ขณะเดินทางกลับ โม่เฟิงได้ตรวจดูสิ่งของที่ประมูลมาได้ทั้งหมด เขามียันต์รูปแบบโจมตี ป้องกัน และรักษาระดับสองขั้นสูงบี่สิบใบ ระดับสามขั้นต้นเก้าใบ แหวนมิติระดับสามขั้นต้นห้าวง ดวงจิตของมังกรปฐพีหางหนาม และยังมีอาวุธ ชุดเกราะ รวมถึงชุดเกราะอ่อนอยู่อีกสิบกว่าชุด มูลค่าของชิ้นเล็ก ๆ ที่ประมูลมาได้ทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วอาจมากถึงหนึ่งพันเหรียญทอง
แต่มูลค่าของสิงของทั้งหมดที่ประมูลได้มานั้น เทียบไม่ได้กับราคากระถางหลอมโทสะเพียงแค่ใบเดียว ที่ราคาสูงถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทอง ด้วยราคาที่สูงขนาดนี้ มันย่อมดึงดูดผู้ที่ไม่หวังดีให้เข้ามาช่วงชิง
ระดับพลังของโม่เฟิงในตอนนี้ เขายังไม่มีปัญญาพอที่จะรักษามันเอาไว้ได้ จึงต้องพึ่งพาตระกูลปิงและตระกูลเฉียน
ในระหว่างเดินทางกลับ เสี่ยวฟ่านเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าจะเอากระถางหลอมโทสะราคาแพงขนาดนี้ไปทำอะไร หรือเจ้าจะหันมาค้าขายอาวุธ?”
โม่เฟิงส่ายหน้า “ข้าไม่ได้คิดจะเป็นนักค้าอาวุธอย่างที่เจ้าบอก แต่กระถางใบนี้ยังมีความลับอีกมากมายซ่อนเอาไว้อยู่ ข้าต้องใช้เวลาศึกษามันซักระยะ ถึงจะรู้ว่าสมควรใช้มันเยี่ยงไรดี”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยเรื่องสิ่งของที่ประมูลมาได้ คิ้วของปิงหยวนและปิงมู่ก็ขมวดเข้าหากัน พวกเขารีบคว้าร่างของทุกคนกระโดดออกจากรถม้า
ตูมมม!
รถม้าที่พวกเขานั่งมาถูกกลุ่มชายชุดดำทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ปิงหยวนจึงได้ตะโกนถาม
“พวกเจ้าเป็นใคร ถึงกล้ามาก่อเรื่องในเขตของเมืองตะวันดับแห่งนี้!”
ชายชุดดำทั้งสิบไม่ได้ตอบคำถามของปิงหยวน พวกเขาตีวงล้อมเพื่อปิดเส้นทางหนี
ระดับพลังของชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสูงถึงขอบเขตหลอมดวงจิตระดับที่สิบ อีกนิดเดียวก็จะเข้าสู่ขอบเขตผสานวิญญาณแล้ว นอกจากนั้นพวกลูกนอกของเขายังมีระดับพลังสูงถึงขอบเขตหลอมดวงจิตระดับสี่ไปจนถึงระดับที่หก ทำให้ปิงหยวนไม่กล้าประมาทแม้แต่นิดเดียว
“กระทิงน้ำแข็งสถิตร่าง” เห็นระดับพลังของศัตรูเช่นนั้นปิงหยวนจึงรีบนำดวงจิตของสัตว์อสูรเข้ามาสถิตในร่าง ทำให้ร่างกายของเขาถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยเกราะน้ำแข็งที่หนาเตอะ
ส่วนปิงมู่ปล่อยพลังลมปราณธาตุน้ำแข็งออกมา ทำให้รอบกายของเขามีอุณหภูมิที่เย็นจัดกระจายตัวออกมา
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มออกคำสั่งแก่ลูกน้อง ร่างกายถูกล้อมรอบไปด้วยพลังลมปราณธาตุความมืดอันน่าหวาดหวั่น
“พวกเจ้าไปเอากระถางหลอมโทสะจากเจ้าเด็กนั่นมาให้ข้า ส่วนข้าจะขอประมือกับผู้ฝึกยุทธธาตุน้ำแข็งที่หายากดูซะหน่อย อย่าทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังเสียล่ะ!”
ปิงหยวนสีหน้าเคร่งเครียด ในบรรดาธาตุทั้งหมด ธาตุความมืดเป็นหนึ่งในธาตุที่ต่อกรด้วยยากที่สุด เพราะลักษณะพิเศษของพลังธาตุความมืดนั้น คือการบั่นทอนและดูดกลืนพลังลมปราณของผู้ฝึกยุทธธาตุอื่น ๆ และเมื่อสังเกตจากการปลดปล่อยพลังลมปราณของอีกฝ่ายแล้ว ชายชุดดำผู้นี้น่าจะอยู่ในสายแปรสภาพเช่นเดียวกับปิงมู่ การรับมือจึงทำได้ยากขึ้นไปอีก
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มพุ่งเข้าใส่ปิงหยวน ปล่อยฝ่ามือขวาที่ห่อหุ้มเอาไว้ด้วยพลังลมปราณธาตุความมืดออกมา
ปิงหยวนทิ้งน้ำหนักลงไปที่ฝ่าเท้า ปักหลักอยู่กับที่ ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างที่ถูกหุ้มเอาไว้ด้วยเกราะน้ำแข็งตั้งรับฝ่ามือของอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ทว่ายามที่กำลังรับฝ่ามือของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกได้ว่า พลังลมปราณของเขาได้ถูกดูดออกไปเล็กน้อย
ชายชุดดำมองไปที่มือขวา “เกราะของสายสถิตวิญญาณที่เอาจุดเด่นทางด้านร่างกายของสัตว์อสูรมาใช้ยังคงแข็งแกร่งไม่เคยเปลี่ยน ถึงขนาดทำให้ฝ่ามือของข้าที่ปล่อยออกไปถูกน้ำแข็งกัดเซาะในเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจที่สัมผัสโดน ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก”
ชายชุดดำใช้ฝ่ามือข้างซ้ายสัมผัสไปที่ใบหน้าของตัวเอง หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน พลังลมปราณธาตุความมืดล้นทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ช่างน่าสนุกเหลือเกิน!”
ปิงมู่กำลังรับมือกับชายชุดดำนับสิบ ถึงแม้ระดับพลังของเขาจะสูงกว่าชายชุดดำพวกนี้ แต่การที่ต้องปกป้องคุ้มครองเด็ก ๆ และรับมือกับอีกฝ่ายไปด้วยนั้น นับเป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก
ขณะที่กลุ่มของชายชุดดำกำลังได้เปรียบ ผู้คุ้มกันที่โม่เฟิงขอไว้ก็ได้มาถึง “ท่านปิงหยวน พวกข้ามาช่วยแล้ว!”
เหล่าผู้คุ้มกันรีบเข้ามาช่วยเหลือปิงหยวนกับปิงมู่รับมือกับอีกฝ่าย ผู้คุ้มกันที่มาถึงมีจำนวนเพียงแค่ห้าคน และทุกละคนมีระดับพลังเพียงแค่ขอบเขตหลอมดวงจิตระดับสามและสูงสุดอยู่ที่ระดับห้า ต่ำกว่าคนในกลุ่มของชายชุดดำเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ช่วยผ่อนแรงของปิงมู่ไปได้มาก
การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสี โม่เฟิงที่กำลังยืนดูอยู่ ตัดสินใจนำของที่ประมูลได้ออกมาใช้ “ยันต์อสรพิษเขี้ยวสายฟ้า”
โม่เฟิงอาศัยจังหวะที่ชายชุดดำกำลังรับมือกับปิงมู่ ใช้ยันต์อสรพิษเขี้ยวสายฟ้า ปล่อยสายฟ้ารูปอสรพิษจำนวนห้าสาย พุ่งไปโจมตีเหล่าชายขุดดำที่ไม่ทันได้ระวังตัว
อสรพิษสายฟ้าพุ่งเข้าไปใกล้ ชายชุดดำสองคนไหวตัวทัน สามารถหลบการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ทว่า...ชายชุดดำอีกสามคนไม่ได้โชคดีอย่างพวกเขาทั้งสอง ไม่อาจหลบการโจมตีนี้พ้น ต้องรับสายฟ้าเข้าไปจนตัวแข็งทื่อ ชะงักงันไปเสี้ยวขณะ
อั๊ก!
จังหวะที่ชายชุดดำทั้งสามคนหยุดชะงักไป ปิงมู่ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอย “กระบี่ภูติเหมันต์”
กระบี่น้ำแข็งหลายสิบเล่มก่อตัวขึ้นด้านหลังของปิงมู่ ก่อนจะพุ่งเข้าปักร่างของชายชุดดำทั้งสาม ทำให้ร่างกายของพวกเขาถูกไอเย็นจากกระบี่กลืนกิน แปรสภาพกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ก่อนจะแตกกระจายเป็นเศษซาก
ชายชุดดำสองคนที่รอดจากอสรพิษเขี้ยวสายฟ้าไปได้ ได้แต่ยืนดูเพื่อนของตนเองถูกสังหาร
“นี่แก!” ชายชุดดำที่เหลืออยู่รู้สึกโกรธ พวกเขาพยายามที่จะกระโจนเข้าหาโม่เฟิง แต่ถูกปิงมู่สกัดเอาไว้
เมื่อจำนวนของอีกฝ่ายลดลงไปสามคน ปิงมู่และเหล่าผู้คุ้มกันเริ่มเป็นฝ่ายโจมตีกลับ พวกเขาได้ลงมือสังหารชายชุดดำไปทีละคนสองคน ปิงมู่จึงฝากชายชุดดำที่เหลือให้เหล่าผู้คุ้มกันเป็นคนจัดการ “พวกเจ้าจัดการที่เหลือ เดี๋ยวข้าจะไปช่วยท่านปิงหยวน”
“ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ การป้องกันของเจ้านับว่าแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว แต่จะทนไปได้นานแค่ไหนกัน!”
ปิงหยวนถูกหัวหน้ากลุ่มของชายชุดดำกดดันอย่างหนัก ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล แม้การป้องกันของเขาจะแข็งแกร่ง แต่การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายนั้นรวดเร็วนัก ทั้งยังเปลี่ยนพลังลมปราณธาตุความมืดเป็นหอกแหลม พุ่งเข้ามาโจมตีได้จากทั่วทุกมุม
นอกจากนั้น การปะทะกันแต่ละครั้งอีกฝ่ายยังดูดกลืนพลังลมปราณของตนออกไปจำนวนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะโจมตีกลับไป ก็ไม่เคยสัมผัสถูกตัวอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชายชุดดำเคลื่อนที่อย่างว่องไว ชั่วพริบตาไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของปิงหยวน พลังลมปราณก่อตัวเป็นหอกแห่งความมืด พุ่งตรงเข้าใส่ปิงหยวนจากด้านหลัง
ปิงหยวนสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณของอีกฝ่ายที่พุ่งมาจากด้านหลัง แต่การจะหันกลับไปป้องกันก็ไม่ทันแล้ว จึงพยายามเพิ่มพลังลมปราณให้กับเกราะหลัง ป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นบาดเจ็บสาหัส
หอกแห่งความมืดพุ่งเข้ามาใกล้ ในเสี้ยววินาทีที่มันกำลังจะปะทะกับแผ่นหลังของปิงหยวน ปิงมู่ได้กระโจนลงมา สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาป้องกันหอกแห่งความมืดเอาไว้ได้ทัน
เคร้ง!!!
เห็นปิงมู่โผล่อยู่ตรงหน้า หัวหน้าชายชุดดำจึงหันไปมองดูลูกน้องของตนที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง “ไม่ได้เรื่อง!”
หัวหน้าชายชุดดำจึงออกคำสั่งให้ทุกคนถอย เพราะหากยื้อต่อไป หน่วยลาดตระเวนของเมืองตะวันดับคงจะมาถึงในอีกมานาน การหลบหนีออกจากเมืองตะวันดับจะทำได้ยากขึ้น
เห็นกลุ่มของชายชุดดำกำลังจะหลบหนี ปิงหยวนย่อมไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายนั้นหลบหนีไปได้ง่าย ๆ
“ลมหายใจกระทิงเยือกแข็ง!”
ปิงหยวนสูดอากาศเข้ามาเต็มปอด ก่อนจะพ่นลมหายใจเยือกแข็งเข้าใส่ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มของชายชุดดำ
ลมเย็นยะเยือกลอยเข้ามา หัวหน้ากลุ่มของชายชุดดำแสยะยิ้ม “หึ!” เขาโคจรพลังลมปราณธาตุความมืดเป็นวงกลม ดูดกลืนไอเย็นที่ปิงหยวนปล่อยออกมาซะจนหมดสิ้น
“เขี้ยวนรกทลายซาก!”
พลังธาตุความมืดรวมตัวกันเหนือศีรษะของหัวหน้าชายชุดดำจนกลายเป็นศีรษะของสุนัขแห่งความมืด ง้างขมเขี้ยวพุ่งตรงเข้าหาปิงหยวน
ปิงหยวนไม่อาจถอย เพราะด้านหลังของเขามีเด็ก ๆ ยืนอยู่ เขาจึงใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างรับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้
ครึด ครึดๆๆๆ
การโจมตีขอชายชุดดำดูแล้วทรงพลังยิ่ง เท้าทั้งสองข้างของปิงหยุนที่ยันการโจมตีเอาไว้ถึงกับครูดไถลไปกับพื้นเป็นทางยาว
“ย้ากๆๆๆๆ”
ปิงหยวนเกร็งพลังลมปราณทั้งหมด ใช้มือทั้งสองข้างบดขยี้การโจมตีของชายชุดดำจนสลายไป
ปิงหยวนใช้พลังลมปราณและเรี่ยวแรงเกินขีดจำกัดได้สำลักเอาเลือดเสียออกมา ตอนนี้เขาตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงเป็นอย่างยิ่ง ปิงมู่จึงต้องรีบเข้ามาประคองร่างของปิงหยวนเอาไว้
“ข้าไม่เป็นไร!” ปิงหยวนจ้องไปยังทิศทางที่กลุ่มของชายชุดดำได้หลบหนีไป เขาเคยประมือกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมดวงจิตระดับที่สิบมามากมาย แต่ในบรรดาคนเหล่านั้น ชายชุดดำผู้นี้นับว่าเก่งกาจที่สุด มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตผสานวิญญาณได้แล้ว
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ