บทที่ 4 อย่าคิดว่าจะหนีพ้นไปได้
ชานเมืองฝั่งตะวันตก
แท็กซี่จอดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ที่ดูยิ่งใหญ่และน่าทึ่ง เสิ่นเมิ่งก้าวลงจากรถ ยืนอยู่หน้าประตูมองคฤหาสน์หลังเก่าที่คุ้นเคยนี้ ดวงตาของเธอร้อนผ่าว หัวใจเ็ปเกินจะบรรยาย
จนถึงตอนนี้ เธอยังรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน คฤหาสน์หลังนี้ยังคงเป็ของตระกูลเสิ่น ยังคงเป็บ้านของเธอ ยังไม่ถูกเสิ่นเจียและเมิ่งเจียงอวี่ยึดครอง ผู้ที่อาศัยอยู่ข้างในยังคงเป็พ่อกับแม่
‘พ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่…’
เสิ่นเมิ่งสูดหายใจลึก กำหมัดแน่น ก้าวเข้าไปด้านใน
คราวนี้เธอจะต้องปกป้องที่นี่ให้ได้ ปกป้องพ่อกับแม่ ปกป้องบ้านและความสุขของเธอ!
“ก็เพราะเมิ่งเมิ่งนั่นไง! ไม่กลับบ้านทั้งคืน! แม่ของเธอความดันขึ้นเพราะเธอนั่นแหละ!”
ยังไม่ทันจะเดินถึงห้องรับแขก ก็ได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวดังมาจากห้องนั่งเล่น เสิ่นเมิ่งชะงักเท้า
นี่เป็เสียงของพ่อ ‘แม่ความดันขึ้นอีกแล้วเหรอ?’
เสิ่นเมิ่งรู้สึกผิดในใจ แต่ก็ตระหนักถึงอีกเื่หนึ่ง มีแขกมาที่บ้านหรือเปล่านะ?
ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงต่อมาก็ทำให้เธอเดือดพล่าน
“คุณลุงคะ ดื่มน้ำชาก่อนเถอะ โกรธมากไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”
‘เสิ่นเจีย! ผู้หญิงเลวคนนี้ เธอมาที่นี่ได้ยังไง!’
‘ในชาติก่อน เธอก็วางแผนกับฉันแบบนี้ ให้เมิ่งเจียงอวี่มาจีบฉัน แล้วก็วิ่งไปบ้านฉันด้วยข้ออ้างว่าจะไปช่วยปะเหลาะพ่อกับแม่ให้ แต่กลับไปยุแหย่ให้ครอบครัวฉันห่างเหินกัน ความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อแม่ก็ถูกเธอทำลายแบบนี้แหละ!’
เสิ่นเมิ่งกำหมัดแน่น มองผ่านหน้าต่างกระจกเข้าไปในห้องนั่งเล่น
ในห้องนั่งเล่น เสิ่นเจียคารวะ ยกน้ำชาให้เสิ่นจงเฉิงดื่มอย่างนอบน้อม จากนั้นก็เอื้อมมือไปกอดแขนลู่ผิงอย่างสนิทสนม ดูเป็เด็กที่ว่านอนสอนง่ายเป็พิเศษ
“อาสะใภ้สอง ถึงจะเป็ห่วงเมิ่งเมิ่ง แต่สุขภาพของอาสะใภ้สองสำคัญกว่านะคะ ตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้ว ป้าไม่ต้องเป็ห่วงเธอมากนักหรอกค่ะ”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้เมิ่งเมิ่งปลอดภัยแล้ว” ลู่ผิงชะงัก รีบคว้ามือเสิ่นเจียไว้ทันที “เจียเจียเธอรู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนหล่อนไปไหน”
“เมื่อคืนเมิ่งเมิ่ง…”
เสิ่นเจียแกล้งพูดอึกอัก เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่กล้าพูด
เสิ่นจงเฉิงเห็นท่าไม่ดี ความโกรธก็เริ่มจะะเิออกมา
เสิ่นเจียเห็นสถานการณ์แล้ว รีบปกปิดอย่างร้อนรน แต่กลับยิ่งทำให้เื่ดูร้ายแรงขึ้นไปอีก
“อาสอง อาสะใภ้สอง อย่าร้อนใจนักเลยค่ะ ถึงแม้เมิ่งเมิ่งจะนอนกับเมิ่งเจียงอวี่ แต่ก็ไม่น่าจะมีอะไรกันจริง ๆ หรอกค่ะ”
“ปัง!”
เสิ่นจงเฉิงโกรธจนหน้าเขียว วางถ้วยชากระแทกโต๊ะดังลั่น
“เจียเจีย ที่เธอพูดเป็เื่จริงเหรอ เมิ่งเมิ่งนอนกับ…” ลู่ผิงเอามือกุมหน้าผาก รู้สึกเืสูบฉีดขึ้นหัวจนหน้ามืดตาลาย
“หนู… หนูไม่กล้าโกหกคุณลุงคุณป้าหรอกค่ะ” เสิ่นเจียพูดอย่างเสียงเบา ดูไม่สบายใจและรู้สึกผิดมาก
“ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงมีลูกสาวแบบนี้ได้!” เสิ่นจงเฉิง โกรธจนหน้าแดงก่ำ
“อาสะใภ้สอง คุณไม่ต้องเสียใจนะคะ ฉันก็สามารถกตัญญูต่อพ่อแม่เหมือนลูกสาวคนหนึ่งได้เหมือนกัน”
เสิ่นเจียฉวยโอกาสเข้ามาประคองลู่ผิง ด้วยท่าทางอ่อนน้อมและจริงใจ
ช่างไร้ยางอายจริง ๆ! เสิ่นเมิ่งแทบจะหัวเราะด้วยความโมโหออกมา ‘เสิ่นเจียกำลังทำตัวประจบประแจงอยู่ตรงนี้ เธอคงอยากจะแทนที่ฉันสินะ’
‘แต่เธอคิดผิดแล้ว!’
“พ่อแม่มีฉันคอยกตัญญูอยู่แล้ว ไม่ต้องรบกวนพี่สาวมาเป็ลูกสาวหรอกค่ะ” เสิ่นเมิ่งก้าวฉับ ๆ เข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “คุณรีบกลับบ้านไปหาแม่ของคุณเองเถอะ!”
“เมิ่งเมิ่ง?”
“นังเด็กบ้า!”
“ลูกกลับมาได้ยังไง?”
ทั้งสามคนในห้องรับแขกพูดขึ้นมาพร้อมกัน แต่สีหน้าแตกต่าง
ลู่ผิงมีความดีใจปนอยู่ เสิ่นจงเฉิงโกรธเคือง มีเพียงเสิ่นเจียเท่านั้นที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและใ
สายตาของเสิ่นเมิ่งกวาดผ่านใบหน้าของเสิ่นเจียอย่างเ็า ก่อนจะหันไปทางเสิ่นจงเฉิงและลู่ผิง เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความอัดอั้นที่ควบคุมไม่อยู่
“พ่อคะ แม่คะ หนูเลิกกับไอ้ผู้ชายเลวนั่นแล้ว!”
“เลิกแล้วเหรอ?”
ทั้งสามคนในห้องรับแขกพูดขึ้นมาพร้อมกันอีกครั้ง
เสิ่นจงเฉิงและลู่ผิงมองตากัน ต่างก็เห็นความไม่อยากจะเชื่อในดวงตาของกันและกัน
อย่างไรก็ตาม คนที่ใที่สุดคือเสิ่นเจีย เธอจ้องมองใบหน้าที่ดูสงบนิ่งของ เสิ่นเมิ่ง ในใจเธอพยายามกดความร้อนรนลงไป แต่เธอยังต้องแสร้งทำท่าทางสนิทสนมโอบแขนอีกฝ่าย
“เมิ่งเมิ่ง เธอกลับมาแล้ว อาสองกับอาสะใภ้สองเป็ห่วงเธอมากเลย”