“่นี้แฟนมึงไปไหนวะ กูไม่ค่อยเห็นรามมาหามึงที่ร้านเลยนะเดี๋ยวนี้”
พัชรถามขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะ่หลังมานี้เขามักจะพาน้องพินมาฝากไว้ที่ร้านของนะโมอยู่บ่อย ๆ แต่กลับไม่ค่อยได้เจอรามเหมือนแต่ก่อน ทั้ง ๆ ที่เพื่อนของเขากับแฟนหนุ่มมักจะตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา
“กูยังไม่ได้บอกมึงเหรอ” นะโมถามเอ่ยถามพัชรด้วยน้ำเสียงฉงน โดยไม่ค่อยใส่ใจอาการมึนงงของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่
“บอกอะไรวะ” บอกตามตรงว่าตอนนี้พัชรงงมาก มีอะไรที่เขายังไม่รู้เหรอ
“กูเลิกกับรามแล้ว” นะโมบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเ้าตัวไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เอ่ยออกไป
“ห๊ะ! ทำไมถึงเลิกกันวะ มันมีคนอื่นเหรอ” ทั้ง ๆ ที่สองคนออกจะรักกันมากขนาดนั้นแท้ ๆ ทำไมถึงเลิกกันได้ล่ะ พัชรได้แต่มองนะโมอย่างจับผิด มีอะไรที่เขายังไม่รู้อีกอย่างนั้นเหรอ
“เปล่าหรอก เป็เพราะกูเองนั่นแหละที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เขา เลิกกันแบบนี้น่ะดีแล้ว”
“มึงเนี่ยนะ ไม่มีเวลาให้” ไม่จริงน่า นะโมว่างดูแลน้องพินให้เขาตลอด แล้วทำไมถึงบอกว่าไม่มีเวลาให้รามล่ะ หรือเป็เพราะเื่ของเขากับน้องพินมีส่วนในการเลิกกันของคนทั้งคู่
“เลิกสนใจเื่กู แล้วสนใจลูกมึงก่อนไหม ดูดิ ข้าวเลอะเสื้อไปหมดแล้วนั่น” นะโมพยักหน้าไปทางน้องพิน เพื่อบอกให้อีกฝ่ายหันไปดูลูกก่อน
“เห้ย! น้องพิน ทำไมเล่นของกินแบบนี้ล่ะครับ” พัชรรีบหยิบผ้ามาเช็ดเศษอาหารออกให้ลูกสาวอย่างรีบร้อน เผลอแป๊บเดียวก็ซนซะแล้ว
“ลูกมึงสองขวบกว่าแล้วนะ ก็ต้องซนเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว จริงไหมครับน้องพิน” นะโมออกหน้าเข้าข้างน้องพินทันทีที่ได้ยินพัชรบ่นให้หลานสาวคนสวยของตัวเอง
“ให้ท้ายกันเข้าไป” พัชรพูดออกมาอย่างอ่อนใจ เขาชินซะแล้ว เพราะนะโมชอบตามใจลูกของเขาอยู่เสมอ จนเขาแทบจะไม่สามารถดุน้องพินได้เลย หากอยู่ต่อหน้าของนะโม
“ก็หลานกูนี่ ไม่ตามใจหลานจะให้กูไปตามใจใครฮะ”
นะโมถามพัชรออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ส่วนสายตาก็ยังคงมองหลานสาวด้วยความเอ็นดู จนพัชรไม่รู้จะพูดขัดเพื่อนของตัวเองยังไงดี เมื่อเห็นแววตาทั้งรักทั้งหลงใหลของนะโมที่มีให้กับลูกสาวของตัวเอง
“เบื่อมึงวะโม”
“กูพูดจริง ๆ นะพัชร ยกน้องพินให้กูเถอะ”
คราวนี้น้ำเสียงของนะโมเริ่มจริงจังจนพัชรเริ่มนิ่งไป ทำไมพัชรจะไม่รู้ว่า นะโมถึงพูดแบบนี้ออกมามันมีสาเหตุมาจากอะไร พัชรแค่ไม่อยากให้นะโมต้องมาลำบากเพราะปัญหาของเขาต่างหาก
“โม” พัชรเรียกเพื่อนเสียงหงอย
“มึงทนอยู่แบบนี้มาสามปีกว่าแล้วนะพัชร มึงอย่าทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงไปกว่านี้เลย ที่กูไม่พูด ไม่ใช่กว่ากูไม่รู้นะ กูรู้มาตลอดว่ามึงกับไอ้หมอนั่นทะเลาะกันทุกวันเพราะเื่ของน้องพิน กูไม่อยากให้หลานกูต้องโตขึ้นมาแล้วรับรู้เื่ที่โหดร้ายแบบนี้นะพัชร”
นะโมไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเื่ภายในครอบครัวของพัชรหรอกนะ แต่เพราะเื่นี้มันเกิดขึ้นบ่อยจนเขาทนไม่ไหวต่างหาก หลานเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด แต่ทำไมหลานของเขาต้องมารับผลกรรมจากการกระทำจากคนเป็พ่อแม่ด้วยล่ะ
“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะโม กูรักพี่นาย ที่กูยอมทนทุกวันนี้ก็เพราะว่ากูรักเขา มึงไม่เข้าใจกูเลยเหรอวะ”
“กูรู้ กูรู้ว่ามึงรักพี่มันมากแค่ไหน แต่เด็กไม่ได้รู้เื่ระหว่างมึงกับพ่อมันไงพัชร กูอยากให้มึงคิดอีกทีนะ”
ตลอดเวลาที่นะโมช่วยพัชรเลี้ยงน้องพินมา ทำไมอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าเ้านายละเลยหน้าที่ความเป็พ่อมากแค่ไหน แทบจะวันเว้นวันด้วยซ้ำที่นะโมเห็นเพื่อนตัวเองแอบร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อย ๆ
เขาไม่อยากให้หลานของเขาโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้หรอกนะ อย่างน้อยหลานของเขาควรได้รับความรัก ความใส่ใจมากกว่าที่เป็อยู่ ไม่ใช่ตื่นมาเจอแต่ภาพทะเลาะกันของคนที่ขึ้นชื่อว่า เป็พ่อและแม่ของตัวเองแบบนี้ทุกวัน
“ไว้กูจะลองคิดดูอีกทีก็แล้วกันนะ”
“อือ”
“ก็บอกแล้วไงว่ามีประชุมที่ต่างจังหวัด ทำไมชอบทำตัวงี่เง่าแบบนี้วะ” เสียงทุ้มตวาดขึ้นดังลั่นห้องอย่างหัวเสีย
“งี่เง่าเหรอ อย่าคิดว่าพัชรไม่รู้นะว่าพี่แอบมีคนอื่นน่ะ พี่คิดว่าพัชรโง่มากเลยเหรอ ถึงพัชรจะอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่พัชรไม่ได้หูหนวกตาบอดนะ ที่จะไม่รู้ว่าผัวตัวเองแอบเล่นชู้กับเด็กใหม่ในที่ทำงานน่ะ”
เสียงทะเลาะกันดังลอดออกมาจากประตูบ้านเสียงดังลั่น จนทำให้นะโมที่ยืนอยู่ด้านหน้ากำหมัดแน่นด้วยความโมโห อีกแล้ว ทั้งสองคนทะเลาะกันต่อหน้าหลานของเขาอีกแล้ว
“อย่าใส่ร้ายกันได้ไหมพัชร ทุกวันนี้ผมหาเงินคนเดียวก็เหนื่อยมาพอแล้วนะ ต้องกลับบ้านมาเจอกับความงี่เง่าของเมียตัวเองอีกเหรอ”
“คำก็เหนื่อย สองคำก็หาเงินคนเดียว ถ้ามันลำบากมากนักก็ให้ผมออกไปหางานทำช่วยพี่สิ ไม่ใช่เพราะพี่หรือไงที่ไม่ยอมให้ผมออกไปทำงานน่ะ แล้วแบบนี้จะมาโวยวายทำซากอะไรวะ” พัชรตอกกลับอีกฝ่ายด้วยความเหลืออด
ที่เขายอมทนฟังเ้านายบ่นเพราะตอนนั้นลูกเขายังเล็ก แต่ตอนนี้ลูกเขาโตพอที่จะสามารถให้คนอื่นเลี้ยงได้แล้ว และเขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่ตัวภาระของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
“เออ อยากทำอะไรก็ทำ ก็เหนื่อยเหมือนกันที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายคนเดียวเนี่ย อยากจะรู้เหมือนกันว่านายมันจะเก่งได้แบบที่ปากว่าหรือเปล่า ไม่ใช่พูดออกมาเพราะเรียกร้องความสนใจ” เ้านายหัวเสียมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งพูดออกมา
“พี่นาย!”
“พอ!! จะทะเลาะกันทำไมห๊ะ ถ้าไม่อายเพื่อนบ้าน ก็อายลูกบ้าง ทะเลาะอะไรกันก็หัดนึกถึงลูกหน่อยไม่ได้หรือไงกัน”
นะโมที่ทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาห้ามทัพทันที วันนี้พัชรโทรบอกให้เขามารับน้องพินไปนอนด้วยที่คอนโด เพราะพัชรอยากทำเซอร์ไพรส์วันครบรอบกับเ้านายยังไงล่ะ
ครั้งแรกนะโมปฏิเสธเพราะไม่อยากมาเจอกับเ้านาย แต่ก็ต้องใจอ่อนเพราะพัชรลงทุนขอร้องจนคนฟังอย่างนะโมสงสาร แต่นะโมไม่คิดว่าพอมาถึงที่นี่แล้วจะมาได้ยินอะไรแบบนี้เข้า
“นะโม!”
พัชรเรียกชื่อของเพื่อนรักเสียงหลงด้วยความใ เขาไม่อยากให้เพื่อนมารับรู้เื่ราวบาดหมางระหว่างเขากับเ้านายแบบนี้ เพราะพัชรรู้ดีว่านะโมมีนิสัยเป็ยังไง แน่นอนว่านะโมไม่มีวันยอมให้เขาต้องมาเจอเื่ราวที่โหดร้ายแบบนี้แน่ ๆ
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่กับเพื่อนผมทะเลาะด้วยเื่อะไร แต่ช่วยนึกถึงน้องพินหน่อยได้ไหม” นะโมเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างเ้านายกับพัชร เพื่อไม่ให้ทั้งสองสาดอารมณ์ใส่กันไปมากกว่านี้
“นี่พัชรถึงขนาดให้เพื่อนเข้ามายุ่งกับเื่ในครอบครัวของเราเลยเหรอ ไม่มีปัญญาจัดการปัญหาเองเลยหรือยังไง ถึงได้ให้คนอื่นสอดมือเข้ามายุ่งแบบนี้” เ้านายที่โมโหจนขึ้นหน้า ยกมือชี้หน้านะโมอย่างไม่รักษาท่าทีอีกต่อไป
“เลิกโทษเพื่อนผมสักที พัชรไม่ได้ให้ผมเข้ามายุ่งเื่ของคุณ ผมมาที่นี่ก็เพราะน้องพิน ไม่ได้เกี่ยวกับใครทั้งนั้น”
นะโมต่อว่าเ้านายด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น เขาไม่รู้ว่าพัชรเพราะอะไรพัชรถึงต้องทนอยู่กับคนแบบนี้ ยิ่งนะโมมาได้ยินคำพูดของผู้ชายตรงหน้า นะโมยิ่งรู้สึกเกลียดคนคนนี้มากขึ้นเป็เท่าตัว เกลียดจนไม่อยากใช้อากาศร่วมกับคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ
“แต่สิ่งที่มึงทำอยู่มันเรียกว่าเสือก! ทำไม เรียนจบมาก็สูง แค่นี้แยกมะ..”
ผลัวะ!
ไม่ทันที่เ้านายจะพูดจบประโยค หมัดหนัก ๆ ของนะโมก็กระแทกเข้าที่มุมปากของอีกฝ่ายอย่างจัง จนเ้านายที่ไม่ทันตั้งตัว ล้มลงไปกองกับพื้น
นะโมที่กำลังโมโหถึงขีดสุด พุ่งตัวเข้าไปต่อยซ้ำอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ทั้งเ้านายและนะโมต่อยกันนัว อย่างไม่มีใครยอมใคร จนพัชรที่เป็คนกลางต้องวิ่งไปตามเพื่อนบ้านมาช่วยแยกทั้งคู่ออกจากกัน
“อย่าคิดว่ากูจะต่อยปากผัวเพื่อนตัวเองไม่ได้นะโว้ย!! สันดานแบบนี้แดกตีนกูมาหลายคนแล้ว” นะโมชี้หน้าเ้านายด้วยอารมณ์โมโหที่พุ่งพรวด
“ปล่อย!! ยังไงวันนี้กูก็ต้องเอาเืปากของคนที่มันชอบเสือกเื่ของคนอื่นออกมาล้างตีนกูให้ได้”
เ้านายที่ไม่หายโมโห ทำท่าจะพุ่งใส่นะโมอีกรอบ ยังดีที่เพื่อนบ้านช่วยกันจับคนทั้งคู่เอาไว้ ไม่อย่างนั้น ทั้งเ้านายและนะโมคงได้ต่อยกันอีกยกแน่ ๆ
“แน่จริงมึงก็เข้ามาสิวะ ไอ้สัส!!”
“พอได้แล้ว!! พี่นายต้องรีบขึ้นเครื่องไปประชุมที่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอครับ ผมว่าพี่รีบไปเถอะ” พัชรหันไปคุยกับเ้านายเพื่อตัดปัญหา
“นี่มึงเข้าข้างเพื่อนมึงเหรอพัชร กูเป็ผัวมึงนะ” เ้านายหันไปมองคนรักตาขวางด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้น
“พี่เป็คนบอกเองว่ามีประชุมนี่ครับ หรือผมพูดอะไรผิด”
พัชรจ้องเ้านายด้วยแววตาแข็งกร้าว เขาไม่รู้หรอกว่าเ้านายมีประชุมจริงไหม แต่ตอนนี้พัชรต้องยอมตามน้ำเพื่อยุติการทะเลาะกันของเ้านายกับนะโมเสียก่อน
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เ้านายพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว แล้วเดินไปคว้าเอากระเป๋าเดินทางของตัวเองอย่างอารมณ์เสีย ก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าออกจากบ้านไปด้วยความไม่พอใจขีดสุด เพื่อนบ้านที่เข้ามาช่วยก็เริ่มสลายตัว เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์กลับมาปกติอีกครั้ง
“มึงเป็อะไรไหม” พัชรรีบหันมาสนใจเพื่อนสนิทของตัวเองทันทีที่เ้านายเดินลับตาไป
“ไม่เป็ไร มึงขึ้นไปดูน้องพินก่อนเถอะ” เพราะเสียงร้องไห้ของน้องพินดังลั่นลงมาจากชั้นสอง นะโมที่เป็ห่วงหลานมากจึงบอกให้เพื่อนขึ้นไปดูลูกก่อน
“งั้นเดี๋ยวกูมานะ”
พัชรรีบวิ่งขึ้นไปดูลูกสาวของตัวเองทันที ทิ้งให้เพื่อนสนิทของตัวเองนั่งทำแผลเงียบ ๆ อยู่ที่ชั้นล่างคนเดียว ก่อนที่พัชรจะอุ้มน้องพินลงมาหานะโมอย่างช่วยไม่ได้
“กูขอโทษนะมึง กูไม่คิดว่ามึงจะต้องมาเจออะไรแบบนี้” ยิ่งเห็นแผลบนหน้าของเพื่อนตัวเอง พัชรยิ่งรู้สึกผิดกับนะโมมากขึ้นเป็เท่าตัว ถ้าวันนี้เขาไม่ขอร้องให้นะโมมารับน้องพินไปนอนด้วย เพื่อนของเขาก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้
“ช่างเถอะ ถือว่าโชคเข้าข้างกูก็แล้วกัน มึงก็รู้ว่ากูอยากต่อยปากผัวมึงมานานแล้ว” นะโมพูดทีเล่นทีจริงออกไป เพราะไม่อยากให้พัชรต้องมาคิดมาก เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นในวันนี้
“ยังจะพูดเล่นอีกนะมึง แล้วนี่เจ็บมากไหมวะ” พัชรเอื้อมมือไปแตะแผลที่มุมปากของนะโมเบา ๆ อย่างรู้สึกผิด
“ไม่เท่าไหร่ ว่าแต่มึงจะเอายังไงต่อ จะกลับไปนอนกับกูที่คอนโดไหม หรือว่าจะนอนที่บ้าน”
นะโมกวาดสายตามองสภาพห้องบริเวณรอบ ๆ อย่างสื่อความหมาย เพราะตอนนี้ข้าวของในบ้านมันล้มกระจัดกระจายไปทั่ว จากเหตุการณ์รัวหมัดใส่กันของเ้านายและนะโมที่พึ่งผ่านมาได้ไม่นานเท่าไหร่นัก
“กูคงต้องฝากน้องพินไปนอนกับมึงก่อนนะ เพราะคืนนี้กูคงต้องทำความสะอาดที่นี่ก่อน”
“อยู่คนเดียวได้แน่นะ” นะโมถามย้ำเพื่อนอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็วันครบรอบการคบกันของพัชรและเ้านาย แต่อีกฝ่ายดันหอบกระเป๋าไปทำงานซะงั้น
ถ้านะโมเจอเข้ากับตัวเองคงเสียใจไม่น้อย เพราะคนรักไม่สนใจจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เื่พวกนี้ อย่างน้อยก็ควรมีคำพูดหวาน ๆ สักประโยคให้กันไม่ใช่เหรอ แต่สิ่งที่นะโมได้ยินตอนมาถึงที่นี่ มันมีแต่คำดูถูก คำด่าทอทั้งนั้นเลยนะ
“ได้สิวะ ทำไมจะไม่ได้ ปกติกูก็อยู่บ้านนี้คนเดียวอยู่แล้วนี่ มึงก็ถามอะไรแปลก ๆ นะ” พัชรตอบเพื่อนรักอย่างไม่ใช่ใจ ทั้ง ๆ ที่ภายในใจมันพังแทบไม่มีชิ้นดีอยู่แล้ว
“ยังเลิกรักไอ้เวรนั่นไม่ได้จริง ๆ เหรอพัชร” ครั้งนี้นะโมถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เพราะสิ่งที่เขามาเห็นวันนี้ มันมาเกินกว่าสิ่งที่พัชรเคยเล่าให้เขาฟังเป็ไหน ๆ
“สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกูคือแม่มาตลอด มึงก็รู้ แต่พอมาถึงวันนี้ แม่กูไม่อยู่แล้วนะโม ครอบครัวเดียวที่อยู่เหลืออยู่คือพี่นายกับลูก มึงคิดว่ากูจะทิ้งครอบครัวเดียวที่กูเหลืออยู่ได้เหรอวะ”
พัชรมองนะโมอย่างสื่อความหมาย เขาทิ้งสิ่งยึดเหนี่ยวที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของตัวเองไปไม่ได้หรอก ยังไงก็ทิ้งเ้านายไปไม่ได้ ถ้าเลิกกันตอนนี้ ลูกของเขาต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากเขาในอดีตแน่ ๆ
“แล้วกูไม่ใช่ครอบครัวมึงเหรอวะพัชร ไหนมึงบอกว่ากูคือครอบครัวเดียวที่เหลืออยู่ของมึงไง”
นะโมถามอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างตัดพ้อ สัญญาที่เคยให้กันทำไมนะโมจะจำไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้ยินในตอนนี้ ดูเหมือนว่าพัชรจะเป็คนลืมสัญญานั้นไปเสียเอง
“กูไม่เคยลืมนะโว้ย แต่มึงอย่าลืมว่า สักวันหนึ่งมึงก็ต้องมีครอบครัวเป็ของตัวเอง มึงจะให้กูเข้าไปเป็ส่วนเกินภายในครอบครัวของมึงไม่ได้ ทุกคนต้องมีทางเดินเป็ของตัวเองไม่ใช่เหรอวะ”
เพราะสิ่งที่นะโมทำให้เขา มันมากเกินไป มากจนเขาไม่อยากที่จะดึงอีกฝ่ายให้เข้ามายุ่งกับวงจรอุบาทว์แบบนี้ของเขาอีกแล้ว ในเมื่อเขาเป็คนเลือกทางเดินนี้เอง เขาก็ต้องรับผลที่จะตามมาให้ได้
“แล้วครอบครัวที่มึง้า มันต้องทุกข์แบบนี้ไปตลอดเลยเหรอวะ มึงคิดดูดี ๆ นะพัชร กูไม่ได้ยุให้พวกมึงเลิกกันนะ แต่กูอยากให้มึงหาตรงกลางที่มันไม่ต้องทนทุกข์อยู่แบบนี้”
นะโมรู้ดีว่าพัชร้าครอบครัวที่สมบูรณ์มากแค่ไหน เพราะแบบนี้ พัชรถึงไม่ยอมปล่อยมือจากเ้านายไปง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่เชือกเส้นนั้น เส้นที่อีกฝ่ายจับมันอยู่ จะบาดลึกจนมือของพัชรเองมีแต่รอยแผลเต็มไปหมดก็ตาม
“อือ ขอบใจนะมึง นี่ก็เริ่มดึกแล้ว กูว่ามึงพาน้องพินกลับเถอะ”
“เออ งั้นกูพาหลานกลับก่อนแล้วกัน ว่าแต่มึงเตรียมของให้หลานกูครบแล้วใช่ไหม” รู้ดีว่าเพื่อนสนิทไม่อยากพูดถึงเื่นั้นอีก นะโมจึงตามน้ำยอมเปลี่ยนเื่คุย เพื่อไม่ให้พัชรต้องคิดมากกับเื่ที่เกิดขึ้น
“ครบแล้ว งั้นเดี๋ยวกูขึ้นไปหยิบกระเป๋าของน้องพินมาให้นะ”
“อืม”
“โม” พัชรที่กำลังจะเดินขึ้นบันได อยู่ ๆ ก็หยุดชะงักลง แล้วหันกลับมามองนะโมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“หื้อ?”
“ขอบคุณจริง ๆ นะ ที่คอยอยู่ข้าง ๆ กูมาตลอด กูไม่รู้ว่าจะตอบแทนมึงยังไงเลยวะ นอกจากคำว่าขอบคุณ แล้วก็ขอโทษ” แววตาที่ดูเศร้าหมองของพัชรทำให้นะโมรู้สึกใจหวิวยังไงก็บอกไม่ถูก
“คิดมากวะ บอกแล้วไงว่าไม่เป็ไร แค่มึงมีความสุขกูก็พอใจแล้ว” นะโมยิ้มบาง ๆ ให้กับพัชร ก่อนที่จะพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค เพื่อทำลายบรรยากาศเศร้าหมองนี้
“รีบขึ้นไปเอากระเป๋าน้องพินมาให้กูได้แล้ว ดึกกว่านี้กูี้เีขับรถนะ”
“เออ! ขอกูดราม่าหน่อยก็ไม่ได้” พัชรรีบเปลี่ยนอารมณ์เป็พูดเล่นทันที เพราะไม่อยากให้เพื่อนของตัวเองไม่สบายใจ
“ไอ้พัชร”
“เออ ไปแล้ว ๆ” นะโมได้แต่มองตามพัชรที่วิ่งหายขึ้นไปยังชั้นสองอย่างคนคิดไม่ตก ขอให้มึงอย่ายึดติดกับคนแบบนั้นไปตลอดชีวิตเลยนะพัชร กูอยากเห็นมึงมีความสุขจริง ๆ สักที