ฝั่งตรงข้ามเยื้องประตูหลังบ้านตระกูลซู มีมุมเลี้ยวอยู่หนึ่งจุด
หลี่ต้าจ้วงกล่าวเสียงเบา “ใต้เท้า ข้าน้อยนำเหล่าพี่น้องเฝ้าอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว ใต้เท้ากลับไปเถิด”
ชวีหนานอีกล่าว “อยู่นิ่ง ๆ สักพัก ไม่ต้องรีบร้อน”
หลี่ต้าจ้วงปิดปากสนิท แต่ผ่านไปครู่หนึ่งอดไม่ได้ที่จะกล่าว “ใต้เท้า พวกเราจัดการคดีตามปกติ เหตุใดต้องแต่งกายเช่นนี้ด้วย? ราวกับ...หัวขโมย”
ชวีหนานอีเหลือบมองหลี่ต้าจ้วงคราหนึ่ง หัวเราะกล่าว “พอดีตัวเลย เข้ากันดี หากวันใดเบื่อเป็นหัวหน้าหยาอี ลองไปเป็นขโมยดูสักครั้งก็ยังได้”
หลี่ต้าจ้วงชักสีหน้า กล่าวอย่างเจ็บปวด “ใต้เท้า การหยอกล้อของท่านข้าน้อยนับวันยิ่งไม่เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ”
ชวีหนานอีตบไหล่หลี่ต้าจ้วง “เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะ คืนนี้ต้องวุ่นวายแน่ เจ้าควรทำให้พวกเขาตื่นตัว”
หลี่ต้าจ้วงพยักหน้ารับ สองคนรอนานแล้วก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ หลี่ต้าจ้วงถามอีกครั้ง “ใต้เท้า คืนนี้จะเกิดความวุ่นวายอันใดหรือ?”
ชวีหนานอีหรี่ตาที่เรียวยาว ตอบ “ซานเซียวนั่น ต้องมาแน่!”
หลี่ต้าจ้วงสะดุ้งตกใจทีหนึ่ง อดไม่ได้มองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้นเคร่งเครียด เมื่อเห็นรอบสี่ทิศปลอดภัยดี ไม่มีซานเซียวที่บ้าคลั่งทำร้ายคน จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “เหตุใดใต้เท้าพูดเช่นนี้?”
ชวีหนานอีดีดนิ้ว กล่าวอธิบาย “ซานเซียวนั่นหยิ่งผยองเพียงใด? เพราะเจ้าบังเอิญเห็นนางจะฆ่าซูเยว่หยิ่ง มิเช่นนั้นซูเยว่หยิ่งคงกลายเป็นอาหารในจานของนางไปแล้ว” ครั้นกล่าวถึงอาหารในจาน ชวีหนานอีชะงักเล็กน้อย คล้ายกับมีข้อมูลแวบเข้ามาในสมอง ทว่ามันรวดเร็วจนจับไม่ทัน
หลี่ต้าจ้วงเห็นชวีหนานอีไม่เอ่ยอะไรอีก ก็ขยับรอยหยักในสมองของตน กล่าวว่า “ใต้เท้า ซานเซียวนั่นต้องการสังหารซูเยว่หยิ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าคิดจะฆ่าปิดปาก? หากซานเซียวนั่นรู้ว่าซูเยว่หยิ่งจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยังคงจะมาอยู่หรือไม่? หรือกล่าวว่า เป็นซานเซียวนั่นล่อลวงซูเยว่หยิ่ง บีบให้นางทำเรื่องที่แม้แต่ตนเองก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว? ข้าน้อยได้ยินว่าสิ่งต่าง ๆ ประเภทซานเซียว หวงผีจึ ล้วนมีฝีมือล่อลวงจิตใจคน”
ชวีหนานอีหัวเราะ จู่ ๆ พูดออกมาหนึ่งประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด “เจ้าว่า ทารกน้อยนั่นต้องกินอะไร?”
หลี่ต้าจ้วงกล่าวอย่างมีเหตุผล “ดื่มนมน่ะสิ!”
ชวีหนานอีถามอีก “หากมารดาแท้ ๆ มิได้อยู่ข้างกาย ทารกน้อยจะดื่มอะไร?”
หลี่ต้าจ้วงเกาศีรษะ กล่าวตอบ “ดะ...ดื่มนมแพะกับนมวัวกระมัง? ข้าน้อยยังเคยได้ยินมาว่า มารดาที่น้ำนมไม่พอ จะป้อนนมวัวและนมแพะให้ทารกดื่ม เพียงแต่ บ้านผู้คนส่วนใหญ่ล้วนไม่ชอบป้อนสิ่งเหล่านั้นให้กับทารกน้อย เพราะเหม็นคาวมาก กลัวว่าทารกน้อยกินแล้วสมองไม่โต”
ชวีหนานอีชูสองนิ้ว กล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ซูเยว่หยิ่งเลี้ยงแพะให้นมสองตัว”
หลี่ต้าจ้วงตะลึงงง
ชวีหนานอีกล่าวต่อ “เลือดที่อยู่บนกำแพงบ้านหลี่ต้าปิง มั่นใจได้ว่าเป็นของซูเยว่หยิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย”
หลี่ต้าจ้วงอ้าปากค้าง
ชวีหนานอีหรี่ตาที่เรียวยาว หัวเราะอย่างชั่วร้าย กล่าว “คืนนี้ ให้ข้าได้ค้นหาดี ๆ สักรอบหนึ่ง ดูว่าตระกูลซูนี้แท้จริงแล้วแอบซ่อนสัตว์ประหลาดปีศาจอันใดไว้!”
หลี่ต้าจ้วงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว หันกลับมาพูด “ซานเซียวนั่น...”
ชวีหนานอีตาเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรี “ถ้าคืนนั้นที่กรีดมุมปากซูเยว่หยิ่งเป็นนางจริงๆ นางจะต้องมาอย่างแน่นอน!” หากว่าได้เข้าใจปีศาจสาวก่อนที่ตนเองจะฆ่าแล้วจึงมีความสุข ก็ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งเจ็บปวดและมีความสุขเรื่องหนึ่ง
หลี่ต้าจ้วงยังต้องการถามต่อ ทันใดนั้นได้ยินแมวร้องเสียงต่ำ ๆ
หลี่ต้าจ้วงตื่นตัวในทันใด
แมวร้องนี้เป็นรหัสลับส่งสัญญาณติดต่อของเหล่าหยาอี มีหยาอีสองคนเฝ้าจับตาที่ประตูหน้า หากพบว่ามีคนมา ก็จะเลียนแบบเสียงแมวร้อง
ชวีหนานอีคิดจะจับซานเซียวปลอมตนนั้นที่ร่างเดิมคือปีศาจสาว เขาส่งสัญญาณให้หลี่ต้าจ้วงนำบันไดลิงมา สองคนค่อย ๆ ปีนขึ้นไปบนกำแพงสวนหลังบ้านของตระกูลซูอย่างเงียบ ๆ หลังจากนั้นยืมตะขอสามแฉกที่หยิบมาจากบนต้นไม้ใหญ่ตรงประตูหน้าบ้านของหลี่ต้าปิง เหวี่ยงตัวไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง อาศัยใบไม้แอบซ่อนตัว ส่วนบันไดลิงที่นอกกำแพง หยาอีอีกคนหนึ่งนำไปซ่อน
ในเวลานี้ ลวี่เยาและถังโยวเดินออกมาจากประตูหลังบ้านของตนพอดี แอบย่องเดินวนบ้านตระกูลซูรอบหนึ่ง แล้วหยุดตรงประตูหลังในที่สุด
วันนี้นี่เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ทั้งสองคนมา หากธรณีประตูของบ้านตระกูลซูเป็นหน้าคน คงถูกเหยียบจนเละไปนานแล้ว
ถังโยวหยิบตะขอสามแฉกออกมา กางออก มือหนึ่งจับปลายเชือก อีกมือหนึ่งจับปลายเชือกอีกด้านที่ผูกกับตะขอสามแฉก เหวี่ยงไม่กี่รอบก็ออกแรงเขวี้ยงเข้าไปในสวน
ผลปรากฏว่า ตะขอสามแฉกนั่นบินค่อนข้างต่ำ กระแทกกับกำแพงด้านหน้าเสียงดังปัง
ถังโยวดึงแล้วดึงอีกก็ไม่ขยับ เมื่อดึงแรงเข้า ตะขอสามแฉกก็หลุดจากกำแพง ส่งผลให้คนล้มลงไปนั่งกับพื้น ส่งเสียงดังอุกอย่างน่ารันทดเป็นที่สุด
ถังโยวขมวดหน้าซาลาเปา กลิ้งขลุก ๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้น ออกแรงเหวี่ยงตะขอสามแฉกอีกครั้ง
ตะขอสามแฉกลอยข้ามกำแพง ตรงดิ่งเข้าไปในใบไม้ เกี่ยวโดนวัตถุบางอย่าง สิ่งนั้นคล้ายมีความยืดหยุ่น อีกทั้งขยับได้
ถังโยวลองดึงสองที พบว่าค่อนข้างแข็งแรงดี นางจึงตามเชือกไป เท้าเหยียบกำแพง ปีนขึ้นไปข้างบน
บนต้นไม้ หลี่ต้าจ้วงหันศีรษะไปมองตะขอสามแฉกที่ติดอยู่ตรงก้นของตนเอง อยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา เขามองชวีหนานอี ถามด้วยสายตา “ใต้เท้า ข้าน้อยสามารถดึงตะขอนี้ออกจากก้นได้หรือไม่?
ชวีหนานอีส่ายหน้าอย่างจริงจัง ส่งสัญญาณให้นิ่งไว้เช่นเดิม ห้ามแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด
หลี่ต้าจ้วงเจ็บจนเหงื่อท่วมศีรษะ เขาพยักหน้าหลายที หันกลับไป มือหนึ่งจับกิ่งไม้ มือหนึ่งกำเชือกแน่น รอเพียงคนที่อยู่อีกฝั่งของเชือกปีนข้ามกำแพง เขาก็จะจับตะพาบในไห ตีให้ตาย! ความแค้นนี้หากมิได้เอาคืน สาบานว่าจะไม่เป็นหัวหน้าหยาอี!
ปลายเชือกอีกด้านหนึ่ง ถังโยวดึงเชือก ค่อย ๆ ปีนขึ้นไปจนถึงบนกำแพงในที่สุด นางก้มมองหาลวี่เยา กลับพบว่าจากประตูนอกบ้านอีกฝ่ายเข้าไปยังพื้นที่ด้านในเรียบร้อยแล้ว
ดวงตาของถังโยวเบิกกว้างเขม้นมอง อยากถามลวี่เยาว่าเปิดสลักประตูหลังได้อย่างไร แต่เมื่อคิดถึงตำแหน่งที่ตนอยู่ ก็กลืนคำพูดกลับเข้าไป รออีกสักครู่ ลงจากกำแพงแล้วค่อยถาม
ถังโยวเห็นลวี่เยายืนรออยู่ในสวนแล้ว ก็เตรียมจะเลียนแบบจอมยุทธ์สาวนั่น ดึงเชือกแล้วกระโดดลงมา ซึ่งอันที่จริงนางก็ทำเช่นนั้น ทว่าถังโยวสูดหายใจลึกหนึ่งที หลังจากนั้นจับเชือกแน่น ปล่อยร่างเป็นอิสระ กระโดดจากกำแพงลงสู่พื้น
ถังโยวคิดง่ายไปสักหน่อย
นางกระโดดลงมานี้ยังดี ทรมานเพียงหลี่ต้าจ้วงซึ่งถูกตะขอสามแฉกเกี่ยวอยู่ที่ก้น
ถึงกระนั้นพละกำลังของหลี่ต้าจ้วงก็มีขีดจำกัด การกระโดดครั้งนี้ของถังโยว ทำให้เชือกหลุดมือ ตะขอสามแฉกที่ติดอยู่ตรงก้นแทงเข้าไปโดนเนื้อ ดึงเขาให้ตกจากต้นไม้
ถังโยวล้มลงบนพื้นเสียงดังตุ้บ ยังไม่ทันดูให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น หลี่ต้าจ้วงก็แยกเขี้ยวกางเล็บลงมาจากต้นไม้ หวีดร้องคำรามตกลงมาตรงหน้าถังโยว กล่าวอย่างถูกต้องคือ ตกไล่จากปลายจมูกของนางลงมาที่หน้าเท้า ระหว่างนั้นยังถูไถผ่านหน้าอกและหน้าท้องเข้าอย่างจัง หากถามนางว่าเจ็บตรงไหนที่สุด หนึ่งในนั้นคือท้อง อย่างไรเสียนั่นก็เป็นจุดสูงสุดของชีวิตนาง ระดับแรงกระแทก แน่นอนว่ารุนแรงกว่าที่อื่นเป็นปกติ
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***