หลังจากที่ครอบครัวฉินทานข้าวเที่ยงและพักผ่อนกันเสร็จแล้ว พวกผู้ใหญ่ก็เตรียมตัวที่จะไปทำงานในทุ่งนากันต่อ พวกเขาจะต้องรีบไปปลูกข้าวกัน เพื่อที่จะได้ปลูกข้าวให้เสร็จไวๆ เพราะยังมีอะไรรอให้ทำต่ออีกมากมาย หลังจากที่พวกเขาปลูกข้าวเสร็จแล้ว
ตอนแรกฉินไฉ่หงก็จะตามไปช่วยด้วยเหมือนกัน แต่แม่ฉินห้ามไว้และบอกให้เธอดูแลหลานๆ อยู่ที่บ้าน เห็นอย่างนี้ตอนที่เธออยู่กับยายเมื่อชีวิตที่แล้ว เธอก็เคยทำงานในทุ่งนามาก่อนเหมือนกันนะ
แต่ฉินไฉ่หงไม่รู้ว่าร่างกายนี้จะทำงานได้หนักมากได้แค่ไหนกันนะ เพราะผอมมากเหลือเกิน ตอนนี้เธอได้แต่ใช้น้ำพุวิเศษเจือจางผสมกับน้ำธรรมดาเพื่อดื่มวันละเล็กน้อยก่อนได้เท่านั้น
เพราะเธอกลัวว่าถ้าดื่มน้ำพุวิเศษมากเกินไปแล้ว จะทำให้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายของเธอเห็นผลชัดเจนมากเกินไป จนทำให้ครอบครัวฉินสงสัยขึ้นมาได้ เธอก็เลยคิดว่า กินแค่วันละเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ใช้เวลามากหน่อยก็ไม่เป็ไร เพราะว่าดีกว่าที่จะมาหาข้อแก้ตัวว่าไปทำอะไรมา ทำไมอยู่ดีๆ ร่างกายถึงเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้ ทางที่ดี ค่อยๆ ทำให้ร่างกายของเธอเปลี่ยนไป อย่างที่เธอคิดไว้นั้น ดีที่สุดแล้ว
ส่วนครอบครัวฉิน ฉินไฉ่หงก็ได้ผสมน้ำพุวิเศษในหม้อน้ำดื่มให้ทุกคนได้ทานด้วยเหมือนกัน เพื่อจะได้ช่วยให้ครอบครัวฉินฟื้นฟูร่างกายให้หายจากการเหน็ดเหนื่อยหลังจากที่ทำงานหนักกันมาตลอดทั้งปีกันได้อีกด้วย
สรรพคุณของน้ำพุวิเศษนี้เหมือนกับในนิยายเลย น้ำพุวิเศษจะช่วยทำให้ผักและผลไม้โตเร็วและมีรสชาติอร่อยมากขึ้นด้วย
แล้วถ้าเป็สัตว์ที่ได้ทานน้ำพุวิเศษก็จะแข็งแรงไม่เป็โรคได้ง่าย และยังทำให้เนื้อหรือไข่ของสัตว์ที่ได้ทานก็จะอร่อยด้วย
และถ้าเป็คนที่ได้ทานน้ำพุวิเศษ ก็จะช่วยปรับสมดุลร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยรักษาาแได้อีกด้วย ดังนั้นฉินไฉ่หงเลยจะต้องใช้น้ำพุวิเศษอย่างระมัดระวังมาก
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ต้องใช้อย่างต่อเนื่องด้วย เพราะเธอไม่ได้ใช้น้ำพุวิเศษในปริมาณที่มากในครั้งเดียวจบเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ก็ต้องค่อยๆ บำรุงและปรับสมดุลในร่างกายกันต่อไปอย่างต่อเนื่องด้วย
**********
“ลี่เอ๋อร์ อาจะไปเก็บฟืนทีู่เา เรากับน้องๆ จะไปกับอาหรือจะอยู่เฝ้าบ้านกัน”
ฉินไฉ่หงเห็นว่าอยู่บ้านก็ว่างๆ ไม่มีอะไรให้ทำ และพอนึกได้ว่ามีป่าอยู่ใกล้ๆ หมู่บ้านด้วย เธอเลยจะลองไปหาผักป่าและเก็บฟืนมาไว้ให้ที่บ้านดีกว่า เผื่อโชคดีจะเจอกระต่ายหรือไก่ป่าสักตัว จะได้นำมาทำอาหารให้ครอบครัวกินกันในตอนเย็นด้วย
“อาเล็ก หนูไปด้วย หนูจะไปหาไข่ไก่ป่า” เป็เ้าตัวแสบฉินเวยที่ตอบมาก่อน
“เอาล่ะๆ ถ้าอย่างนั้น ก็ไปกันหมดนี่ละ แต่เสี่ยวเหว่ยยังเด็กอยู่มากจะไปด้วยได้ไหมเนี่ย?”
ฉินไฉ่หงมองไปที่หลานชายคนเล็กที่อายุแค่ 2 ขวบลูกชายของพี่รอง
ฉินซูลี่ที่เห็นว่าอาเล็กดูเหมือนจะคิดมาก ก็เลยรีบพูดอาสาดูแลพวกน้องชายเองทันที
“อาเล็กเดี๋ยวหนูจะดูแลน้องชายเองค่ะ ตอนที่ไปป่า อาเล็กจะได้ไม่ต้องเป็ห่วง”
ฉินไฉ่หงได้ยินอย่างนั้นเธอก็สบายใจ ถึงเธอจะอายุมาก แต่เธอก็ไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็กๆ แบบนี้มาก่อนเลย
อย่าดูถูกเห็นว่าลี่เอ๋อร์ยังเด็ก ตามชนบทเด็กผู้หญิงจะช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน เลี้ยงน้องกันั้แ่เด็กๆ แล้วถึงครอบครัวฉินจะไม่ได้รังเกียจหลานสาวเหมือนครอบครัวอื่นๆ แต่ลี่เอ๋อร์ก็จะคอยช่วยงานบ้าน และเลี้ยงน้องชายได้เป็อย่างดี
“ถ้างั้น..พวกเราไปกันเถอะ พอไปถึง ก็อย่าอยู่ห่างจากอามากนะเดี๋ยวจะเกิดอันตรายขึ้นมาได้”
ฉินไฉ่หงเอ่ยเตือนหลานๆ ทั้งสามคน ก่อนออกไปจากบ้าน ถึงป่าแถวตีนเขาใกล้ๆ กับหมู่บ้านจะไม่มีอันตราย แต่ก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
**********
พอเดินมาได้สักพักอาและหลานๆ ก็เดินมาถึงป่าที่ตีนเขากันแล้ว ป่านี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะมาหาฟืน และขุดผักป่ากันที่นี่แหละ
ส่วนป่าที่ฉินไฉ่หงคนเดิมได้เจอกันกับสามีนั้น ต้องเดินขึ้นไปบนูเาอีกไกลกว่านี้อีก
ตอนนั้นที่ฉินไฉ่หงคนเดิมเดินเข้าไปในป่าลึกขนาดนั้น ก็เป็เพราะเห็นว่าครอบครัวฉินทำงานกันเหนื่อยมาก จึงอยากมาหาเนื้อสัตว์ป่าให้ครอบครัวได้กินกัน
แต่ก็ดันโชคร้ายเจอกับงูพิษเข้า ดีแค่ไหนแล้ว ที่ตอนนั้นสามีของเธอมาช่วยไว้ได้ทัน ถ้าสามีของเธอมาไม่ทัน เธออาจจะต้องตายด้วยการโดนงูพิษกัดอยู่บนูเาไปแล้วก็ได้
ถึงครอบครัวฉินจะยากจนแค่ไหน แต่พวกเขาก็ได้ส่งลูกสาวให้เรียนจนจบมอต้นได้ ไม่ใช่ว่าครอบครัวฉินไม่ส่งลูกชายทั้งสองเรียนกันนะ แต่เป็พี่ชายทั้งสองคนของฉินไฉ่หงเอง ที่ไม่ชอบการเรียนกันมาก และพวกเขาก็ได้เรียนจบแค่ระดับประถมกันทั้งสองคนเลย
ดังนั้นครอบครัวฉิน จึงตั้งใจประหยัดเงินและช่วยกันส่งให้ฉินไฉ่หง ได้เรียนให้จบสูงที่สุด เท่าที่พวกเขาจะส่งได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องให้เธอมาลำบากเหมือนพวกตน ที่ต้องทำงานอยู่ในทุ่งนาเท่านั้น
กว่าจะมีกินกันได้ ก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดกันแล้ว พวกเขาก็เลยอย่างให้ฉินไฉ่หงได้ทำงานที่โรงงานในเมืองเหมือนกับคนที่เรียนจบมาสูงๆ จะได้สบาย และไม่ต้องมาลำบากเหมือนพวกตนอีก....
**********
พอมาถึงตีนเขากันแล้ว ฉินไฉ่หงก็เริ่มเก็บฟืน และขุดผักป่าเพื่อที่จะได้เอาไปทำอาหารให้ครอบครัวได้ทานกันในตอนเย็น
“อาเล็ก หนูจะพาน้องชายไปเก็บผลไม้ป่าตรงโน้นนะคะ”
เมื่อได้ยินลี่เอ๋อร์บอก ฉินไฉ่หงก็เห็นว่าต้นผลไม้นั้นอยู่ไม่ไกลจากเธอสักเท่าไร เธอก็เลยอนุญาตให้พวกเขาไปกันได้
“ระวังกันด้วยนะ ถ้ามีอะไรรีบะโเรียกอาเลยนะ” พอได้ยินหลานทั้งสามรับปาก เธอก็สบายใจ แล้วก็เก็บผักป่าและฟืนต่อไป
‘อืม...ถ้าลองใช้น้ำพุวิเศษ ล่อสัตว์ป่าแถวนี้ มันจะได้ผลมั้ยนะ?’
ว่าแล้วฉินไฉ่หงก็ขุดหลุมให้ลึก เพื่อใช้เป็กับดักในการวางล่อพวกสัตว์ป่า จากนั้นเธอก็ลองหยดน้ำพุวิเศษลงบนใบไม้แห้งในหลุม 1 หยด เธอไม่กล้าใช้เยอะเกินไป เพราะกลัวว่าสัตว์ใหญ่ จะออกมาแทนพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เอาได้
หลังจากวางกับดักเสร็จแล้ว เธอก็เดินไปหาเก็บผักป่าแล้วฟืนต่อ พอหาฟืนกับผักป่าพอแล้ว
ฉินไฉ่หงก็เดินไปดูหลานๆ ของเธอ ที่อยู่ไม่ไกลจากที่เธออยู่มากนัก แต่ไม่คาดคิดระหว่างทางเดินไปหาพวกหลานๆ เธอจะเจอกับไข่ไก่ป่าถึง 5 ฟองเลยทีเดียว
“อาเล็ก! อาเล็กเจอไข่ไก่ป่าด้วย” เป็ฉินเวยที่ไม่รู้เดินมาหาเธอตอนไหนทักขึ้น พอเห็นว่าเขาทำหน้าตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเธอเจอไข่ไก่ป่า เธอก็ยกมือและลูบไปที่หัวของเขาเบาๆ
“มาๆ ..รีบช่วยอาเก็บไข่ก่อน เดี๋ยวกลับบ้านไปอาจะทำไข่ตุ๋นให้กิน กัน เสี่ยวเวยอยากกินมั้ย?”
“เย้ๆ กินไข่ตุ๋น กินไข่ตุ๋น อยากกินอาเล็ก อาเล็กใจดีมากเลย แต่ว่า...พี่สาวและน้องชายจะได้กินด้วยมั้ยอาเล็ก?” ฉินเวยถามอย่างกังวล เพราะปกติพวกเขาจะแบ่งอาหารอร่อยๆ ให้กันกินด้วยกันตลอด
“ได้กินสิ! ไข่มีพอกินสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน” ว่าแล้วเธอก็บีบแก้มหลานชายที่ไม่ค่อยจะมีเนื้อไปทีหนึ่ง
ฉินไฉ่หงดีใจมากที่ได้ทะลุมิติมาเจอครอบครัวที่ดีแบบนี้ ไม่เหมือนนิยายที่เธอเคยอ่าน ส่วนมากมีแต่ครอบครัวเดียวกันจะอิจฉากันตลอด ทำให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันไม่ได้ ต้องแยกทางกันออกไป
ด้วยนิสัยของพ่อฉินที่เป็คนซื่อสัตย์มาก พี่ใหญ่ก็มีนิสัยคล้ายพ่อฉินด้วย
ส่วนแม่ฉินก็จะเป็คนจัดการเื่ต่างๆ ในบ้านได้ดี แม่ฉินไม่เคยลำเอียงกับลูกสะใภ้หรือลูกชายทั้งสองคนเลย ส่วนกับลูกสาวคนเล็กของเธอก็ยิ่งเป็คนที่แม่ฉินรักมาก ก็มีบ้างที่แม่ฉินจะลำเอียงมาทางฉินไฉ่หงนิดหน่อย
ส่วนพี่รอง ฉินไฉ่หงคิดว่าเหมาะมาก ที่จะมาช่วยเธอขายของเป็ที่สุดของบ้านแล้ว เพราะพี่รองเป็คนช่างพูด ส่วนพี่สะใภ้ทั้งสองคนก็เชื่อฟัง และช่วยกันทำงานได้เป็อย่างดีอีกด้วย...