ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องลึก น้ำเสียงยืดยาดแว่วดังมาให้ได้ยินเป็ระยะ
สวี่หยางถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น เขาหมดความสนใจในตัวของจางหลิงที่อยู่ตรงหน้าไปในทันที จางหลิงที่หมอบอยู่เพียงแค่นเสียงหัวเราะเ็า นางจ้องมองแผ่นหลังของสวี่หยางที่กำลังเดินจากไปโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
สวี่หยางรีบสาวเท้าเดินลึกเข้าไปด้านในด้วยท่าทีเบิกบานใจ เสียงแหบพร่าแห่งความชราภาพยังคงดังก้องสะท้อนไปมา ทว่าเมื่อเขาเดินมาถึงบริเวณหน้ากรงขัง อารมณ์ที่กำลังเบิกบานก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสุนัขขี้เรื้อนแก่หง่อมหน้าตาอัปลักษณ์ตัวหนึ่ง มันกำลังยกขาทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันไว้ด้านหน้า พลางแลบลิ้นห้อยยาว
ทันทีที่มันเห็นสวี่หยาง ใบหน้าอันเหี่ยวย่นก็เผยรอยยิ้มประจบประแจง ก่อนจะเริ่มส่งเสียงเห่าหอนเอ๋ง ๆ ออกมา
"ให้ตายเถอะ นี่มันก็เป็หมาอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง มิน่าล่ะ ถึงได้คุยโวว่าตัวเองร้องเอ๋ง ๆ ได้เนียนนักหนา"
สวี่หยางอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา เดิมทีเขาคิดว่ามหาปีศาจที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่คงจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่เต็มใจ ทว่าผลลัพธ์ที่เห็นคืออะไรกัน? สุนัขตัวนี้กำลังกระดิกหางส่ายไปมาอย่างเริงร่า แถมยังส่งเสียงเห่าอย่างมีความสุขเสียเหลือเกิน
และที่สำคัญคือ บันทึกเื่ราวปีศาจในหัวของเขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าสุนัขตัวนี้เพียงแค่อยากจะเห่าทักทายสักสองสามคำเท่านั้นเอง
"หลี่เจี้ยน ราชันย์หมาป่า..."
สวี่หยางก้มลงมองดูรายชื่อในบัญชีมหาปีศาจที่ผู้เฒ่าหวงมอบให้พลางรู้สึกพูดไม่ออก ขนาดราชันย์หมาป่าก็ยังถูกจับมาขังไว้ที่นี่ด้วยงั้นหรือ? มหาเรือนจำแห่งนี้รับขังทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ปฏิเสธเลยจริง ๆ
ภายในบัญชีรายชื่อได้บันทึกเอาไว้ว่า บนชั้นหนึ่งของมหาเรือนจำสยบอสูรมีปีศาจถูกคุมขังอยู่ทั้งหมดสิบเจ็ดตัว การที่สวี่หยางลงมาในครั้งนี้ก็เพื่อ้าทำความคุ้นเคยกับมหาปีศาจทั้งสิบเจ็ดตัวนี้ ทางที่ดีคือต้องศึกษาและทำความเข้าใจนิสัยใจคอของพวกมันให้ถ่องแท้ เพื่อที่จะได้หาวิธีทำให้พวกมันบังเกิดความเกลียดชังต่อตัวเขาให้จงได้!
ราชันย์หมาป่าเห่าหอนอยู่นานพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นมา "พ่อหนุ่ม ข้าเห่าเป็ยังไงบ้าง? เสียงดังฟังชัดไหม? กังวานดีหรือเปล่า? เมื่อก่อนข้าเคยชนะเลิศในการแข่งขันศึกชิงจ้าวสุนัขมาแล้วนะ ซึ่งเขาตัดสินกันที่ว่า ใครจะเห่าได้ดังกังวานกว่ากันนี่แหละ!
เอาล่ะ รีบปล่อยข้าออกไปได้แล้ว!" ราชันย์หมาป่าพูดจบก็วิ่งวนไล่งับหางตัวเองอยู่สองรอบด้วยความตื่นเต้นดีใจ
สวี่หยางยกมือขึ้นกุมขมับของตนเอง ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังกรงขังอื่นเพื่อสำรวจดูทีละกรง โดยตัดสินใจเมินเฉยต่อราชันย์หมาป่าไปชั่วคราว
บันทึกเื่ราวปีศาจจะไม่สามารถจดจำมหาปีศาจที่ไม่มีค่าความมุ่งร้ายต่อเขาได้ ซึ่งข้อจำกัดนี้เป็สิ่งที่น่าหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อย อีกทั้งความอดทนอดกลั้นของมหาปีศาจพวกนี้ก็ยอดเยี่ยมเสียเหลือเกิน หรือบางทีพวกมันอาจจะแค่ี้เีเสวนาด้วย ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับแม่ครัวฝีมือดี แต่กลับไม่มีวัตถุดิบให้ทำอาหารอย่างไรอย่างนั้น
"ไอ้หนู! ไอ้หนูเอ๋ย! รีบมาตรงนี้สิ ปล่อยข้าออกไปที!" ราชันย์หมาป่ายังคงะโร้องเรียกเอะอะโวยวาย
สวี่หยางจึงเอ่ยเหน็บแนมกลับไปว่า "ทำไมข้าต้องให้หมามาร้องเอ๋ง ๆ เลียนแบบเสียงหมาด้วยล่ะ? นั่นมันก็เป็สัญชาตญาณดั้งเดิมของเ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?
เ้าก็ทนอยู่ข้างในนั้นต่อไปเถอะ เลิกเห่าเป็หมาบ้าเสียที!"
และในขณะที่สวี่หยางกำลังรอคอยให้ราชันย์หมาป่าะเิความโกรธเกรี้ยวอยู่นั้นเอง ผู้เฒ่าหวงกลับยืนอยู่บนบันได้าแล้วะโเรียกเสียงดังลั่นว่า "สวี่หยาง รีบขึ้นมาเร็วเข้า พัศดีมาถึงแล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของสวี่หยางก็พลันเคร่งขรึมลง เขารีบวิ่งจ้ำอ้าวขึ้นบันไดไปในทันที
'พัศดีมาทำอะไรเอาป่านนี้กันนะ?'
จากความทรงจำที่สวี่หยางเคยได้ยินผู้เฒ่าหวงเล่าให้ฟัง พัศดีไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ และมักจะปรากฏตัวให้เห็นเพียงปีละครั้งเท่านั้น
'นี่เราโชคดีขนาดนั้นเลยหรือ? เพิ่งจะทะลุมิติมาได้ไม่ทันไร ท่านพัศดีก็เดินทางมาตรวจตราเสียแล้ว?'
ผู้เฒ่าหวงเดินนำพาสวี่หยางมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าหุบเขา ที่เบื้องหน้ามีผู้คุมอีกสามคนกำลังยืนจัดระเบียบเครื่องแต่งกายอย่างเรียบร้อยเพื่อรอคอยพวกเขาอยู่
บนูเาแห่งนี้เมื่อนับรวมสวี่หยางแล้ว จะมีผู้คุมประจำการอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น และผู้เฒ่าหวงก็ดำรงตำแหน่งเป็หัวหน้าผู้คุม เนื่องจากเขามีาุโสูงสุด และทำงานมานานที่สุด จึงทำให้เขามีอำนาจและสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ในสถานที่แห่งนี้
"ผู้เฒ่าหวง ทำไมจู่ ๆ พัศดีถึงได้เดินทางมาที่นี่ล่ะ?" สวี่หยางขยับเข้าไปยืนเคียงข้างผู้เฒ่าหวงแล้วกระซิบถามด้วยความสงสัย
ผู้เฒ่าหวงส่ายหน้าไปมาพลางตอบ "บอกยากเหมือนกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็เพราะเื่ของราชันย์หมาป่านั่นแหละ!"
'ราชันย์หมาป่างั้นหรือ?'
ในหัวของสวี่หยางพลันปรากฏภาพสุนัขขี้เรื้อนตัวนั้นขึ้นมาทันที และยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไรต่อ บุรุษผู้หนึ่งที่สวมใส่อาภรณ์หรูหราทว่ากลับมีท่าทีเคร่งขรึมเย่อหยิ่ง ก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณด้านนอกประตูหุบเขา พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนที่เดินขนาบข้าง
สวี่หยางและผู้คุมคนอื่น ๆ ทั้งห้ารีบคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นในทันที พร้อมกับประสานเสียงกล่าวทักทาย "คารวะท่านพัศดี!"
พัศดีลูบเคราของตนเองเบา ๆ พลางพยักหน้ารับ "เตรียมห้องทรมานให้พร้อม แล้วไปลากตัวราชันย์หมาป่าออกมาให้ข้า วันนี้ข้าจะต้องเค้นคอให้มันยอมสารภาพทุกอย่างให้จงได้!"
ผู้เฒ่าหวงพยักหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขากำลังจะเอื้อนเอ่ย สวี่หยางก็ชิงเสนอตัวขึ้นมาเสียก่อน "ผู้เฒ่าหวง ให้ข้าเป็คนไปจัดการเองเถอะ"
"เช่นนั้นก็ดี เ้าจงไปเถอะ นี่คือกุญแจ จำไว้ว่าต้องใส่กุญแจมือหลี่เจี้ยนให้แ่า อย่าปล่อยให้มันทำร้ายเ้าได้ล่ะ"
สวี่หยางรับกุญแจมือมาถือไว้แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังกรงขังของราชันย์หมาป่าอย่างรวดเร็ว เมื่อราชันย์หมาป่าเห็นสวี่หยางเดินกลับมา มันก็ไม่ได้สนใจที่จะเงยหน้าขึ้นมองเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งสวี่หยางไขกุญแจเปิดประตูเหล็กออก มันจึงค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน
"กุญแจมืองั้นหรือ? เ้าไม่ได้ตั้งใจจะมาปล่อยข้าออกไปนี่นา!"
ราชันย์หมาป่ากลายร่างกลับมาเป็มนุษย์ รูปลักษณ์ของมันคือชายชราที่แก่หง่อมหลังค่อม ทั่วทั้งเรือนร่างเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น่าเกลียดน่ากลัว ที่ข้อมือและข้อเท้าถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเส้นใหญ่ เพียงแค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็เกิดเสียงเหล็กกระทบกันดังแกรกกราก
สวี่หยางชูกุญแจมือในมือขึ้นพลางเอ่ยถาม "หลี่เจี้ยน เ้าจะยอมสวมมันด้วยตัวเองดี ๆ หรือจะให้ข้าเป็คนสวมให้?"
หลี่เจี้ยนเบ้ปากด้วยความรังเกียจก่อนจะเอ่ยขึ้น "ไอ้สุนัขรับใช้จ้าวซื่อินั่นมาอีกแล้วใช่ไหม? มาตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรกัน"
ทว่าราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี เขาไม่ได้ทำให้สวี่หยางต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย ยอมหยิบกุญแจมือขึ้นมาสวมด้วยตัวเองอย่างว่าง่าย
ทั้งสองเดินก้าวออกจากกรงขัง มุ่งหน้าไปตามเส้นทางเดินแคบ ๆ ที่ทอดยาวตรงไปยังห้องทรมาน ตราบใดที่มหาปีศาจยังคงถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำแห่งนี้ นอกเหนือจากความสามารถในการจำแลงกายแล้ว พละกำลังและพลังเวทของพวกมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาสามัญ ดังนั้นสวี่หยางจึงไม่ต้องกังวลเลยว่า อีกฝ่ายจะจู่โจมและลงมือสังหารเขาอย่างกะทันหัน
สวี่หยางลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ก้าวเข้ามาในห้องทรมานแห่งนี้ เครื่องมือทรมานสารพัดรูปแบบที่จัดวางเรียงรายอยู่ภายใน เพียงแค่ปรายตามองก็ชวนให้รู้สึกสยดสยองจนตัวสั่นเทาแล้ว
"สวี่หยาง เ้ากลับไปพักเถอะ ที่นี่ไม่้าเ้าแล้ว" ผู้เฒ่าหวงเอ่ยปากไล่ให้สวี่หยางรีบออกไปจากที่นี่
ในสายตาของผู้เฒ่าหวง สวี่หยางยังคงเป็เพียงเด็กใหม่ที่ไม่เคยรับหน้าที่ลงทัณฑ์ผู้ใดมาก่อน กระบวนการทรมานอันแสนโเี้เหล่านี้ แม้แต่ผู้คุมเก่าแก่เช่นพวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามันโหดร้ายและน่ากลัวเกินไป
"ไม่เป็ไรหรอกผู้เฒ่าหวง ท่านอายุมากแล้ว ปล่อยให้งานที่ต้องใช้แรงกายแบบนี้เป็หน้าที่ของคนหนุ่มอย่างพวกเราเถอะ"
ผู้เฒ่าหวงขมวดคิ้วจ้องมองสวี่หยางด้วยความตำหนิ
'เหตุใดเ้าเด็กนี่ถึงได้ดื้อรั้นและไม่รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์เอาเสียเลยนะ'
"ผู้เฒ่าหวง ในเมื่อไอ้หนูนี่มันอาสาอยากจะทำ ก็ปล่อยให้เขาทำไปเถอะ ข้าว่าเด็กคนนี้ก็หน่วยก้านไม่เลวเลยนะ มีความกระตือรือร้นในการทำงานดีมาก!"
ผู้คุมอีกสามคนที่เหลือต่างก็ส่งสายตาจับจ้องมาที่สวี่หยางด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป พวกเขาต่างแสดงสีหน้ารังเกียจและดูแคลนพฤติกรรมประจบสอพลอของเขาอย่างเห็นได้ชัด
"เอาเถอะ สวี่หยาง เ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของท่านพัศดีอย่างเคร่งครัดล่ะ ท่านสั่งให้เ้าทำสิ่งใดเ้าก็ต้องทำตามนั้น ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด เข้าใจไหม?!"
สวี่หยางพยักหน้ารับคำ จากนั้นผู้คุมคนอื่น ๆ ก็พากันเดินออกไปจากห้องจนหมด เหลือเพียงแค่พัศดี สวี่หยาง และราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนที่ยังคงรั้งอยู่ภายในห้องทรมานเท่านั้น
พัศดีเอ่ยคำสั่งออกมาอย่างเฉียบขาดในทันที "จับมันมัดแล้วแขวนคอขึ้นไปซะ"
สวี่หยางรีบลงมือจัดการตามคำสั่ง เขาจ้องมองราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนพลางเอ่ยข่มขู่ "เตรียมตัวเตรียมใจไว้เถอะ วันนี้ข้าจะทำให้เ้าต้องลิ้มรสความทรมานจนอยู่ไม่สู้ตายเลยทีเดียว!"
ภายในใจของสวี่หยางนั้นลิงโลดด้วยความยินดียิ่งนัก เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาวิธีทำให้มหาปีศาจพวกนี้บังเกิดค่าความมุ่งร้ายต่อเขาได้อย่างไร การมาเยือนของพัศดีในครั้งนี้ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน
ราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย "ไอ้หนู เดี๋ยวตอนลงมือก็ออกแรงให้มันเยอะ ๆ หน่อยล่ะ อย่าเพิ่งหมดแรงไปเสียก่อนที่ข้าจะรู้สึกเจ็บก็แล้วกัน!"
เมื่อหลี่เจี้ยนถูกจับแขวนห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ พัศดีก็แค่นเสียงหัวเราะเ็าพลางออกคำสั่ง "ใช้ตะขอเหล็กสองอันนี้แทงทะลุกระดูกไหปลาร้าของมันซะ! ข้าอยากจะเห็นนักว่ามันจะยังปากดีได้อีกนานแค่ไหน!"
สวี่หยางพยักหน้ารับคำสั่ง เขาคว้าตะขอเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วแทงทะลุเข้าไปที่กระดูกไหปลาร้าทั้งสองข้างของหลี่เจี้ยนอย่างแรง โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนจนย้อมเสื้อผ้าของพวกเขาทั้งสองคนกลายเป็สีแดงฉาน
แต่ถึงกระนั้น ราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนก็ยังคงกัดฟันแน่นและไม่ยอมส่งเสียงร้องโอดครวญออกมาเลยแม้แต่แอะเดียว ช่างเป็ความทรหดอดทนที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
พัศดีจ้าวซื่อิลูบเคราของตนเองพลางส่ายหน้าไปมา เขาจ้องมองราชันย์หมาป่าหลี่เจี้ยนก่อนจะเอ่ยขึ้น "ไอ้สุนัขจรจัด รีบสารภาพมาซะ ว่าลูกสัตว์เดรัจฉานสองตัวของเ้าซ่อนอยู่ที่ไหน หากยอมบอกมาแต่โดยดี ข้าจะละเว้นโทษทัณฑ์ให้เ้าได้เจ็บตัวน้อยลงหน่อย"
หลี่เจี้ยนถ่มน้ำลายใส่ตัวพัศดี พร้อมกับตอกกลับด้วยน้ำเสียงดุดัน "ถุย! อย่างเ้ามีสิทธิ์มาต่อรองกับข้าด้วยงั้นหรือ?"
พัศดีโกรธจัดจนแทบคลุ้มคลั่ง เขาออกคำสั่งให้สวี่หยางประเคนสารพัดเครื่องมือทรมานทุกรูปแบบเข้าใส่หลี่เจี้ยนอย่างไม่ยั้งมือ!
หลังจากผ่านการทรมานอย่างหนักหน่วงไปกว่าครึ่งชั่วยาม สภาพของราชันย์หมาป่าก็บอบช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทางด้านสวี่หยางเองก็เหนื่อยหอบจนตัวโยน การลงทัณฑ์อย่างต่อเนื่องยาวนานสูบเอาพละกำลังของเขาไปจนเกือบหมดสิ้น
ราชันย์หมาป่าตกอยู่ในสภาพครึ่งเป็ครึ่งตาย ทว่ามันกลับไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่ครึ่งคำ
พัศดีเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าและหมดความอดทน "พามันกลับไปขังตามเดิมเถอะ เสียเวลาจริง ๆ !"
สวี่หยางพยักหน้ารับคำ เขาปลดเชือกที่แขวนร่างของราชันย์หมาป่าลงมา เปิดประตูออก แล้วลากร่างของมันกลับไปตามทางเดิน ราวกับกำลังลากซากสุนัขที่ตายแล้วอย่างไรอย่างนั้น