ครึ่งบ่ายเก็บได้ประมาณหนึ่งร้อยชั่งเย่จื้อเฟิงก็ไม่รับไปทั้งหมดในคราวเดียวของพวกนี้ไม่เหมาะที่จะวางซ้อนกันมากเกินไป มิเช่นนั้นเกรงว่าจะช้ำหมด
เมื่อนัดแนะว่าจะนำมาส่งให้พิ่มอีกในวันรุ่งขึ้นสองพี่น้องก็กลับบ้าน
ในลานบ้านของพวกเขามีโรงไม้บังลมบังฝน ใต้นั้นมีเตาไฟอยู่หลายเตา เย่ชิงชิงสั่งให้เปลี่ยนกระทะเหล็กแล้วตั้งหม้อดินขนาดใหญ่ขึ้นแทน จากนั้นก็เริ่มต้นเคี่ยวแยมเฉ่าเหมย
เมื่อล้างและหั่นผลไม้สดเหล่านั้นแล้วค่อยๆ เคี่ยว กลิ่นหอมหวานก็อบอวลไปทั่วราวกับร่างกายทั้งหมดได้จมดิ่งลงสู่ความหอมหวานนั้นช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษยิ่งนัก
ในระหว่างที่นางซูและคนอื่นๆกำลังยุ่งอยู่ เย่ชิงชิงก็กลับมาที่ห้อง นางเขียนจดหมายถึงคุณชายเจ้าของห้างขอให้คนของเขามานำมันไปด้วยในวันพรุ่งนี้
ลายมือพู่กันที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยพอถูไถอ่านรู้เรื่องกว่าผู้เริ่มต้นเพียงเล็กน้อยแนบไปด้วยแผนการใช้แยมเฉ่าเหมยที่ว่า เย่ชิงชิงยังใส่ตุ๊กตาไล่ฝนทำจากผ้าขาวสี่เหลี่ยมยัดไส้ แล้วใช้เชือกผูกเป็นหัวกลมๆ วาดหน้ายิ้มแย้มลงไปด้วย
แม้ว่านางจะรู้สึกว่าตุ๊กตาไล่ฝนเป็นของเล่นที่เด็กผู้หญิงเท่านั้นที่จะเล่นกันและยังดูคล้ายกับคนที่แขวนคอตาย แต่นี่แหละ...บางทีคุณชายเจ้าของห้างอาจจะชอบก็ได้นะ?
เย่ชิงชิงไม่รู้ว่าเผยรุ่นจือต้องกลั้นขำเพียงใดเมื่อได้รับของพวกนั้นสองวันหลังจากทำแยมเฉ่าเหมยเสร็จ ในที่สุดอากาศก็เริ่มแจ่มใสขึ้น
ดวงอาทิตย์ที่หายหน้าไปนานกว่าครึ่งเดือนกลับมาทอแสงผู้คนต่างยิ้มแย้มแจ่มใส พากันนำสิ่งของที่ชื้นแฉะออกมาตากแดดส่วนร้านค้าของสามแม่ลูกสกุลซู ก็ได้ฤกษ์งามยามดีในการเปิดกิจการเสียที
ในวันเปิดร้านใหม่เย่ชิงชิงตัดดอกกุหลาบมาจากในลานบ้าน นำมาจัดเป็นกระเช้าดอกไม้ขนาดเล็กสองอันวางตั้งไว้สองข้างประตู
พุ่มกุหลาบนี้ย้ายมาจากมิติของนางไม่เพียงออกดอกตลอดสี่ฤดู แต่ดอกสีแดงสดใสยังส่งกลิ่นหอมฟุ้งผู้ใดเห็นก็ต้องชื่นชมความงามของมัน หลังจากได้รับการบำรุงเลี้ยงมานานกว่าครึ่งปีต้นกุหลาบก็หยั่งรากแน่นในลานบ้านเล็กๆ แห่งนี้ และเริ่มเติบโตอย่างแข็งแรง
“ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งไปทั้งหมดกระมัง?” นางซูชื่นชอบพุ่มกุหลาบนี้มากเมื่อเห็นกระเช้าดอกไม้ทั้งสองก็รู้สึกเจ็บปวดใจนัก
เย่ชิงชิงลูบจมูกปลอบโยนว่า“การค้าขายของเราเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆดอกไม้ก็คงยินดีที่จะสละตัวเองเพื่อช่วยให้ร้านเราโดดเด่นสะดุดตาเจ้าค่ะ!”
นางซูไม่สามารถกังวลได้นานนักด้วยหน้าที่ทางด้านนอกที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้นางไม่อาจแยกตัวออกไปได้
เพื่อสร้างชื่อเสียงจึงจัดสิทธิพิเศษซื้อสองแถมหนึ่งในวันเปิดร้าน หลายวันที่ไม่ได้เปิดร้านทำให้หลายบ้านแทบไม่มีเสบียงหลงเหลือ เมื่อมีการกระตุ้นยอดขายอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ผู้คนก็ต่างหลั่งไหลกันมามากมายจนเกือบเหยียบประตูพัง โชคดีที่จินหลัน พี่เจียงและเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยหลายคนมาช่วยงาน จึงสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที
ห้างร้านไท่หรานอยู่ในฐานะหุ้นส่วนเพียงหนึ่งเดียวคุณชายเจ้าของห้างนำการเชิดสิงโตและเชิดมังกรมาด้วยตัวเองอย่างยิ่งใหญ่แม้แต่อี้เหวินฉวินและเคออิ๋งอิ๋งก็ไม่พลาดการมอบของขวัญแสดงความยินดี
ในพริบตาร้านไป่เว่ยก็โด่งดังเป็นพลุแตกในถนนจิ้นเหมิน เสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้นเสียงผู้คนโห่ร้องอึกทึก ช่างเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานยิ่งนัก!
หลังจากวันแห่งความวุ่นวายผ่านพ้นไปสามแม่ลูกก็ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรง เย่จื้อเฟิงยิ้มแย้มต้อนรับผู้คนตลอดทั้งวันทั้งยกหม้อดินและส่งหม้อดิน จนใบหน้าชาไปหมด แถมมือก็ชาแทบจะใช้การไม่ได้แล้ว
นางซูได้เริ่มเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมซื้อครบจำนวนรับของแถมตั้งแต่ก่อนวันเปิดร้านนางเร่งทำเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินจำนวนมาก จนไม่ได้นอนหลับอย่างสบายมาหลายวันวันนี้ที่ต้องวุ่นวายก็รู้สึกเหนื่อยล้าพอสมควร แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความยินดีพวกเขามีร้านเป็นของตัวเองแล้ว!
ต้องกล่าวว่าเผยรุ่นจือเป็นคนละเอียดรอบคอบยิ่งนักเมื่อพวกเขาจัดการกับวันเปิดร้านสองวันแรกเสร็จสิ้น และพอมีเวลาว่างเขาก็นำกล่องสองกล่องมาที่บ้าน เพื่อพูดคุยเรื่องแยมเฉ่าเหมย
“ข้ามารบกวนท่านทั้งหลายหรือไม่?” คุณชายเจ้าของห้างผู้สง่างามพร้อมด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ยืนอยู่ที่ประตู
เย่จื้อเฟิงกำลังนับจำนวนหม้อดินอยู่เมื่อหันกลับมาก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “เชิญด้านในเถิดขอรับ”
หลังโต๊ะจ่ายเงินเย่ชิงชิงก้มหน้าก้มตาเล่นกับกระดิ่งลมที่เพิ่งซื้อมาใหม่บนศีรษะของนางมีปิ่นห้อยลูกกลมขนปุยลูกเล็กปักอยู่ มันแกว่งไกวไปมาตามการขยับน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
เผยรุ่นจือถือกล่องอาหารเล็กๆมาหา ข้างในมีบัวลอยหนึ่งชามและขนมเปี๊ยะกรอบหนึ่งจาน ซึ่งมีไส้เป็นแยมเฉ่าเหมย
“ดูน่ากินมากเลยเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงโน้มตัวลงเหนือกล่องอาหาร
บัวลอยสีขาวกลมดูน่ารักน่าชังกัดเข้าไปคำเดียวก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มหนึบของเนื้อแป้งที่ซ่อนไส้ผลเฉ่าเหมยรสเปรี้ยวอมหวานไม่เลี่ยนเลยแม้แต่น้อย นับเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการกินบัวลอยเลยทีเดียว
ส่วนขนมเปี๊ยะผลเฉ่าเหมยนั้นเปลือกนอกสีทองเหลืองกรอบหอมหวาน ผสานกับไส้สีแดงสดใสที่หวานละมุนไม่ต้องพูดถึงความหอมหวานที่ชวนให้น้ำลายสอมันต้องเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่แน่นอน
“ห้างร้านไท่หรานได้รับพรให้คิดค้นขนมใหม่ๆ ขึ้นมาได้แม่นางชิงชิงช่างเป็นดาวนำโชคจริงๆ~” เผยรุ่นจือกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางมอบกล่องไม้สวยงามอีกสองกล่องให้แก่นาง
“นี่อะไรหรือเจ้าคะ?” เย่ชิงชิงยังคงละเลียดชิมรสขนมหวานและกำลังหวนนึกถึงรสชาติของมันเมื่อนางไม่เข้าใจจึงยื่นมือไปรับมาเปิดดูกลับพบว่าเป็นเครื่องประดับอันงดงามสองชุด
นางซูที่อยู่ข้างๆยังคงประหลาดใจกับประโยชน์ของแยมเฉ่าเหมยครั้นเห็นกล่องเครื่องประดับก็ตกใจอีกครั้ง
“นี่เป็นเพียงของขวัญเล็กน้อยจากข้า” เผยรุ่นจืออธิบาย
เขาเป็นพ่อค้าเมื่อได้รับประโยชน์อย่างใหญ่หลวงจากแผนการใช้แยมเฉ่าเหมยนั้นย่อมไม่มีเหตุผลใดที่จะรับประโยชน์โดยไม่ตอบแทนเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำแนะนำการใช้งานเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงความเชื่อใจของครอบครัวนางซูที่มีต่อเขาหากตอบแทนเป็นเงินทองโดยตรงก็จะดูด้อยค่าลงไป สู้มอบของขวัญจะเหมาะสมกว่า
ชุดเครื่องประดับเงินลายเมฆม้วนไข่มุกนั้นไข่มุกสีขาวกลมมนมีขนาดเท่ากัน เหมาะสำหรับสตรีวัยเช่นนางซูพอดีส่วนอีกชุดคือเครื่องประดับหยกเขียวฝังไข่มุกและขนนกกระเต็นอันบอบบางจุดสีเขียวอ่อนๆ ดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับเป็นเครื่องประดับของเด็กสาวที่สุด
ไม่เพียงแต่พวกนางสองคนเท่านั้นแม้แต่เย่จื้อเฟิงก็ไม่ได้ถูกมองข้าม เขายังได้รับปิ่นปักผมหยกขาวซึ่งเห็นได้ชัดว่าเตรียมไว้สำหรับเด็กหนุ่มผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนนี้ล่วงหน้าด้วย