เมื่อนางฟื้น กลับพบว่าตัวเองอยู่ในห้องแปลกตา นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงไร้ผ้าผ่อนห่มร่าง เสื้อผ้าถูกโยนกระจัดกระจายอยู่บนพื้น อวิ๋นจือสะดุ้งใ ทว่าจูอู่กลับนั่งเปลือยอกกินถั่วลิสงอยู่ที่โต๊ะข้างๆ และเวลานี้ก็กำลังจับจ้องนางอย่างกระหาย
“เ้าทำอะไรข้า?!” น้ำเสียงทั้งเอาเื่และเกลียดชัง
“ฮูหยิน ท่านอย่าโทษข้าเลย ใครใช้ให้ท่านเกิดมาต่ำต้อยกว่าคุณหนูจิ่นผินเล่า!”
“เ้าหมายความว่าอะไร! สารเลว! เ้าคนชั่ว!” อวิ๋นจือรีบคว้าผ้าห่มมากำบังกาย ใบหน้างดงามบิดเบี้ยว ร้องะโปานจะขาดใจตาย!
ทันใดนั้นประตูห้องถูกคนถีบ ผู้ที่มาคือจูฉุนอี้ ไม่เพียงแต่จูฉุนอี้ ซ้ำยังมีฮูหยินผู้เฒ่าและผู้หลักผู้ใหญ่ตระกูลจูอีกสามสี่คน!
จูอู่เห็นดังนั้น ขาทั้งสองสั่นระริกราวกับจับไข้ด้วยความใ ชี้นิ้วใส่ลู่อวิ๋นจือที่หมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านโหว เื่นี้ข้าไม่เกี่ยว เป็ฮูหยิน! ฮูหยินนางยั่วยวนข้า!”
จูฉุนอี้ถูกไฟโกรธแผดเผาไปทั่วร่าง เดินจ้ำอ้าวก้าวใหญ่เข้าไปสะบัดฝ่ามือใส่อวิ๋นจืออย่างรุนแรงสองฉาด “นางผู้หญิงน่าไม่อาย!!”
เส้นผมดำขลับของอวิ๋นจือตกสยายลงมาที่หน้าอก ใบหน้าบวมแดง เ็ปจนไร้ความรู้สึกเสียแล้ว ได้แต่จับจ้องจูฉุนอี้ทั้งเช่นนั้นพลันแสยะยิ้ม กล่าวว่า “ถ้าข้าบอกว่าถูกใส่ความ ท่านจะเชื่อไหม”
ครั้นจูอู่ได้ยินดังนั้น ก็นั่งคุกเข่าโขกหัวกับพื้น โขกจนหัวแตกเือาบ ทั้งยังยืนกรานว่าอวิ๋นจือยั่วยวนเขาอยู่ท่าเดียว
จูฉุนอี้ยิ่งเดือดดาลจนควบคุมไม่อยู่ ผลักนางล้มลงอย่างเกรี้ยวกราดรุนแรง “ข้าขอปลดนางแพศยาเยี่ยงเ้า เพื่อมิให้เป็เสนียดจัญไรแก่สกุลจู!”
ขณะที่อวิ๋นจือถูกหามตัวออกไป นางเห็นใบหน้ายิ้มแย้มสุขสมหวังของลู่จิ่นผิน
ภายในชั่วประเดี๋ยวเดียว ข่าวอื้อฉาวระหว่างฮูหยินจวนเว่ยเหวินโหวและบ่าวรับใช้มีสัมพันธ์ต้องห้ามกันในโรงเตี๊ยมแพร่สะพัดไปรวดเร็ว จนผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองต่างรับรู้กันถ้วนหน้า เนื่องจากความรู้สึกที่เคยมีให้ จูฉุนอี้แห่งจวนเว่ยเหวินโหวจึงเพียงสั่งปลดนาง ด้วยเหตุนี้ ชาวเมืองเจี้ยนผิงจึงวิจารณ์ต่างๆ นานากันสนุกปาก
“ผู้หญิงที่ทำผิดผีเยี่ยงนี้ควรจะให้นางผูกคอตายๆ ไปเสีย ท่านเว่ยเหวินโหวมีเมตตาเกินไปแล้ว”
“ท่านโหวผูกใจรักนางแต่เพียงผู้เดียว นางยังกลับทำเื่บัดสีเช่นนี้ได้ลงคอ ผู้หญิงพรรค์นี้ยังจะกล้ามีหน้าอยู่บนโลกนี้อีกหรือ”
ฤดูใบไม้ร่วงปีเทียนเจาที่สามสิบเอ็ดแห่งแคว้นต้าฉี ฉู่อ๋องและจ้าวสุยบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติ ฮ่องเต้หลี่เจิ้งจำต้องเขียนพระราชโองการสละราชบัลลังก์ ฉู่อ๋องเสด็จขึ้นครองราชย์ เปลี่ยนชื่อแคว้นเป็ฉู่จ้าว ฮ่องเต้องค์ใหม่ประกาศเกียรติคุณแก่เหล่าขุนนางที่ยอมจำนน โดยไม่เปลี่ยนแปลงยศตำแหน่งเดิมของพวกเขา อีกทั้งบางคนยังได้รับการเลื่อนขั้น แน่นอนว่าจวนเว่ยเหวินโหวก็หาได้เป็ข้อยกเว้นไม่
ในเวลาเดียวกัน เว่ยเหวินโหวสมรสกับลู่จิ่นผิน ธิดาในภรรยาเอกแห่งจวนอู่อันโหว
อวิ๋นจือนอนผมเผ้ากระเซิงหลุดลุ่ยอยู่ในวัดปรักหักพัง ที่วัชพืชขึ้นรกรุงรังไปทั่ว เสื้อผ้าขาดวิ่นจนไม่อาจกำบังกายได้ ปากแห้งแตกไร้สีเืแม้เพียงนิดเคี้ยวใบหญ้าแห้งเฉาอย่างเฉื่อยชา
“ข้าถูกจัดฉาก ท่านเชื่อไหม ถูกคนใส่ร้าย ท่านเชื่อไหม” เอาแต่พูดประโยคเ่าั้ซ้ำไปซ้ำมา
“ข้าเชื่อ! ข้าเชื่อท่านหมดใจ!”
เสียงร่าเริงมีความสุขปนกับความร้ายกาจดังขึ้นท่ามกลางวัดทรุดโทรมวังเวง
สองตาพร่ามัวของลู่อวิ๋นจือค่อยๆ หันไปทางต้นเสียง นางเห็นลู่จิ่นผินเดินลูบท้องเข้ามาด้วยใบหน้าที่มีความสุขบนความทุกข์ของนาง
อวิ๋นจือหรี่ตา ตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น จะวิ่งเข้าหาลู่จิ่นผินด้วยความโกรธแค้น “เ้าใส่ร้ายข้า! ข้าจะไปหาท่านโหว บอกว่าทั้งหมดเป็แผนชั่วของเ้า!”
อวิ๋นจือยังไม่ทันวิ่ง ก็ถูกผู้อารักขาสองคนด้านหลังลู่จิ่นผินถีบใส่คนละขาจนล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น
ทันใดนั้น ลู่อวิ๋นจือร้องอัก กระอักเืสดๆ ออกมาคำใหญ่
“ท่านพี่ ท่านยังไม่ตัดใจอีกรึ ข้าจะบอกความจริงเป็บุญให้ก็ได้ หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าข้าตั้งท้องก็อยากจะถีบไสไล่ส่งท่านออกจากบ้าน นางเป็คนหลอกท่านให้ออกไปนอกเมือง แล้วสั่งให้จูอู่ขืนใจท่านเสีย โถ่ ใครใช้ให้ท่านเติมเต็มความ้าเขาไม่ได้เล่า อ้อ...ใช่ ที่ท่านแท้งลูกครั้งก่อน วันนั้นตอนที่ข้าไปจวนโหวไม่ทันระวัง วางม้านั่งปลายเตียง ทิ้งไว้นอกห้องท่าน ใครใช้ให้ท่านตาบอดสะดุดล้มกันเล่า ฮ่าๆๆ...”
“ลู่จิ่นผิน!! ข้าติดค้างอะไรเ้า ถึงทำกับข้าแบบนี้!!”
“ข้าเป็ลูกภรรยาเอก เหตุไฉนถึงต้องแต่งเข้าจวนกงที่ใกล้จบสิ้นเต็มทนด้วยเล่า ส่วนท่านเป็แค่ลูกอนุ แต่กลับนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนตำแหน่งฮูหยินแห่งจวนโหว เสพสุขอยู่กับความรักของผู้เป็สามี ท่านมีสิทธิ์อะไร”
“นั่นเป็สิ่งที่แม่เ้าเลือกให้ เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”
ลู่จิ่นผินได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปเหยียบมือนางด้วยใบหน้าดุร้าย อวิ๋นจือได้แต่ร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา
“ใครใช้ให้ท่านแย่งท่านโหวไป ถ้าวันนั้นข้าเป็คนออกไปจุดธูปไหว้เ้า คนที่แต่งเข้าจวนโหวจะตกมาถึงท่านได้อย่างไร! โชคดีที่ฟ้ามีตาให้ข้ากับท่านโหวได้ร่วมเรียงเคียงหมอนเป็สามีภรรยากัน ลู่อวิ๋นจือ ท่านเ็ปใจใช่ไหม ยังมีเื่ที่ปวดใจได้มากกว่านี้อีก อยากฟังไหมเล่า” ระดับความแรงของฝ่าเท้าลู่จิ่นผินทวีขึ้น นางค้อมกายกระชากผมยาวๆ ของอวิ๋นจืออย่างแรงราวกับปีศาจร้ายหมายจะเอาชีวิต “เมื่อเช้าลูกชายท่านอิ้นเกอร์ไม่ทันระวัง ตกสระบัวตายไปแล้วอย่างไรเล่า ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่าลูกท่านยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงไม่อาจฝังร่างไว้ที่สุสานบรรพบุรุษสกุลจูได้ ดังนั้นก็เลยให้คนหามเอาไปฝังไว้ที่ป่าช้าแล้ว...”
“อ๊า!!!” อวิ๋นจือะโเสียงแหบพร่า หัวใจเ็ปรวดร้าวราวกับถูกมีดเล่มทื่อค่อยๆ เฉือนจนฉีกขาด ทุกอนุภาคส่วนทั่วเรือนร่างอัดแน่นด้วยความเกลียดชังสุดขีดอย่างมิอาจทวีเพิ่มได้อีก ทันใดนั้นชีพจรหยุดเต้น พลันกระอักเืสีแดงฉานเนืองนอง...
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6