บทที่ 18 ด่าได้ แต่อย่าโกงเงิน (รีไรต์)
เมิ่งว่านถังกะพริบตา
ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นางเอกในนิยายสินะ!
เธอตั้งใจมองอย่างละเอียด
เฉินเจียวเจียวหน้าตาค่อนข้างดูดี แต่เมื่อเทียบกับใบหน้าของเ้าของร่างเดิมก็ต่างกันมาก คนหนึ่งราวกับผักกาดขาวแสนจืดชืด ส่วนอีกคนคล้ายกับโต๊ะจีนเต็มรูปแบบ
ทว่า ใต้เสื้อผ้าที่หลวมโพรกของผู้หญิงคนนั้น ราวกับงานเลี้ยงชั้นเลิศ ทั้งยังได้ยินมาว่ายังมีสิ่งที่เรียกว่าสมบัติล้ำค่าอีกด้วย
ทุกครั้ง ฮั่วตงเซิงแทบอยากตายอยู่บนร่างของเธอ
เมื่อทั้งสองคนเริ่มต้น ก็จะกลายเป็บทละครยาวเหยียดหลายหมื่นคำ
อย่าดูถูกรูปร่างที่ดูบอบบางของเฉินเจียวเจียวเด็ดขาด ส่วนที่ควรมีเนื้อย่อมทำให้คนต้องตะลึง ส่วนความสามารถในการรองรับของร่างกายเหมือนกับมีระบบเยียวยาไปในตัว
ไม่ว่าจะถูกรังแกหนักเพียงใด พอนอนไม่ถึงตื่น ก็ฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว
ร่างกายแบบนี้ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ
เมิ่งว่านถังนึกถึงผู้ชายที่บ้านที่ดูดีแต่ใช้การไม่ได้ ก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ
ทั้งยังต้องทุ่มเงินมากมายเพื่อรักษาเขาอีก...
เมิ่งว่านถังกลุ้มใจจนสีหน้าบึ้งตึง
เฉินเจียวเจียวเม้มริมฝีปาก นั่งลงข้าง ๆ เมิ่งว่านถังอย่างระมัดระวัง ยังจงใจเว้นที่ว่างไว้มากพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองไปััโดน เมิ่งว่านถัง
“จริง ๆ แล้วพ่อกับแม่อยากเจอเธอนะ”
เฉินเจียวเจียวเห็นสวีชุนเหม่ยรบเร้าคุยกับเหมียวอิ๋นฮวา เธอจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากกับเมิ่งว่านถัง
เมิ่งว่านถังเงยหน้ามองจ้องเฉินเจียวเจียว แล้วพูดอย่างเยาะหยัน “พวกเขาคิดถึงฉันงั้นเหรอ?”
เฉินเจียวเจียวรู้สึกประหม่า
“ตอนที่พวกเขาเขียนจดหมายมา พวกเขาถามฉันว่า เธออยู่ที่นี่สบายดีไหม”
“ถามว่าฉันรังแกเธอหรือเปล่ามากกว่ามั้ง?” เมิ่งว่านถังไม่หลงกลเื่ซ้ำซ้อนแบบนี้
ถ้าครอบครัวเมิ่งสนใจลูกสาวบุญธรรมคนนี้จริง ๆ ทำไมหลายปีที่ผ่านมานี้ ถึงไม่ติดต่ออะไรกลับมาเลย
ทำไมลูกสาวแท้ ๆ ลงมาอยู่ชนบทถึงให้เงินติดตัวมาตั้งหลายร้อยหยวน แล้วยังมีคูปองให้อีกมากมาย พอมาถึงเธอ ห้าสิบหยวนยังไม่มีให้ ไม่ต้องพูดถึงเื่คู่ปองด้วยซ้ำ
เขาว่ากันว่าเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่งตายไป ยังซื้อที่ฝังศพ ซื้อโกศราคาหลายพันหยวน เอาไว้ฝังกระดูกของมันไว้ในนั้น
เธอเป็แค่เด็กสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาจนอายุสิบเจ็ด ยังไม่ถึงสิบแปดปีด้วยซ้ำ กลับถูกไล่ให้มาอยู่ชนบท ตลอดหลายปีมานี้ ไม่เคยถามไถ่ ราวกับไม่มีลูกสาวบุญธรรมคนนี้อยู่เลย
ช่างเ็าและไร้หัวใจโดยแท้
เฉินเจียวเจียวเข้าใจผิดคิดว่าเธอยังโกรธอยู่ จึงรีบอธิบาย “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ พ่อแม่คิดถึงเธอจริง ๆ พวกท่านเป็ผู้ใหญ่นะ เธอจะให้ผู้ใหญ่มาง้อตัวเองได้ยังไงล่ะ”
เมิ่งว่านถังพูดเยาะเย้ยอย่างเสียดสี “พวกเขาไม่ชอบฉันมาั้แ่แรกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีลูกไม่ได้ พวกเขาคงไม่ยอมทนฉันหรอก ตลอดหลายปีที่พวกเขารับเธอกลับไป พวกเขาก็แสดงออกชัดเจนพอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เฉินเจียวเจียวเม้มริมฝีปากแน่น “เธอกำลังโกรธอยู่ใช่ไหม?”
“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธหรือไง?” เมิ่งว่านถังถามกลับ “ฉันเห็นพวกเขาเป็พ่อแม่แท้ ๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ แถมยังไปเรียนทำอาหารเสริมสุขภาพกับคุณลุงข้างบ้าน เพื่อที่จะบำรุงร่างกายให้พวกเขา พวกเขากลับบอกว่าฉันทำเื่ไร้สาระ ใช้เงินสิ้นเปลืองแล้วขังฉันไว้ในห้อง คนที่ฉันชอบก็ถูกถอนหมั้นแค่เพราะเธอกลับมา พวกเขาก็เลยจะเปลี่ยนคู่หมั้นให้เป็เธอ เธอขี้ขลาด ไม่ยอมแต่งงาน แล้วยังจะลงไปอยู่ชนบท พวกเขาก็เลยโทษฉัน สมัครชื่อฉัน บังคับให้ฉันมาอยู่ชนบทเป็เพื่อนเธอ”
“พวกเขาให้เงินเธอหลายร้อยหยวน ทำให้เธอไม่ต้องกังวลเื่อาหารการกิน แถมยังเลี้ยงลูกคนอื่นจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ได้ แต่พอลูกชายของฉันป่วย ฉันอยากพาเขาไปรักษาในเมือง โทรหาพวกเขา พวกเขาก็บอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันแล้ว”
“เฉินเจียวเจียว เธอไปเป็คุณหนูใหญ่ของครอบครัวเมิ่งเถอะ ถึงยังไงเธอก็เป็ลูกแท้ ๆ ของพวกเขา อย่ามาทำตัวมีปัญหาต่อหน้าฉันก็พอ เข้าใจไหม?”
เมิ่งว่านถังพูดจบก็หลับตาลง ปฏิเสธที่จะพูดคุยต่อ
ดวงตาของเฉินเจียวเจียวแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าคล้ายจะร้องไห้ ราวกับว่าเมิ่งว่านถังรังแกตัวเอง
การสนทนาเมื่อครู่เสียงดังมาก เหมียวอิ๋นฮวาและสวีชุนเหม่ยต่างอ้าปากค้างด้วยความใ ไม่อยากเชื่อว่าเมิ่งว่านถังและเฉินเจียวเจียวจะมีความสัมพันธ์ในระดับนี้
ในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย เหมียวอิ๋นฮวาจูงเมิ่งว่านถังเดินเข้าไปข้างใน พลางถามด้วยความสงสัย “เธอรู้จักกับภรรยาของฮั่วตงเซิงมาก่อนเหรอ?”
“อืม”
“แล้วเมื่อก่อนเธอมีคู่หมั้นด้วยเหรอ?”
“อืม”
“ฐานะทางบ้านคงดีมากสินะ?”
“เงินเดือนของพ่อแม่มีประมาณห้าหกร้อยหยวนต่อเดือน” เมิ่งว่านถังนึกย้อนไปถึงความทรงจำของร่างเดิม “พี่ชายทั้งสามคนของเขาก็ได้เดือนละร้อยกว่าหยวน ตัวเขาก็ไม่ได้แย่ เดือนหนึ่งก็ได้ร้อยกว่าหยวนเหมือนกัน”
เหมียวอิ๋นฮวาอ้าปากด้วยความใ “โอ้โห ครอบครัวพวกเขามีรายได้เดือนละพันกว่าหยวนเลยเหรอ!”
“อืม”
เมิ่งว่านถังกำลังมองหาร้านขายข้าวฟ่าง แต่ริมถนนมีแต่ร้านขายผัก ขายเสื่อ อะไรพวกนี้
เหมียวอิ๋นฮวานึกถึงชีวิตในอดีตของเมิ่งว่านถัง ถอนหายใจแล้วพูดว่า “มิน่าล่ะ เธอถึงมองไม่เห็นชิงเย่ในสายตา ฐานะของของครอบครัวลู่ก็ถือว่าไม่เลว ทั้งครอบครัวมีแรงงานมากมาย ่สิ้นปีเวลาจ่ายเงินเดือน ปีหนึ่งก็ได้แปดร้อยกว่าหยวน ตอนแรกฉันคิดว่าชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวนี้ดีที่สุดแล้ว แต่พอเทียบกับอดีตคู่หมั้นของเธอแล้ว นั่นน่ะ แม้แต่คนขับรถถังยังเทียบไม่ติดเลยนะ”
เมิ่งว่านถังชะงักฝีเท้า
“พี่บอกว่าครอบครัวของพวกเราตอนสิ้นปีได้เงินเดือนเท่าไหร่นะ?”
“แปดร้อยกว่าหยวนไง?”
เมื่อเหมียวอิ๋นฮวาเห็นสีหน้าของเธอ จึงตระหนักว่าเมิ่งว่านถังอาจจะไม่รู้เื่นี้จริง ๆ
แย่แล้ว!
ดูเหมือนเธอจะเผลอพูดอะไรออกไปเสียแล้ว
เมิ่งว่านถังเป็คนแบบไหน เธอย่อมรู้ดี
ถ้าเธอกลับไปอาละวาดล่ะก็...
ภาพนั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน เมิ่งว่านถังไม่กล้าจินตนาการเลย
ตกดึก
เมื่อลู่ชิงเหยี่ยกลับมาถึงบ้าน ก็เห้นว่าทุกบ้านต่างปิดไฟเข้านอนกันหมดแล้ว
แต่พบว่าไฟในบ้านของตนเองยังสว่างไสว หัวใจก็พลันอบอุ่นขึ้นมาทันใด
ลู่ชิงเหยี่ยไปอาบน้ำเย็น ๆ ในลานบ้าน พอเข้าไปในห้อง ก็เห็นเมิ่งว่านถังนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง เมื่อเห็นเขากลับมา สายตาของเธอที่จ้องมาก็เยือกเย็นราวกับมีด
เขาใจหายไปชั่วขณะ
นี่แหละ เมิ่งว่านถังตัวจริง
เมิ่งว่านถังสองวันที่ผ่านมา เป็ภาพลวงตาที่เธอจงใจสร้างขึ้นมาทั้งนั้น
ลู่ชิงเหยี่ยไม่อยากปลุกเด็ก ๆ จึงถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ตั้งใจว่าจะหาที่ไหนสักที่ เพื่อนอนพอประทังไปคืนหนึ่ง
“คุณจะไปไหน?”
เสียงเ็าดังขึ้น ลู่ชิงเหยี่ยชะงักฝีเท้า “ไปหาที่นอน”
อย่าโกรธ ต้องใจเย็น การโกรธก็เหมือนเอาความผิดของคนอื่นมาลงโทษตัวเอง
ห้ามโกรธเด็ดขาด
เมิ่งว่านถังสวมรองเท้าเดินตามออกมา มาถึงลานบ้าน จ้องเขม็งไปที่ลู่ชิงเหยี่ย “พ่อแม่คุณคืนเงินค่ารักษาให้หรือยัง?”
“หืม?” ลู่ชิงเหยี่ยทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้น งั้นฉันขอถามอีกข้อ พ่อแม่ของคุณไม่มีเงินจริง ๆ อย่างงั้นเหรอ?” เดิมทีเธอไม่ได้คิดจะสนใจเื่นี้ เธอเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างดี
แต่ดูเหมือนว่าเื่ราวจะไม่ได้เป็อย่างที่คิด
เธอคิดว่าเป็เ้าของร่างเดิมที่ไปรังแกคนอื่น ใครจะไปรู้ว่าคนอื่นเขาเห็นเธอเป็คนโง่งม
จนถึงตอนนี้ พวกเขายังคงพยายามหลอกลวง และโกงเงินของเธอ
รังแกเธอก็ได้ ด่าเธอก็ได้ แต่อย่ามาโกงเงินเธอเด็ดขาด!
ครอบครัวของพวกเขาแทบจะไม่มีข้าวกินอยู่แล้ว
ลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้อยู่บ้านหลายปีแล้ว จึงไม่รู้สถานการณ์ภายในบ้าน เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา “เื่นี้ฉันไม่รู้จริง ๆ”
เมิ่งว่านถังสูดหายใจเฮือกใหญ่ กัดฟันกรอดพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอถามคุณอีกอย่าง ก่อนหน้านี้คุณส่งเงินให้พ่อแม่ของคุณเท่าไหร่?”
“5 หยวน ส่วนของเธอ 20 หยวน”
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของลู่ชิงเหยี่ยค่อนข้างแข็งแกร่ง เขารีบพูดเสริมออกมาอีกประโยคหนึ่ง