ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 38 ความจริงจอมปลอม (1)

            ในคืนวันนั้นเอง

            ขณะนั้นเซเรียกำลังเดินอยู่ในโรงเรียนเบลต์ลัม

            “ทำเองซะบ้าง! ชอบเอาอายุของข้ามาเป็นข้ออ้างใช้งานอยู่ได้เห็นข้าเป็นผู้ช่วยส่วนตัวหรือไง? ข้อมูลมอนสเตอร์สมัยสงครามเทพอสุรกายก็ไม่ใช่จะหาได้ภายใน5 นาที 10 นาที”

            เซเรียขมุบขมิบปากบ่นกระปอดกระแปดอย่างไม่พอใจพร้อมกับขาที่มุ่งหน้าไปยังห้องครูใหญ่

            เธออารมณ์เสียเนื่องจากถูกสั่งให้หาข้อมูลของมอนสเตอร์โบราณตัวหนึ่งในระหว่างที่เธอกำลังง่วนอยู่กับงานวิจัยของตัวเอง

            “จู่ๆ ก็มีคำสั่งด่วน... ทำไมดูรีบร้อนจัง หรือว่ามีเรื่อง?”

            ในตอนแรกเซเรียคิดว่าครูใหญ่กลาเซียพบข้อมูลแล้วจึงได้เรียกเธอมาแต่พอลองวิเคราะห์ดูดีๆ ก็ไม่น่าจะใช่

            มอนสเตอร์ที่เซเรียถูกสั่งให้ไปหาข้อมูลมาคือ ‘มิโนทาลอส’มันคือมอนสเตอร์ที่มีสรีระแขนขาดั่งมนุษย์ รูปหน้าและศีรษะเหมือนวัวมีบันทึกในประวัติศาสตร์ว่ามันเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามเทพอสุรกายเมื่อ 1,000 ปีก่อนด้วย

            สงครามเทพอสุรกายคือเป็นสงครามครั้งใหญ่ซึ่งเกิดระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีมหาเทพทั้ง6 เป็นผู้นำ และอสูรกายที่มีจอมมารเป็นผู้นำว่ากันว่าหลังสิ้นสงครามจำนวนของมิโนทาลอสก็ลดลงไปจนแทบไม่เหลือ

            ตามที่ได้มีบันทึกไว้ว่ายังมีผู้พบเห็นมิโนทาลอสบ้างในบางพื้นที่ของประเทศทางเหนือหรือตะวันตกแต่ในอาณาจักรเบลต์ลัมต์นี้ไม่มีผู้ใดพบมิโนทาลอสมานานกว่าหลายศตวรรษแล้ว

            ในระหว่างที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเท้าเล็กๆของเซเรียก็มาถึงยังหน้าห้องของครูใหญ่อย่างไม่รู้ตัว

            ฝีเท้าของอาจารย์สาวชะงักไปเมื่อสังเกตเห็นว่าบานประตูแง้มเปิดเอาไว้อยู่

            เสียงบทสนทนาของครูใหญ่กลาเซีย ฟอนเทียน่าและอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งดังลอดออกมาจากรอยแง้มนั้น

            เซเรียลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจแอบฟังเงียบๆ อยู่หน้าห้อง

            “เรื่องที่องค์หญิงรองเกือบตกหน้าผาถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เดียว ต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษสินะ?”

            กลาเซียถามอย่างไม่เต็มใจ

            เซเรียตงิดกับบทสนทนาที่ไม่น่าภิรมย์

            “คงต้องเป็นเช่นนั้ แต่จากข้อมูลที่เราได้มาก็ขัดแย้งกันยังไงชอบกลแต่คนที่ชนแน่ๆ คือบุตรของดยุคยุกโน”

            “ขัดแย้งเช่นไร?”

            “นักเรียนมากกว่าครึ่งบอกว่าต้นเหตุคือเด็กกำพร้าริโอะผลักเขา อีกด้านนึงองค์หญิงกลับตรัสในทางกลับกัน”

            เอ๊ะ? ริโอะทำ? เรื่องอะไรน่ะ?

            เซเรียเผลอหยุดหายใจเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คาดคิด

            “ทำไมล่ะ?”

            “เพราะคนที่ช่วยองค์หญิงฟลอร่าไว้คือริโอะครับท่าน และตัวเขาเองนั่นแหละที่ตกลงไปแทน”

            เอ๊ะ? ตกหน้าผา?

            เธออยู่ที่ไหนน่ะริโอะ?

            เซเรียรู้สึกเสียวสันหลังไปหมด

            “ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?”

            “ยังหาไม่พบครับหลังจากที่เขาพลัดตกจากหน้าผาแล้วก็ช่วยองค์หญิงจากมิโนทาลอสพอมิโนทาลอสตายเขาก็หายตัวไปเลยครับ”

            ริโอะยังไม่ตาย...ดีจริงๆ

            อาจารย์สาวถอนใจอย่างโล่งอก ถึงจะหาริโอะไม่พบแต่อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่

            “เขาคงไม่ได้เจตนาทำร้ายองค์หญิงหรอกมีใครรู้สาเหตุที่เขาผลักบุตรของยุกโนไหม?”

            “พวกเด็กๆ บอกว่าเขาตกใจกลัวมิโนทาลอสครับท่าน”

            ริโอะเนี่ยนะ?

            เซเรียไม่เชื่อเด็ดขาด เธอรู้จักริโอะดีกว่าใคร

            “อืม มีใครพิสูจน์ได้ไหมว่าเด็กๆ ไม่ได้พูดปด?”

            “ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ รวมถึงองค์หญิงด้วยครับท่าน”

            “อืม...”

            ในขณะที่กลาเซียกำลังใช้ความคิด อาจารย์อาวุโสท่านนั้นก็เอ่ยออกมา

            “เขาร้อนตัวจึงได้หนีไปมิใช่หรือท่าน? หากบริสุทธิ์จริงเขาคงกลับมาเพื่อพิสูจน์ตัวเป็นแน่”

            “แต่ต่อให้มาก็คง...”

            กลาเซียพึมพำ

            “ครับ?”

            “เปล่า ไม่มีอะไร”

            “เช่นนั้น จะส่งหนังสือรายงานให้ทางพระราชวังไหมครับท่าน? พวกยุกโนกดดันเราอยู่ รีบทำรายงานจะดีกว่าครับ”

            “อืม ฝ่าบาทลำบากแน่ถ้ายุกโนเสียตำแหน่งหากมีแพะรับบาปไว้คงจะช่วยได้มาก”

            “เช่นนั้นเรารายงานส่งพระราชวังว่านักเรียนที่ชื่อริโอะคือต้นเหตุดีไหมขอรับท่าน?”

            ว่าไงนะ? นี่ไม่ให้โอกาสริโอะได้แก้ตัวเลยนี่!

            เซเรียโมโหมากที่ริโอะถูกใส่ความ

            “อืม พยานก็เยอะ ส่วนเรื่องในรั้วพระราชวังยุกโนคงจัดการเอง”

            กลาเซียไม่สนใจว่าความจริงจะเป็นเช่นไร

            สำหรับเขาขอแค่ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เพียงพอแล้ว

            “ข้าขอตัวไปทำรายงานก่อนนะครับท่าน”

            “อืม ฝากด้วยนะ ข้าจะเอารายงานไปส่งเอง ฝากประกาศตามหาเด็กนั่นด้วยเจอที่ไหนให้รีบจับไว้ทันที”

            “รับทราบครับ”

            เซเรียที่แอบฟังอยู่กลัวจนตัวสั่น

            อา... ทำยังไงดี ข้าควรทำเช่นไร? แบบนี้ริโอะแย่แน่!

            เซเรียเชื่อมั่นในตัวริโอะและรู้จักเขาดีกว่าใคร

            จากที่ได้ฟังมาเซเรียคิดว่าคนที่ตกใจมิโนทาลอสจนผลักฟลอร่าน่าจะเป็นสเตรียดมากกว่า

            เขาต้องไหวตัวทันแน่ๆ จึงได้รีบหนีไปก่อนจะถูกจับมาเป็นแพะรับบาป

            แก้ตัวไปก็เหนื่อยเปล่า ทำถูกแล้วล่ะที่หนีไปแบบนี้

            เซเรียคิดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มก่อนจะถอนหายใจ

            เธอตัดสินใจจรดมือเคาะลงบนบานประตู

            ...

            ในคืนวันนั้นเองเด็กชายได้แอบกลับเข้ามาในหอพักของเขาอย่างลับๆ

            ยามวิกาลเช่นนี้ประตูพระราชวังปิดลงแล้ว

            ริโอะเพิ่มสกิลแล้วกระโดดข้ามกำแพงไป

            เขาเดินเลียบไปทางฝั่งบ้านขุนนางแล้วรีบตรงไปยังเขตหอพักในโรงเรียนทันที

            เนื่องจากนักเรียนส่วนมากกลับบ้านกันไปแล้วเวรยามช่วงกลางคืนจึงหละหลวม

            ริโอะรู้จักโรงเรียนแห่งนี้ทุกตารางนิ้วเขาจึงเคลื่อนไหวหลบหน่วยลาดตระเวนได้อย่างคล่องตัว

            มืองามเอื้อมเปิดบานประตูห้องพักที่เขาคุ้นเคย

            ในห้องของเด็กชายมีของใช้ไม่มาก ดูจากตำแหน่งของของแต่ละชิ้นแล้วท่าทางจะยังไม่มีใครเข้ามาที่นี่

            เขาดึงถุงที่ซ่อนไว้ใต้เตียงออกมา

            ภายในถุงบรรจุเหรียญทองที่ได้จากการช่วยฟลอร่าเมื่อ 5 ปีก่อน

            ด้วยจำนวนเงินมากเท่านี้ เด็กชายคงใช้ชีวิตอยู่ได้ไปอีกนานพอตัว

            เด็กชายเปลี่ยนชุดแล้วนำเงินใส่ในกระเป๋าจึงเหน็บไว้ข้างเอว

            ข้อดีของชุดนักเรียนคือความคล่องตัว แต่ใส่แล้วเด่นสะดุดตา

            เมื่อเตรียมของเสร็จริโอะจึงออกจากห้องไป

            เขามุ่งหน้าไปหาคนที่เขาไว้ใจที่สุดและมีเพียงคนเดียวเซเรียนั่นเอง

            (ขอให้ยังอยู่ทีเถอะ...)

            เซเรียมักจะอยู่ในห้องวิจัยเพื่อทำงานจนถึงดึกเสมอ

            ริโอะภาวนาให้เธอยังไม่กลับเขาเดินไปตามทางเดินใต้ดินของอาคารหอสมุดที่เขามาเป็นประจำตลอด 5 ปี

            อาจารย์กลับกันไปเกือบหมดแล้ว ทางเดินจึงค่อนข้างเงียบสงัด

            ริโอะหยุดอยู่หน้าห้องวิจัยของเซเรียแสงสว่างที่ลอดออกมาจากบานประตูทำให้เด็กชายรู้ว่าเจ้าของห้องยังอยู่ในนั้น

            เด็กชายเคาะประตูเบาๆ

            “ใครกันมาดึกดื่นป่านนี้...”

            เซเรียบ่นอย่างไม่สบอารมณ์แต่เมื่อพบว่าผู้มาเยือนคือคนที่เธอรอคอยจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ

            ริโอะกดริมฝีปากเซเรียด้วยนิ้วเรียวยาวของเขาเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะหวีดร้อง

            “ชู่ววว... ขอโทษที่มารบกวนนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

    คล้ายกับเรื่องตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki) ที่คุณอ่าน