ตอน 24 เก็บกวาดทางเดินให้เรียบ
"เหอะ!!เป็ทาสสาวสกุลโม่สวมอาภรณ์ราคาแพงขนาดนี้เชียวหรือ... ข้าล่ะอยากเรียกคืนความหลังรำลึกรักสวาทที่พวกข้าสามคนจงใจมอบให้เ้าผู้เดียวในค่ำคืนที่เงียบสงัด "ตบหน้าชิงเหนียนยังไม่พอ พวกมันยังพูดจาส่อเสียดไม่ให้เกียรติสนมขององค์ชายรอง
"ตอบมา!! เ้าเอาพี่ใหญ่ของข้าไปไว้ไหนข้าจำได้ว่า ั้แ่วันที่เ้าตื่นขึ้นมาจากหลุมศพนั่นพี่ใหญ่ของข้าก็หายตัวไป!!!" พวกมันยังข่มเหงชิงเหนียนไม่พอตะเบ็งเสียงหนักแน่น ดังเข้าไปถึงด้านในโรงพนัน
"ปล่อยมือสกปรกของแกออกไปไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน... แม่นางหลานฮวาอะไรนั่นได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว...ที่นี่จะมีก็แค่หรงชิงเหนียนผู้เดียว!!"ชิงเหนียนเงียบเชียบให้คนพวกนั้นรังแกอยู่นาน ก่อนจะทนไม่ไหวทะนงตนข่มชาย
"คิดไว้อยู่แล้วเชียว...ว่ามาที่นี่ข้าต้องหนีไม่พ้นไอ้พวกอันธพาลพวกนี้"
"เอาเถอะ เป็ไงเป็กัน"ชิงเหนียนสูดหายใจเข้าลึกๆ กระดกขาเตะผ่าหมากกลางไข่ของคนพวกนั้น
"โถ่เอ๊ยเ้าพวกโง่!! จะมาเบ่งผยองอะไรวันนี้!!ไม่รู้เหรอว่าองค์ชายรองอยู่ที่นี่ เดี๋ยวก็ได้ซวยกันหมดหรอก!!"ผู้คุมโรงพนันคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ดุไอ้พวกลูกน้องโง่เง้านั้นด้วยเสียงกระซิบเบาๆ
"ห่ะ!! อยากบอกนะ... ว่าเ้าลงมือกับนาง!!" ผู้คุมโรงพนันเผลอหันไปรับแขกแป๊บเดียวหันหน้ากลับมา พบว่าชิงเหนียนถูกรังแกเสียแล้ว...
"ผู้ใด!! กล้ารังแกสตรีของข้า!!"เสียงหนักแน่นที่ทุกคนต้องหวาดกลัว ดังแว่วตามสายลมมาจากด้านใน
ในเมื่อจ้านจวิ้นได้รู้กระจ่างแจ้งถึงพื้นหลังของนาง...สถานที่สกปรกโส-มมขนาดนี้ไม่จำเป็ที่เขาจะอยู่ต่อ
"องค์ชายขอรับ... เหตุใดถึงจากไปเร็วนัก...หรือว่าโรงพนันอี๋หงของข้าต้อนรับได้ไม่ดี" ผู้คุมโรงพนันกลัวจนตัวสั่นกว่าจะพูดหมดประโยคแทบจะโน้มลงกราบกราน ขอโทษขอโพยแทนลูกน้องยกใหญ่
"ข้าไม่้าคำขอโทษ..."
"จำเอาไว้... คำพูดเปื้อนน้ำลายของพวกเ้า...มันเยียวยารอยฟกช้ำบนเนื้อตัวนางไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!!"จ้านจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงอย่างเป็จริงเป็จัง
"เตรียมตัวไว้ให้ดี...คืนนี้จะเป็วันตายของพวกเ้า" จ้านจวิ้นหันหลังให้เดนคนพวกนั้นเปล่งเสียงเย็นๆ ที่ชวนขนหัวลุกข่มขู่ชายทั้งสามให้รู้จักยำเกรง
**********
ระหว่างที่นั่งรถม้ากลับวัง...บนนั้นไร้บทสนทนา... เงียบสงบยิ่งกว่าอยู่ในป่าอันเวิ้งว้าง
"ชิงเหนียน... เหตุใดเ้าดีกับข้านัก... "จู่ๆ จ้านจวิ้นก็เลือกที่จะปริปากพูด
"ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่จำเป็ต้องคิดมากเอามันมาเป็บุญคุณทดแทนอะไรหรอก " ชิงเหนียนพูดแบบขอไปทีไม่ค่อยได้สนใจจ้านจวิ้นมากนัก
"ชิงเหนียน... ข้าขอโทษเ้า...ข้าไม่ควรพาเ้ามาสถานที่แบบนี้เลย... หากรู้แต่แรกว่าเ้าจะโดนรังแกข้าจะไม่มาเด็ดขาด โปรดยกโทษให้ข้า"จ้านจวิ้นเอื้อมมือคลำไปััอุ้งมือเล็กๆ ของนางอย่างนุ่มนวล... ั้แ่ที่เขาได้รู้จักพื้นเพของนางเขาคนนี้ได้เปลี่ยนการปฏิบัติกับนางราวฟ้ากับเหว...
"ชิงเหนียน... บนโลกนี้มีแค่เ้าที่ดีกับข้า...เ้าเป็ผู้เดียวที่ข้าเหลืออยู่... ในเมื่อข้ารู้แน่ชัดแล้วว่าเ้ามิได้เป็ภัยข้าจะขอดีกับเ้าอย่างที่ไม่เคยดีกับผู้ใดมาก่อน" จ้านจวิ้นครุ่นคิดในใจ
**********
ณโรงพนันอี๋หงยามดึกดื่น
"ใครน่ะ"ผู้คุมโรงพนันได้ยินเสียงคล้ายกับว่ามีผู้มาเยือนโรงพนันยามดึกดื่นทั้งที่วันนี้ปิดกิจการชั่วคราว
"พวกเ้าสองคนออกไปดูซิ ข้าจะหลับจะนอน" ผู้คุมโรงพนันสั่งให้ลูกกระจ๊อกสองคนนั้นไปสอดส่อง
ทว่าหลังจากพวกเขาทั้งสองออกไปด้านนอกเสียงฝีเท้ากลับเงียบเชียบลง ผู้คุมโรงพนันที่นอนฟังอยู่เริ่มรู้สึกแปลกใจ
"ไอ้พวกสองคนนั้น ไม่ได้เื่จริงๆ " ผู้คุมโรงพนันบ่นพึมพำพลางลุกจากที่นอนแข็งๆเดินออกไปยังหน้าโรงพนันด้วยความระแวดระวังตัว
"ปล่อยนะ ปล่อยนะโว้ย" ผู้คุมโรงพนันถูกผ้าดำคลุมหัวทึบ จนมองไม่เห็นอะไรมิหนำซ้ำถูกชายร่างใหญ่คุมตัวไว้แน่น
"ลูกพี่ช่วยข้าด้วย"เสียงลูกน้องสองคนนั้นที่ถูกจับตัวไว้แต่แรกพยายามขอความช่วยเหลือ
"เ้าพวกโง่ ข้าเองก็โดนจับเหมือนกัน" ผู้คุมโรงพนันกระแทกเสียงพูด
"หุบปากของพวกเ้า เชื่อฟังแต่โดยดี"หูป๋อกระซิบข้างหูพวกเขา คุมตัวทั้งสามไปยังคุกลับหลังตำหนักพู่หยวน
ณคุกลับหลังตำหนักพู่หยวน
"เปิดผ้าคลุมหัวพวกมันออก"..เสียงเย็นๆของจ้านจวิ้นเปล่งจากลำคออย่างเชื่องช้า เขานั่งไคว้ขารอที่แท่นใหญ่ยกมือจิบชาร้อนอย่างใจเย็น
"ห่ะ... นายใหญ่ขอรับ จับตัวพวกข้ามาทำไมกันข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือไม่" ผู้คุมโรงพนันยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองพยายามพูดอ้อนวอนขอความเห็นใจ
"ข้าให้โอกาสเ้าได้พูดั้แ่วันนั้นแล้วแต่เ้ากลับเลือกที่จะโกหกข้า... เช่นนั้นข้าก็คงเหลือแค่โทษตายให้เ้าแล้ว"จ้านจวิ้นตบหน้าตักเสียงดัง พูดจาเชื่องช้าชวนให้ขนลุก
"นายใหญ่พูดถึงเื่อะไรขอรับข้าไม่รู้เื่" คนหน้ามึนเช่นผู้คุมโรงพนันยังคงทำเฉไฉไม่รู้ร้อน
"ข้าจะถามเ้าอีกที สตรีทาสนามว่าหลานฮวาแท้จริงมีที่มาอย่างไร"
"ขะ ข้าไม่รู้ขอรับไม่เคยได้ยินชื่อแซ่นี้มาก่อน"
"หูป๋อ เอามีดมา ข้าจะแล้เนื้อมันด้วยตัวข้าเองคนเช่นนี้เลี้ยงไว้ก็เสียเหล้าดี" จ้านจวิ้นเริ่มจะโมโห กำมือแน่นเปลี่ยนอารมณ์เป็คนใจร้าย หยิบมีดกรีดกลางหน้าผากของเขาจนได้เื
"อะอ๊ากกก ย๊ากกก "เสียงกรีดร้องสุดแสนทรมานของชายร่างใหญ่
"บอกแล้วขอรับ ข้ายอมบอกแล้ว นายใหญ่โปรดไว้ชีวิต" ผู้คุมโรงพนันกลัวจนตัวสั่น
"ว่ามา... "
"หึ ต้องรอให้ข้ามือเปื้อนเืถึงจะยอมพูด"จ้านจวิ้นทิ้งมีดเล็กเล่มนั้นลงพื้น
"เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วแม่นางหลานฮวาเป็เพียงบุตรีของขอทานผู้ยากจน ทว่านางมิใช่คนถิ่นเราครอบครัวของนางย้ายมาจากเมืองอื่น เพื่อขอทานที่ริมป่าข้างถนนแต่แล้ววันหนึ่งแม่ของนางถูกชักชวนเข้าเล่นพนันในโรงพนันของเราจนได้เงินทองไปมากมายพวกเขาจึงมีฐานะดีขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความโลภกดทับภายในใจมารดาของนางสิ้นเนื้อประดาตัว มิหนำซ้ำยังเล่นพนันมือเติบ ติดหนี้โรงพนันของเราอยู่มากโขทางเดียวที่พอจะชดใช้ได้ นางจำยอมเอาบุตรสาวของตน นามว่าหลานฮวามาขัดดอก"
"นางผู้นี้ข้ายอมรับว่าอ่อนโยนและงดงามที่หนึ่งเสียแต่ว่านางนั้นเป็ใบ้... ดังนั้นนางจึงถูกรังแกซ้ำไปซ้ำมามิหนำซ้ำนางยังถูกขืนใจจนตายคาตรอก... ลูกน้องทั้งสามคนของข้าลากตัวนางหวังฝังกลบเกลื่อนความผิดแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด... นางฟื้นจากความตาย จากสตรีใบ้กลายเป็หญิงปากมากกล้ารังแกต่อกรกับข้าแบบไม่เกรงกลัวนางพยายามหลบหนีจากการเป็ทาสที่โรงพนันของเราตลอดดื้อดึงเช่นนี้ข้าไม่สามารถเก็บนางไว้ได้ จึงขายทอดตลาดให้ชายโฉดแซ่หลิ่ว"
"ไหนเลยจะไปคิดว่า... วาสนาของนางยังมีขายนางให้คนแซ่หลิ่วได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามคุณชายโม่หยางเค่อผู้เป็อาจารย์ที่คนแซ่หลิ่วเคารพนักเคารพหนาจะขอซื้อตัวนางกลับไปเป็ทาสรับใช้ มอบเงินไถ่ถอนตัวมากถึง 3 เท่าตัว"
"ั้แ่นั้นมาข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของนางอีกเลย ไม่รู้ว่านางเป็ตายร้ายดีอย่างไร...กระทั่งได้พบนางอีกครั้งในฐานะสนมผู้รับใช้องค์ชายรองเถียจ้านจวิ้น"
"เื่ทั้งหมดก็มีเท่านี้ขอรับ"
"แล้วทำไมเ้าไม่ยอมเล่าความเป็มาของนางให้ข้าฟังแต่แรก"จ้านจวิ้นใจโปร่งโล่ง น้ำเสียงเริ่มเบาลง
"เพราะข้ากลัวว่านายใหญ่จะไม่พอใจขอรับที่ข้าแอบขายทาสสาว เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง"ครั้งนี้ผู้คุมโรงพนันพูดซะหมดเปลือก แต่ขอโทษที พูดตอนนี้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว