“จะลากฉันมาด้วยทำไมเนี้ย ไกลก็ไกลหิวข้าวก็ให้ไปหาซื้อกินเอาสิ” ยามาบ่นมาตลอดทาง พริมาโทรไปบอกว่าจะเอาอาหารกับขนมมาให้นพคุณ เพราะช่วงนี้เขาไม่ได้กลับบ้านคุณนพรักษ์กับภารดีก็เป็นห่วง ไม่รู้ว่าเขาจะเรียนหนักเกินไปได้กินข้าวบ้างหรือเปล่าความจริงหล่อนไม่ได้ชวนยามามาด้วย เพียงแต่บอกว่าเสาร์นี้หล่อนไม่อยู่คงต้องขอเลื่อนนัดออกไปก่อนเพราะสองสาวนัดกันจะไปดูหนัง แต่ยามาเข้าใจว่าพริมาชวนมาด้วยได้อย่างไรหล่อนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันตอนเช้าลงมาก็เจอเพื่อนสนิทนั่งคุยกับแม่และพ่อเลี้ยงของหล่อนอยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว
“น่าๆ อย่าบ่น กลับจากนี่แล้วเราไปเที่ยวหาซื้อเสื้อสวยๆกันดีกว่า แถวนั้นลูกแก้วเคยดูในทีวี มีแต่ของสวยๆ ถูกๆ ทั้งนั้นเลย” พริมาโน้มน้าวเพื่อนสาวของหล่อน หอพักของนพคุณอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยตามปกติถ้าไม่มีธุระหรือติดทำรายงานเขาจะกลับบ้านเกือบทุกวันแต่ช่วงนี้ชายหนุ่มไม่ได้กลับบ้านมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว เขาตอบในไลน์กลุ่มตอนที่ คุณนพรักษ์ถามว่าติดทำรายงานและช่วงนี้เรียนหนักมากพริมาเป็นห่วง...ห่วงว่าเขาจะเรียนหนังสือหนักเกินไป ได้ดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า
“ไม่ใช่ว่าติดหญิงเร้อ” ยามาเดาไปเรื่อยตามนิสัยผู้ชายถ้าไม่กลับบ้านก็ต้องติดผู้หญิง...เหมือนพ่อของหล่อนที่สุดท้ายก็ไปมีเมียน้อย พริมาหน้าเสีย...ถ้าเป็นจริงอย่างที่ยามาว่าหล่อนอาจจะห่วงเขาไปเอง ความจริงแล้วนพคุณอาจจะสบายดี...สบายมากยามาเห็นสีหน้าเพื่อนที่สลดลงก็รู้ว่าตัวว่าพูดมากไป
“โห้ย...ไปดูให้เห็นกับตาดิของแบบนี้พูดมั่วไม่ดี” สองสาวเดิน เข้าซอยไปถึงหอพักของนพคุณ เพราะได้ที่อยู่มาจากคุณนพรักษ์และหอพักของนพคุณก็หาไม่ยาก
“ลูกแก้วไม่โทรบอกพี่เค้าก่อนล่ะถ้าเกิดไม่อยู่จะได้ไม่ไปเสียเที่ยว” คุณนพรักษ์บอกลูกเลี้ยงตอนเขาบอกเส้นทางไปหอพักของนพคุณเมื่อเช้า ยามาก็นั่งฟังอยู่ด้วย
“ไม่เป็นไรค่ะถ้าไปแล้วไม่เจอลูกแก้วจะฝากของไว้ที่เคาน์เตอร์ข้างล่าง พี่คุณจะได้ไม่ต้องรอหรือเป็นห่วง” หล่อนไม่ได้โทรบอกนพคุณก่อนเพราะคิดว่าถ้าไปแล้วไม่เจอก็ไม่เป็นไรไม่อยากให้เขาต้องคอยหรือกังวล ถ้ารู้ว่าหล่อนกำลังจะไปหา
“หนูไปถูกเหรอลูก? ให้แม่ไปส่งไหม”ภารดีถามขึ้น วันนี้วันหยุดหล่อนว่าง
“อ้าว...คุณมีนัดกับผมนะนี่งั้นไปส่งลูกแก้วก่อนก็ได้เราค่อยไปเดทกัน” ยามาที่นั่งฟังอยู่ขัดขึ้น ก่อนจะวุ่นวายกันไปหมด
“เดี๋ยวปลาทูพาลูกแก้วไปเองค่ะหอนั่น...ความจริงเรียกหอก็ไม่น่าจะถูก ปลาทูรู้จัก ถิ่นเก่าปลาทูเอง...พาไปได้สบายมากดีเหมือนกันวันนี้จะได้ไปเที่ยวแถวนั้น ไม่ได้ไปตั้งนานแล้วเดี๋ยวเราไปดูหนังกันแถวนั้นก็ได้” เป็นอันว่าหาข้อยุติได้แล้วพริมาไปกับยามา ส่วนแม่กับพ่อเลี้ยงหล่อนวันนี้จะไปออกเดท
“เดทเดิดอะไรกันคะ คุณก็พูดไปเรื่อย” ภารดีแก้ให้เมื่อเห็นว่าเพื่อนลูกสาวทำท่าจะล้อไม่หยุด
“เราไปกันเถอะลูกแก้ว อยู่เป็นก้างคนแก่น่ะมันบาป”ยามาลากเพื่อนออกไปแต่ก็ยังมีน้ำใจช่วยถือของ
“คุณลุงนี่หล่อชะมัดขนาดว่าอายุมากแล้วนะเนี้ย ตอนนี้หล่อขนาดนี้ หนุ่มๆ จะหล่อขนาดไหน”
“ก็คงหล่อแบบพี่คุณไง” พริมาบอกเพื่อนซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นพคุณหน้าคล้ายคุณนพรักษ์ต่างกันแค่ลักยิ้มกับสีผิว
“แหวะ! ไอ้ขี้เก๊กนั่นอ่ะนะหือ...หล่อไม่ได้เศษเสี้ยวของคุณลุงหรอกย่ะ” พริมายิ้มขำไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เพื่อนรักจะเลิกตั้งแง่กับนพคุณสักที เด็กสาวสองคน ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร เพราะวันนี้เป็นวันหยุด แถวมหาวิทยาลัยของนพคุณมีห้างสรรพสินค้ามากมาย รถจึงติดทำเอาเพื่อนสาวของพริมาบ่นตามสไตล์
“โอ้ย! ขนาดวันหยุดนะเนี้ย จะออกไปไหนกันนักหนา”พริมาอยากตอบว่า “ก็คงจะออกมาเหมือนเรานั่นแหละ”แต่เห็นแก่เพื่อนรักที่ตามมาไกลถึงนี่หล่อนจึงได้แต่นั่งยิ้มแท็กซี่พาสองสาวเข้าซอยที่คุณนพรักษ์บอกโชคดีที่คนขับแท็กซี่รู้จัก ยามาจึงไม่จำเป็นต้องบอกทางนั่งไปสักพักรถก็มาจอดอยู่หน้าหอพักของนพคุณ...มันเหมือนอพาร์ตเมนต์มากกว่าดูเป็นสัดส่วนและหรูกว่าหอพักนักศึกษาทั่วๆไป พริมาเห็นป้ายเดิมของหอพักเป็นโรงแรม
“โรงแรมปทุมวันการ์เดน” เด็กสาวอ่านชื่อป้ายเก่าของสถานที่ ที่ด้านหน้าตึกติดป้ายใหม่ว่า “รื่นรมย์อพาร์ตเมนต์” ถ้าให้เดาอพาร์ทเมนท์ นพคุณน่าจะเป็นโรงแรมเก่าแต่ไม่ใช่โรงแรมใหญ่ใจกลางเมืองเหมือนโรงแรมที่ตั้งอยู่รอบๆน่าจะเป็นโรงแรมสมัยเก่า ดูจากสถานที่และทำเลแล้วเมื่อก่อนคงเป็นโรงแรมชื่อดังทีเดียว แต่ด้วยยุคสมัยและความนิยมที่เปลี่ยนไปจึงทำให้โรงแรมที่เคยโด่งดังในอดีตต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองตามยุคสมัยในปัจจุบัน
“เจ้าของเก่าน่าจะขายน่ะ โรงแรมเก่าใจกลางเมืองแบบนี้คงจะบริหารยาก”ยามายืนดูป้ายชื่อเก่าของอพาร์ทเมนท์หล่อนไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกันว่าอพาร์ทเมนท์ที่หล่อนรู้จักนี้เดิมทีเคยเป็นโรงแรมคงจะมีแต่คนยุคก่อนๆ ที่อาจจะเคยได้ยินมาบ้างแต่คนรุ่นยามาถ้าไม่เห็นป้ายเดิมของโรงแรม ก็คงไม่รู้ที่มาที่ไปของอพาร์ทเมนท์แห่งนี้นัก
อพาร์ทเมนท์แห่งนี้เป็นตึกแนวกว้าง 3 ชั้นแม้จะดูเหมือนว่าสร้างมานานเป็น 10 ปีแล้ว แต่ภายนอกได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยเฉพาะป้ายเก่าของสถานที่ที่ดูเหมือนเจ้าของใหม่จะตั้งใจดำรงไว้ตัวตึกเองก็ได้รับการบูรณะ เพราะการตกแต่งบางส่วนดูทันสมัยเพียงแต่เปลี่ยนสถานะจากเดิมที่เป็นโรงแรมมาเป็นอพาร์ทเมนท์ให้คนเช่าอยู่เป็นรายเดือนรวมถึงรายวัน
“เป็นอพาร์ทเมนท์ก็ดี...จะได้ประหยัดงบในการจ้างคนมั้งถ้าเป็นโรงแรมเหมือนเดิมน่าจะมีค่าใช้จ่ายเยอะไหนจะปัญหาจุกจิกต้องสร้างความพอใจ ต้องเอาใจแขกอะไรอีกสารพัด” ยามาวิเคราะห์คร่าวๆขณะพากันเดินเข้าไปในตึก ด้านในตึกยังคงมีเคาน์เตอร์แบบเดิมที่เป็นหน้าฟร้อนท์ของโรงแรมอยู่พริมาเดินไปพบคุณยายท่าทางใจดีนั่งดูทีวีอยู่
“สวัสดีค่ะคุณยายหนูมาหาพี่ชายค่ะ พักอยู่ชั้น 2 ห้อง 204” เด็กสาว ยกมือไหว้ทักทายผู้สูงวัยกว่าพร้อมบอกกล่าวธุระของตัวเอง
“เดินขึ้นไปเลยจ้า” ผู้สูงวัยหันมามองผู้มาใหม่แค่แวบเดียวแล้วหันไปสนใจทีวีต่อ
“นี่ถ้ามีคนเข้ามาบีบคอคงตายคาทีวีนั่นแหละ”ยามาพูดพลางเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2แต่พริมาสังเกตเห็นทั่วทั้งตึกมีกล้องวงจรปิดติดทั่วไปหมด ถึงคุณยายจะโดนบีบคอตายก็คงตามสืบได้ไม่ยาก...แต่ป่านนั้นก็คงจะสายไปแล้ว เดินมาไม่ไกลจากบันไดก็ถึงห้อง204 ยามาเห็นพริมายืนเก้ๆ กังๆ หล่อนจึงเป็นคนบรรจงเคาะประตูอย่างดุดัน
“ก๊อกๆๆๆๆๆ” ยามาไม่รอให้พริมาบอกหล่อนเคาะประตูอย่างเมามัน
“สงสัยไม่มีคนอยู่” พริมาชะเง้อมองตาแมวประตูหน้าห้องดูเหมือนไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรในห้องเลย
“เราฝากของไว้ให้พี่คุณข้างล่างก็ได้เดี๋ยวลูกแก้วโทรบอกให้พี่คุณไปรับตรงเคาน์เตอร์ แล้วเราก็ไปเที่ยวกันต่อ ดูหนังกันสักเรื่องแล้วค่อยกลับบ้านนะวันนี้”จังหวะที่สองสาวกำลังจะกลับออกไปนั้นเอง ประตูห้องเปิดออก
“คุณไม่อยู่” แพรวพณิตนั่นเองพริมางงว่าแพรวพณิตมาอยู่ที่ห้องของนพคุณได้อย่างไร ส่วนยามาแค่ยืนขมวดคิ้วเฉยๆหล่อนเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเจอแพรวพณิตที่นี่จริงอยู่...เหมือนหล่อนเคยได้ยินว่าแพรวพณิต ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ได้ แน่นอนอยู่แล้วระดับแพรวพณิตหล่อนสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยไหน แต่ยามาก็คิดไม่ถึงว่าหล่อนจะตามนพคุณมาถึงที่นี่…มาถึงในห้อง!
“ถ้าคุณไม่อยู่แล้วเธอมาอยู่ในห้องเค้าได้ไง”ยามาเองที่อดสงสัยไม่ได้
“ก็ถ้าคุณไม่อนุญาตฉันจะมาอยู่ในห้องเขาได้ยังไงล่ะ? เธอลองคิดดูสิ”แพรวพณิตยิ้มหวานกลับมา
“งั้นเดี๋ยวลูกแก้วกลับก่อนดีกว่าค่ะลูกแก้วผิดเองไม่ได้โทรมาบอก พี่คุณก่อน”พริมาขัดขึ้น หล่อนไม่อยากยืนฟังเพื่อนกับแพรวพณิตเถียงกันเด็กสาวยกมือไหว้แพรวพณิตแล้วหันหลังเดินลงบันไดไป ยามายังขัดใจ หล่อนอยากจะถามอะไรมากกว่านี้แต่เพื่อนรักเดินเดินลิ่วๆ ลงบันไดไปแล้ว หล่อนรู้และเข้าใจดีว่าเพื่อนรู้สึกยังไงพริมาคงจะตกใจไม่น้อยทีเดียวที่เห็นแพรวพณิตอยู่ที่นี่
“ยังคุยไม่ได้เรื่องเลยจะรีบไปไหนเนี้ย”ยามาบ่นขณะลงบันไดวิ่งตามเพื่อนไป หล่อนเห็นพริมายืนคุยอยู่กับคุณยายหน้าเคาน์เตอร์ข้างล่างเด็กสาวยกของทั้งหมดวางไว้ที่เคาน์เตอร์เพื่อฝากไว้ให้นพคุณ
“ขอบคุณนะคะคุณยายส่วนอันนี้คุณยายลองชิมดูนะคะลูกแก้วทำเอง ยังมีแบบนี้อีกหลายกล่องค่ะคุณยายไม่ต้องเกรงใจ”เด็กสาวยืนคุยกับคุณยายหน้าเคาน์เตอร์ ผู้สูงวัยยิ้มถูกใจ อยู่ดีๆ ก็มีขนมกินเล่นยามที่หล่อนนั่งดูทีวีแก้เซ็งเฝ้าเคาน์เตอร์ลำพังอยู่ด้านล่าง สองสาวออกมาจากอพาร์ทเมนท์เดินไปยังถนนใหญ่เพื่อยืนรอแท็กซี่ระหว่างที่เดินออกไปนั้น ยามาสังเกตเห็น พริมาหลบตา “ฮึ! แอบร้องไห้รึเปล่านะยัยลูกแก้วเป็นไงล่ะอยากจะเซอร์ไพรส์เขา...เซอร์ไพรส์เองสมใจเลยทีนี้”ยามายังไม่อยากเซ้าซี้เพื่อนแต่หล่อนยังมีข้อสงสัย...
“รออยู่นี่แป๊บนะ เดี๋ยวมา!” ยามาวิ่งกลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ พริมามองตามหลังเพื่อนรักหล่อนไม่เข้าใจว่าเพื่อนจะวิ่งไปไหน หรือบางทีอาจจะลืมอะไรไว้ที่เคาน์เตอร์
“ปลาทูไปไหน?” ไม่ทันเสียแล้วเพื่อนหล่อนวิ่งหายเข้าไปในตึกเรียบร้อยยามาคิดไวทำไวเสมอ ถนนที่รอแท๊กซี่ห่างออกไปจากอพาร์ทเมนท์พอสมควรพริมาเดินล่วงหน้ายามาออกไปก่อน หล่อนยืนรอยามาอยู่ครู่ใหญ่ ไม่แน่ใจว่าทำไมเพื่อนถึงหายไปนานเพราะถ้าแค่ไปเอาของที่เคาน์เตอร์ ก็ไม่น่าจะไปนานขนาดนี้...ดีเหมือนกันตอนนี้หล่อนไม่อยากให้ยามาเห็นหน้าหรือซักถามอะไรมากนักเมื่อกี้ตอนที่เห็นแพรวพณิตอยู่ในห้องของ นพคุณนั้นพริมาตกใจมาก...หล่อนคาดไม่ถึงว่าจะเห็นผู้หญิงอยู่ในห้องของเขาและที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นคือแพรวพณิต...คนที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าไม่มีอะไรเกินเลย...เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นแต่ถึงจะเป็นแพรวพณิตหรือผู้หญิงคนอื่นก็ตามที่อยู่ในห้องของนพคุณหล่อนก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าอะไรใครได้...มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของหล่อนแต่พริมาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนถึงเสียใจนัก น้ำตาเกือบไหลตอนหันหลังวิ่งลงบันไดถ้ายามาเซ้าซี้หรือถามอะไรมากมาย ตามนิสัยของหล่อน รับรองได้เลยว่าพริมาต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆแต่ดีว่าเพื่อนรักเหมือนจะรู้ใจ หล่อนไม่ถามอะไรให้จี้ใจดำแม้แต่น้อยแต่นี่ยามาหายไปไหนนะ?เข้าไปทำอะไรกัน...หรือว่าจะขึ้นไปโวยวายที่ห้องของนพคุณคิดได้แบบนั้นชักน่าเป็นห่วง หรือจะตามขึ้นไปดูดีนะ?ระหว่างที่พริมายืนคิดอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีมือมากระชากแขนหล่อนจากด้านหลัง
“ว้าย!” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจแต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้หล่อนประหลาดใจมากกว่า
“พี่คุณ!!!” นพคุณวิ่งตามออกมาจากหอพักตอนนี้เหงื่อเขาเต็มหน้าเลยทีเดียว พริมาแปลกใจเขาจะวิ่งตามมาทำไมหรือจะมาต่อว่าหล่อนที่มาไม่บอกกล่าวทำให้เห็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เห็นสีหน้าตอนนี้เขาดูตกใจทีเดียว
“เอ่อ..” เด็กสาวบิดแขนออกเลี่ยงตัวหลบออกมาเล็กน้อยนพคุณขมวดคิ้วกับท่าทางของพริมา
“ทำไมลูกแก้วไม่โทรหาพี่”เป็นจริงตามคาด นพคุณวิ่งตามมาต่อว่าหล่อน พริมาก้มหน้า...หล่อนผิดเองถ้าเขาจะว่าหล่อนก็ยอมรับ
“ลูกแก้วขอโทษค่ะที่ไม่ได้โทรบอกพี่คุณก่อนความจริงลูกแก้วไม่ควร มาที่นี่ ลูกแก้วควรจะโทรมาขออนุญาตพี่คุณก่อน...ไม่ใช่มาโดยพลการแบบนี้” หญิงสาวน้ำตาหยดแหมะ หล่อนไม่ได้ตั้งใจ หล่อนยืนยันได้เลยว่าจุดประสงค์ที่มาเพราะแค่หวังดีจริงๆแต่สุดท้ายความหวังดีของหล่อนก็เป็นความผิดพลาดอีกตามเคยพริมาสูดลมหายใจหล่อนจะมายืนร้องไห้อยู่ตรงนี้ไม่ได้
“พี่คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ...ลูกแก้วสัญญาลูกแก้วไม่เอาไปพูดหรอกค่ะ” พูดจบพริมาทำท่าจะเดินหนีหล่อนไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ต้องไปจากที่นี่ แล้วเดี๋ยวค่อยโทรบอกยามาว่าหล่อนรอเพื่อนอยู่ที่ไหน
“เดี๋ยวๆ ลูกแก้วจะไปไหน?” นพคุณแปลกใจ เขาตงิดๆ ตั้งแต่ได้ยินคำพูดของเด็กสาวแล้ว แต่อยากถามให้แน่ใจก่อน
“กลับบ้านค่ะ” พริมาพูดไม่มองหน้าเขาและทำท่าจะเดินจากไปจริงๆ นพคุณไม่รอช้า เขาจับไหล่พริมาหันกลับมามองหน้าหล่อน...กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เจอ คิดถึงจัง...คิดถึงมาก
“ลูกแก้วสัญญาอะไร? พี่ยังไม่เห็นรู้เรื่องเลย”พริมาจะรู้ไหมว่าเขาต้องข่มใจไว้แค่ไหน...ที่จะไม่กอดหล่อนกลางถนนแบบนี้
“ก็...” หญิงสาวไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
“ว่ายังไง? สัญญาอะไร? จะไม่พูดอะไร? ไหนบอกพี่มาสิว่าเข้าใจตรงกันรึเปล่า?” นพคุณถามอย่างใจเย็น เขาอยากรู้ว่าพริมากำลังคิดอะไรหรือเข้าใจอะไรมา
“ลูกแก้วจะไม่บอกใครว่าพี่คุณมีแฟน...หมายถึงเรื่องนี้จะไม่หลุดออกมา จากปากลูกแก้วค่ะลูกแก้วจะให้พี่คุณเป็นคนบอกเอง ลูกแก้วขอโทษนะคะ ที่มาหาโดยไม่ได้บอกกล่าวถ้าพี่คุณมีปัญหากับแฟนจะให้ลูกแก้วไปยืนยันกับแฟนพี่คุณก็ได้นะคะ” นพคุณถึงบางอ้อว่าเหตุใดท่าทางของหญิงสาว ถึงเป็นแบบนี้
“แล้วลูกแก้วจะไปยืนยันว่ายังไง?”คนเดินผ่านไปผ่านมาเริ่มมองว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน
“ก็...” นี่เขาจะให้หล่อนพูดอะไรอีกหล่อนก็บอกเขาไปหมดแล้ว ให้ไปยืนยันกับแพรวพณิตว่าหล่อนไม่ได้ตั้งใจจะไปขัดความสุขของหล่อนกับนพคุณหล่อนก็ยินยอม
“ว่าไง...แล้วพี่สงสัยว่าพี่ไปมีแฟนตอนไหน?” คราวนี้พริมามองหน้านพคุณเต็มตา ดวงตาคู่สวยที่นพคุณชอบมองนักหนาตอนนี้มันมองเขาอย่างสงสัย เขาชอบตาคู่นี้ ชอบทุกความรู้สึกของมันแต่ถึงเขาจะชอบทุกอย่าง แต่ก็ไม่อยากให้แววตาคู่นี้เศร้าหมอง
“ก็...เมื่อกี้ลูกแก้วไปหาพี่คุณเจอพี่แพรวมาเปิดประตู พี่แพรวบอกว่าพี่คุณไม่อยู่...” หญิงสาวไปต่อไม่ถูกหล่อนได้รับข้อมูลมาแค่นี้จริงๆและหล่อนก็ไม่ได้ซักไซ้หรือถามอะไรต่อแต่จากสถานการณ์ถ้าเป็นคนอื่นก็ต้องคิดแบบเดียวกัน...รึเปล่านะ?
“แค่นี้? แค่นี้ลูกแก้วก็คิดไปได้มากขนาดนั้นแล้วเหรอ?”คราวนี้ ชายหนุ่มเกาหัวแกรกเขาไม่เข้าใจทำไมหล่อนไม่ถามหรือโทรหาเขาก็ได้ ไม่ใช่มาคิดเอาเองแบบนี้แล้วนี่ถ้าเขาไม่กลับเข้าห้องพอดีแล้วเจอยามากำลังแว้ดๆเสียงดังอยู่ในห้องมีหรือเขาจะรู้ว่าวันนี้หล่อนมาหา
“ก็...ลูกแก้วไม่รู้มาก่อนว่าพี่คุณมีแฟน...”นี่ตกลงพริมาเข้าใจที่เขาพูดหรือเปล่า นพคุณเริ่มปวดหัว แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรพริมาชิงถาม
“แล้วถ้าพี่คุณไปหาลูกแก้วแล้วเจอพี่ตุลย์มาเปิดประตู...แล้วบอกว่าลูกแก้วไม่อยู่ พี่คุณจะคิดว่ายังไงคะ?” สงสัยหล่อนจะใช้คำถามผิด เพราะคราวนี้นพคุณมีสีหน้าหงุดหงิด...หงุดหงิดแบบนี้หล่อนรู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ
“แล้วลูกแก้วจะให้ไอ้ตุลย์มันเข้าไปในห้องทำไม?” นพคุณถามเสียงเย็น พริมาเหงื่อตก
“ลูกแก้วแค่เปรียบเทียบถึงสถานการณ์เดียวกันค่ะว่าถ้าสลับกันแบบนี้พี่คุณจะทำยังไง?” เจอคำถามแบบนี้นพคุณก็อึ้งไปเหมือนกันแน่นอนถ้าสถานการณ์กลับกัน...เขาตั้งใจมาหาพริมาแล้วสิ่งที่เจอคือคเชนทร์เป็นคนเปิดประตูยืนทำหน้ากวนบาทาอย่างที่เขาชอบทำแถมมาพูดจากำกวมใส่แบบนี้เป็นเขาก็คงจะทำแบบพริมาเหมือนกัน
“เฮ้อ...งั้นลูกแก้วฟังพี่นะถึงลูกแก้วไม่มาหาพี่วันนี้ พี่ก็ตั้งใจจะกลับบ้านพอดีอยู่แล้ว”เขาไม่ตอบคำถามของหญิงสาว แต่ดูเหมือนตอนนี้อารมณ์เขาจะเย็นลงแล้ว
“วันนี้พี่ทำรายงานเสร็จแล้ว และในห้องไม่ได้มีแค่แพรว...ยังมีเพื่อนคนอื่นๆอีกตั้งหลายคน แต่อาจจะบังเอิญ (อันนี้เขาไม่แน่ใจ) พอดีที่แพรวเป็นคนมาเปิดประตู เลยทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แบบนี้และความจริงแล้วพี่ก็ไม่ได้อยู่ที่ห้องจริงอย่างที่แพรวบอกพอดีพี่ออกไปธุระข้างนอก พอกลับห้องไปก็เจอเพื่อนรักของลูกแก้วกำลังแว๊ดๆเสียงดังใส่แพรวอยู่ที่ห้องแล้วพี่ถึงได้รู้ว่าลูกแก้วมาหาและวิ่งตามลูกแก้วออกมานี่ไง” นพคุณสาธยายยืดยาว เขาอยากจะพูดให้กระจ่าง...และสำหรับพริมานั้นเขาจะต้องพูดทุกอย่างให้ละเอียดและต้องถามหล่อนซ้ำอีกครั้งว่าที่หล่อนเข้าใจนั้นตรงกันหรือไม่ เขาไม่อยากให้หล่อนคิดเองและเข้าใจเอาเองคนเดียว
“ลูกแก้วน่าจะโทรมาหาพี่คุณ...”พริมาครางเสียงแผ่ว หญิงสาวกำลังคิดตามคำพูดของเขา ถ้าหล่อนโทรมาบอกก่อนเรื่องทุกอย่างก็คงจะไม่วุ่นวายแบบนี้
“ลูกแก้วขอโทษค่ะ” นพคุณส่ายหน้าคราวนี้เขาเลื่อนมือจากไหล่ทั้งสองข้างของพริมาที่เขาจับไว้กันหล่อนวิ่งหนีไป ลงมาจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาวแทน
“ลูกแก้วไม่ได้ทำผิดจะขอโทษพี่ทำไมแต่พี่อยากให้ลูกแก้วถามจากปากพี่ทุกเรื่องเลย อย่าฟังจากคนอื่นลูกแก้วเข้าใจรึเปล่า?” พริมาพยักหน้า ต่อไปนี้หล่อนจะถามเขาก่อนทุกเรื่องไม่ฟังจากคนอื่นและจะไม่คิดเองแบบนี้อีก หล่อนบีบมือเขากลับเช่นกัน...เหมือนเป็นสัญญา
“แล้วลูกแก้วกับพี่คุณก็ต้องหัดดูตาม้าตาเรือซะบ้างไม่ใช่มายืนพลอดรักทำตัวเป็นพระเอกนางเอกมิวสิควิดีโอกันกลางถนนแบบนี้เห็นแล้วหมั่นไส้” เสียงยามานั่นเอง หล่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?ดูเหมือนเพื่อนของหล่อนจะมานานแล้วแต่ทั้งสองคนไม่ได้สังเกต ความจริงไม่ใช่แค่ยามาที่ดูอยู่ ยังมีบรรดาไทยมุงอีกไม่น้อยที่ยืนดูอยู่ทั้งแบบตั้งใจดูและทำเหมือนไม่ตั้งใจ...แต่ก็พยายามดู
“ปลาทู!!!” พริมาเรียกชื่อยามาเสียงดัง ตอนนี้แก้มของหญิงสาวเป็นสีชมพูขึ้นมาทันทีไม่น่าเชื่อว่าสีแก้มของพริมาจะสามารถฟ้องความรู้สึกของหญิงสาวได้มากมายขนาดนี้งานนี้ยามาทำดีมาก!!!นพคุณคิดว่าคงต้องตบรางวัลให้หล่อนบ้างแล้ว
“ใช่ ปลาทูไงจะใครล่ะ”ยามาย้อนกลับ หล่อนยืนฟังทั้งสองคนคุยกัน อยู่สักพักหลังจากที่“วีน” และ “เหวี่ยง” ใส่แพรวพณิตจนหนำใจแล้วหล่อนก็วิ่งตามนพคุณออกมา...แต่ไม่ได้ตามออกมาติดๆหรอกนะ อยู่กวนประสาทแพรวพณิตอีกพักใหญ่ให้หายคิดถึงคิดถึ๊งคิดถึงพักหลังไม่ค่อยได้กวนประสาทใครเลย เจอยัยนี่ก็ดีเหมือนกัน
“เดี๋ยวลูกแก้วไปกับพี่ก่อน”นพคุณไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับยามาเพราะเรื่องนี้เขายอม
“เธอเพิ่งมาถึงอาจจะเหนื่อยจะยืนรอตรงนี้หรือจะเข้าไปนั่งรอในร้านกาแฟนั่นก็ได้นะ”นพคุณจูงมือพริมาให้เดินตามเขาไปแต่หันหน้ามาบอกยามาพร้อมกับชี้ไปที่ร้านกาแฟที่อยู่ริมถนนใหญ่พอดี
“เรื่องดิ!!!” ยามาสวนทันควัน มีอย่างที่ไหนหล่อนจะพลาดฉากเด็ด
“อยากเจอพี่แพรวอีก ไม่เจอกันนานคิดถึงมากๆๆๆๆๆๆ”พริมารู้ดี...เพื่อนหล่อนจะตามไปดูหน้าแพรวพณิต ว่าหล่อนจะตอบคำถามนพคุณอย่างไรนพคุณก็พอจะรู้เช่นกัน แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแพรวพณิตจะตอบคำถามว่าอย่างไรเหมือนกัน และเขาอยากให้ยามาอยู่ด้วยอย่างน้อย...อย่างน้อยจริงๆ หล่อนจะได้เป็นพยานว่าเขากับแพรวพณิตไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันจริงๆทั้งหมดเดินกลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ของนพคุณ คุณยายดูจะแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร พริมาเข้าไปขอบคุณคุณยายที่รับฝากของและบอกว่าเจอนพคุณกลางทางพอดีเลยกลับเข้ามาพร้อมกันอีกครั้ง หล่อนและนพคุณช่วยกันหิ้วของกลับขึ้นไปข้างบน คราวนี้คนที่เดินมาเปิดประตูไม่ใช่แพรวพณิตแต่เป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาสไตล์เกาหลี
“เอ้า! ไอ้คุณกลับมาแล้วเหรอ?” อยากจะถามต่อยืดยาว แต่สายตาพลันไปเห็นพริมากับยามาที่เดินตามเข้ามาพอดี
“แพรว...” นพคุณเรียกชื่อแพรวพณิตทันที่ที่เข้ามา
“อะไรอีก...ก็เมื่อกี้ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันก็บอกไปตามตรงว่าคุณไม่อยู่ แค่นั้น..พวกนี้ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วจะให้ฉันบอกอะไร? ทำไมจะต้องให้พูดซ้ำ อีกหลายรอบด้วยเนี้ย”แพรวพณิตหัวเสีย หล่อนไม่คิดว่ายามาจะกลับเข้ามา เห็นวิ่งตามเพื่อนออกไปนึกว่าจะกลับไปแล้วซะอีกจู่ๆ ยัยนี่ก็โผล่มายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องพอหล่อนเปิดประตูแทนที่จะยืนอยู่ข้างนอก ยามากลับดันตัวเองเข้ามาข้างในหล่อนจึงเห็นว่าในห้องมีคนอีกหลายคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่ ยามาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว...ไม่มีนพคุณจริงๆแต่ก็ดูเหมือนจะมีร่องรอยของการทำรายงาน เพราะมีกองเอกสารกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค กระจายอยู่เต็มห้องไปหมดนพคุณพูดจริงเขาทำรายงานและแพรวพณิตก็พูดจริงที่ว่าตอนนี้เขาไม่อยู่...แต่พูดจริงไม่หมดเท่านั้นเองถ้าเป็นพริมาคงหลงกลแต่นี่คือยามาหล่อนจะไม่ปล่อยให้ความสงสัยถูกละเลยมันดูประหลาดๆ ตั้งแต่แรกแล้วแต่เพราะเป็นพริมา...เพื่อนหล่อนเป็นคนไม่ชอบถามเซ้าซี้ใครใครจะว่ายังไงหล่อนก็เชื่อตามนั้น แต่ในกรณีแพรวพณิตยามาแน่ใจว่าเชื่อไม่ได้!!!และการที่จะได้คำตอบก็คือต้องมาดูให้เห็นกับตา และก็โชคดีที่สัญชาติญาณของยามาเป็นจริงตามนั้น แพรวพณิตพูดความจริงไม่หมดตอนยามาดันตัวเองเข้ามาในห้อง...หรือจะเรียกว่าเปิดตัวน่าจะเหมาะกว่า คนอื่นๆในห้องมองกันเป็นตาเดียว ส่วนใหญ่นึกว่ายามาเป็นแฟนของนพคุณแล้วเกิดความหึงหวงแพรวพณิตขึ้นมาเพื่อนผู้ชายหลายคนเข้ามาช่วยพูดไกล่เกลี่ยว่าพวกเขาอยู่กันหลายคนไม่ได้มีแค่นพคุณกับแพรวพณิตที่อยู่กันแค่สองคนในห้องและปกติพวกเขาจะนัดกันที่มหาวิทยาลัย แต่เพราะวันนี้ได้ข้อมูลครบถ้วนหมดแล้วเลยมารวบรวมรายงานทั้งหมดที่ห้องนพคุณ เพราะสะดวกและสบายที่สุดในบรรดาหอพักของเพื่อนๆยามาเก็บข้อมูลและประมวลผล หล่อนเข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและโชคดีของพริมาที่ชวนแกมขอร้อง (อันนี้ยามาเข้าใจเอาเอง)ให้หล่อนตามมาด้วยในวันนี้ ถ้าลำพัง พริมามาคนเดียวก็ไม่รู้ว่าเพื่อนหล่อนจะรับมือกับแพรวพณิตได้อย่างไร
“ใช่ พี่แพรวคนสวยก็บอกแล้วว่านพคุณไม่อยู่แต่ไม่ยักชวนให้เข้ามารอในห้อง” ยามายังไม่ยอมแพ้ หล่อนพร้อมจะเปิดศึกอีกรอบแต่คนไม่พร้อมคือเพื่อนๆ ที่เหลือ พวกเขาเหนื่อยกับการทำรายงานมามากพอแล้ว
“ลูกแก้วนั่งรอพี่ตรงนี้นะเดี๋ยวพี่ไปเอาของแป๊บเดียวจัดไว้หมดแล้ว” นพคุณพูดตัดบท แล้วหันไปบอกเพื่อนๆในห้อง
“เดี๋ยวฉันจะกลับบ้านเลยนะข้อมูลทุกอย่างก็มีหมดแล้ว ที่เหลือพวกแกก็ช่วยกันรวบรวมก็แล้วกันถ้าไม่เข้าใจอะไรก็โทรไปถาม ส่วนขนมพวกนี้ก็กินได้เลยฉันไม่แบกกลับบ้านแล้วกุญแจฉันเอาไปเลยพอเสร็จเรื่องพวกแกก็ล็อคห้องให้ด้วยแล้วกัน” สั่งงานเสร็จสรรพยามายืนพยักหน้าส่วนแพรวพณิตหน้าบึ้งหล่อนขัดใจที่นพคุณจะทิ้งเพื่อนๆ แล้วกลับบ้านไปกับพริมา
“แล้วไม่อยู่ช่วยกันต่อให้เสร็จเหรอ?” แพรวพณิตยังไม่จบ
“ข้อมูลส่วนใหญ่ก็ของคุณ พวกเราทำแค่ 40% เอง ให้คุณกลับบ้านไปเถอะ ข้อมูลก็ครบหมดแล้วเหลือแค่รวบรวมแค่นั้นเอง” วริศราหนึ่งในเพื่อนๆที่อยู่ในห้องให้ความเห็น และจากเรื่องราวก่อนหน้าที่ยามากับแพรวพณิตเถียงกันไปมาและท่าทางของนพคุณเอง ทำให้หล่อนปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างคร่าวๆ อีกทั้งหล่อนเป็นเพื่อนกับทั้งนพคุณและแพรวพณิต...หล่อนพอจะรู้จักทั้งคู่ดี
“ใช่!!! นี่พวกเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับหัวกะทิแบบ ไอ้คุณน่ะฮึ! แกก็อย่าใช้งานมันให้หนักมากเกินไปเลยนะ อะไรช่วยได้ก็ช่วยกันบ้างแล้วที่เหลือถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉัน เพราะอีก 40%ของข้อมูลก็มาจากฉันนี่แหละ พวกแกทำแค่ 20%อย่าบ่นกันนักเลย” ขจรรัฐเป็นคนออกความเห็นบ้างเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนโรงเรียนประจำของนพคุณที่มาเจอกันอีกครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัย และตอนนี้เขามองพริมา...คนนี้หรือเปล่าที่เป็นเจ้าของกระเป๋าใบใหญ่ที่นพคุณหิ้วกลับขึ้นไปหอพักโรงเรียนในคราวนั้นแต่ขจรรัฐไม่ได้สนใจแค่พริมาเขาชอบใจยามามากกว่า...ผู้หญิงที่ต่อกรกับแพรวพณิตอย่างสมน้ำสมเนื้อปกติแพรวพณิตจะเป็นผู้ชนะเสมอ และไม่เคยมีใครเถียงชนะหล่อนได้เลยสักคนแต่ยามามาเหนือชั้นหล่อนตอกกลับได้ทุกดอกและดูเหมือนแพรวพณิตจะเจอคู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียว ไม่ใช่แค่ขจรรัฐที่สังเกตหลายคนก็นั่งแอบมองผู้หญิงสองคนที่ตามนพคุณกลับมา คนแรกยามาพวกเขาเห็นแล้ว...เห็นชัดเจนทั้งรูปทั้งเสียงแต่พริมานั้นได้ยินแค่ชื่อ เพราะยามาพูดถึงตอนที่เถียงกับแพรวพณิตหลายคนจึงยังนึกภาพไม่ออก แต่คิดว่าคงจะเป็นคนสำคัญอยู่เหมือนกัน เพราะพอนพคุณได้ยินชื่อก็วิ่งตามออกไปอย่างไวยามาและพริมานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่ว่าไม่สวย...แต่พวกหล่อนสวยและเป็นที่สะดุดตาและยิ่งถ้ามาพร้อมกันแบบนี้ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่หญิงสาวสองคนที่ภายนอกดูไม่เหมือนกันเลย พริมานั้นน่ารักเหมือนตุ๊กตา...หล่อนตัวเล็กนิดเดียวผิวขาวแก้มเป็นสีชมพู...แต่สมส่วนคือมันเล็กไปทั้งตัวไม่ใช่ว่าเหมือนผู้หญิงบางคนที่ตัวเล็กเพราะขาสั้นแต่พริมาสมส่วนเพียงแต่มันเหมือนย่อส่วนให้หล่อนเหลือตัวแค่นั้น พวกเพื่อนๆ นพคุณไม่เคยเห็นลูกครึ่งตัวเป็นๆแม้จะอยู่ย่านใจกลางเมืองหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยพวกเขาก็ไม่เคยเห็นอาจจะเพราะด้วยความที่เป็นลูกครึ่งหล่อนจึงดึงดูดสายตาได้ไม่ยากส่วนยามาคนนี้ปากร้ายใช่ย่อย แต่ถึงหล่อนจะไม่พูด แค่ดูจากแววตาก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นนักสู้และฉลาดเป็นกรดยามาตัวสูงกว่าพริมาหล่อนสูงเกือบจะเท่านพคุณ...น่าจะ 170 ซ.ม.ขึ้นไปแน่นอน ผิวสีน้ำผึ้งเนียนแต่หน้าใสกว่าผิวตัวผมยาวที่เจ้าตัวรวบไว้เป็นหางม้ามันแกว่งไกวตลอดเวลาตอนที่หล่อนยืนเถียงกับแพรวพณิตหล่อนจะรู้ไหมว่าผมหางม้าธรรมชาติแบบนี้แหละเป็นเสน่ห์ที่ผู้ชายหลายคนชอบถึงจะไม่น่ารักน่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตาแต่ยามาดูมีเสน่ห์น่าค้นหา...เพียงแต่หล่อนจะต้องพูดจาให้อ่อนหวานกว่านี้ เพราะคำพูดทำให้กลบความมีเสน่ห์ของหล่อนไปอย่างน่าเสียดาย
นพคุณออกมาจากห้องพร้อมกระเป๋าเป้ที่สะพายไว้ด้านหลังเขาหันไปคุยบางอย่างกับขจรรัฐเรื่องรายงาน
“ฝากแกด้วยนะไอ้แทน” นพคุณตบบ่าเพื่อน ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดในห้องเขาไว้ใจขจรรัฐมากที่สุดและเพื่อนเขาก็ยักคิ้วให้เป็นการรับปาก
“ไปเหอะ” เขาตอบสั้นๆพลางเหลือบมองผู้หญิงสองคนที่รอนพคุณอยู่อีกมุมห้อง ยามาหันมามองพอดีหล่อนยกหัวแม่มือตอบกลับมาให้เขาเป็นเชิงว่าทำดีแล้ว พริมาตีแขนเพื่อนเบาๆปรามว่าอย่าปีนเกลียว เพื่อนๆ หลายคนแอบยิ้มขำ ยกเว้นแพรวพณิต
“น้องชื่ออะไรคะ?” กฤษณ์ หนุ่มตี๋หล่อสไตล์เกาหลีคนที่เปิดประตูให้เมื่อครู่เป็นคนถามขึ้นดูเหมือนเขาจะ “รู้น้อย” ที่สุดในห้อง ไม่รู้เพราะไม่สังเกตหรือไม่สนใจกันแน่
“ชื่อปลาทูค่ะ” ยามาแทรกขึ้นหล่อนรู้ว่ากฤษณ์ตั้งใจถามชื่อพริมา กฤษณ์ยิ้มถึงเขาจะ “รู้น้อย”แต่เขาก็พอจะรู้ได้ว่าไม่ควรกวนผู้หญิงคนนี้เพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตอนที่ยามาวีนและเหวี่ยงใส่แพรวพณิต เขาไม่อยากโดนแบบแพรวพณิต
“ชื่อน่ารักจังเลยปลาทู...แล้วน้องคนนี้ล่ะคะ?” ยามาวิเคราะห์...”ไอ้นี่มันเข้าใจพูด แต่พวกพูดจาแบบนี้หล่อนตามทัน...พวกหัวงู!!!”แต่ก่อนที่ยามา จะทันพูดอะไรนพคุณเดินเข้ามาจูงมือพริมา
“ไปลูกแก้ว กลับบ้านกัน”ทั้งห้องที่รอสังเกตการณ์อยู่แล้วมีความคิดแตกต่างกันออกไป ขจรรัฐยิ้ม...เขาแน่ใจ “ยัยจุ้นจ้าน”ของเพื่อนเขาคือพริมาแน่นอนกฤษณ์ได้คำตอบแล้วว่าคนที่เขาอยากรู้จักชื่อนั้นมีชื่อว่าอะไร ส่วนวริศรา หล่อนเดาเรื่องถูกตั้งแต่ต้นมีแต่แพรวพณิตที่ตอนนี้นั่งหน้าง้ำไม่กล่าวอะไร
“รู้แล้วนะพี่!” ยามาหันไปบอกกฤษณ์เป็นเชิงว่ารู้คำตอบแล้วนะว่า พริมาชื่ออะไรและไม่วายปรายตาไปหาแพรวพณิตด้วย...เป็นเชิงว่า “เธอก็คงจะรู้แล้วสินะว่านพคุณเลือกใคร”
“พรืดด...” ขจรรัฐหลุดขำ แพรวพณิตหันไปถลึงตาใส่ส่วนยามา ยกหัวแม่มือให้เขาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เพื่อนรักจะเล่นท่ามากไปกว่านี้พริมาดึงมือเพื่อนให้เดินออกจากห้องไปพร้อมกันกลายเป็นภาพที่ประหลาดสองหญิงหนึ่งชาย นพคุณจูงมือพริมาและพริมาจูงมือยามาเหมือนโขลงช้างจูงหางกันไม่มีผิด
“คราวนี้ฉันว่าแกนกแล้วว่ะแพรว” กฤษณ์เป็นคนบอกแพรวพณิตเพราะเขาพอจะรู้เลาๆ ว่าเพื่อนนั้นหมายตานพคุณเอาไว้
“ดูๆ ไปฉันชอบแบบน้องปลาทูมากกว่านะ น้องลูกแก้วมันดูนุ่มนิ่มไปไม่ตื่นเต้น” ขจรรัฐเป็นคนบอกแต่เขารู้ว่านพคุณชอบความเรียบง่ายและสงบ เพื่อนเขาเลือกได้ถูกใจแล้วไม่เหมือนยามากับแพรวพณิตที่ดูแล้วต้องใช้ความอดทนและเข้าใจอยู่พอสมควร
“ฉันชอบเย็นๆ สบายหูว่ะฉันว่าไอ้คุณเลือกดีแล้วแหละ” วริศราพูดบ้าง และเหมือนหล่อนจะบอกเป็นนัยๆ ถึงแพรวพณิตด้วยเหมือนกันไม่ใช่ว่าไม่อยากจะเชียร์เพื่อน...แต่หล่อนเข้าใจว่าความรักมันบังคับกันไม่ได้และหล่อนก็สังเกตมาตลอดดูเหมือนบางครั้งนพคุณจะอึดอัดอยู่เหมือนกันกับพฤติกรรม ของแพรวพณิต
แพรวพณิตไม่พูดอะไรวันนี้หล่อนพูดมากเกินไปแล้วเพราะหล่อนทำเสียเรื่องแท้ๆ นพคุณดูเหมือนจะยิ่งห่างออกไปหล่อนเสียสละเพราะเขามามากพอสมควร...หล่อนเลือกเรียนต่อที่นี่เพราะนพคุณตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว แพรวพณิตแสดงออกชัดเจนว่าหล่อนชอบนพคุณแต่ก็เพราะมีพริมาเข้ามา..จนนพคุณมาเรียนมหาวิทยาลัย พวกเขาก็ห่างกันแล้วเพราะพริมายังเรียนมัธยมปลายอยู่เข้ามหาวิทยาลัยหล่อนคิดว่าเพราะความห่างนี้เองหล่อนจะสามารถแทรกตัวเข้ามาได้แต่ดูเหมือนหล่อนจะคิดผิด เพราะความสัมพันธ์ของสองคนนั้นกลับดูเหมือนจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำไปนพคุณที่ไม่ค่อยแสดงออกนัก (ถ้าเขาไม่ลืมตัว) แต่ตอนนี้เขาแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนแล้วแบบนี้หล่อนจะทำอย่างไรได้...ตอนนี้หล่อนจะยังไม่ทำอะไรตราบใดที่นพคุณยังไม่พูดอะไรออกมาให้ชัดเจน ก็ถือว่าหล่อนยังมีโอกาสแต่ถ้าไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ แพรวพณิตถึงจะยอมแพ้ หล่อนสวยและเก่งมีทางเลือกให้ไปอีกมากมาย แต่ด้วยความเป็นคนชอบเอาชนะจะให้หล่อนยอมง่ายๆได้อย่างไร
พริมา นพคุณและยามา เดินออกมารอแท็กซี่ที่ถนนใหญ่นานแล้วยามามองอย่างขัดใจ...พ้นระยะมาตั้งนานแล้วแต่ดูเหมือนมือไอ้ขี้เก๊กจะเหนียวใช่เล่นเพราะตั้งแต่เดินออกจากห้องจนมาถึงที่นี่นพคุณยังไม่ปล่อยมือเพื่อนของหล่อนเลย...แม้จะสะใจที่เขาจูงมือพริมาต่อหน้าแพรวพณิต แต่ตอนนี้ก็พ้นระยะออกมาตั้งไกลแล้วหมอนั่นยังไม่ยอมปล่อยมือเพื่อนหล่อนอีก เอาเถอะถึงจะขัดใจแค่ไหนแต่วันนี้หมอนี่ก็ทำตัวดี หล่อนจะยอมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสักวันหนึ่งก็แล้วกัน
“จะตามกลับไปพร้อมกันทำไมฉันกับลูกแก้วยังไม่อยากกลับบ้าน นัดกันจะไปดูหนัง” พริมาหันไปยิ้มให้นพคุณหล่อนก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าชายหนุ่มจะกลับออกมาพร้อมกัน
“ก็ไปดูหนังก่อนสิ เดี๋ยวเลี้ยงเอง”นพคุณชะโงกหน้ามาคุยกับยามาเพราะระหว่างกลางมีพริมาคั่นอยู่ วันนี้ยามาทำดีถูกใจเขาเห็นโอกาสที่จะตบรางวัลหล่อนอย่างที่คิดไว้ซะทีอีกอย่างยามาไปพริมาก็ต้องไปด้วย เขายังไม่เคยดูหนังกับพริมาเลย ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ไปดูกันสองคนแต่ก็ถือว่าหยวนๆ พ่วงยัยปลาทูไปด้วยก็ได้...ยัยตัวแถม!!!
“ดูหนังออกมามันจะหิวๆหน่อย” ยามาเสนอความอยากของหล่อนเพิ่ม นพคุณยิ้มรับวันนี้เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลี้ยงหล่อนเต็มที่เลยสบายมาก
“เลือกไว้เลยอยากกินอะไร วันนี้พี่จ่ายเอง”ยามาไม่ตอบ หล่อนยกหัวแม่มือยื่นให้ แต่ตาไม่ได้มองนพคุณแต่เขารู้ว่าหล่อนพอใจข้อเสนอ ทั้งสามคนจึงนั่งแท็กซี่ไปยังศูนย์การค้าที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นักโดยเลือกสถานที่ที่มีทั้งโรงหนังและร้านอาหารให้เลือกมากมายยามายอมให้อย่างที่สุด เพราะวันนี้หล่อนเลือกนั่งแท็กซี่ด้านหน้าข้างคนขับทิ้งพริมากับนพคุณให้นั่งเบาะหลังและด้วยสายตาแหลมคมของยามา...แน่นอนหล่อนเห็น นพคุณ ยื่นมือไปจับมือเพื่อนรักของหล่อนมากุมไว้และเพื่อนรักของหล่อนก็ไม่ได้ ขัดขืน...แถมสีแก้มยังเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด...ชิ!!!