งานสับมันเทศของสาวๆ (?) ถูกพักไว้ก่อน ยามนี้ทุกคนมารวมตัวกันที่หลังบ้าน สองพี่น้องบ้านถังรับหน้าที่ย่างกุ้งเสียบไม้กับปลาพอกเกลือย่าง ส่วนเสี่ยวหลินน้อยกับฮุ่ยหนิงเข้าครัวเพื่อทำน้ำจิ้มเผ็ด ต้มหอยแมลงภู่กับหุงข้าวเพิ่ม
นางยังสอนมารดาทำน้ำปรุงรสจากหอยนางรมที่ได้มาน้อยนิด โดยการนำหอยมาสับแล้วผัดกับน้ำมันเล็กน้อย เติมน้ำกับเกลือลงไปตุ๋นจนข้นเป็อันเสร็จ เสียดายที่ไม่มีน้ำตาลเลยได้น้ำมันหอยแบบเค็มๆ มาแทน
"ท่านแม่ หลังจากทำแป้งมันเทศเสร็จเราเข้าไปขายหมึกย่างในเมืองกันดีไหมเ้าคะ" เสี่ยวหลินตัวน้อยเกาะขามารดา ยืนทำตาปริบๆ
"ลูกอยากเป็แม่ค้าน้อยหรือ หืม" ฮุ่ยหนิงก้มลงมองใบหน้ากลมของบุตรสาวอย่างเอ็นดู
"เ้าค่ะ เสี่ยวหลินไม่ได้อยากค้าขายจนร่ำรวยเป็เศรษฐี เพียงแต่เสี่ยวหลินไม่อยากกินข้าวต้มที่มองไม่เห็นเมล็ดข้าวอีกแล้ว"
ฮุ่ยหนิงมองดวงตากลมโตปริ่มน้ำของบุตรสาวอย่างเ็ป นางก้มลงกอดร่างน้อยๆ โยกซ้ายขวาเบาๆ
"เอาล่ะ แล้วลูกอยากขายหมึกย่างอย่างเดียวหรือ"
"เสี่ยวหลินอยากขายหมึกย่าง กุ้งย่าง ปลาพอกเกลือย่างด้วยเ้าค่ะ" นางทำท่าคิดอย่างน่าเอ็นดู
"แล้วเราจะขายอย่างไรล่ะลูก เตรียมของจากบ้านให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปวางขายหรือ"
"เราจะสั่งทำเตากับตะแกรงเหล็กสำหรับย่างโดยเฉพาะเ้าค่ะ จริงสิ เราต้องมีถ่านด้วย"
"แต่ถ่านราคาแพงมากเลยนะลูก ส่วนใหญ่จะมีแค่ขุนนางหรือจวนคหบดีที่ซื้อไปใช้กัน"
"เสี่ยวหลินรู้วิธีเผาถ่านเ้าค่ะ!"
หลังจากพูดคุยกับมารดาจนแล้วเสร็จ ร่างน้อยๆ ก็วิ่งออกไปยังหลังบ้าน มองดูท่านอาของนางแอบแกะกุ้งกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีบิดานั่งมองทั้งยังกลืนน้ำลายลงคอ
"ท่านพ่อไม่ลองชิมดูเล่าเ้าคะ" ร่างป้อมเดินเข้าไปหาบิดา เทียนหรงรวบเอาเด็กน้อยมานั่งลงบนตักของตน
"พ่อไม่ตะกละเหมือนท่านอาของเ้า เอาไว้กินพร้อมทุกคนดีกว่า"
"แค่ก!"
"คิกคิก" มือน้อยๆ ปิดปากหัวเราเมื่อเห็นคนตะกละถลึงตามองพี่ชายของตน แต่ถึงอย่างนั้นมือของเขาก็แกะเปลือกกุ้งไม่หยุด
"จริงสิ ท่านพ่อเ้าคะ เสี่ยวหลินอยากเผาถ่าน"
"เสี่ยวหลิน การเผาถ่านมิใช่ว่าใครอยากจะทำก็ทำได้นะลูก" มือหนาลูบหัวบุตรสาวตัวน้อยที่นั่งมองมาตาแป๋ว
"เอาอย่างนี้ พ่อรู้จักคนที่เผาถ่านขายราคาถูก แต่อยู่เมืองข้างๆ เอาไว้พ่อจะพาเ้าไปซื้อดีหรือไม่"
"ขายแพงไหมเ้าคะท่านพ่อ" เสี่ยวหลินถามอย่างตื่นเต้น
"ถ่านคุณภาพต่ำกระสอบละแปดสิบอีแปะเท่านั้น"
"ดีเลยเ้าค่ะ! เสี่ยวหลินอยากขายปลาหมึกย่าง"
เทียนหรงหัวเราะจนน้ำตาเล็ด เพียงเพราะอยากขายปลาหมึกย่าง ลูกสาวตัวน้อยของเขาถึงขนาดอยากเผาถ่านเพื่อย่างปลาหมึกเลยหรือ ช่างน่ารักจริงๆ
"เอาล่ะ เอาไว้เราจัดการงานที่บ้านเสร็จเรียบร้อยก่อนค่อยไปซื้อถ่านดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะ เอาเยอะๆ เลยนะเ้าคะ"
"ขอรับคุณหนูน้อย"
"พี่ใหญ่ คืนนี้เราออกทะเลกันดีหรือไม่ ข้าอยากกินปลาหมึกย่างฝีมือเสี่ยวหลินแล้ว" เทียนเฉินทิ้งเปลือกกุ้งในมือแล้วรีบเข้ามานั่งกระแซะพี่ชายของตน
"จัดการมันเทศสิบห้ากระสอบให้แล้วเสร็จก่อนเถิด อย่าตะกละนัก"
เสี่ยวหลินนั่งหัวเราะคิกคักมองดูสองพี่น้องทะเลาะกันอย่างชอบใจ นางนึกว่าจะต้องเผาถ่านเพื่อนำไปย่างหมึกขายเสียแล้ว เพียงแค่อยากขายหมึกย่างจำเป็ต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรอเนี่ย
เสี่ยวหลินนี่มันเล่นใหญ่จริงๆ เลย
ฮุ่ยสงกับหลิวห้าวกลับมาทันอาหารมื้อเที่ยงพอดี ฮุ่ยสงกล่าวว่าอีกราวๆ สามสี่วันสหายของเขาจะมาดูพื้นที่สร้างบ้านให้ กล่าวยังไม่ทันจบดีเขาก็รีบสาวเท้าไปยังหลังบ้านเพราะได้กลิ่นหอมๆ
กุ้งย่างถูกบุรุษทั้งสี่แย่งกันกินจนแทบไม่เหลือ ยังดีที่พวกเขายังแบ่งไว้ให้เหล่าสตรีและเด็กน้อยบ้าง ไม่อย่างนั้นเสี่ยวหลินต้องหลั่งน้ำตาแน่นอน ร่างน้อยนั่งมองซากกุ้งที่กองพะเนินอยู่ตรงหน้าอย่างอึ้งๆ
"พรุ่งนี้ข้าขอไปจับกุ้งด้วยดีกว่า" หลิวห้าวเอ่ยขึ้นหลังมื้ออาหาร
"นี่เราจับกุ้งจากแอ่งเดียวเท่านั้นนะพี่ห้าว หากเราเก็บจากหลายที่ต้องได้หลายถังแน่นอน" เทียนเฉินจะกละเอ่ยตาพราว
"ท่านอาเหลือไว้ให้เสี่ยวหลินเอาไปขายด้วยนะเ้าคะ" เด็กน้อยทำหน้ายู่ ถ้าหากนางไม่เอ่ยห้ามคนพวกนี้คงจะกินกุ้งจนหมดทะเลแน่ๆ
"โถ่ เสี่ยวหลินตัวน้อยของอา ของอร่อยๆ เราก็ต้องกินจนเบื่อก่อนสิค่อยแบ่งคนอื่น เนอะ" เด็กหนุ่มจิ้มแก้มกลมๆ ของหลานสาวอย่างหยอกล้อ
"ฮึ" เด็กน้อยกอดอกทำหน้าตูม เทียนเฉินจึงอุ้มเ้าตัวน้อยมานั่งบนตัก
"ในทะเลยังมีกุ้งอีกมากนัก บางวันกุ้งกับหมึกติดตาข่ายมากกว่าปลาที่อากับพ่อของเ้าจับไปขายเสียอีก เสี่ยวหลินไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีขายนะ"
"ก็ได้เ้าค่ะ"
"เอาล่ะหนุ่มๆ พักเสร็จแล้วก็มาช่วยกันโม่มันเทศนะจ๊ะ" จางรั่วเดินมาตามสี่หนุ่ม (?) ที่จับจองพื้นที่นอนอืดอยู่บนแคร่หน้าบ้าน
ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าขนาดบ้านหลังน้อยจะจุคนได้ทั้งหมด ฮุ่ยหนิงจึงนำเสื่อฟางมาปูที่ข้างแคร่เอาไว้ให้เหล่าบุรุษโม่มันเทศ ทุกคนเข้าประจำที่เพื่อทำงานอย่างขยันขันแข็ง มีเพียงเสี่ยวหลินกับเสี่ยวจงที่ว่างงาน
"เสี่ยวจงไปเดินเล่นกัน"
มออ!~
เสี่ยวจงะโออกจากกระบะนอนอย่างร่าเริง หลายวันแล้วที่มันไม่ได้ออกไปเดินเล่น ผ่านมาครึ่งเดือนเสี่ยวจงตัวอวบอ้วนขึ้นมาก มันอยู่ดีกินดีและไม่ค่อยได้ออกแรงจึงแทบจะกลายเป็หมูแทนวัวอยู่แล้ว
"มาเร็วเข้าเสี่ยวจง" เสี่ยวหลินกวักมือเรียกเพื่อนตัวน้อย
เสี่ยวจงวิ่งเล่นอย่างร่าเริงอยู่บนที่ดินหลังบ้าน ที่ดินสองหมู่ไม่ได้ปลูกถั่วเหลืองทั้งหมด ยังคงเว้นที่ว่างหนึ่งหมู่ เอาไว้ให้เสี่ยวจงได้ออกมาเดินเล็มหญ้า
เ้าวัวน้อยก้มลงเล็มปลายหญ้าอ่อน หางเล็กๆ แกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี เสี่ยวหลินน้อยนั่งมองเสี่ยวจงอยู่ใต้ร่มไม้ นางนึกถึงนิยายย้อนยุคหลายเื่ที่เคยอ่านผ่านตา
นางเอกส่วนใหญ่มักเป็คนที่ฉลาดรอบรู้ สามารถสร้างตัวเป็เศรษฐีและโชคดีได้ผูกมิตรกับเหล่าคนใหญ่คนโต แต่ส่วนตัวนางคิดว่าการเป็จุดสนใจก็มักจะมาพร้อมกับความวุ่นวายในชีวิต
ดังนั้นนางจะไม่ใช้ชีวิตแบบนั้นเด็ดขาด นางไม่ใช่คนฉลาดรอบรู้ นางเป็เพียงแค่หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนเก่งและไม่ได้มีหัวคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่นางปราถนามาตลอดมีเพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น หวังว่าชีวิตของนางจะไม่พบเจอกับความวุ่นวายหลังจากนี้
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ครู่ใหญ่นางก็เผลอหลับไป ด้วยถึงเวลานอนกลางวันแล้ว พอตื่นขึ้นมาอีกทีนางก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนแคร่หน้าบ้านที่นอนกลางวันประจำของนาง เสี่ยวจงเองก็นอนเล่นอยู่ในกระบะนอนของมันเช่นกัน
"ตื่นแล้วหรือลูก"
"ท่านแม่" แขนป้อมกางออก ก่อนจะถูกมารดาอุ้มตัวลอยพาไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น
"เสี่ยวหลินกลับมาได้อย่างไรเ้าคะ"
"พ่อของลูกเห็นว่าหายไปนานแล้วเลยไปตามน่ะสิ" ได้ฟังดังนั้นนางก็กอดรอบคอมารดา ซบแก้มกลมลงบนไหล่บอบบางอย่างออดอ้อน
"เสี่ยวหลินอยากกินขนม"
"ที่บ้านเราไม่มีขนมเหลืออยู่เลย ให้แม่ทำให้กินดีหรือไม่" มือเรียวสางผมนุ่มให้บุตรสาว นางนำผ้ามาผูกผมทรงซาลาเปากลมๆ ให้เด็กน้อยสองลูก
"ท่านแม่มีแป้งมันกับแป้งสาลีเหลืออยู่ไหมเ้าคะ"
"แป้งมันน่าจะเหลืออยู่ ส่วนแป้งสาลีท่านพ่อของลูกซื้อมาพร้อมข้าวสารตั้งห้าสิบชั่งแหน่ะ เสี่ยวหลินอยากทำอะไรหรือ"
"ท่านแม่นึ่งมันเทศให้เสี่ยวหลินได้ไหมเ้าคะ เสี่ยวหลินอยากทำขนมมันเทศ"
"ได้จ้ะ"
สองแม่ลูกพากันเข้าครัว มันเทศปอกเปลือกหั่นชิ้นถูกนำไปนึ่ง เด็กตัวน้อยบอกให้มารดาเตรียมแป้งสาลีสามถ้วยเล็กกับแป้งมันอีกหนึ่งถ้วยเล็ก น้ำตาลอีกเล็กน้อยเพราะราคาแพงเหลือเกิน นางไม่แน่ใจเื่สัดส่วนแต่รู้เพียงแค่ส่วนผสมเท่านั้น
"จากนั้นก็รอให้มันเทศสุกแล้วเอามาบดละเอียดผสมกับแป้งเ้าค่ะ"
"แล้วทำอย่างไรต่อจ๊ะ" ฮุ่ยหนิงมองบุตรสาวตัวน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม
"นำแป้งที่ผสมแล้วมาปั้นเป็ก้อนขนาดเล็กเท่านิ้วหัวแม่มือเ้าค่ะ แล้วนำลงไปทอด"
"ดีเลย น้ำมันหมูจากคราวที่แล้วยังเหลืออยู่เยอะเชียว เพราะเรากินแค่อาหารย่างกับนึ่ง" ฮุ่ยหนิงหัวเราะอย่างขบขัน ระยะนี้คนในครอบครัวชอบกินเนื้อหมูแดดเดียวย่างกับปลาย่าง ปลานึ่ง
"หมูแดดเดียวทอดก็อร่อยมากนะเ้าคะท่านแม่"
"จริงสิ แม่เห็นว่าทุกคนชอบเนื้อหมูย่างจึงไม่เคยนำมาทอดเลย เย็นนี้แม่จะทำให้กินนะจ๊ะ"
"ดีเลยเ้าค่ะ"
เสี่ยวหลินนั่งเป็กำลังใจให้มารดาที่กำลังบดมันเทศนึ่งจนถึงขั้นตอนการผสมแป้ง หลังจากนั้นนางก็ได้ช่วยมารดาปั้นแป้งก้อนเล็กอย่างสนุกสนาน
ขนมไข่นกกระทามันม่วงหอมๆ ถูกยกออกมาหน้าบ้าน มนุษย์หนุ่มแสนตะกละทั้งหลายจึงรีบวิ่งมามุงดูอย่างรวดเร็ว
"ขนมอะไรหรือลูก" ฮุ่ยสงเอ่ยถามเป็คนแรก
"เสี่ยวหลินเรียกว่าขนมไข่นกกระทาเ้าค่ะ ลองชิมดูนะเ้าคะ ระวังร้อน" ฮุ่ยหนิงหยิบจานแบ่งไปให้มารดากับท่านยายหลิวที่นั่งพักอยู่อีกด้านหนึ่ง
"ฝีมือเสี่ยวหลินน้อยหรือนี่ อย่างนั้นต้องอร่อยแน่ๆ" เทียนเฉินจะกละหยิบขนมเข้าปากเป็คนแรก ก่อนจะรีบคายออกมาเพราะมันร้อนมาก
"โอ้ย! ร้อน"
"คิกคิก เป่าด้วยเ้าค่ะท่านอา" เด็กน้อยยกมือปิดปากหัวเราะจนตาหยี
"อร่อยมากเลยเสี่ยวหลินน้อย ทำขายด้วยได้หรือไม่ มันเทศเราก็มีเยอะ" หลิวห้าวเอ่ยขึ้นหลังจากกินขนมไปหลายก้อน
"ขนมนี้ต้องใช้น้ำมันเยอะนะเ้าคะ ในเมืองมีมันหมูขายหรือไม่เ้าคะท่านพ่อ" ร่างน้อยเดินไปเกาะขาบิดาที่กินขนมไม่หยุด
"มีสิลูก แต่คนในเมืองเขาไม่กินกันหรอก เราอาจจะได้มาโดยไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะก็ได้นะ"
"อย่างนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ แต่ก่อนอื่นเราต้องไปสั่งทำเตา ตะแกรงย่างหมึก กับกระทะเหล็กใบเล็กสำหรับทอดขนมด้วยนะเ้าคะ"
"ได้เลยลูกสาวตัวน้อยของพ่อ"
มื้อเย็นทุกคนได้กินอาหารอิ่มหนำ ด้วยสองพี่น้องถังจับปลามาเยอะ เสี่ยวหลินจึงบอกให้มารดาทำปลาราดพริกสองตัว หมูแดดเดียวทอด กินกับน้ำจิ้มและผักสดที่เก็บจากบ้านฮุ่ย เมื่อท้องอิ่มจึงทำให้พวกเขาหลับสบายจนถึงเช้า
รุ่งเช้า เสี่ยวหลินเข้าเมืองกับบิดาและมารดา เทียนหรงอยากพาภรรยาไปเดินเที่ยวในเมืองบ้าง ส่วนคนที่เหลือนั้นรวมตัวกันทำแป้งมันเทศที่บ้านเหมือนเคย เพราะยังเหลือมันเทศอีกหลายกระสอบ
เด็กน้อยนั่งบนรถเข็นท่าทางตื่นเต้น ยามนี้นางใกล้จะกลายเป็เด็กเต็มตัวแล้ว ชอบติดนิสัยออดอ้อน ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นเมื่อจะได้ออกไปเที่ยว นางมองดูชาวบ้านหลายคนที่กำลังเดินเท้ามุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเช่นเดียวกันกับนาง
"ท่านแม่อยากได้อะไรไหมเ้าคะ เสี่ยวหลินจะซื้อให้เอง"
ฮุ่ยหนิงมองดูบุตรสาวที่ยืดอกทำใจใหญ่จะซื้อของให้มารดาก็หัวเราะเบาๆ นางลูบหัวบุตรสาวตัวน้อยอย่างเอ็นดู
"แม่ไม่อยากได้อะไรหรอกจ้ะ เสี่ยวหลินจะสั่งทำเตาไม่ใช่หรือ"
"ใช่แล้ว! เสี่ยวหลินอยากได้เตาเหล็ก ราคาแพงไหมเ้าคะท่านพ่อ" เด็กน้อยลุกขึ้นยืนบนรถเข็น มือเกาะขอบไม้รอคอยคำตอบจากบิดา
"สำหรับเราตอนนี้ถือว่าไม่แพงมาก เพราะทางตะวันตกของแคว้นมีเหมืองเหล็กขนาดใหญ่อยู่หลายเหมืองทีเดียว"
"ดีเลยเ้าค่ะ อย่างนั้นเราไปสั่งทำเตากันเลยย"
เทียนหรงอุ้มบุตรสาวตัวน้อยพร้อมกับจูงมือภรรยาพาเดินเข้าไปยังร้านตีเหล็ก คนงานวิ่งเข้ามาต้อนรับอย่างนอบน้อมก่อนจะเชิญเข้าไปนั่งยังห้องรับรอง
"นายท่าน้าสินค้าชิ้นใดหรือขอรับ" นายช่างคนหนึ่งของร้านเดินออกมาต้อนรับหลังจากที่คนงานเข้าไปแจ้ง
"ข้าอยากสั่งทำเตาจากเหล็ก ตะแกรงย่าง และกระทะเหล็กขอรับ"
จบคำนายช่างเจิ้งก็ขมวดคิ้ว สินค้าแต่ละอย่างเขาไม่เคยเห็นมาก่อน เตาไฟส่วนใหญ่จะก่อจากอิฐหรือหิน ส่วนตะแกรงคืออะไรเขาเองก็ไม่รู้จัก มีเพียงกระทะเท่านั้นที่พอจะคุ้นเคย
"เสี่ยวหลินขอกระดาษกับพู่กันได้ไหมเ้าคะท่านลุง"
เจิ้งหลวนก้มมองเด็กน้อยหน้ารักดวงตากลมโตที่มองมาตาแป๋ว หัวใจของบุรุษที่อยากมีบุตรสาวถึงกับสั่นไหว เขาพยายามอย่างมากจนมีลูกถึงสามคนแต่ก็เป็บุตรชายทั้งหมด
"ได้สิคุณหนูน้อย อาจิว ไปเตรียมของมา"
"ขอรับ"
เจิ้งหลวนหันไปสั่งคนงานก่อนจะหันมามองเด็กน้อยจนเทียนหรงต้องอุ้มบุตรสาวมานั่งตักเพราะรู้สึกหวงขึ้นมา นายช่างใหญ่เริ่มรู้สึกตัวจึงแสร้งยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ
เมื่อกระดาษกับพู่กันมาถึงเสี่ยวหลินก็จัดการวาดแบบที่นาง้า อย่างแรกคือเตาย่างขนาดยาว 3 ฉื่อ กว้าง 1 ฉื่อ(1 ฉื่อ ประมาณ 23 เิเ) ยังมีเตาถ่านสำหรับทอดขนมซึ่งนางวาดตามแบบของเตาถ่านในโลกเดิม
ต่อไปเป็กระทะเหล็กขนาดกว้างรอบวงคือ 2 ฉื่อ มีหูจับทั้งสองข้างเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ส่วนอีกใบนางทำแบบมีด้ามจับเอาไว้กลับไปใช้ที่บ้านด้วย อย่างสุดท้ายเป็ตะแกรงย่างขนาดเดียวกันกับเตาย่างแต่ทำหูจับยื่นออกมาจากตะแกรงสักเล็กน้อย
เจิ้งหลวนมองดูภาพวาดของเด็กน้อยตัวกลมอย่างตกตะลึง นางวาดอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยถึงแม้จะไม่ได้อ่อนช้อยงดงามอย่างบัณฑิตแต่ก็ดูเข้าใจง่าย
"ท่านลุงทำได้ไหมเ้าคะ"
"ได้สิคุณหนู ว่าแต่จะเอาหนาบางแค่ไหนเล่า"
"เตาทั้งสองเอาแบบแข็งแรงทนทานหนาเท่านิ้วก้อยเสี่ยวหลินก็ได้เ้าค่ะ ส่วนกระทะก็เช่นกันแต่ข้าขอบางกว่ากระทะที่ท่านทำขายปกติสักหน่อยเพราะข้าอยากได้ขนาดเบาถือง่ายเ้าค่ะ"
"ได้สิ เดี๋ยวลุงทำให้นะ"
############################################