บทที่ 10 พบเจอครั้งแรก
หลายวันต่อมาเรวัชกลับมาที่ผับที่เดิมอีกครั้งหนึ่ง มองไปโต๊ะที่เคยนั่งครั้งที่แล้ว ความทรงจำเมื่อจู่ๆ เขมจิราเดินเข้ามาก็ผุดขึ้นอีกครั้ง ทั้งสภาพเปียกโชกพร้อมสีหน้าเฉยชานั่น ถึงจะผ่านมาหลายวันแล้วแต่เขาก็ยังจำได้ดี
“พรุ่งนี้เป็วันหยุดใช่ไหม” เขาถามน้องชาย
“ใช่ พี่มีธุระอะไรหรือเปล่า” เขตถามกลับ
“ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าอยากดูแลต้นน้ำด้วยนี่ เธอได้ทำอะไรบ้างไหม”
“ส่วนมากเธอมักจะโทรหาต้นน้ำ่เย็นของทุกวัน”
“แค่นั้น?”
“ครับ แค่นั้น” เขตไม่เข้าใจนัก พี่ชายของเขา้าอะไรกันแน่ คล้ายดูจะไม่พอใจการกระทำของเธอคนนั้น
“ไหนพูดนักหนาว่าอยากดูแลต้นน้ำ แต่ทำไมถึงแค่โทรมาถามไถ่ ทำไมเธอไม่มาเจอเขาล่ะ”
“ผมนึกว่าพี่ไม่อยากให้ทั้งสองคนเจอกันซะอีก”
“ถ้าเราไม่อยากให้ทั้งสองคนนั้นเจอกัน แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่” เรวัชพูดกับน้องชาย ก่อนจะออกคำสั่ง “เอาเป็ว่าให้เธอมาเจอต้นน้ำพรุ่งนี้ด้วย”
“พรุ่งนี้เหรอ? แต่พรุ่งนี้พวกเราไม่ว่าง-”
“งั้นก็ทำให้ว่างสิ” เขาหันไปดุน้องชาย
“ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้”
เขตพยักหน้าเข้าใจ เพราะเป้าหมายของพวกเขาสำคัญกว่ามาก ดังนั้นต้องสืบรู้ให้ได้ว่าเขมจิราตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ครั้งก่อนที่จู่ๆ เธอพาตัวของต้นน้ำไปก่อน นั่นก็สร้างความโกลาหลให้พวกเขามากพอแล้ว
พวกเขานั่งดื่มกันอยู่สักพักใหญ่ โดยสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่โปรดของเขา เรวัชจึงคิดที่จะซื้อผับแห่งนี้เป็หนึ่งในสมบัติ สายตาแหลมคมคู่นั้นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งดื่มเมามายไม่ได้สติ โดยเฉพาะผู้หญิงคนหนึ่ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกว่าให้หยุดไงเล่า ไอ้คนชั้นต่ำ!” ช่อฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ปนหงุดหงิด ฟังไม่ได้ศัพท์ สภาพมึนเมาไม่ได้สติ พร้อมทั้งพยายามผลักชายคนหนึ่งที่กำลังลวนลามเธอออกไป
“ไม่เอาสิ อย่าพูดแบบนั้น ผมชอบช่อฟ้ามากนะ” ชายท่าทางเ้าเล่ห์คนนั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหูของอีกฝ่าย มือทั้งสองข้างลูบไล้ร่างกายของเธอไปมาไม่หยุด
“ฉันบอกให้ออกไป! ไม่ดูสารรูปตัวเองหรือไง ถึงกล้าที่จะมาพูดแบบนี้กับฉัน” ช่อฟ้าใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักชายคนนั้นออก ก่อนจะรีบพยุงร่างกายโซเซออกมา ทว่าด้วยสภาพที่เมามากจนแทบประคองสติไว้ไม่อยู่ ทำให้เธอก้าวขาได้เพียงแค่เล็กน้อยก็ล้มลงไป
“ปากดีนักนะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเจอฉันนอนอยู่ข้างๆ คุณหนูแบบเธอจะรู้สึกยังไง” เขาพูดข่มขู่ ใช้มือกระชากร่างของช่อฟ้าให้ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วซุกไซ้ต้นคอของเธอไม่หยุด
“ไอ้คนสารเลว ปล่อย”
“เอาเถอะ เดี๋ยวคุณก็ชิน” เขากระซิบข้างหู
ช่อฟ้าพยายามจะผลักชายคนนั้นออกด้วยแรงอันน้อยนิดของตัวเอง เธอมองไปรอบๆ เห็นคนมากมาย กำลังมัวเมาแสงสีในผับหรูแห่งนี้ โดยไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าคนรอบข้างกำลังเผชิญกับอะไรอยู่กันแน่
คืนนี้ช่อฟ้าและเพื่อนๆ ต่างมาปาร์ตี้กันเหมือนอย่างทุกคืน ทว่าวันนี้พวกเขากลับเลือกที่จะมาลองสถานบันเทิงแห่งนี้เป็ครั้งแรก โดยปกติแล้วที่แห่งนี้นั้นธรรมดาเกินไปสำหรับเธอเสียด้วยซ้ำ แต่ในบางครั้งชีวิตก็้าความแปลกใหม่ หญิงสาวจึงตัดสินใจลอง
ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็ผงสีขาวบนโต๊ะต่างหาก
เพื่อนสนิทคนหนึ่งของช่อฟ้ายื่นสิ่งนี้มาให้เธอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกคนในโต๊ะยั่วยุด้วยคำดูถูก แน่นอนว่าคนเช่นเธอไม่ใช่พวกลูกแหง่ ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว
ช่อฟ้าไม่รอช้าสูดดมผงขาวเ่าั้เข้าเต็มปอดหลายครั้งในเวลาเพียงไม่นาน จนเริ่มรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ล่องลอย และมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน แทบจะไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้
เมื่อเพื่อนๆ เห็นแบบนั้นทุกคนต่างก็ร้องเฮลั่น แล้วคนในโต๊ะก็เริ่มทำสิ่งเดียวกันกับเธอไม่มีผิด
ในตอนนี้ทุกคนต่างเคลิ้มไปกับความสุขที่พึ่งพบเจอ จึงไม่ได้สังเกตสถานการณ์รอบตัวเลยว่าตัวเอกคนสำคัญอย่างช่อฟ้าได้หายตัวไป
เธอถูกชายคนหนึ่งพยุงตัวมาที่มุมอับของผับแห่งนี้ ก่อนจะถูกลวนลามดังเหตุการณ์เมื่อครู่
“คุณสวยมากเลยรู้ไหม ผมแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว” เสียงหื่นกระหายดังขึ้นข้างหู มือข้างหนึ่งถลกกระโปรงของเธอขึ้นมา
“ปล่อย! แกกับฉันมันคนละชั้นกัน ถ้าครอบครัวฉันรู้แกตายแน่” ช่อฟ้าพยายามขัดขืน มือทั้งจิกทั้งข่วนแต่อีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้าน
“หึ ก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเราจะต่างกันแค่ไหนกันเชียว” พูดจบเขาพุ่งตัวเข้าไปจูบเธออย่างแรง มือบีบหน้าอีกฝ่ายจนเป็รอยแดง “ไม่มีเสื้อผ้าพวกนี้คุณมันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง”
“หยุด! แกมันน่ารังเกียจ! อย่าเอาปากสกปรกแบบนั้นมาจูบฉัน”
“เดี๋ยวก็ชั้นต่ำ เดี๋ยวก็น่ารังเกียจ คนแบบนี้นี่แหละจะเป็ผัวคุณเอง รับรองถึงใจแน่”
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย” หญิงสาวเอ่ยขอความช่วยเหลือ รู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แต่เสียงเพลงดังกลบเสียงเธอไปหมด ไม่มีใครสนใจ บ้างก็นึกว่าเป็คู่รักทั่วไปที่อยากจะแสดงแกเลิฟซีนก็เท่านั้น
อีกทั้งชายคนนั้นยังไม่ยอมแพ้ พยายามจะจูบช่อฟ้าต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ช่อฟ้าเองก็พยายามขัดขืนอย่างถึงที่สุด ทว่าด้วยเรี่ยวแรงบวกกับสติที่มีน้อยนิดทำให้ไม่สามารถต่อต้านได้
อีกทั้งเธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองว่าเป็รองมากขนาดไหน จึงได้ต่อว่าอีกฝ่ายไปหลายประโยค แม้ต่อให้จะยกตระกูลเทวราชมาอ้างก็ไม่สามารถทำให้ชายคนนั้นกลัวได้
เรวัชยืนมองเห็นการณ์นั้นั้แ่ต้น ใบหน้าแสยะยิ้มด้วยความสนใจ แม้จะไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของทั้งสองคน แต่เขาเข้าใจดีว่าชายคนนั้น้าทำอะไรกันแน่
อืม...อันที่จริงเื่นี้ก็ไม่ใช่เื่ของเขาซะด้วย
อีกอย่างคนที่โดนรังแกก็เป็ศัตรูของเขา มันคงจะเป็เื่ง่ายหากปล่อยไป ทว่าเขากำลังจะซื้อผับแห่งนี้
หากปล่อยให้หลายสาวคนโปรดของตระกูลเทวราชมีข่าวเสียหายในผับที่นี่ แน่นอนว่าด้วยอำนาจมากมาย ผับแห่งนี้คงต้องโดนปิดตัวลงอย่างแน่นอน และธุรกิจของเขาคงต้องพับเก็บไว้
“หาเื่ให้ฉันจริงๆ เลยคนพวกนี้” เรวัชพึมพำ ขายาวทั้งสองข้างก้าวตรงไปที่มุมอับแห่งนั้นอย่างไม่ลังเล ในขณะที่เดินผ่านโต๊ะอื่นๆ ก็แอบหยิบขวดเหล้าติดมือมาด้วยอย่างช่ำชอง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคน ก่อนจะสะกิดไหล่ของชายคนนั้นแล้วพูด “ครั้งหน้าถ้าจะจัดก็หาที่ดีๆ หน่อย”
เพล้ง!
เสียงขวดแก้วกระทบกับศีรษะของชายคนนั้นเข้าอย่างแรง จนแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เศษแก้วชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นลงบนพื้นไปทั่วทิศทาง
“โอ๊ย แก แกเป็ใคร!” ชายคนนั้นเซไปกระแทกพื้น เมื่อตั้งสติได้ก็รีบกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้ พยายามห้ามเืที่ไหลออกมาราวกับน้ำหลาก
เรวัชใช้แววตาคมกริบคู่นั้นมองไปที่คนบนพื้นด้วยสายตาเหยียดหยาม คนพวกนี้เก่งเฉพาะกับคนที่อ่อนแอกว่าก็เท่านั้น
เขาย่อตัวให้เสมอกับอีกฝ่าย ใช้สายตาสาดประกายอำมหิตจ้องแล้วพูดเสียงราบเรียบ แต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ไสหัวไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก”
ชายหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว มือที่ปิดแผลก็เผลอสั่นอย่างไม่ตั้งใจ ลมหายใจรู้สึกติดๆ ขัดๆ ก่อนจะพยายามพยุงร่างกายของตัวเองขึ้นมา “ดะ ได้ครับ ผมจะรีบไปทันที จะ จะไม่มาที่นี่อีกแล้ว”
พูดจบก็รีบวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล ไม่คิดแม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองหญิงสาวที่ตนเคยสนใจ
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้หลายคนรอบข้างเริ่มหันมาสนใจ ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนๆ ของผู้ชายคนนั้น แต่เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของเรวัชเข้า ทุกคนต่างก็ต้องนั่งลงที่เดิม หรือบางคนก็แทบจะหนีออกจากผับแห่งนี้ไป
ไม่มีใครสักคนกล้าก่อเื่ด้วยซ้ำ