Deep Ocean #ฉลามคลั่งรัก (YAOI/3P)

    ฉลามคลั่งรัก 24 : ทะเลคลั่ง

    ฉลามคลั่งรัก 24 : ทะเลคลั่ง

    #ฉลามคลั่งรัก

                   

                    “หา ?”

                    “ว่าที่แม่เหรอ ?” ทั้งผมทั้งโนเอลต่างครางออกมาอย่างตกใจเล่นเอาเซ็บต้องหัวเราะใส่เขาคงแปลกใจที่เห็นผมมีอารมณ์ร่วมด้วยทั้งที่เป็นแค่พนักงานรับใช้แน่นอนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน ผมก็ยังคงเป็นโซลอิลเดนสันและการที่เขามาพูดป่าวประกาศว่าจะให้ผมเป็นแม่ใหม่ใครนั้น

                    แปลว่าเขาจ้องจะเอาผมไปเป็นเมีย...!

                    ‘ทุเรศสิ้นดี !’

                    “ใช่ แม่ใหม่ เราเคยคุยกันแล้วไงว่าพ่อจะหาแม่ใหม่ให้ลูก”

                    “แต่โซล อิลเดนสันอายุเท่าผมนะ พ่อจะเอาคนที่เป็นเพื่อนลูกมาเป็นเมียได้ไง”

                    “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”

                    “พ่อ...!”

                    “เด็กคนนั้นน่ะถูกใจพ่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรถ้าเกิดได้เขามานอกจากข้อมูลที่พ่อต้องการใช้ พ่อยังได้เมียใหม่ที่ถูกใจอีก” ผมเบิกตากว้าง เผลอถอยห่างด้วยความตื่นตระหนกดีหน่อยที่หน้ากากมันบังหน้าผมไว้ พวกเขาเลยไม่เห็นความตกใจที่ซ่อนอยู่คำพูดนั้นทำให้ผมนึกถึงเรื่องราววัยสิบหกตอนนั้นเขาเกือบจะข่มขืนผมอยู่แล้วถ้าเกิดไม่หนีมา “พ่อมั่นใจว่าเราจะได้ทุกอย่างถ้าเราได้เขามาเพราะงั้นบอกพ่อมา ลูกเจอเขาใช่ไหม”

                    “ไม่ ผมไม่เจอเขา” โนเอลสวนกลับทันควันเขาเสยผมขึ้นอย่างเครียดจัด “หรือต่อให้เจอผมก็รับไม่ได้ที่พ่อจะทำแบบนั้นกับเขาพ่อจะมีเมียใหม่เป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เด็กคราวลูกแบบเขา”

                    “นี่ลูกกำลังขัดขวางพ่อเหรอโนเอล ?”

                    “ผมแค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม”

                    “…”

                    “แม่จะรู้สึกยังไงที่ได้ยินคำพูดนั้น ไหนจะโจเอลแล้วก็แมรี่แอนน์อีกพ่อมีพวกเรามันยังไม่พออีกเหรอไง” โนเอลเริ่มขึ้นเสียงใส่ขณะที่ผมกำลังมองหน้าเขาชั่วขณะเราสบตากัน ผมเห็นความสั่นไหวที่แฝงไปด้วยความกรุ่นโกรธ “พ่อเลิกเห็นแก่ตัวแล้วช่วยสนใจพวกเราบ้างได้ไหม จนถึงตอนนี้ทั้งแม่ทั้งโจเอลแล้วก็แมรี่แอนน์ตายไปแล้ว พ่อก็ยังไม่เลิกเห็นแก่ได้ !”

                    “แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาเถียงฉัน โนเอล !”

    เพล้ง !

                    “การที่ฉันให้แกเป็นผู้ถือหุ้นรวมถึงได้มรดกของฉันทั้งหมดไม่ได้แปลว่าแกจะมาวุ่นวายกับชีวิตฉันได้ และการที่ทั้งสามคนนั้นตายมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย !” เซ็บโต้กลับเขาปาแก้วไวน์อัดกำแพงไม่แคร์เลยว่ามันจะเฉี่ยวหน้าโนเอลไปแค่ไหน “ฉันเลี้ยงแกให้ได้ดีได้ แกก็ควรจะขอบคุณแล้วก็เงียบปากไปฉันจะหาความสุขจากใครมันก็เรื่องของฉัน”

                    “แต่โซลเขามีเจ้าของอยู่แล้วนะ พ่อจะไปแย่งคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้วได้ไง”

                    “แกรู้ได้ไงว่าเขามีเจ้าของ”

                    “!!!!”

                    “แกไปรู้อะไรมา โนเอล” วินาทีนั้นทุกอย่างตกอยู่ในความตึงเครียดทุกคนหันไปเพ่งเล็งโนเอลกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ผมที่งุนงงก่อนหน้านี้เขาก็เคยพูดถึงใครบางคน แล้วนี่ยังมาบอกว่าผมมีเจ้าของอีกซึ่งพอโดนมองแบบนั้น โนเอลก็นิ่งคิด เขาเบือนหน้าหนีพลางถอนหายใจ “อย่ามาปิดบังฉันนะโนเอล แกไม่มีสิทธิ์ทำ”

                    “ผมก็แค่พูดตามที่ผมเคยเห็นเท่านั้น”

                    “…”

                    “ผมเห็นเขาจูบกับผู้ชายก่อนขึ้นมาบนเรือ” ผมหวนคิดถึงดีวานตอนที่มากระชากผมออกจากโนเอลก่อนหน้านี้เขาจูบผมก็จริงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นแฟนกัน “พวกเขาดูรักแล้วก็สนิทกันมากผมถึงได้เตือนว่าพ่ออย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า”

                    “นายรู้เรื่องนี้ไหม ริชาร์ด ?” แทนที่จะฟังคำพูดของลูกชายเซ็บกลับหันไปเลิกคิ้วใส่อาที่ย่นคิ้วอยู่ “ตอนอยู่ศูนย์วิจัยเขาอยู่กับใครเป็นพิเศษไหม”

                    “เท่าที่ผมเห็นก็ไม่มี หรือต่อให้มีก็ไม่น่าจะโผล่มาที่นี่ได้”

                    “อาหมายความว่าไง”

                    “…”

                    “ที่บอกว่าศูนย์วิจัย...นี่ตกลงอาพาน้องชายผมไปไหนมา”กลายเป็นสงครามขนาดย่อม โนเอลดูจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยในที่นี้ดูจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงงสงสัยเขาพยายามจับต้นชนปลายผิดกับผมที่เข้าใจสถานการณ์ “ไหนอาบอกแค่ว่าจะพาเขาไปเที่ยวเกาะไงแล้วศูนย์วิจัยมาเกี่ยวด้วยตรงไหน”

                    “บางอย่างก็มองข้ามไปบ้างก็ได้”

                    “อา !”

                    “สุดท้ายยังไงโจเอลก็ตายอยู่ดี” ริชาร์ดไหวไหล่ไม่อธิบายจนผมหงุดหงิดแทนโนเอล “ส่วนเรื่องเจ้าของนี่อาว่าเราคงเข้าใจผิด โซลเลิกกับเอริคไปนานแล้วและก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืนดีกัน”

                    “…”

                    “แต่คุณคงต้องเล่นเกมหนักหน่อยนะ เพราะคนที่อยากได้โซลมันไม่ได้มีแค่คุณหรอก” อาหัวเราะดูสนุกสนานต่อให้บรรยากาศตอนนี้จะตึงเครียดมากก็ตามผมเลียปากพยายามคิดหาหนทางว่าควรจะทำไงต่อ “เอาเป็นว่าเราพักเรื่องนี้ไว้ก่อนดีไหมเดี๋ยวให้พ่อเขาดูข้อมูลที่อาเอามาให้ก่อน แล้วเราค่อยว่ากันว่าจะทำไง”

                    “ข้อมูลอะไร ?”

                    “ข้อมูลที่จะทำให้เราได้กำไรมหาศาลน่ะ” อายิ้มกระดิกนิ้วเรียกให้เลขาหยิบโน้ตบุ๊คที่วางไว้บนโต๊ะทำงานมาให้ก่อนจะล้วงมือหยิบแฟลชไดรฟ์ที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าในนั้นมีไฟล์ข้อมูลเมกาโลดอนปลอมอยู่ซึ่งถ้าพวกเขารู้ว่าในนั้นไม่มีข้อมูล จากที่เคยให้คนตามหาตัวผมเขาคงสั่งให้คนฆ่าผมเลยทันทีที่เจอ

                    และถ้าเกิดพวกเขารู้ว่าผมอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ...

                    ผมไม่รอดแน่

                    “ผมขอตัวไปทำงานข้างนอกต่อนะครับคุณเลขา”

                    “จะรีบไปไหนล่ะพ่อหนุ่ม”

                    “อ๊ะ !”

                    “อยู่ด้วยกันก่อนสิ” เซ็บรั้งผมไว้ตอนที่ผมเดินไปกระซิบกับเลขาผมคิดว่าเขาน่าจะอยากให้ผมออกไปเพราะเขาคงเอาใจเจ้านายได้ดีกว่าผมที่เป็นแค่มือสมัครเล่นทว่าพอเซ็บห้าม เขาก็ต้องยั้งคำพูดแล้วกลืนมันลงคอไป “คุณเลขาเขาทำงานมาเยอะแล้วให้เขาพักบ้างส่วนเธอมีหน้าที่บริการก็อยู่เติมไวน์ให้พวกฉันจนกว่าจะหลับก่อนสิ”

                    “ผมคิดว่าข้างนอกคงจะวุ่นกว่าในนี้น่ะครับมันจะดีกว่าถ้าผมออกไปช่วยพวกเขาทำงาน”

                    “แต่ถ้าเธออยู่ ฉันจะเพิ่มเงินพิเศษให้”

                    “…”

                    “หรือถ้าเธออยากได้อะไรที่มันเร้าใจ ก็บอกฉันได้เหมือนกัน” เซ็บกระตุกยิ้มเหลือบมองโนเอลที่หันมามองหน้าผม “อีกอย่างฉันว่าลูกชายฉันน่าจะปลื้มเธอนะช่วยอยู่เป็นอาหารตาให้เขาสักพักก็แล้วกัน”

                    “ว่าไงนะ” ผมย่นคิ้วใส่สบตากับโนเอลที่ส่งสัญญาณให้ผมใจเย็นก่อนริมฝีปากสวยถูกกัดแน่นเพราะผมเริ่มรู้สึกแล้วว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยผมคิดว่าเซ็บมีบางอย่างในใจดูจากสายตาที่เขาใช้กับผมก็ได้มันไม่ต่างจากพวกเสี่ยที่ชอบกินเด็กรุ่นลูกเลย

                    และใช่เซ็บเป็นแบบนั้น การที่เขาติดใจผมแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตามแสดงให้เห็นว่าเขามันโรคจิตแค่ไหนการที่เขาชอบผมมากก็แปลว่าเขาต้องสนใจคนที่อายุรุ่นราวหรือมีลักษณะคล้ายผมเหมือนกันมันเลยไม่แปลกที่เขาจะโลมเลียผมด้วยแววตา

                    เขาอาจจะคิดว่าผมเป็นตัวแทนโซลอิลเดนสันหรือไม่...

                    ผมก็คงพลาดท่าแล้ว

                    “ผมต้องออกไปจากที่นี่” ผมกระซิบกับโนเอลตอนที่เลขาเดินไปรินไวน์ให้ริชาร์ดเวลานี้อาของผมกำลังเปิดโน้ตบุ๊ค เสียบแฟลชไดรฟ์รอมันอ่านข้อมูลที่เขาเซฟไว้เปิดโอกาสให้คุณชายขยับเข้ามาใกล้ผมโดยไม่ถูกจับตามอง “พวกเขาคิดไม่ดีกับผม”

                    “ผมรู้ แต่ถ้าคุณออกไปตอนนี้ เขาต้องจับได้แน่ ๆ” โนเอลขบฟันไปมาเหมือนกำลังคิดว่าควรทำไงต่างจากผมที่เลียปากประมวลโอกาสรอดและโอกาสตาย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน...

                    ตอนจบมันก็คงมีทางเดียว

                    “ถ้าเขาจับได้ เราคงซวยกันหมด”

                    “แล้วจะให้ผมทำไง อยู่รอเป็นแม่ใหม่ของคุณเหรอ”

                    “ผมไม่อยากให้คุณมาแทนที่แม่ผมหรอกนะ อีกอย่างพวกเขาคงฆ่าผมตาย” เขามุ่ยหน้าใส่พูดถึงคนที่ผมไม่รู้จัก “แต่ช่วยใจเย็นและให้เวลาผมคิดก่อนได้ไหมสมองผมมันใช้การอะไรไม่ค่อยได้แล้วตอนนี้”

                    “ยิ่งคุณคิดช้า คุณยิ่งจะทำให้ผมตาย”

                    “บ้าเหรอ คุณตายไม่ได้”

                    “ทำไม...”

                    “ถ้าคุณตาย พวกเขาก็ไม่เอาผมไว้เหมือนกัน”

                    “คุณหมายถึงใคร...!”

    ปึง !

                    “เฮ้ย !” ทุกคนในห้องร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ เรือก็โคลงพร้อมเสียงดังปึงอารมณ์เหมือนมันชนเข้ากับโขดหินไม่ก็อะไรสักอย่างที่รุนแรงมาก ๆ “อะไรน่ะ ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ?”

                    “เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” เลขารีบตอบริชาร์ดเขากำลังจะเดินออกไปข้างนอก ทว่าเรือก็โดนชน เขาหงายหลังคราวนี้หนักจนไฟในห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นสัญญาณเตือนว่าเกิดอันตราย ผมเลียปากมองหน้าโนเอลและคิดว่านี่คือโอกาสเดียวที่ผมจะรอดตายได้

                    ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรรู้แค่ว่าพอแรงกระแทกครั้งที่สามเรือก็โคลงจนเกือบคว่ำผมอาศัยจังหวะนั้นรีบเปิดประตูแล้ววิ่งออกมา

                    “หยุดนะ !” เสียงตะโกนของเซ็บไม่ใช่ปัญหาผมเบี่ยงตัวหลบพวกลูกน้องเขาที่เฝ้าอยู่หน้าประตูดูท่าว่าพวกเขาจะสนใจเจ้านายมากกว่าผมเลยไม่ได้เข้ามาจับปล่อยให้ผมวิ่งผ่านไปได้ง่าย ๆ ราวกับเป็นธาตุอากาศ

    ปึง !

                    “อ๊ะ !” ผมเสียหลักชนกำแพงแรงกระแทกหนักมากจนผมคิดว่าเรืออาจจะโดนยิงปืนใหญ่อยู่ก็ได้ นอกจากนี้ผมยังได้ยินเสียงแตกหักอย่างดังนั่นเลยทำให้ผมต้องรีบวิ่งออกจากตัวเรือโซนห้องพักไปยังทางเดินรอบนอกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

                    สองมือจับเข้าที่ราวประคองตัวเองไว้ขณะที่กวาดตาฝ่าความมืดไม่มีเรือตีกรอบด้านข้าง ไม่มีแสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจเหมือนในหนังมีเพียงแค่ความเคลื่อนไหวในน้ำ

                    ดีแลนกับดายว่ายวนไปมาใช้ครีบชนเป็นการเตือนว่าความตายมาถึงแล้ว

                    “มาได้ไงเนี่ย” ผมขมวดคิ้วแปลกใจที่เห็นพวกมันมาถึงนี่ต่อให้จะรู้ว่าพวกมันชอบพังเรือที่ขนของผิดกฎหมายแต่การที่มันมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องดี

                    ยิ่งกับบนเรือที่มีคนอยากได้มันพวกมันยิ่งไม่ควรมา

                    “โซล !”

                    “โนเอล !”ผมหันขวับไปมองคนที่พยายามพยุงตัวเองมาทางผม ด้านหลังของเขาปลอดโปร่งไม่มีใคร “คุณตามผมมาทำไม ?”

                    “ก็จะพาคุณหนีไง เรือลี้ภัยมันอยู่อีกฝั่ง”

                    “หา ?”

                    “ไม่มีเวลาอธิบายมาก คุณต้องรีบหนีก่อนที่พวกนั้นจะ...”

                    “อยู่นั่นไง ไปจับมา !” ดวงตาสวยเลื่อนไปมองพวกลูกน้องที่วิ่งมาด้านหลังพวกเขามีประมาณห้าหกคนและดูท่าว่าคงจะไม่ได้มาเชิญผมไปงานเลี้ยงเป็นแน่จึงไม่แปลกถ้าเกิดผมจะหมุนตัววิ่งหนีโดยมีโนเอลผลักไส เขาดันผมให้วิ่งไป

                    “ไปที่เรือลี้ภัย อย่าให้ถูกจับได้ก่อนนะ !”

                    “โนเอล...”วินาทีนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมโนเอลถึงยอมช่วยผมขนาดนี้ เขากันคนไม่ให้ไล่ตามผมมากางแขนและออกคำสั่งกับคนของพ่อเขาที่มีมาสมทบอีก เสียดายที่ผมไม่มีเวลาคิดมากนักผมรีบวิ่งไปตามทางเดินตีคู่ไปกับดายที่ว่ายอยู่ด้านข้าง มันกระแทกเรือให้เอียงไปอีกฝั่งเวลามีคนมาดักทางผม

                    สองมือต้องคอยจับราวดันกำแพงเพื่อพยุงไม่ให้ตัวเองล้มลงหอบหายใจนิดหน่อยเพราะต้องใช้แรงไม่น้อยในการวิ่งอ้อมเรือมาอีกฝั่ง

                    ผมกวาดตามองหาเรือที่โนเอลว่าก่อนจะตรงไปหามัน

                    มันถูกห้อยไว้โดยเครนหลักแค่แกะเชือกปล่อยมันลงทะเลแบบไม่พลิกคว่ำก็น่าจะใช้งานได้แล้วผมเลียปากมองหาว่าจะใช้อะไรแกะบางทีมันน่าจะมีปุ่มที่สามารถกดปล่อยเองได้โดยไม่ต้องใช้แรงมาก

                    “ห้องควบคุม”ผมอ่านป้ายที่ติดไว้ตรงกำแพง มันเป็นทางเดียวที่จะปล่อยเรือลงมาได้ผมไม่รีรอรีบวิ่งขึ้นบันไดไป เตรียมใจไว้แล้วว่าคงจะต้องออกแรงกับคนที่อยู่ในนั้นทว่ายิ่งเข้าไปใกล้ห้องควบคุมเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้กลิ่นเหม็นคาวโชยมาจนต้องลดฝีเท้า“กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย เหม็นชะมัด”

                    ผมสบถพลางยกมือปิดปากปิดจมูก คิ้วสวยขมวดกันมุ่ย กลิ่นมันคาวชวนคลื่นไส้หนำซ้ำพอหยุดอยู่ตรงขั้นบันไดสุดท้าย ผมก็พบว่าประตูห้องมันถูกเปิดไว้ทุกอย่างข้างในโดนทำลาย...

                    มีซากศพนอนจมกองเลือดทั่วห้องเลย

                    “พระเจ้า” ผมเบิกตากว้างลืมหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำเมื่อเห็นความพังพินาศยิ่งกว่าพายุเข้าทั้งลูกเรือ ทั้งกัปตันต่างก็ถูกฆ่าตายอยู่ในห้องนั้น มันน่าตกใจตรงที่บางคนแขนขาดบางคนขาขาดยาวไปจนไม่มีหัวหรือเหลือครึ่งท่อนถ้าเกิดนี่คือการฆาตกรรมก็แปลว่าคงมีฆาตกรโรคจิตแฝงตัวอยู่บนเรือเป็นแน่

                    เพราะถ้าเกิดเป็นคนธรรมดาพวกเขาคงไม่ฆ่าแล้วหั่นชิ้นส่วนแบบนี้หรอก

                    ใช่ไหม?

                    “บ้ากันไปใหญ่แล้ว”

    ปึง !

                    ร่างของผมกระแทกเข้ากับกำแพงเพราะแรงชนเรือจากเจ้าสองพี่น้องมันเรียกสติผมให้ลืมเรื่องตรงหน้าไปก่อนผมรีบมองหาว่าตรงแผงควบคุมมีอะไรใช้การได้บ้าง ในตอนนั้นมือผมสั่นเลียปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความกังวลกลัวปนเปกันไปถอดหน้ากากออกเพราะรู้สึกว่าการหายใจมันช่างยากลำบากจากนั้นก็หลุบตาไปมองปุ่มแดงที่ดูเหมือนจะใช้การได้ ผมอ่านตัวอักษรเล็ก ๆก่อนจะกดลงไป

                    มองผ่านหน้าต่างเพื่อดูความเคลื่อนไหวเครนที่ห้อยเรือไว้ค่อย ๆ ลดลงก่อนจะปล่อยเรือลงน้ำ

                    เสียงกระจายของหยาดใสทำให้ผมต้องรีบวิ่งออกจากห้องควบคุมพยายามไม่สนใจซากคนตายพวกนั้นแม้ว่าเลือดของพวกเขาบางคนจะเปื้อนรองเท้าผมก็ตามหัวใจของผมเต้นเร็วมาก มากจนผมกลัวว่าตัวเองจะหัวใจวายตรงนั้น

                    สองเท้ารีบพาตัวเองมาหยุดที่ราวกั้นมองดูเรือที่ปล่อยลงน้ำ มันเอียงจนเกือบคว่ำทว่าดีแลนกลับชนมันเลยกลายเป็นว่าตอนนี้มันตั้งตรงพร้อมให้ผมกระโดดลงไป

                    “หวังว่าพวกแกคงไม่ใจร้ายกับฉันนะ...”

    ปัง !

                    “อึก !” ผมเบิกตากว้างความเจ็บโหมกระหน่ำผ่านแผ่นหลังไล่มาทั่วร่างรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตกออกพาให้ทั้งร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทั้งที่เมื่อกี้ก็เกือบจะได้ยกขาปีนข้ามไปอยู่แล้วผมกัดปากแน่นเอื้อมมือไปด้านหลังสัมผัสกลิ่นคาวคละคลุ้งและหยาดเหนียวข้นที่ย้อมเสื้อสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน

                    นาทีนั้นหัวใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำรับรู้ความจริงว่าตัวเองโดนดีเข้าให้

                    มีใครบางคนใจร้ายปล่อยกระสุนให้ฝังร่างลึกเข้ามาด้านใน

                    ผมโดนยิง

                    “ไงหลานรัก สนุกไหมทำคนอื่นปั่นป่วนน่ะ”

                    “อะ...อา”

                    “มันเจ็บใช่ไหมที่โดนหักหลังน่ะ แล้วโดนยิงที่หลังนี่เจ็บกว่าไหมโซล” ผมกัดฟันกรอดหันไปมองริชาร์ดที่เดินมาหา เขายกปืนชี้หน้า ใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขไม่สนใจว่าผมต้องทนทุกข์ขนาดไหนผมพิงร่างตัวเองกับราวกั้น ความทรงจำเลวร้ายย้อนมาเพราะตรงที่ผมนั่งอยู่นั้น...

                    คือจุดเดียวกับที่เซ็บยิงพ่อแม่ผมตาย

                    “หรือว่ามันเจ็บพอกัน ?”

                    “อา...ทำแบบนี้ทำไม”

                    “หึ...”

                    “อาทรยศพ่อผมได้ยังไง เขาเป็นเพื่อนอานะ” ผมพูดลอดไรฟันดวงตาสบเข้ากับเขาเพื่อค้นหาความจริงของคนที่หัวเราะลั่น “พ่อผมเป็นเพื่อนรักอาดูแลอาทุกอย่าง”

                    “ความจริงใจมันมีค่าไม่เท่าเงินหรอกนะหลานรัก”เขาตอบกลับ “อีธานน่ะมันโง่มันทิ้งบ่อเงินบ่อทองเพื่อไอ้ฉลามงี่เง่านั่น ถ้าเกิดมันยอมตั้งแต่ทีแรกป่านนี้ก็คงอยู่พร้อมหน้าเป็นครอบครัวสุขสันต์”

                    “ไม่...”

                    “ถ้าเกิดมันเชื่ออา มันก็คงไม่ต้องตายกลายเป็นอาหารฉลามแบบนี้หรอก !!!!”

    ฉัวะ !

                    “อา !!!!!!”ผมกรีดร้องลั่นดวงตาเบิกค้างเมื่อดายกระโจนจากน้ำกัดริชาร์ดขาดครึ่งตรงหน้าเหวี่ยงร่างไปมาจนช่วงล่างของริชาร์ดกระเด็นมาโดนขาผมขยับตัวไปมาเพื่อให้ตัวเองกลับลงน้ำเหลือทิ้งไว้เพียงแค่เศษซากของอาที่มันไม่ได้กินเข้าไป โดยเฉพาะส่วนหัวที่ปล่อยทิ้งไว้

                    มันทำให้ผมต้องสบตากับอาที่ไม่รู้ว่าตัวเองตายหรือยัง

                    “อา...อาริชาร์ด”ผมเรียกเขาเสียงสั่นสติจะแตกอยู่แล้วเมื่อเราต้องมาสบตากันอย่างนี้แถมขาของเขามันก็กระดิกนิด ๆคงเพราะเส้นประสาทมันกระตุกหรืออะไรสักอย่างที่ผมคิดไม่ออกรู้แค่ว่าตอนนี้ผมต้องตั้งสติ พาตัวเองออกไปจากตรงนี้ก่อนที่จะมีคนตามมายิงผม

                    ผมกลืนน้ำลายลงคอมองร่องรอยผุพังที่ดายทำไว้ แรงที่มันกลับสู่ทะเลไปซัดเรือเล็กที่ผมปล่อยไว้ให้ลอยไกลออกไปอีกทว่าดีแลนกลับชนมันจนกลับเข้ามาใกล้ ขอแค่ผมกล้ากระโดดลงไปก็จะรอดตายถ้ามันไม่กระโดดขึ้นมางับ

                    มันแย่ตรงที่พอผมถูกยิงกลางหลังร่างกายก็ไม่ได้ขยับตามใจ ลำพังจะลุกยังต้องกัดฟันแน่นน้ำตาแทบไหล มันเจ็บพอ ๆ กับแผลตอนที่ผมโดนอะไรสักอย่างทำร้ายเมื่อคราวก่อนผมเลียปาก ประคองร่างตัวเองไปพิงกับขอบเรือดูว่าจะกระโดดลงไปยังไงให้รอดตายดี

                    แต่อยู่บนนี้ใช่ว่าจะรอดตายเหมือนกัน

                    “คิดจะไปไหนน่ะคนดี”

                    “อ๊ะ !”

                    “ไม่อยู่ปาร์ตี้ด้วยกันก่อนเหรอ ?” เสียงทุ้มต่ำที่ผมคุ้นเคยรั้งให้ผมหันขวับไปมองคนที่เดินมาหาปลายกระบอกปืนที่รู้จักชี้เข้ากลางแสกหน้าพาให้ผมเบิกตากว้างไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่พร้อมกับปืนของผมซ้ำร้ายเจ้าตัวยังไม่สนใจเศษซากของริชาร์ดที่นอนกองอยู่ราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

                    ผิดกับผมที่ไม่คิดว่าเขาจะมาคงเพราะมัวแต่สนใจเหตุการณ์ที่เผชิญหน้าเลยไม่ทันดูเครื่องติดตามว่าตอนนี้ใครอยู่ที่ไหน

                    อีกส่วนคือผมยังไว้ใจว่าเขาจะไม่เคลื่อนไหวอะไร

                    มันผิดคาดกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย

                    “โอเว่น” ผมเรียกชื่อเขากำหมัดแน่นพร้อมกับจับราวกั้นพยุงร่างตัวเองไว้ เจ้าของชื่อมองหน้าผม ยกยิ้มแม้จะดูอ่อนใจ

                    ไม่มีการถามว่าเขามาที่นี่ได้ยังไงแค่เขาเอาปืนผมมาชี้หน้าผมได้...

                    เราก็หมดเรื่องที่จะพูดกัน

                    “ในที่สุดก็โผล่หางออกมาแล้วสินะว่าทรยศกัน”

                    “อย่าโกรธกันเลยนะ ผมมีความจำเป็นที่ต้องทำ”

                    “…”

                    “ต่อให้เขาตายแล้ว ผมก็ยังต้องทำต่ออยู่ดี” โอเว่นตอบกลับเหล่ตาไปมองร่างของริชาร์ดที่น่าสมเพชเวทนา “ดูท่าว่าผมจะมาช้าไปหน่อยก็เลยช่วยเขาไม่ทัน แต่ก็ช่างเถอะยังไงหลังจบแผนนี้ เขาก็คงโดนฆ่าอยู่วันยังค่ำ”

                    “ทำไม...”

                    “จริง ๆ คุณไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยนะ อยู่เป็นเด็กดีต่อที่ศูนย์วิจัยก็ดีแล้วแท้ๆ อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้คุณเจ็บแบบนี้” เขาชี้ปืนไปที่หลังให้ผมจดจำบาดแผลที่ตัวเองได้มา“ถ้าเกิดคุณอยู่ที่นั่น ตอนนี้คุณคงมีความสุขดื่มด่ำกับกรงขังที่พ่อคุณสร้างไว้ ปกป้องทุกคนจากสัตว์อันตราย”

                    “…”

                    “หรือไม่ก็ปล่อยให้มันโดนจับไปแลกกับความปลอดภัยของทุกคน” โอเว่นขยับตัวมายืนอยู่ไม่ไกลจากผมเราสองคนสบตากันเหมือนวัดใจว่าใครจะเร็วกว่า ผมสู้เขาไม่ได้ แค่ขยับก็คงโดนฆ่าแต่ผมก็สัมผัสได้ว่าต่อให้ไม่ขยับไปไหน โอเว่นก็กล้าพอที่จะฆ่าผมให้ตาย

                    เหมือนที่เขาทำกับสตีฟไงเขามันคือมัจจุราชใจร้าย อำมหิตยิ่งกว่าเมกาโลดอน

                    “คุณขายตัวเองให้กับริชาร์ดหรือไงถึงกล้าทรยศผม”

                    “ผมเคยบอกคุณแล้วว่าทุกคนมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ และถ้าผ่านวันนี้ไปคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงช่วยเขาแทนที่จะอยู่ข้างคุณ”

                    “ผมไม่ฟังเหตุผลของคนที่หักหลังผมและฆ่าคนของผมหรอกนะโอเว่น”

                    “ถ้าคุณหมายถึงเรื่องสตีฟ ผมเสียใจที่ต้องทำ”

                    “เฮอะ”

                    “มันช่วยไม่ได้ที่เขารู้อะไรมากเกินไป มันจะไม่เป็นผลดีกับเขาผมเลยต้องกำจัดเขาด้วยตัวเอง” คำพูดสวยหรูทำให้ผมอยากจะอ้วกออกมาโอเว่นได้ยินที่ตัวเองพูดบ้างไหมว่ามันหมายความว่าไง เขากำลังพูดเหมือนว่าตัวเองแบกรับอะไรบางอย่างทั้งที่ประเด็นคือเขาหักหลังและฆ่าสตีฟตาย

                    ต่อให้เขาจะแก้ตัวหรือใช้ถ้อยคำดีๆ แค่ไหน มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือฆาตกร

                    “ให้เขาตายด้วยมือผมดีกว่ามือคนอื่น”

                    “พูดเหมือนเท่ แต่มันก็แค่คำสารภาพผิดของฆาตกรเท่านั้น”

                    “โซล”

                    “สุดท้ายแล้วคุณก็ฆ่าเขา คุณก็หักหลังพวกเราและยังทำให้เอริคทรยศผมอีกผมไม่เข้าใจเลยว่าเหตุผลแบบไหนที่ทำให้คุณยอมทำถึงขนาดนี้ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมาหลายปี มันไม่มีอะไรดี ๆให้คุณรักเราจริงบ้างเหรอโอเว่น”ผมถามเขาฉายแววผิดหวังผ่านนัยน์ตา เขาพร่ำบอกผมเสมอว่าทุกคนรักผมให้ผมจริงจังและรักพวกเขาเหมือนครอบครัวบ้าง

                    แล้วทำไมคนในครอบครัวผมถึงทำกับผมแบบนี้ล่ะ?

                    มันไม่ยุติธรรมกับเสาหลักอย่างผมหรือเปล่า?

                    “เพราะรักไงผมถึงต้องทำแบบนี้ ไม่งั้นคุณก็ไม่หยุดสักที” เขาสวนกลับคำพูดผม แค่นหัวเราะคล้ายกับสมเพชกัน “คุณน่ะรักพวกมันจนไม่เห็นว่าอะไรอยู่ตรงหน้ายอมทุกอย่างเพื่อปกป้องมันโดยไม่สนใจว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกยังไงไม่มีใครรับได้หรอกนะที่ต้องอยู่ท่ามกลางความตาย”

                    “อะไร...”

                    “ต่อให้เรารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครอยากตายเพราะมัน” โอเว่นกดเสียงต่ำ เหลือบตาไปมองดายกับดีแลนที่ว่ายวนอยู่ไม่ไกลมันกระแทกเรือบางครั้งทว่าลดแรงลงหน่อยเหมือนกลัวว่าใครจะเป็นอะไร ผมเริ่มเวียนหัวเลือดด้านหลังไหลหยดลงกับพื้นและเริ่มหนักขึ้นเมื่อไม่มีอะไรกดทับไว้

                    ทว่าผมก็ยังอดทนต่อกรกับเขาทำให้เห็นว่าผมจะไม่เป็นอะไร

                    อีกส่วนคือผมอยากได้ยินสิ่งที่เขาซ่อนเอาไว้อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไร จะเป็นเรื่องจริงหรือแค่ปั่นประสาท

                    “รู้ทั้งรู้ว่ามันฆ่าทุกอย่าง แต่คุณก็ยังรักการที่พ่อของคุณเหลือมันไว้ไม่ได้แปลว่าคุณจะจ้างใครมาเป็นเหยื่อล่อฉลามก็ได้”

                    “แต่ก่อนที่ผมจะรับพวกคุณเข้ามา ผมก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเป้าหมายหลักของศูนย์วิจัยคืออะไร”

                    “ก็ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้”

                    “ผมจ้างคุณมาดูแลฉลามล้านปี คุณคิดว่ามันจะไม่ทำอะไรเลยหรือไง !” ผมตวาดใส่ขบกรามแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ ทุกคนที่ผมรับเข้ามาทำงานผ่านกระบวนการหลายอย่างที่ทำให้ผมแน่ใจว่าเขาจะไม่ทรยศผม และจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้นอกจากนั้นผมยังสาบานว่าจะถวายชีวิตปกป้องพวกเขาจากอันตราย

                    แต่เมื่อถึงคราวตายประกันภัยชั้นดีก็คงทำให้ใครอุ่นใจไม่ได้เหมือนกัน

                    “เพราะรู้ไงผมถึงต้องร่วมมือกับริชาร์ดกำจัดมันไป ถ้ามันไปอยู่กับคนที่ดูแลมันได้พวกเราก็จะปลอดภัย”

                    “ผมไม่ยอมให้คุณเอาฉลามผมไป”

                    “งั้นคุณก็ตายไปกับมันดีไหม”

                    “โอเว่น...!”

                    “มันเป็นทางเดียวที่คุณจะรอดนะโซล”ผมชะงักหลุบตามองปากกระบอกปืนที่ชี้มาทางผมส่วนปลายวิบวับรับกับแสงไฟจากหลังคาเรือ โอเว่นยิ้มมุมปากหากแต่ดวงตากลับนิ่งจนเย็นวาบไปทั้งร่างเขายิงปืนใส่ครีบของดายล่อมันให้หันมาหาอีกนัดยิงเจาะเข้าที่พวงมาลัยเรือซึ่งตอนนี้แลดูจะไร้ความหมาย

                    ผมกัดปากแน่นเมื่อเขาหันกลับมาเล็งผมแล้วยิ้มให้

                    “คงต้องบอกลากันตรงนี้ล่ะนะ”นาทีนั้นผมรู้ดีว่าคงไม่รอด โอเว่นคงยิงผมแล้วโยนให้ดายกินอย่างที่ตั้งใจผมหลุบตาต่ำ มองสองพี่น้องที่พร้อมใจกันว่ายมาชนเรือให้เราเสียหลักแต่โอเว่นก็จับปืนไว้แน่นมากเขาเลือกที่จะถอยหลังเพื่ออยู่ในจุดที่ฉลามตัวไหนก็กระโดดมากัดเขาไม่ได้

                    ถึงอย่างนั้นปืนก็ยังจ่อผมไว้เตรียมเหนี่ยวไกพาผมไปตายโดยลืมไปว่าผมจะไม่ยอมตายด้วยน้ำมือใคร...

                    ถ้าไม่ใช่ฉลามของผมเอง

                    “ลาก่อนเจ้านายที่รัก”

    ปัง !

                    กระสุนสีเงินลอยผ่านอากาศเฉียดผิวเนื้อผมตอนที่หลับตาลงหงายหลังลงทะเลไปหยาดแดงกระเซ็นตามบาดแผลที่ถูกสร้างไว้บางส่วนหยดลงหยาดใสย้อมมันให้กลายเป็นสีแดงฉาน คำพูดของโอเว่นตอนบอกว่าไม่มีใครอยากตายเพื่อผมลอยเข้ามาทำให้ผมแอบรู้สึกว่าต่อให้ตายไปยังไงก็คงไม่เสียหายเพราะดูว่าใครหลายคนก็อยากให้ผมจากไป

                    เพราะงั้นผมเลยไม่ลังเลที่จะทิ้งตัวลงเข้าปากดายที่กระโจนจากน้ำง้างขากรรไกรรับผมไว้

                    ผมนึกถึงหน้าพ่อแม่ในใจแล้วให้ความตายโอบกอดผมไว้ ล่มจมไปพร้อมกับเรือสำราญ

                    มันคงเป็นฉากอวสานของผมแล้ว