เมย์ธ่ายอมรับว่าเธอผิดหวังนิดๆ ที่อีกฝ่ายไม่ได้ชื่นชอบเธอมากพอที่จะให้เธอมีน้ำหนักในใจเขา ในขณะชายอีกคนหนึ่งผู้ที่คอยแอบมองเธอมาตลอดนั้นได้ใช้จังหวะที่สตีฟจากไปนั้นก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ เมย์ธ่าตัดสินใจที่จะเรียนรู้อีกฝ่ายในทันทีเนื่องจากชายผู้นี้มีความมั่นคงและสามารถมอบชีวิตที่ดีพอสำหรับแม่บ้านเช่นเธอได้
“ไม่หรอก ฉันดีใจเสียอีกที่มีคนพาเธอออกมาเดินเล่น” สตีฟไม่เข้าใจความในใจในส่วนนี้ของอีกฝ่าย ถึงแม้เขาจะมีความสับสนภายในใจมากเพียงใด แต่กระนั้นแล้วเขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเขาในยามนี้ไม่อาจมีคนรักได้แล้ว
แม้เขาจะสับสนในตนเองแต่สิ่งที่คุณวิลเลียมเคยเอ่ยกับเขานั้น เขายังคงจำได้ขึ้นใจ
เขาจะต้องให้เกียร์ติอีกฝ่ายในฐานะภรรยาตามกฎหมายของเขา ด้วยประการนี้เองจึงทำให้สตีฟไม่อาจมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับใครได้อีก ตัวเขานั้นไร้ซึ่งคุณสมบัตินั้นเพราะคุณวิลเลียมได้นำอิสรภาพในส่วนนั้นของเขาไปแล้ว
เมื่อทุกสิ่งดำเนินมาถึงทางตัน เขาจะมีสิทธิ์อันใดที่จะหึงหวงเมย์ธ่า ชายหนุ่มจำต้องปล่อยเธอไปตามทางของเธอ เขาหวังว่าเธอจะพบคนดีและสามารถมอบความรักให้เธอได้อย่างเต็มหัวใจเพียงเท่านั้น
“ก็นะ เขาดีไม่น้อยไปกว่าเธอเลยแล้วก็เป็ผู้ช่วยพ่อบ้านด้วยนะ” เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายดีขึ้น เธอจึงทราบว่าชายหนุ่มไม่ได้กลัดกลุ้มอีกแล้ว เธอเลยเอ่ยกับอีกฝ่ายไปตามตรง เธอไม่ได้กำลังจะเอ่ยว่าสตีฟนั้นต่ำต้อยไปกว่าหนุ่มคนใหม่ เธอเพียงแค่กำลังจะสื่อว่าเธอให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในครานี้มากเพียงใด
หากเป็ในอดีตที่ทั้งสองคนเข้ามาหาเธอพร้อมๆ กัน เธอคงจะตัดสินใจยากมากเพราะชายทั้งสองนั้นต่างก็เป็ชายหนุ่มที่ดีด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อสตีฟไปแล้วและมีชายอีกคนที่ดีไม่แพ้กันเข้ามาเธอจึงตัดสินใจมอบโอกาสให้กับเขา
“อย่าให้เขาคลาดสายตารู้ไหม” สตีฟพ่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย ได้ยินอีกฝ่ายบอกกับเขาเช่นนี้เขาก็เบาใจ เขาเชื่อว่าหากทั้งคู่ไปกันได้ดีเมย์ธ่าคงจะมีชีวิตแต่งงานที่ดีแน่นอน
“แน่นอนอยู่แล้ว แต่นายไม่โกรธกันใช่ไหม” เธออดที่จะถามอีกฝ่ายไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าสตีฟจะยังคงติดใจเื่นี้เสียจนพาลโกรธเธอไปชั่วชีวิต
ถึงแม้พวกเขาจะเป็คนรักกันไม่ได้ แต่เธอก็คาดหวังว่าเธอกับเขาจะยังคงเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้
“ไม่หรอก” เขาจะเอาอะไรไปโกรธเคืองอีกฝ่ายกันหนอ สตีฟไม่ใช่คนหน้าไม่อายเช่นนั้น ตัวเขารู้ดีว่าเขาอยู่จุดใดถึงแม้ว่าเขาจะยังคงสับสนในตนเองก็ตาม
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็สบายใจ ยินดีที่ได้พบนะสตีฟ” เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของอีกฝ่ายแล้วเมย์ธ่าจึงเบาใจ เมื่อเป็เช่นนี้แล้วเธอก็สามารถเริ่มต้นใหม่กับผู้ช่วยพ่อบ้านโดยไม่ต้องเป็กังวลกับสิ่งใดอีก
เมื่อโล่งใจแล้วเมธาร์จึงตัดสินใจบอกลาชายหนุ่มผู้ที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยใช้เวลาใน่เวลาพักออกมาเดินเล่นข้างนอกด้วยกันด้วยสุ้มเสียงอันสดใสมากกว่าในคราแรกอย่างเห็นได้ชัด
“ยินดีที่ได้พบเมย์ธ่า” สตีฟโบกมือลาหญิงสาวที่ในอดีตเขาเคยหลงนึกไปว่าจะได้ลงเอยกัน ชายหนุ่มเฝ้ามองเธอเดินจากเขาไปยังตำแหน่งของชายอีกคนที่นั่งรอพวกเขาอยู่ที่ม้านั่งข้างริมทางเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้เธอ
สุดท้ายแล้วเธอก็ยังคงเป็เพื่อนที่เขาพูดคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุดอยู่ดี
สตีฟใช้เวลาหลังจากนั้นไปกับการเดินเตร่อยู่ในสวนสาธารณะ จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเตรียมมื้อสายเขาจึงเดินกลับบ้านไปด้วยจิตใจอันปลอดโปร่งที่ได้ซึมซับกับอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มรื่นของสวนสาธารณะ
ทันทีที่ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาภายในบ้านชายหนุ่มเ้าของเส้นผมสีดำหม่นจึงเดินมาทักเขาด้วยใบหน้าที่เป็มิตร ขณะที่มือของเขานั้นยังคงถือไม้กวาดทางมะพร้าวสำหรับใช้ในการกวาดทางเท้าหน้าแมนชั่น
“นายมาพอดีเลย มีคนมารอพบนายอยู่ที่ห้องทำงานของพ่อบ้านน่ะ” ในยามที่สุ้มเสียงของอีกฝ่ายดังเข้ามาในโสตประสาทของเขานั้น จิตใจอันปลอดโปร่งของสตีฟก็พลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที ชายหนุ่มขานรับอีกฝ่ายไปโดยที่ในยามนี้หูทั้งสองข้างของเขายังคงมีประโยคเมื่อครู่ดังก้องอยู่ในนั้น
สตีฟไม่อาจนึกสิ่งใดได้อีกนอกจากคำว่า แย่แล้ว! ที่ดังก้องอยู่ภายในหัว ชายหนุ่มพยายามสูดหายใจเข้าอย่างยากลำบาก ในขณะที่สองเท้าของเขานั้นก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ตรงไปยังห้องทำงานของหัวหน้าพ่อบ้านราวกับว่ามีตุ้มเหล็กอันหนักอึ้งคอยถ่วงเท้าทั้งสองของเขาเอาไว้
“ไงสตีฟ นายก็ไม่บอกว่านายมีญาติเป็ถึงพ่อบ้าน” ผู้ช่วยพ่อบ้านที่มาฝากท้องกับเขาใน่เช้านั้นเดินสวนมาพลางเอ่ยหยอกเขาไปเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะคงทึ่งที่อีกฝ่ายมีญาติเป็ถึงพ่อบ้านก็ตาม
หากมีญาติเป็ถึงพ่อบ้านก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะลำบากลำบนมาทำงานที่นี่ทำไมกัน มุมมองที่เขามองสตีฟนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเพียงแค่มองอย่างง่ายๆ ว่าด้วยความสามารถของสตีฟหากอีกฝ่ายอยากจะทำงานเป็พ่อครัวก็ใช่ว่าจะเป็ไม่ได้ขอแค่เพียงให้ญาติผู้นั้นเขียนจดหมายแนะนำให้สักฉบับสตีฟจะต้องได้เป็พ่อครัวแน่นอน
“นายมาแล้ว เข้าไปสิ เขาขอคุยกับนายลำพังเหมือนมีเื่สำคัญจะบอกนาย” หัวหน้าพ่อบ้านเดินออกมาจากห้องทำงานแล้วเอ่ยกับชายหนุ่มด้วยสุ้มเสียงที่มักจะเอ่ยกับคนงานภายในบ้าน ทำให้สตีฟค่อนข้างแน่ใจว่าพ่อบ้านตระกูลเกรซคงไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของเขากับคนในบ้านหลังนี้
“ขอบคุณครับคุณพ่อบ้าน” สตีฟเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างสุภาพแล้วจึงค่อยๆ จับลูกบิดประตูด้วยความรู้สึกอับจนหนทาง เขาอยากจะหนีจากตรงนี้ไปให้ไกลแต่ในความเป็จริงแล้วเขาตัวเขากลับยืนนิ่งอยู่ตรงนี้ ขาของเขาไม่อาจก้าวถอยหลังได้
....แม้ว่าเขาจะหวาดหวั่นต่อก้าวต่อไปมากเพียงใด
ผู้คนต่างก็บอกว่าตัวเขานั้นโง่เขลา แต่อันที่จริงแล้วตัวเขากลับต้องสู้กับความกลัวในใจที่ทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ เสียจนมันแทบจะกลืนกินตัวตนของเขาไป
ความหวาดกลัวเ่าั้ทำให้เขาตัดสินใจทำสิ่งที่คนเ่าั้บอกว่ามันสิ้นคิด
ทว่าเวลาก็ไม่อาจหยุดนิ่งเพียงเพราะตัวเขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพ่อบ้านชราผู้นั้น ทำให้สตีฟจำต้องสะกดกลั้นความรู้สึกด้านลบที่พรั่งพรูอยู่ในใจเ่าั้
แม้ว่าเขาจะหวาดกลัวมากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องผลักประตูบานนั้นแล้วเดินเข้าไปให้ห้องอยู่ดี
“ได้เวลากลับบ้านแล้วครับคุณสตีเฟ่น”