ความเงียบสงบและแสงแดดอ่อนยามเช้าตรู่ส่องสว่างเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์หรู ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ 'พราว' กำลังยืนอยู่ข้างเตียงกว้าง ทยอยพับเสื้อผ้าเนื้อดีและของใช้จำเป็จัดเรียงลงในกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยทีละชิ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปคุมงานก่อสร้างและออกแบบภายในรีสอร์ทหรูสาขาใหม่ที่ภาคเหนือเป็ระยะเวลาสองสัปดาห์เต็ม งานในครั้งนี้มีความสำคัญกับความก้าวหน้าทางวิชาชีพของเธออย่างมาก ทว่าในส่วนลึกของหัวใจ พราวกลับรู้สึกอึดอัดใจแปลก ๆ ยามที่คิดว่าต้องทิ้งบ้านหลังนี้และสามีไว้ชั่วคราว ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมารุตที่นับวันยิ่งเหมือนรูทีนจืดชืดทำให้เธอกังวลลึก ๆ แต่เธอก็พยายามปัดความรู้สึกแง่ลบนั้นทิ้งไป
มารุตเดินเข้ามาในห้องในชุดทำงานลำลองที่ดูดีเสมอ เขาเดินตรงเข้ามาสวมกอดเอวบางของพราวจากด้านหลัง กอดกระชับเธอเบา ๆ พลางซุกหน้าชิดลำคอระหงตามความเคยชินประหนึ่งหน้าที่ประจำวัน "จัดกระเป๋าไปถึงไหนแล้วครับพราว เดินทางไกลรอบนี้สองสัปดาห์เต็ม ผมคงเหงาและคิดถึงคุณแย่เลยครับ" มารุตเอ่ยเสียงทุ้มข้างใบหูทว่าั์ตาของเขากลับปราศจากความลึกซึ้งดังคำพูด
"เรียบร้อยดีแล้วค่ะมารุต พราวจัดเสื้อผ้าสำหรับสองสัปดาห์พอดีค่ะ พราวเองก็คงคิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" พราวหันกลับมาจัดปกเสื้อเชิ้ตของสามีให้เข้าที่อย่างอ่อนโยนพลางตบไหล่เบา ๆ "่ที่พราวไม่อยู่ ฝากดูแลพี่แพรวด้วยนะคะ พี่แพรวเพิ่งกลับมาจากอเมริกาหลังจากอยู่โน่นมาหลายปี อาจจะไม่ชินทางหรือชีวิตความเป็อยู่ในไทยเท่าไหร่ พราวไม่อยากให้พี่สาวเหงาค่ะ"
"ไม่ต้องห่วงครับพราว ผมจะทำหน้าที่น้องเขยที่ดี คอยดูแลพี่สะใภ้ให้ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดเวลาอยู่ที่บ้านเราครับ" มารุตเอ่ยรับคำพร้อมกับหัวใจที่กระตุกวูบ ภาพเรือนร่างอวบอิ่มของพี่เมียในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีแชมเปญเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในสมองทันที ััอุ่นร้อนแ่เบาที่ท่อนแขนและกลิ่นน้ำหอมรสเย้ายวนชวนปั่นป่วนยังคงติดแน่นอยู่ในความรู้สึก หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่แฝงไปด้วยความผิดบาปที่เริ่มก่อตัว
---
่สายของวันนั้น มารุตทำหน้าที่สามีที่ดีด้วยการขับรถยนต์ส่วนตัวไปส่งพราวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างทางเดินรถที่ยาวไกล บรรยากาศภายในห้องโดยสารกลับเงียบงันจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงสากลจังหวะเนิบนาบ มารุตจับพวงมาลัยจดจ้องถนน แต่ใจกลับคิดลอยไปถึงสะโพกกลมกลึงและดวงตาคมเฉี่ยวของแพรวที่เฝ้ามองเขาตอนเดินออกจากบ้านเมื่อเช้า พราวเอนหลังพิงเบาะสังเกตเห็นท่าทางเหม่อลอยของสามี เธอพยายามชวนคุยเื่ลมฟ้าอากาศและโครงการที่ภาคเหนือ แต่มารุตก็ตอบรับเพียงคำสั้น ๆ คล้ายรับคำเป็พิธี ความห่างเหินนี้ทำให้พราวยิ่งรู้สึกอ้างว้างในอกลึก ๆ เธอเฝ้าถามตัวเองว่าความใส่ใจที่เคยอบอุ่นของสามีหายไปไหนหมด หรือว่าความรักห้าปีมันจืดชืดลงไปแล้วจริง ๆ
เมื่อถึงสนามบิน มารุตช่วยยกกระเป๋าลงรถและเดินมาส่งพราวที่จุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาออก "เดินทางปลอดภัยนะครับพราว ถึงแล้วโทรหาผมด้วยนะ" มารุตเอ่ยรอยยิ้มละมุนพร้อมก้มลงกดจูบขมับของภรรยาเบา ๆ
"ค่ะมารุต ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ แล้วเจอกันอีกสองสัปดาห์ค่ะ" พราวยิ้มตอบและหันหลังเดินเข้าสู่พื้นที่ผู้โดยสารขาออก ทิ้งความรู้สึกกังวลใจไว้เื้ั
---
ใน่กลางวันของวันเดียวกัน พราวมีนัดรับประทานอาหารกลางวันกับ 'ดาริน' ดีไซเนอร์สาวมาดเท่ผู้เป็คู่หมั้นของอนล ที่ห้องอาหารฝรั่งเศสสุดหรูในโรงแรมหรูย่านใจกลางเมือง ดารินนั่งรออยู่ที่โต๊ะริมกระจกบานใหญ่ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีเทามาดมั่น ผมสั้นซอยเป็ระเบียบรับกับใบหน้าคมคายและสายตาเฉียบคมดุจราชินี ทว่าเมื่อหันมาเห็นพราวก้าวเดินเข้ามาในร้าน ใบหน้าของดารินก็ประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลขึ้นทันที
"สวัสดีค่ะพี่ดาริน ขอโทษที่พราวมาสายไปนิดหน่อยนะคะ พอดีแถวหน้าโครงการจัดสรรรถติดมากเลยค่ะ" พราวเอ่ยปากบอกพลางทรุดตัวลงนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"ไม่เป็ไรเลยค่ะพราว พี่เพิ่งมาถึงก่อนพราวไม่กี่นาทีเองค่ะ ทานอะไรดีคะ พี่สั่งซุปหัวหอมกับสลัดเบา ๆ ไว้ให้พราวแล้วนะ เห็นพราวบอกว่าจะเดินทางไปคุมงานต่างจังหวัดสองสัปดาห์ พี่เลยอยากมาชวนคุยและแชร์ข้อมูลรีสอร์ทฝั่งภาคเหนือให้ฟังค่ะ เผื่อจะช่วยในเื่การเลือกใช้วัสดุผ้าของแบรนด์พี่ได้" ดารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแสนดี สายตาคมกริบของเธอกวาดมองดวงหน้าหวานของพราวอย่างใส่ใจ เธอสังเกตเห็นแววตาอ่อนล้าและรอยหมองคล้ำจาง ๆ ของพราวได้อย่างรวดเร็ว
ตลอดมื้ออาหารนั้น ดารินคอยดูแลตักอาหารและแนะนำเมนูต่าง ๆ ให้พราวอย่างใส่ใจและเป็สุภาพสตรีที่ประเสริฐยิ่ง ใน่หนึ่งดารินยื่นมือเรียวสวยแตะลูบไล้หลังมือของพราวเบา ๆ ระหว่างอธิบายตัวอย่างผ้าเนื้อดี ััอุ่นจากฝ่ามือของดารินเต็มไปด้วยความรู้สึกปกป้องและทะนุถนอมจนพราวรู้สึกหัวใจเต้นระรัวอย่างประหลาด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อพยักหน้ารับคำด้วยความเขินอายปนซาบซึ้งใจ เคมีทางเพศระหว่างพวกเธอเริ่มคุโชนและถักทอเส้นใยแห่งความผูกพันลับ ๆ ใต้แสงแดดยามบ่าย
---
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พราวผ่านจุดเช็คอินเข้าสู่เครื่องบินไฟลท์บ่าย มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางทางภาคเหนือ ระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าสูง พราวจ้องมองก้อนเมฆนอกหน้าต่าง พลางนึกถึงความอบอุ่นที่ดารินมอบให้เมื่อกลางวัน ััอุ่น ๆ ของฝ่ามือดารินที่กุมมือเธอยังคงทิ้งความรู้สึกอุ่นซ่านในใจ มันช่างแตกต่างจากความเ็าจืดชืดที่มารุตมอบให้เหลือเกิน พราวเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ทปลายทางในเวลาพลบค่ำ พราวจัดการเช็คอินเข้าพักในห้องพักสไตล์วิลล่าส่วนตัวที่เงียบสงบ เธอวางกระเป๋าลงและสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อไล่ความเหนื่อยล้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาผู้เป็สามีทันที
'พราวถึงรีสอร์ทปลายทางเรียบร้อยแล้วนะคะมารุต ห้องพักสวยและสงบมากค่ะ'
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงเตือนข้อความจึงดังขึ้น พราวรีบเปิดดูด้วยความหวัง ทว่าข้อความที่ตอบกลับมาจากสามีกลับแห้งแล้งสั้นกระชับคล้ายตอบตามหน้าที่
'ครับ เดินทางเหนื่อยไหม พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับพราว'
พราวทอดถอนใจยาว วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียงช้า ๆ ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวใจแล่นเข้ามากัดกินหัวใจจนใบหน้าหวานซึมเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผาแห่งความสัมพันธ์ที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
---
ตัดกลับมายังคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ในกรุงเทพฯ มารุตขับรถกลับมาถึงบ้านใน่หัวค่ำ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ภายในบ้าน ความเงียบงันและอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนก็เข้ามารุมล้อม บ้านที่ไม่มีพราวคอยต้อนรับหรือจัดเตรียมมื้อเย็นดูจืดชืดและเงียบสงัด ทว่าเสียงส้นรองเท้าแตะหนังนุ่มดังขึ้นเบา ๆ จากบันไดทำให้มารุตหันไปมอง แพรวเดินก้าวลงบันไดมาในชุดอยู่บ้านที่ดูสบายแต่เย้ายวนใจเป็ที่สุด เธอสวมเสื้อกล้ามสีดำตัวบางรัดรูปที่เน้นยอดอกอวบอิ่มสมสัดส่วนโดยไม่ได้สวมใส่บราเซียซ่อนอยู่ด้านใน คู่กับกางเกงขาสั้นผ้าซาตินสีครีมที่เผยให้เห็นเรียวขาสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดนวลตา
"กลับมาแล้วเหรอคะมารุต... พราวเดินทางเรียบร้อยดีใช่ไหมคะ" แพรวเอ่ยถามน้ำเสียงทุ้มแหบเสน่ห์พลางก้าวเข้ามาหาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมแบล็คออร์คิดผสมวานิลลาและกลิ่นอายความร้อนจากกายของเธอแผ่กระจายฟุ้งปะทะจมูกมารุตจนเขารู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
"ครับ... เรียบร้อยดีครับพี่แพรว เครื่องขึ้นไปได้สักพักใหญ่แล้วครับ" มารุตพยายามบังคับสายตาตัวเองไม่ให้จับจ้องยอดปทุมถันชูชันใต้เนื้อผ้าสีดำและสะโพกผายที่ขยับไหวอยู่ตรงหน้า
"ใจหายจังเลยนะคฤหาสน์หลังใหญ่เหลือแค่เราสองคนแล้วสิคะ... มารุต" แพรวเอ่ยกระซิบเบา ๆ แฝงจริตยั่วเย้าดวงตาคมเฉี่ยวสบตากับมารุตอย่างเปิดเผยความ้า แพรวยื่นปลายนิ้วเรียวสวยแตะลูบไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตของมารุตอย่างแช่มช้าประหนึ่งช่วยจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่การขยับมือกลับจงใจให้เฉียดท่อนแขนและแผงอกของเขาจนมารุตใจสั่นสะท้านร้อนผ่าวในช่องท้อง
"เอ่อ... ผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า้าก่อนนะครับ เดี๋ยวลงมาเตรียมมื้อเย็นให้ครับ" มารุตรีบเอ่ยปัดและก้าวเท้าเดินเลี่ยงขึ้นบันไดไปทันทีเพื่อหนีจากกระแสอารมณ์ปั่นป่วนที่ควบคุมได้ยากขึ้นทุกที
ในมื้ออาหารค่ำวันนั้น บรรยากาศภายในห้องอาหารตกแต่งหรูหราเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเงียบงัน มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบา ๆ มารุตและแพรวนั่งรับประทานอาหารร่วมกันสองคนบนโต๊ะยาว มารุตพยายามก้มหน้าก้มตาทานเพื่อหลบสายตา แต่ทุกครั้งที่เขาเงยหน้าขึ้นมา ก็จะพบสายตาหวานเชื่อมของแพรวที่จับจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา แพรวเล่าเื่ราวการใช้ชีวิตอิสระในอเมริกาและความเหงาของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มเอื่อยยั่วใจ สายตาของเธอสะท้อนความท้าทายราวกับรู้ว่ากงล้อของกรรมศีลธรรมของน้องเขยหนุ่มกำลังปริร้าวและพร้อมจะพังทลายลงในไม่ช้า
หลังมื้ออาหาร มารุตขอตัวแยกไปทำงานที่ห้องทำงานชั้นล่างเพื่อสงบอารมณ์ที่ว้าวุ่นใจ เขาเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์พยายามอ่านรายงานธุรกิจ ทว่าภาพใบหน้าหวานเรียบร้อยของพราวกลับเลือนหายไป แทนที่ด้วยภาพผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด อกอวบสล้างใต้เสื้อกล้ามสีดำ และสะโพกผายของแพรวที่ลอยวนเวียนคอยปลุกอารมณ์ดิบในกายเขาจนร้อนรุ่มปั่นป่วนในท้องน้อยจนแทบไม่เป็สุข
ขณะเดียวกัน แพรวนั่งละเลียดไวน์แดงอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่สลัวด้วยแสงไฟจาง สายตาของเธอจับจ้องไปยังประตูห้องทำงานของมารุตอย่างแน่วแน่ ยอมรับความจริงกับตัวเองในเงามืดว่าความหนุ่มแน่น รูปร่างเย้ายวน และเสน่ห์เพลย์บอยที่ซ่อนอยู่ในตัวน้องเขยหนุ่ม กำลังปลุกตัณหาในกายของเธอให้ลุกโชนอย่างยากจะห้ามใจ บ้านหลังใหญ่ที่ไร้เงาของพราวในเวลานี้ เปรียบเสมือนเวทีส่วนตัวที่ปราศจากขอบเขตขัดขวางการลิ้มลองความสัมพันธ์ต้องห้ามที่พวกเขาทั้งสองแอบกระทำผ่านสายตากันมาั้แ่วันแรก