บทที่ 1 ลูกเขยแต่งเข้า
“หลินชี่หยาง นายมันไร้น้ำยา!”
เสียงะโดังขึ้นในห้องนอน
ทางหลินชี่หยางนั้นกำลังหลับสนิท พอได้ยินเสียงสตรีนางหนึ่งกำลังก่นด่าตนเองด้วยความโกรธ เขาจึงรู้สึกรำคาญขึ้นมา
คิดในใจว่าอีกฝ่ายมันเบื่อการมีชีวิตไปแล้วหรือไง
แม่ทัพผู้นี้เพิ่งจะจัดการกองทัพทหารติดอาวุธไปหมาด ๆ กำลังนอนพักฟื้นเอาแรง ทว่าสาวน้อยคนนี้กลับไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย
หลินชี่หยางนึกโมโห แต่พอฝืนลืมตาขึ้นและกำลังจะเอ่ยปากสั่งให้คนมาเอาสาวน้อยจอมโหวกเหวกคนนี้ออกไป ครั้นเมื่อได้เห็นภาพคนตรงหน้าชัด ๆ เขากลับเกิดลังเลขึ้นมา
เพราะเบื้องหน้าของเขาปรากฏเป็หญิงงามรูปลักษณ์น่าเอ็นดูผู้หนึ่ง
หล่อนอายุยังน้อย ทั้งดูสดใสทั้งน่ารัก ต่อให้อารมณ์จะกำลังเดือดจัด แต่สองปรางแก้มที่แดงก่ำจากแรงโทสะกลับทำให้ภาพลักษณ์ทั้งหมดกลายเป็ดูยวนใจน่าถนอมไปเสียอย่างนั้น
“มีอะไร?”
'ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกสักหน่อยแล้วกัน' หลินชี่หยางคิด
“หลินชี่หยาง นายอย่ามาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้นะ นายลืมเื่วุ่นวายที่นายเพิ่งก่อเมื่อวานนี้ไปแล้วหรือไง พี่สาวฉันต้องอับอายขายหน้าเพราะเื่นี้ วันนี้ครอบครัวของฉันไม่ยอมปล่อยนายไปแน่!”
หญิงสาวจ้องมองเขาด้วยความโกรธ
โกรธเสียจนเกือบจะเอานิ้วที่ชี้นั้นทิ่มหน้าเขาแล้ว
จะว่าไป ก่อนหน้านี้เคยมีคนเอานิ้วมาจิ้มหน้าข้าแบบนี้เหมือนกัน ... ตอนนั้นเื่มันจบลงแบบไหนนะ?
อ้อ!
ชายคนนั้นโดนบิดนิ้วทั้งสิบจนหัก แถมยังถูกทิ้งไว้ทั้งอย่างนั้น เนื่องจากไม่มีใครหาญกล้าเข้าไปช่วย สุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะทนพิษาแไม่ไหว
แต่ตอนนี้…
หลินชี่หยางมองภาพเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย… ถึงสาวน้อยตรงหน้าจะมีท่าทีเกรี้ยวกราด เขากลับไม่ยักจะมีโทสะตามเลยสักนิด เนื่องจากชายหนุ่มกำลังวุ่นวายอยู่กับข้อมูลบางอย่างที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นในห้วงคะนึงของตนเอง
‘เขยแต่งเข้า? ิญญาย้ายร่าง? บ้าชะมัด... นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน?’
แม่ทัพเช่นเขามีทรัพย์สมบัติมหาศาล อำนาจยืนอยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ไม่ต้องพูดถึงความสามารถด้านการต่อสู้ แม้แต่กลศึกก็เคยศึกษามานับไม่ถ้วน
แม่ทัพผู้เก่งกาจจนแทบจะสามารถรับมือกับทั้งกองทัพได้ด้วยตัวคนเดียวเช่นเขา... กลับตกต่ำถึงขั้นต้องแต่งเข้าบ้านภรรยา?
หลินชี่หยางหมดคำจะพูด บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดจีรังจริง ๆ
หลินชี่หยางเป็ใคร?
เขาคือแม่ทัพผู้โเี้ แม้แต่เด็กยังหยุดร้องไห้ตอนได้ยินชื่อ
เป็อัจฉริยะทางการทหารที่ปราดเปรื่องเสียจนหลากแว่นแคว้นต้องหวาดกลัว แล้วไหนจะอำนาจและทรัพย์สินมากมายที่มีอยู่ในมืออีก คนที่อยู่ในจุดสูงสุดมาตลอดชีวิตแบบเขา...
มาวันนี้... กลับต้องมาอยู่ในร่างของเขยแต่งเข้าบ้านภรรยาคนหนึ่ง!
คนคนนี้มีชื่อ หน้าตาและรูปร่างคล้ายกับหลินชี่หยาง แต่บุคลิกกลับแตกต่างกันมาก
ไร้ความสามารถ ขี้ขลาด ทั้งยังชอบก่อเื่
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีแล้ว เ้าของร่างเดิมก็ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย
มีชีวิตอย่างไร้แก่นสาร นิยมแต่เที่ยวเตร่ จนดันพลาดไปยั่วโมโหพวกอันธพาลที่มีชื่อในเมืองไห่เฉิงเข้า ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น
...ซึ่งมันเป็ปัญหาที่แม้แต่ตระกูลจ้าว ครอบครัวของทางฝั่งภรรยาซึ่งพอมีอำนาจอยู่บ้าง ก็ยังไม่อาจเข้าจัดการได้โดยตรง
จ้าวหนิงซี ผู้นำตระกูลจ้าวถึงขั้นต้องไปขอร้องวิงวอนอันธพาลพวกนั้นให้เมตตาสามีโง่เง่าของเธอด้วย แต่เ้าของร่างเดิมกลับขี้ขลาดและกลัวจนมีไข้สูง ก่อนเสียชีวิตไปในคืนก่อน...
‘หมอนี่มันไร้น้ำยาจริง ๆ’
หลินชี่หยางดูถูกเ้าของร่างเดิมอยู่ในใจ
“หลินชี่หยาง! นายยังจะกล้านอนเฉยอยู่อีกเหรอ?!” จ้าวหนิงเยว่บริภาษ
“ที่นายยังมีชีวิตสุขสบายอยู่ในบ้านพวกเราได้ก็เพราะพี่สาวของฉันทั้งนั้น มาตอนนี้ยังต้องให้พี่สาวฉันไปลำบากอ้อนวอนคนพวกนั้นแทนนายอีก นายรู้บ้างไหมว่าจางหวางป้ามีเจตนาไม่ดีกับพี่สาวฉันนะ!”
จางหวางป้า ชายคนนี้เป็ใคร?
เขาคือทายาทตระกูลจาง ถือเป็ตระกูลชั้นสูงในเมืองไห่เฉิง และด้วยเหตุนั้นชายผู้นี้จึงใช้ชีวิตเกกมะเหรกสำมะเลเทเมามาั้แ่เด็ก เรียกได้ว่านิสัยแย่สันดานหยาบชนิดเกินจะเยียวยา
และที่สำคัญไปกว่านั้นคือจางหวางป้าเคยตามจีบจ้าวหนิงซี แต่กลับถูกปฏิเสธ จึงผูกใจเจ็บมานับแต่นั้น
นี่จึงบอกได้ว่าคราวนี้จ้าวหนิงซีกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ!
ทางด้านจ้าวหนิงเยว่ เมื่อเห็นหลินชี่หยางยังคงทำเฉย เธอก็คันไม้คันมือ ชักอยากตบหน้าเขาสักฉาด
แต่ฝ่ามือนั้นยังแล่นไม่ทันถึงตัว หลินชี่หยางกลับเอื้อมมือมาคว้ามันเอาไว้ได้เสียก่อน
“ไม่ต้องกลัว เื่ของพี่สาวเธอ ฉันจะจัดการเอง"
หลินชี่หยางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริม
"ก็แค่อันธพาลที่ร่ำรวยมากหน่อยคนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลหรอก”
แม้จะพูดจบแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังคงจับมือเนียนนุ่มขาวละเอียดข้างนั้นไว้ไม่ผละจาก
จ้าวหนิงเยว่ทำตัวไม่ถูก เธอรีบชักมือกลับทันที
หมอนี่กล้าดียังไงมาแตะต้องเนื้อตัวเธอกัน?!
มีพี่สาวที่แสนงดงามของเธออยู่ทั้งคน เขากลับยังกล้าทำตัวแบบนี้อีกงั้นเหรอ?
“นี่นาย!”
จ้าวหนิงเยว่ที่กำลังจะเปิดปากด่าอีกรอบ แต่กลับต้องชะงักไปเมื่อสบเข้ากับดวงตาของหลินชี่หยาง
ภายในดวงตาคู่นั้น มีห้วงอารมณ์ลึกล้ำที่ยากจะอธิบาย...
มันเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้คนล้วนยอมสยบ!
พอถูกดวงตาคู่นี้จับจ้อง จ้าวหนิงเยว่จึงรู้สึกราวกับตนเองเป็สัตว์ตัวจ้อยที่ถูกคว้าจับเข้าที่ต้นคอ ไม่อาจทำการขัดขืนใด ๆ ได้เลย
‘หมอนี่กลายเป็คนแบบนี้ไปั้แ่เมื่อไหร่?’
หัวใจในอกของเ้าหล่อนเต้นรัวสอดคล้องกับที่เธอััได้ถึงความน่าเกรงขามของอีกฝ่าย เขาดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าบิดาผู้ล่วงลับของเธออีก ...ราวกับจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจที่กำลังออกราชโองการพระองค์หนึ่ง
‘คนขี้แพ้อย่างหลินชี่หยางเนี่ยนะ? จู่ ๆ เขาจะกลายเป็แบบนี้ได้ยังไง?’
‘แกล้งเก๊กทำเป็เจ๋งน่ะสิไม่ว่า!’
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวหนิงเยว่ก็ได้สติกลับคืนมา
“หลินชี่หยาง นายมันสารเลว!”
“ฮ่า ๆ โทษที ฉันลืมตัวไปหน่อย” หลินชี่หยางพูดแก้ตัว เพราะกลัวว่าน้องสะใภ้จะโมโหไปมากกว่านี้ ก่อนจะเอ่ยปากถาม “แต่จะว่าไป ภรรยาฉันไปหาไอ้คุณชายจางนั่นที่ไหน? ใช่ที่ไห่จวินเยี่ยน ห้องหงษ์แดงหรือเปล่า?”
ใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของจ้าวหนิงเยว่ผู้เป็น้องสะใภ้ดูน่ารักสดใส ขณะที่คนพี่กลับเอนเอียงไปทางเย้ายวนจิตล่อลวงใจ
เพราะแบบนั้น... การต้องมาเป็เขยแต่งเข้าบ้านนี้จึงไม่ใช่เื่น่าอึดอัดนัก เนื่องด้วยมีอาหารตาเป็สองสาวพี่น้องคู่นี้!
“รู้แล้วยังมาถามอีก ตอนนี้จะไปทันหรือเปล่าก็ไม่รู้”
จ้าวหนิงเยว่พูดอย่างรังเกียจ “ไม่รู้จริง ๆ ว่านายมีอะไรดี พี่สาวฉันถึงลงเรี่ยวแรงทำนั่นนี่เพื่อนายมากขนาดนี้ ยังไงก็ช่วยจำเอาไว้ให้ดีแล้วกัน ถ้าพี่สาวฉันเป็อะไรไป ตระกูลจ้าวเอานายตายแน่!”
ระหว่างที่เธอกำลังระบายความไม่พอใจออกมา กลับกลายเป็ว่าหลินชี่หยางตระเตรียมตัวเองเสร็จแล้ว และกำลังจะเดินออกไป
“นี่นายจะไปไหนน่ะ?”
หลินชี่หยางไม่ตอบ
เ้าของร่างเดิมนี้เป็คนไร้ความสามารถขาดความกล้าหาญ พอเกิดเื่ก็มักหลบอยู่หลังผู้หญิงเสมอ
แต่หลินชี่หยางคนปัจจุบันไม่ใช่คนแบบนั้น เขาคือแม่ทัพผู้มากความสามารถ เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้
สายตาของชายหนุ่มมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่ เขาก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ
ส่วนทางจ้าวหนิงเยว่ หลังจากยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่เดิมมาครู่หนึ่ง เธอก็พลันกลอกตาไปมาก่อนเดินตามไป
ไห่จวินเยี่ยนคือโรงแรมระดับไฮเอนด์อันดับต้น ๆ ของเมืองไห่เฉิง
เพราะการจองโต๊ะสักโต๊ะยังไม่ใช่เื่ง่าย เพียงสถานะสมาชิกของโรงแรมไห่จวินเยี่ยนนี้ ก็นับเป็ใบเบิกทางสู่สังคมชั้นสูงอย่างแท้จริงแล้ว
ชั้นแปดห้องหงษ์แดง
“คุณนายจ้าว เชิญดื่มแก้วนี้ก่อน แล้วเราค่อยมาคุยธุระของคุณกัน”
“คุณนายจ้าว ถ้าไม่ได้คุณชายช่วยออกหน้าให้ไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันสามีตัวแสบของคุณคงถูกถ่วงลงทะเลไปนานแล้ว ดังนั้นคุณควรเกรงใจคุณชายจางให้มาก ๆ นะครับ”
เมื่อจางหวางป้าชูแก้วเหล้าขึ้น ลูกน้องคนหนึ่งของเขาก็รีบเข้ามาเติมเหล้าให้เต็มในทันที ยิ่งพิจารณาจากความหนืดของมัน ก็เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าดีกรีของเหล้านี้คงไม่ใช่น้อย ๆ เลย
เขายื่นแก้วเหล้าไปข้างหน้า พลางมองหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์
รูปร่างดี โครงหน้าประณีต ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูงดงามไปเสียหมด
เป็หญิงในฝันของชายหนุ่มทั้งหลายในเมืองไห่เฉิง รวมถึงตัวเขาเองด้วย
แน่นอนส่วนหนึ่งก็เพราะพื้นเพครอบครัวรวมถึงความสามารถของเธอด้วย ไม่ใช่แค่เื่หน้าตา
ตำแหน่งผู้นำตระกูลจ้าวทำให้เธอกลายเป็หนึ่งในสตรีที่มีสถานะสูงสุดในเมืองไห่เฉิง พอประกอบเข้ากับโฉมหน้าที่งดงามราวกับถูกประทานมาจาก์ มันจึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะกลายเป็หญิงสาวที่บรรดาลูกชายตระกูลใหญ่อยากเอาชนะมากที่สุด
น่าเสียดายที่นอกจากสามีของเธอแล้ว คนอื่น ๆ กลับต้องพกพาความผิดหวังกลับไป
แต่แล้วตอนนี้ ในที่สุดจางหวางป้ากลับเห็นแสงแห่งความหวังผุดประกายขึ้นมาแล้ว!
“ฮ่า ๆ” เขาหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องกังวล ผมไม่ไปรังแกไอ้ขี้แพ้นั่นหรอก ตราบใดที่คุณนายจ้าวมีความจริงใจมากพอและยินดีดื่มเหล้าแก้วนี้ พวกเราย่อมสามารถเปลี่ยนจากศัตรูเป็มิตรได้”
“คุณชายจางมีน้ำใจแค่ไหนฉันรู้ดี ใครต่อใครต่างพากันกล่าวว่าคุณเป็คนพูดคำไหนคำนั้น ดังนั้นฉันจะขอดื่มเหล้าแก้วนี้แทนหลินชี่หยางเพื่อเป็การขอโทษ!” พูดจบจ้าวหนิงซียกกระดกเหล้าดื่มเข้าไป ทว่าแม้หญิงสาวจะเตรียมตัวมาแล้ว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สูงก็ยังทำให้เธอเผลอไอออกมาอย่างเสียไม่ได้
และคงเพราะสำลักแรงไปหน่อย น้ำตาจึงพานไหลตามออกมาด้วย ศีรษะเริ่มรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย
“ฮ่า ๆ คุณนายจ้าว คุณช่างสมกับเป็หญิงสาวผู้กล้าหาญเสียจริง ๆ เอาอีกสักหน่อยสิ เชิญเลย!” จางหวางป้าหัวเราะ
ว่าแล้วลูกน้องของจางหวางป้าก็รีบเดินเข้าไปเติมเหล้าให้เต็ม