให้คอนแทคติดต่อกับใคร ถึงให้ไปฉันก็ไม่คุยไงเลยบอกปฎิเสธไปจะดีกว่าตอนนี้เที่ยงคืนแล้วและฉันกับมุกก็ลงความเห็นกันว่าเราจะกลับ ก่อนกลับมุกก็ขึ้นมาเข้าห้องน้ำด้านบนเพราะข้างล่างคนเยอะ พอขึ้นมาถึงก็พบว่าพี่แม็คไม่ได้อยู่ในห้องไหนใครบอกว่าจะลงไปเฝ้าฉันไง มาจนจะกลับอยู่แล้วพึ่งเจอหน้าไปครั้งเดียวเอง...ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพราะความง่วง เดี๋ยวมุกมันก็ปลุกเองแหละ ฉันคิดแล้วกำลังจะหลับตาลง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงปิดประตูสะก่อน มุกคงเสร็จแล้วมั้ง คิดแบบนั้นฉันก็จะลุกยืนขึ้น ถ้าไม่ติดว่ามีคนมายืนซ้อนหลังแล้วท้าวแขนลงบนโต๊ะ ท่อนแขนส่วนที่มองเห็นบวกกับกลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์บอกฉันว่าเขาคือพี่แม็ค และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเขาก้มลงมาจนใกล้ชิดแล้วกระซิบที่ข้างหู“ไปนั่งโต๊ะเพื่อนใหม่คุยอะไรกันบ้างหรอ ส้มเล่าให้พี่ฟังบ้างสิ”. ...............................................................................เอ้~~~ พี่แม็คจะทำอะไรไหมน้า 5555555555ปล.ชอบไม่ชอบบอกเราหน่อยน้าาา ????????????