หลินเฟิงและหลิวเยว่หรูออกจากสถานีตำรวจแล้ว ก็ตรงไปยังร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรูแห่งหนึ่งทันที
การกินอาหารฝรั่งเศสเป็ครั้งแรก ทำให้หลินเฟิงปล่อยไก่ออกมาไม่น้อย แต่หลิวเยว่หรูกลับไม่ได้หัวเราะเยาะหลินเฟิง หนำซ้ำยังคอยสอนเขาอยู่อีกด้านด้วยความอดทน
เมื่อมองดูหญิงงามหยดย้อยที่อยู่ตรงหน้า จู่ ๆ หลินเฟิงก็โพล่งถามออกไปราวกับผีผลักว่า "เธอแต่งงานหรือยัง?"
หลิวเยว่หรูชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มแล้วส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า "ยังเลยค่ะ"
"แล้วมีแฟนหรือยัง?" หลินเฟิงถามต่อ
"ยังไม่มีค่ะ" หลิวเยว่หรูยังคงส่ายหน้าตอบ
"ไม่จริงน่า? คนสวยรวยเสน่ห์อย่างเธอ ทำไมถึงยังโสดอยู่ได้ล่ะ?" หลินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
"แปลกมากเหรอคะ?" หลิวเยว่หรูถามกลับ
"หึ ๆ บางทีอาจจะเป็เพราะเธอสเปกสูงเกินไป ผู้ชายธรรมดาทั่วไปก็เลยไม่เข้าตาเธอ" หลินเฟิงพูดด้วยความเคอะเขิน
"ก็อาจจะมั้งคะ?" หลิวเยว่หรูปรายตามองหลินเฟิงแวบหนึ่ง แล้วถามว่า "แล้วคุณล่ะ?"
"ฉันก็โสดเหมือนกัน" หลินเฟิงลูบจมูกตัวเองแล้วตอบ
"ผู้ชายที่หล่ออย่างคุณ ทำไมถึงยังโสดอยู่เหมือนกันล่ะคะ?" หลิวเยว่หรูถามต่อด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
"เมื่อก่อนเป็เพราะผมจนน่ะครับ ไม่อยากให้ผู้หญิงต้องมาลำบากด้วย" หลินเฟิงลูบจมูกตอบ
"แล้วตอนนี้ล่ะคะ?" หลิวเยว่หรูถามด้วยความสนใจ
เห็นเพียงหลินเฟิงมองหลิวเยว่หรูแวบหนึ่ง จากนั้นมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมา "โสดไปโสดมา ก็เลยชินแล้วล่ะครับ"
หลิวเยว่หรู "..."
ในขณะที่หลินเฟิงและหลิวเยว่หรูกำลังพูดคุยหยอกล้อกันเบา ๆ จู่ ๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่พรวดเข้ามา ทำลายบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์บนโต๊ะอาหารจนหมดสิ้น
"เยว่หรู? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
เห็นเพียงชายหนุ่มในชุดสูทสีดำคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนอย่างกะทันหัน แถมพอหมอนี่เข้ามาถึงก็เอาแต่จ้องมองหลิวเยว่หรูตาไม่กะพริบ ส่วนหลินเฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลับถูกเขามองข้ามไปอย่างสิ้นเชิง
"จ้าวเทียนอวี่ คุณก็มาทานอาหารที่นี่เหมือนกันเหรอคะ?" หลิวเยว่หรูพยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างมีมารยาท
"เยว่หรู ทำไมคุณไม่บอกก่อนล่ะว่าจะมาทานอาหารที่ร้านนี้? ผมจองห้องส่วนตัวไว้ที่ชั้นบน ถ้ายังไงคุณก็ไปทานด้วยกันสิ?" จ้าวเทียนอวี่เอ่ยปากชวนหลิวเยว่หรูอย่างตรงไปตรงมา
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันกำลังทานอาหารเป็เพื่อนกับเพื่อนอยู่" หลิวเยว่หรูขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าจ้าวเทียนอวี่คนนี้สักเท่าไหร่
"ไม่เป็ไร ชวนเพื่อนของคุณขึ้นไปด้วยกันเลยสิ คนเยอะ ๆ คึกคักดีออก!" จ้าวเทียนอวี่ดูเหมือนจะสมองกลวงไปหน่อย ถึงยังฟังน้ำเสียงปฏิเสธของหลิวเยว่หรูไม่ออก
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไป!" น้ำเสียงของหลิวเยว่หรูเ็าลง
สถานการณ์เริ่มกลายเป็ความน่าอึดอัด หลิวเยว่หรูแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ส่วนจ้าวเทียนอวี่ก็ยืนบื้ออยู่กับที่ สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว ดูตลกขบขันเป็อย่างมาก
"พรืด!"
ในที่สุดหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา
แต่เสียงหัวเราะนี้ กลับทำให้จ้าวเทียนอวี่ปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที!
"แกเป็ใคร?" จ้าวเทียนอวี่หันขวับมาจ้องหน้าหลินเฟิงแล้วเอ่ยถาม
"นายยุ่งอะไรด้วย!" หลินเฟิงสวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจ
"แกรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร?" จ้าวเทียนอวี่โกรธจนจมูกแทบจะเบี้ยว
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ!" หลินเฟิงยังคงสวนกลับ
"แก..." จ้าวเทียนอวี่ชี้หน้าหลินเฟิง โกรธจนพูดไม่ออก
"พอได้แล้ว!" ตอนนี้เอง หลิวเยว่หรูก็ทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอตวาดเสียงต่ำ จากนั้นก็พูดกับจ้าวเทียนอวี่ว่า "คุณชายจ้าว กรุณาอย่ามารบกวนฉันกับเพื่อนทานอาหารเลย"
"เยว่หรู คุณ..." จ้าวเทียนอวี่ร้องเรียกด้วยความประหลาดใจ
"แล้วก็ กรุณาเรียกชื่อเต็มของฉันด้วยค่ะ!" หลิวเยว่หรูดูเหมือนจะโกรธขึ้นมาแล้ว
"ผม..." จ้าวเทียนอวี่มองหลิวเยว่หรู ภายในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
"ยังจะต้องให้ฉันพูดซ้ำเป็รอบที่สองไหมคะ?" หลิวเยว่หรูพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
เห็นเพียงจ้าวเทียนอวี่กัดฟันกรอด จากนั้นก็ถลึงตาใส่หลินเฟิงอย่างโกรธแค้นแวบหนึ่ง แล้วก็หันหลังก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไป
หลังจากที่จ้าวเทียนอวี่หายลับไปจากสายตาของทั้งสองคนแล้ว จู่ ๆ หลินเฟิงก็ถามหลิวเยว่หรูด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "หมอนี่เป็ใครเหรอ?"
"หึ ๆ เขาเป็อดีตคู่หมั้นของฉันน่ะ" หลิวเยว่หรูพูดคำที่ทำให้คนฟังต้องตกตะลึงออกมา
"หา?" หลินเฟิงถึงกับอ้าปากค้าง
เห็นเพียงหลิวเยว่หรูพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า "แต่ว่า ฉันกับเขาถอนหมั้นกันไปเรียบร้อยแล้วล่ะ"
"หา?" หลินเฟิงยังคงใช้คำอุทานคำเดิม
"แต่เขาก็ยังตามตื๊อฉันไม่เลิก น่ารำคาญชะมัด!" หลิวเยว่หรูขมวดคิ้วพูด
"หา?" หลินเฟิงทำตัวราวกับกลายเป็เครื่องบันทึกเสียงที่เล่นซ้ำ
"คุณไม่มีคำอื่นจะพูดแล้วนอกจากคำนี้หรือไง?"
"ฉันก็แค่ประหลาดใจนิดหน่อยเอง"
...
เดิมทีคิดว่าจ้าวเทียนอวี่จะจากไปแล้ว แต่ใครจะไปนึกว่าหลินเฟิงกับหลิวเยว่หรูเพิ่งจะคุยกันต่อได้ไม่ทันไร หมอนี่ก็เดินกลับมาอีกครั้ง
เห็นเพียงจ้าวเทียนอวี่เดินหน้ามุ่ยตรงไปยังจุดกึ่งกลางของร้านอาหาร ซึ่งตรงนั้นมีเปียโนสีขาวหลังหนึ่งตั้งอยู่ แล้วจ้าวเทียนอวี่ก็นั่งลงที่หน้าเปียโนหลังนั้น
ติ๊ง!
เสียงเปียโนอันดังกังวานใสแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโถงกว้าง ตามมาด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะที่ดังขึ้นข้างหูของทุกคน
ร้านอาหารฝรั่งเศสทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบสงบ แขกทุกคนต่างก็หันไปมองจ้าวเทียนอวี่ที่กำลังดีดเปียโนอยู่
หูของหลินเฟิงกระดิก ทันทีที่เสียงเปียโนโน้ตตัวแรกดังขึ้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจ้าวเทียนอวี่กำลังเล่นเพลงอะไร!
งานแต่งงานในฝัน หนึ่งในสิบเพลงเปียโนชื่อดังระดับโลก!
นี่จ้าวเทียนอวี่กำลังอาศัยโอกาสในการเล่นเปียโนเพื่อสารภาพรักกับหลิวเยว่หรูงั้นเหรอ?
น่าเสียดายที่เพลงเป็เพลงที่ดีจริง ๆ แต่ทักษะการเล่นนี่สิออกจะห่วยแตกไปหน่อย!
หลินเฟิงในฐานะปรมาจารย์ด้านเครื่องดนตรี ย่อมมีคุณสมบัติที่จะวิจารณ์ทักษะการเล่นเปียโนของคนอื่นได้ ในสายตาของเขา จ้าวเทียนอวี่เป็ได้มากสุดก็แค่ผู้เริ่มต้นเท่านั้น ข้อบกพร่องเยอะเกินไป ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็การทำลายเพลง งานแต่งงานในฝัน เพลงนี้ไปเลยทีเดียว
ทว่า คนนอกกลับไม่เข้าใจเื่พวกนี้ พวกเขาแค่รู้สึกว่าเพลงเพราะดี แถมจ้าวเทียนอวี่ก็เล่นได้ค่อนข้างลื่นไหล ดังนั้นทุกคนจึงพากันปรบมือให้
เมื่อเล่นจบไปหนึ่งเพลง จ้าวเทียนอวี่ก็เดินเข้ามาหาหลิวเยว่หรูท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคน จู่ ๆ เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วล้วงเอาแหวนเพชรออกมาจากอกเสื้อ!
"ว้าว! เขากำลังขอแต่งงานนี่นา!"
"โรแมนติกจังเลย!"
"เล่นเปียโนก็เก่ง หน้าตาก็หล่อ ที่สำคัญคือยังโรแมนติกขนาดนี้ นี่มันเ้าชายขี่ม้าขาวชัด ๆ !"
"แม่หนู รีบตกลงเร็วเข้าสิ!"
"ตกลงเลย!"
"คบกันเลย!"
...
ฝูงชนที่นั่งกินแตงโมที่ไม่รู้ความจริง ให้ตายเถอะ! เริ่มส่งเสียงเชียร์กันอีกแล้ว!
จู่ ๆ หลินเฟิงก็รู้สึกว่าพวกคนที่มุงดูอยู่พวกนี้คงจะว่างจัดจนไม่มีอะไรทำ สมองแต่ละคนสงสัยจะไปกองอยู่ที่ก้นกันหมด!
เขาจะตกลงแต่งงานหรือเปล่า มันไปหนักหัวพวกคุณหรือไง?
เพียงเพราะจ้าวเทียนอวี่เล่นเพลงห่วย ๆ ไปหนึ่งเพลง ทุกคนก็คิดว่าหลิวเยว่หรูจำเป็จะต้องแต่งงานกับเขาเลยงั้นเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นฉันไปเล่นเพลงเพราะ ๆ สักเพลง จะไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงได้ทั้งโลกเลยหรือไง?
เฮ้อ! ฝูงชนที่นั่งกินแตงโมพวกสมองกลวงกลุ่มนี้ สงสัยจะกินแตงโมเยอะเกินไป สมองก็เลยเพี้ยนไปหมดแล้ว!
...
"เยว่หรู ผมรักคุณจากใจจริงนะ แต่งงานกับผมได้ไหม?" จ้าวเทียนอวี่พูดประโยคคลาสสิกของการขอแต่งงานออกมา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการขอแต่งงานของจ้าวเทียนอวี่และเสียงเชียร์ของบรรดาคนมุง หลิวเยว่หรูโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม เธอถลึงตาใส่จ้าวเทียนอวี่อย่างโกรธจัด จากนั้นก็ไม่พูดอะไรสักคำ ดึงมือของหลินเฟิงเดินออกไปจากร้านอาหารทันที
"เยว่หรู นี่คุณยอมทิ้งคู่หมั้นของตัวเอง เพื่อไอ้ผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้น่ะเหรอ?" จ้าวเทียนอวี่แผดเสียงคำรามลั่นขึ้นมาทันที
เงียบกริบ!
ภายในร้านอาหารตกอยู่ในความเงียบสงบทันที!
ร่างกายของหลิวเยว่หรูชะงักไปเล็กน้อย เธอส่งสายตาขอโทษไปให้หลินเฟิง จากนั้นก็ดึงเขาเดินออกไปนอกร้านอาหารต่อ
ทว่า หลินเฟิงกลับหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ต่อให้หลิวเยว่หรูจะออกแรงดึงแค่ไหนก็ดึงเขาไม่ขยับเลย!
เห็นเพียงหลินเฟิงหันหน้ากลับมากะทันหัน มองไปที่จ้าวเทียนอวี่ด้วยสายตาเ็าแล้วพูดว่า "ถ้าแกแน่จริงก็ลองพูดอีกทีสิ!"
จ้าวเทียนอวี่ลุกขึ้นยืนจากพื้นทันที จากนั้นก็ชี้หน้าด่าหลินเฟิงว่า "ฉันต่างหากที่เป็คู่หมั้นของเยว่หรู ไอ้ผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาแย่งคู่หมั้นของฉันไป?"
"แกวอนหาที่ตายแล้ว!" หลินเฟิงคำรามลั่น อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น จ้าวเทียนอวี่เอะอะก็ด่าว่าผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้า มันทำให้เขาโกรธจัดจนถึงขีดสุดแล้ว
ในเวลานี้ เมื่อหลิวเยว่หรูเห็นท่าไม่ดี เธอก็รีบเข้ามากอดหลินเฟิงเอาไว้แน่นทันที
"หลินเฟิง ใจเย็น ๆ ก่อน คุณเพิ่งจะออกมาจากสถานีตำรวจนะ หรือว่าอยากจะกลับเข้าไปอีก?" หลิวเยว่หรูะโเรียกสติเสียงดัง
บางทีเสียงะโของหลิวเยว่หรูอาจจะได้ผล หลินเฟิงหยุดชะงักไปในพริบตา ถ้าซ้อมจ้าวเทียนอวี่สักตั้ง มันก็คงจะระบายความโกรธได้จริง ๆ แต่ตัวเองก็คงหนีไม่พ้นต้องไปสถานีตำรวจอีกรอบ ทำแบบนี้มันไม่คุ้มเลยจริง ๆ !
"ทุกคนฟังไว้ให้ดีนะ หมอนี่เพิ่งจะถูกตำรวจปล่อยตัวออกมา ไอ้สวะแบบนี้ จะไม่ใช่ไอ้ผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าได้ยังไง?" จ้าวเทียนอวี่ฉวยโอกาสนี้ วิจารณ์หลินเฟิงทันที
"ซี๊ด! เพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมางั้นเหรอ?"
"แถมยังมาแย่งคู่หมั้นคนอื่นอีก?"
"นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย?"
"คนแบบนี้ สมควรจะถูกขังอยู่ในคุกต่อไปต่างหาก!"
"ไอ้สวะ!"
"ไสหัวออกไปเลย!"
...