หมื่นบดินทร์ตกอยู่ในภวังค์หลังจากที่ได้กระทำเื่อันมิบังควรลงไป รวมถึงผู้ใหญ่ที่เรือนของคุณกล้าก็รู้ความแล้วเมื่อเป็เยี่ยงนั้นหมื่นบดินทร์จึงเดินขึ้นเรือนใหญ่เพื่อเล่าความจริงใหญ่แก่มารดาฟัง
“คุณหญิงแม่ขอรับลูกมีเื่อยากเสวนาด้วยขอรับ” คุณภพเดินขึ้นเรือนด้วยใบหน้าที่ดูวิตกกังวล
“มีเื่อันใดอีกเล่าพ่อภพ เื่ที่พ่อผลักไสน้องแม่ยังมิได้ไต่สวนว่าความ แลพ่อจักมีเื่อันใดอีก”
“เื่พ่อกล้านั่นแลขอรับ” คุณภพสบตากับมารดาด้วยท่าทางขึงขังจริงจังยิ่ง
“พวกมึงลงเรือนไปก่อน กูจักคุยกิจสำคัญกับพ่อภพ”
“เ้าค่ะคุณหญิง”
เมื่อบ่าวไพร่ถูกไล่ลงเรือนไปจนหมดแล้ว ลูกชายตัวดีของคุณหญิงฉายก็เปิดปากเล่าเื่ราวทันที
“คุณหญิงแม่คิดเห็นเยี่ยงไรกับพ่อกล้าขอรับ”
“ไยจึงถามแม่เช่นนั้น พ่อกล้าก็น่ารักน่าเอ็นดู กิริยามารยาทก็งาม เหตุใดพ่อภพจึงไปกลั่นแกล้งน้องให้ซักเสื้อผ้าอาภรณ์ให้เล่า หากอีผินมิบอกแม่ แม่ก็คงมิรู้ว่าเ้าแกล้งน้องได้น่าตีนัก”
“ลูกทราบแล้วขอรับว่าที่กลั่นแกล้งน้องเช่นนั้นไม่น่ากระทำ ลูกเพียงแค่้าสั่งสอนแลดัดนิสัยคุณกล้าก็เพียงเท่านั้น คุณหญิงแม่มิรู้สึกว่าพ่อกล้าแปลกไปหรือขอรับ”
“จักว่าไปก็แปลกนั่นแล ทั้งรูปโฉมแลดูงามขึ้น กิริยามารยาทก็ดีกว่าแต่ก่อน วาจาก็ไพเราะแม้บางคำจักฟังแล้วแปร่งหูไปบ้างแต่ก็เข้าใจความหมายได้ อาจจะเพราะพึ่งตกน้ำตกท่า อีกประเดี๋ยวก็เข้าที่เข้าทาง แล้วพ่อภพถามแม่แบบนี้หมายความว่าเยี่ยงไร”
“หามิได้ขอรับ ลูกเพียงรู้สึกว่าคุณกล้าผู้นี้แปลกไปราวกับว่าเป็คนละคนขอรับ เมื่อวานลูกช่วยคุณกล้าจากน้ำขอรับ”
“เื่นั้นแม่รู้แล้ว เมื่อวานเ้าก็ตัวเปียกกลับเรือนแล้วมีอันใด”
“ลูก เออ ลูกช่วย ลูกทำ...”
“อ้ำอึ้งอันใด รีบแจ้งความมา”
“ลูกปะ เป่าปากพ่อกล้าขอรับ”
“ตาเถร นี่พ่อภพเ้าทำเื่บัดสีบัดเถลิงเช่นนั้นได้เยี่ยงไร”
“แต่ลูกมิได้มีเจตนามิดีหนาขอรับ ลูกเพียงอยากช่วยพ่อกล้าเหตุเพราะเขามิหายใจแล้วขอรับ ลูกจึงเป่าลมเข้าปากให้เขา”
“ต๊าย ตาย แล้วพ่อแม่เขารู้ความแล้วจักเอาหน้าไปไว้ไหน นั่นก็เรือนพระยาหน้าใหญ่ หาใช่เรือนไพร่เรือนทาส พ่อทำกิริยามิงามเยี่ยงนี้คนเขาไม่ลือไปทั้งคุ้งน้ำแล้วรึ”
“มิทราบขอรับ”
“แล้วไยมาแจ้งความแก่แม่เอาป่านนี้”
“เหตุเพราะคุณหญิงชื่นแม่ของคุณกล้าทราบความแล้วขอรับ ลูกเกรงว่ามันจักเป็เื่...”
“มิงามสิ วันพรุ่งแม่จักให้บ่าวจัดขันดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาเ้าพระยาศรีสุริยาเดโช แลคุณหญิงชื่น ดีนักแลที่เ้าคุณพ่อของเ้าไปออกราชการ มิเช่นนั้นพ่อเ้าคง...”
“เช่นนั้นลูก...”
“เ้าต้องไปกับแม่!”
คุณหญิงฉายคลี่พัดขึ้นมาวี ไม่คิดเลยว่าลูกชายของตนจะสร้างเื่ให้หนักอกหนักใจได้เยี่ยงนี้ ในใจก็ภาวนาให้เรือนพระยาศรีสุริยาเดโชไม่ถือสาเอาความลูกชายตน
เรือแจวลอยทวนกระแสน้ำมาถึงเรือนของพระยาศรีสุริยาเดโช กล้ารีบลงจากเรือแล้วเดินขึ้นเรือนหลังใหญ่ ไปแจ้งความแก่คุณหญิงชื่น
“ลูกกลับมาแล้วขอรับคุณหญิงแม่”
ครั้นบุตรชายกลับถึงเรือนแต่เสื้อผ้าของพ่อกล้านั้นเปลี่ยนไปมิใช่อาภรณ์เดิมที่ตนเห็น ในใจก็พลันร้อนรนกลัวว่าเขาจักไปสร้างเื่ที่เรือนพระยาสัตวาบริภักดิ์
“พ่อไปก่อเื่ที่เรือนหมื่นท่านใช่หรือไม่”
“ก่อเื่อันใดขอรับ หาใช่อย่างที่คุณหญิงแม่เข้าใจไม่ขอรับ”
“ไยเ้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เล่า แล้วเสื้อผ้าเ้าไปไหน”
“ลูกไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำบ้านพี่ภพมาขอรับ” กล้าตัดสินใจโกหกเพราะเกรงว่าหากคุณหญิงแม่ของตนรู้ว่า เขาถูกใช้งานให้ไปซักผ้าจักเป็เื่ใหญ่โตได้
“แน่รึอีจัน”
กล้าหันไปขยิบตาให้จันก่อนที่จะได้ตอบคุณหญิงชื่น
“แน่เ้าค่ะ คุณกล้าเล่นน้ำที่เรือนหมื่นบดินทร์เ้าค่ะคุณหญิง”
“ก็แล้วไป ไยเ้ากลับเอามาป่านนี้ จักเที่ยงวันแล้วหนา”
“ลูกอยากลงครัวทำอาหารขอรับคุณหญิงแม่”
“พ่อเ้าประคุณรุนช่อง พ่อกล้าจักทำให้แม่หัวใจวายตายรึ ร้อยวันพันปีมิเคยเอื้อนเอ่ยเื่กับข้าวกับปลา นี่พ่อกินยาผิดสำแดงมาหรือกระไรกัน”
“ก็ยาที่คุณหญิงแม่ใช้บ่าวให้นำไปให้ลูกดื่มเมื่อวานไงขอรับ”
“ยังจะมาตีหน้าซื่อเถียงแม่ อีแย้ม อีจันเอาพัดกับยาดมมาให้กูที”
“เ้าค่ะ” บ่าวคนสนิททั้งสองรีบเข้าไปประคองคุณหญิงชื่นที่ทำท่าทำทางเหมือนคนกำลังจะเป็ลม
“จักไปทำอันไดก็ไปเถิดพ่อกล้า ทว่าอย่าทำโรงครัวไฟไหม้เป็พอ” คุณหญิงชื่นปัดไม้ปัดมือไล่ลูกชายตัวดีของเธอไป หลังจากที่ก่อเื่ให้เธอต้องหนักใจไม่เว้นวัน
กล้ายกมือไหว้ลาแล้วคลานเข่าออกไป ก่อนลงเรือนเข้าหันหน้ากลับไปบอกคุณหญิงชื่น “คุณหญิงแม่ลูกจักทำอาหารที่อร่อยที่สุดมาให้ชิมนะขอรับ” พร้อมกับรอยยิ้มที่ชวนให้ผู้เป็แม่นั้นปวดกระบาล
กล้าตรงไปที่โรงครัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือน บ่าวไพร่กำลังรีบจัดสำรับเที่ยงให้คุณหญิง แดงวิ่งเข้ามาถามก่อนที่กล้าจะเดินเข้าไปในโรงครัว
“คุณกล้าจักไปทำอันใดที่โรงครัวขอรับ”
“ไปทำอาหาร”
“คุณกล้าแน่ใจหรือขอรับ”
“อืม แน่ยิ่งกว่าแน่ ผมอยากกินอาหารที่มาจากรสมือของตัวเองบ้าง แดงจะกินไหม”
“มิบังอาจขอรับคุณกล้า ประเดี๋ยวบ่าวจักไปแจ้งแม่ครัวให้ขอรับ”
กล้ายืนรอแดงที่วิ่งเข้าไปในโรงครัว หลังจากที่แดงแจ้งข่าวให้แก่คนในครัวว่าคุณกล้าจักลงมือทำกับข้าวกับปลา บ่าวไพร่ทุกคนในครัวหยุดทุกการกระทำแลทุกสายตาก็จ้องมาที่คุณกล้าที่กำลังเดินเข้าในโรงครัวอย่างไม่เชื่อสายตา
“เชิญขอรับคุณกล้า”
กล้าเดินตามแดงเข้าไป ครัวสมัยโบราณเป็เรือนไม้ เปิดโล่งเน้นให้อากาศถ่ายเทสะดวก กล้ามองสำรวจไปเรื่อย ๆ บ่าวไพร่ในโรงครัวก็ให้ความช่วยเหลือเป็อย่างดี ส่วนการเก็บรักษาเครื่องเทศและเครื่องปรุงนั่นเป็ระเบียบเรียบร้อย จานชามช้อนทำมาจากกระเบื้องและสังกะสี หม้อดิน กระทะ ตะหลิว อุปกรณ์ทำครัวครบครัน เมื่อเดินสำรวจเสร็จกล้าก็ตัดสินใจลงมือทำเมนูแรกที่เขาอยากกิน
“คุณกล้ามีอันใดให้บ่าวรับใช้หรือไม่เ้าค่ะ”
“ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวช่วยเตรียมของให้ผมหน่อยครับ ผมอยากได้ กะปิ เกลือ หอมแดง น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก พริกแห้ง มะเขือเทศ ผักชี แล้วก็หมูสับครับ”
“คุณกล้าจักเอาของพวกนี้ทำอันใดเ้าค่ะ”
“ทำน้ำพริก จริงสินะกินน้ำพริกก็ต้องมีไข่เจียว ขอไข่ไก่ด้วยอีกห้าฟอง”
“เ้าค่ะ”
ไม่นานบ่าวในโรงครัวก็ช่วยตระเตรียมส่วนผสมในการทำอาหารของกล้าจนเสร็จสรรพ กล้าล้างไม้ล้างมือเสร็จแล้วก็หันมาหั่นมะเขือเทศให้เป็ชิ้นเล็ก ๆ แยกใส่จานไว้ ตามด้วยซอยผักชี หลังจากนั้นก็มาโขลกพริกแห้ง หอมแดง และเกลือโดยใช้ครกโขลกให้ละเอียดจนเป็เนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วก็ใส่กะปิ และหมูสับลงไป กล้าตำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเป็เนื้อเดียวกัน เมื่อได้เครื่องแกงเสร็จกล้าตั้งกระทะให้ร้อนและเทน้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเดือดแล้วก็เทเครื่องแกงที่ตำเสร็จลงไป กลิ่นหอมของพริก กะปิลอยคลุ้งขึ้นมาจนบ่าวบนในโรงครัวถึงกับต้องกลื่นน้ำลาย พอเครื่องแกงหอมกล้าก็ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไป และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือน้ำล้างครก เพื่อล้างเอาเครื่องแกงที่ติดอยู่ใส่ลงไปด้วย จากนั้นก็รอให้หมูเริ่มสุกแล้วปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ ใช้ไฟอ่อนรอจนมะเขือเทศนิ่มก็ยกลง ตักใส่จานและตกแต่งด้วยผักชีซอย
หลังจากที่เขาทำน้ำพริกเสร็จ กล้าก็ใช้บ่าวล้างกระทะเพื่อเริ่มทำไข่เจียว เขาตอกไข่ลงถ้วย ตามด้วยหอมหัวแดงซอย หมูสับ หลังจากนั้นตีรวมจนเป็เนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ตั้งกระทะ ทุบกระเทียม เทน้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อนแล้วหย่อนกระเทียมลงไป เมื่อกระเทียมเริ่มเหลืองก็เทไข่ที่ตีจนขึ้นฟูตามลงไป เสียงของไข่กับน้ำมันกระทบกันเกิดเสียงซู่ซ่าขึ้นมายิ่งทำให้ไข่เจียวดูน่ารับประทาน กล้ารอจนไข่สุกแล้วยกกระทะขึ้นมาเขย่า ๆ และยกขึ้นจนไข่ที่อยู่ในกระทะลอยขึ้นมาแล้วพลิกกลับด้านได้อย่างสวยงาม การกระทำเมื่อสักครู่เรียกเสียงฮือฮาให้กับบ่าวในโรงครัว เมื่อไข่เจียวมีสีเหลืองทั่วทั้งแผ่น กล้าก็ตักลงจานแล้วให้บ่าวนำไปตั้งสำรับที่เรือนใหญ่
“คุณกล้าทำอาหารเป็ด้วยหรือขอรับ” เสียงของแดงดังขึ้นทำให้กล้าที่เผลอยิ้มตื่นจากภวังค์
“อืม ถ้าอยากกินอะไรอร่อย ๆ เราก็ต้องฝึกทำเอง”
“รสมือของพวกบ่าวมิถูกปากคุณกล้าหรือเ้าค่ะ” บ่าวหญิงคนหนึ่งชะเง้อหน้าออกมาถาม
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก อร่อย แต่ผมแค่เบื่อ ๆ หาอะไรทำก็เท่านั้น เออจริงสิเมื่อก่อนผมชอบทำอะไร”
คำถามของกล้าทำให้บ่าวในโรงครัวถึงกับฉงน งงเป็ไก่ตาแตก
“คุณกล้าชอบทะเวนเที่ยวแต่ที่บ่อนไก่ ตลาดท่าศาลา แลหอโคม เออ...โอ้ย” ไม่ทันที่แดงจะพูดจบเขาก็ถูกบ่าวหญิงคนหนึ่งหยิกเข้าที่แขนจนร้องเสียงหลง
“หอโคมแดงสินะ”
“ขอรับ”
“แล้วเพื่อนละ เออ สหายน่ะมีไหม”
“มีขอรับคุณกล้าชอบไปทะเวนเรือนแม่พลอยชมพู คุณอัสนี แลคุณต๋งขอรับ”
“เพื่อนน้อยเหมือนเดิมเลยแฮ่ะ เอาไว้จะลองขอคุณพ่อไปบ้างละกัน เออจริงสิด่างละเป็ยังไงบ้าง”
“พี่ด่างยังนอนเจ็บอยู่ขอรับ แผลยังมิหายดีขอรับ”
“อย่างนั้นหรอ อื่ม...” ระหว่างที่กล้าคิดอะไรเพลิน ๆ เสียงของแย้มก็ดังขึ้นที่หน้าโรงครัว
“คุณกล้าเ้าคะ คุณหญิงท่านเรียกไปรับประทานสำรับเที่ยงที่เรือนเ้าค่ะ”
“ต้องไปแล้วล่ะ ไว้มาทำอาหารอีก ขอบใจทุกคนมาก”
“หามิได้เ้าค่ะคุณกล้า พวกบ่าวเป็ไพร่หากนายประสงค์อันใดพวกบ่าวก็ต้องทำเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ งั้นผมจะมาทำอาหารบ่อย ๆ ละกันพวกเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อย อีกอย่างผมชอบ สนุกด้วย”
“ขอบน้ำใจคุณกล้ามากเ้าค่ะ”
กล้าเดินตรงขึ้นเรือนใหญ่ สำรับถูกจัดเตรียมไว้แล้ว อาหารแปลกตาแต่ก็ดูดีน่ารับประทาน จนคุณหญิงชื่นอดชมไม่ได้
“มาเถิดพ่อกล้า”
“คุณหญิงแม่ลองชิมหรือยังขอรับ”
“นี่คือน้ำพริกอันใดแม่มิเคยเห็นมาก่อน”
“มันคือน้ำพริกอ่องขอรับ”
“ชื่อไม่คุ้นหูนัก จักกินได้แน่หรือพ่อกล้า”
“หากคุณหญิงแม่กลัว เดี๋ยวลูกจักกินให้ดูก่อนขอรับ”
กล้าน้ำจานข้าวสวยเข้าไปใกล้น้ำพริกอ๋องที่เขาพึ่งจะทำเสร็จ จากนั้นเข้าใช้ช้อนกลางตักน้ำพริกลงมาบนข้าวสวยแล้วตามด้วยไข่เจียวที่ตนเจียวไว้ สีสันบนจานอาหารช่างดูน่ารับประทาน กล้าค่อย ๆ ตักน้ำพริกและข้าวสวยเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ เขายื่นหน้าไปทางคุณหญิงชื่นเพื่อจะบอกว่าอาหารของเขานั้นอร่อยเพียงไหน
“ดู๊ ตาลูกคนนี้นิดูทำหน้าทำตาเข้า”
หลังจากกลืนข้าวลงคอ กล้าก็ชักชวนคุณหญิงแม่ให้รีบรับประทานบ้าง “ลองดูขอรับคุณหญิงแม่ ไม่ได้เผ็ดจนเกินไปขอรับทานกับข้าวสวยร้อน ๆ และไข่เจียวยิ่งเข้ากันขอรับ
คำเชิญชวนของบุตรชายทำให้คุณหญิงชื่นลองรับประทานอาหารที่กล้าทำ แต่ใครจะไปเชื่อว่าอาหารที่บุตรชายตนทำนั้นช่างอร่อยสมกับที่เ้าตัวอวดอ้างไว้ รสชาติเผ็ดนิดเปรี้ยวหน่อยทั้งยังมีความหวาน ที่พอดีรสชาติกลมกล่อมยิ่งนัก เมื่อกินคู่กับข้าวสวยและไข่เจียวอย่างที่กล้าแนะนำยิ่งให้รสดีเสียจนคุณหญิงชื่นอดที่จะชื่นชมออกมาไม่ได้
“อร่อยถูกปากแม่นักพ่อกล้า เ้าไปฝึกปรือมาั้แ่ตอนไหน”
“นานโขแล้วขอรับ หากคุณหญิงแม่ชอบก็ทานให้เยอะเถิดขอรับ”
“แม่มิคิดเลยว่าพ่อจักมีรสมือที่ดีเยี่ยงนี้ อาหารมื้อนี้ถูกใจแม่นัก หากเ้าคุณพ่อของเ้ารู้เข้าคงจักดีใจ”
“ไว้เ้าคุณพ่อกลับเรือนลูกจักทำให้กินอีกขอรับ”
สองแม่ลูกคุยกันเจื้อยแจ้วเป็ภาพที่หาดูได้ยากนัก หลังจากที่คุณกล้าตกน้ำตกท่าแล้วฟื้นตื่นขึ้นมาก็ทำให้ผู้เป็แม่และบ่าวบนเรือนชื่นอกชื่นใจ บนหน้าที่สดใสดูมีสง่าราศี นิสัยที่ออดอ้อนเ้าคุณพ่อและเ้าคุณแม่ ทั้งยังเข้าครัวทำอาหารออกมาได้อย่างเอร็ดอร่อยจนคุณหญิงชื่นเอ่ยชมบุตรของตนไม่ขาดปาก ช่างเป็ภาพที่ทำให้บ่าวบนเรือนถึงกับน้ำตาซึมยกผ้าแถบเข้ามาซับน้ำตา
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ บ่าวชื่อเข้มจากเรือนพระยาสัตวาบริภักดิ์ก็เข้ามาแจ้งข่าวแก่คุณหญิงชื่นที่เรือน
“กราบขอรับคุณหญิงชื่น บ่าวชื่อเข้มขอรับบ่าวมาแจ้งความแก่คุณหญิงชื่นว่าวันพรุ่งคุณหญิงฉายแลหมื่นบดินทร์จักมาขอขมาท่านเ้าคุณแลคุณหญิงชื่นที่เรือนขอรับ”
“มาขอขมาเื่อันใด”
“เื่ที่หมื่นท่าน...” เข้มเงียบเสียงไปเพราะหากเขาพูดมากไปจักเป็เื่ไม่ดีเข้า แต่คุณหญิงชื่นก็พลันรับรู้ได้ว่าเพราะเื่อันใด
“อืม ทราบแล้วไปแจ้งแก่คุณหญิงฉายเถิดว่าตัวฉันมิมีอันใดแคลงใจมิต้องทำการอันใดให้เป็เื่ใหญ่โต”
“หามิได้ขอรับ คุณหญิงฉายท่านกำชับมาว่าจักมาให้ได้ ขอคุณหญิงชื่นอย่าปฏิเสธน้ำใจเลยขอรับ”
“หากตัดสินใจหนักแน่นเยี่ยงนั้นตัวฉันก็มิอาจขัดอันใดได้ เช่นนั้นหากทำเพื่อความสบายใจก็จงทำเสีย”
“ขอรับ บ่าวจักกลับไปแจ้งความแก่คุณหญิงฉายตามนี้ขอรับ เช่นนั้นแล้วบ่าวกราบลาขอรับ”
เสียงฝีเท้าของเข้มเดินลงเรือนใหญ่ไป ในใจของคุณหญิงชื่นก็พลันนึกว่าบุตรตนจักไปสร้างเื่อันใดที่เรือนพระยาสัตวาบริภักดิ์ แต่หากเป็เื่ยกขันมาขอขมาตัวเขานั้นก็ไม่คลางแคลงใจอะไร มีแต่เ้าบุตรชายตัวดีที่เขาเป็กังวลว่าจักไปแผลงฤทธิ์อันใดใส่ท่านหมื่นเข้า นึกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา “พ่อกล้าหนอพ่อกล้า ช่างหาเื่ราวมาให้แม่ปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน”