ตอนที่3: หลิงเยว่:สตรีผู้มาสืบหาความจริง
I. ผู้สืบหาปริศนาแห่งไอปราณ
สามวันถัดมา ข่าวลือเื่"ความตื่นรู้" ของเ้าสำนักไป๋อวิ๋น หวงเต๋อ เริ่มแพร่สะพัดอย่างเงียบ ๆในแวดวงผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูง แม้จะไม่มีใครกล้าเปิดเผยเื่ราวของ "ภาพวาดวิถีเซียน" แต่การทะลวงผ่านระดับอย่างฉับพลันของปรมาจารย์เซียนผู้นี้ก็เป็สิ่งที่ไม่อาจปกปิดได้
ในเมืองใหญ่อันห่างไกลออกไป หลิงเยว่ศิษย์เอกของสำนักเทพวารี และบุตรสาวคนเดียวของเ้าเมืองผู้ทรงอิทธิพลได้รับมอบหมายภารกิจลับให้มาสืบสวนเื่ราวของ "พลังงานปริศนา"ที่เริ่มปรากฏในพื้นที่ห่างไกลนี้
หลิงเยว่มีความงามสง่าและมีพร์ในการบำเพ็ญเพียรสูงจนถูกขนานนามว่าเป็ "ไข่มุกแห่งสำนักเทพวารี" เธอติดค้างอยู่ที่ระดับ ราชันย์เซียนขั้นสูงสุด มานานหลายปีโดยมีคอขวดที่ยากจะทะลวงผ่าน
“ไอปราณเหล่านี้...บริสุทธิ์เกินไป! พลังชีวิตหนาแน่นถึงขนาดนี้...ไม่น่าจะมาจากแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติในโลกมนุษย์ได้” หลิงเยว่คิดในใจขณะที่เธอแปลงโฉมเป็สาวชาวบ้านธรรมดาสวมชุดผ้าฝ้ายสีอ่อน และออกเดินทางตามเบาะแสของไอปราณที่เธอตรวจจับได้
เบาะแสสุดท้ายพาเธอมาถึงหมู่บ้านซ่อนัและนำเธอตรงมายังร้านค้าเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า "ร้านของชิงซวน"
II. น้ำทิพย์แห่ง์ และความบริสุทธิ์ที่น่าสงสัย
หลิงเยว่ยืนอยู่หน้าร้านของชิงซวนเธอััได้ถึงไอปราณบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลที่กระจุกตัวอยู่ในบริเวณนี้ไอปราณนั้นไม่ได้แผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง แต่ถูกกักเก็บไว้อย่างเงียบ ๆ รอบ ๆ ร้านราวกับเป็พื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
เธอเห็นชิงซวนกำลังถือ "ถ้วยน้ำกระเบื้องเก่า ๆ" เดินไปที่สวนหลังบ้าน ชิงซวนจ้องมองต้นกล้าผักกาดที่งอกงามผิดปกติแล้วบ่นเบา ๆ ว่า
“เอ...วันนี้ลายเส้นข้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย น้ำล้างพู่กันเลยไม่ค่อยมีสี...กลัวว่าผักกาดพวกนี้จะขาดสารอาหารนะ”
ชิงซวนเท "น้ำล้างพู่กัน" ลงในดินแปลงผักทันที น้ำสีขุ่น ๆ ที่ดูเหมือนสกปรกนั้นแท้จริงแล้วคือ น้ำที่เต็มไปด้วยไอปราณเซียนา ที่หลุดออกมาจากหมึกและพู่กันขณะที่เขาวาดภาพเมื่อน้ำนั้นถูกดูดซึมเข้าสู่พื้นดิน พืชพรรณก็ดูดซับมันอย่างรวดเร็วส่งผลให้พลังชีวิตในพืชพรรณพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวะโ
หลิงเยว่เบิกตากว้างเมื่อเห็นฉากนี้!
“กล้าบ้าบิ่น! เขาใช้ 'น้ำทิพย์แห่งสัจธรรม' ที่เกิดจากการเขียนอักขระเซียนมาเป็น้ำรดผักอย่างไม่เสียดาย!น้ำที่แม้แต่เทพเซียนก็ยังต้องแย่งชิงกัน เขากลับใช้มันล้างพู่กัน! หรือว่า...นี่คือการแสดงถึง 'ความสมบูรณ์' ของปรมาจารย์ที่มองข้ามวัตถุภายนอกอย่างแท้จริง?”
เธอรีบเดินเข้าไปในร้านทันทีตัดสินใจที่จะต้องทำความรู้จักกับชายผู้นี้ให้ได้
III.ปลาทิพย์ยามบ่าย และหม้อเก่าศักดิ์สิทธิ์
“มีอะไรให้ข้าช่วยหรือคุณหนู?”ชิงซวนเอ่ยถามอย่างยิ้มแย้มเขารู้สึกสบายใจที่มีลูกค้าสาวสวยมาที่ร้าน “ข้ามีงานฝีมือและเครื่องประดับมากมายที่เหมาะสมกับสตรีเช่นคุณหนูหรือถ้าท่านหิว ข้าเพิ่งตกปลามาได้ และกำลังจะทำอาหารกลางวันเช่นนั้นเชิญมาลองชิมอาหารก่อนเลือกชมสินค้า”ชิงซวนเชิญให้หลิงเยว่เข้าไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารภายในร้าน
หลิงเยว่เดินตามเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ด้านหน้าเป็โต๊ะแปดเซียนสำหรับทานอาหารเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้วสายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆพลันก็ต้องใสุดขีดเมื่อพบว่าสิ่งของที่อยู่รอบ ๆตัวทุกชิ้นมีไอปราณบริสุทธิ์แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่องเป็พลังที่ทำให้เกิดความสบายและผ่อนคลายเป็อย่างมาก แต่ก็พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเป็ปกติที่สุด“ข้า... ข้าได้กลิ่นหอมของสมุนไพรและไอปราณบริสุทธิ์ที่ออกมาจากครัวของท่านข้าอยากจะขอ... 'ยาโอสถ' สักเม็ดจากท่านได้หรือไม่?”
ชิงซวนเกาหัว ‘ไอปราณบริสุทธิ์..ยาโอสถ?’ “ข้าไม่ได้ทำยาอะไรหรอกนะแต่กลิ่นที่ท่านได้กลิ่นน่าจะเป็ 'ปลาต้มยำ' ที่ข้าเพิ่งปรุงเสร็จพอดี” ชิงซวนเดินไปเปิดหม้อดินเผาเก่า ๆที่ตั้งอยู่บนเตา(หม้อดินเผาใบนี้ถูกใช้ปรุงอาหารด้วยพลังงานเซียนทุกวันจนกลายเป็ "ภาชนะเซียน" ที่สามารถกักเก็บพลังงานได้อย่างสมบูรณ์)
“ท่านลองชิมปลาตัวนี้ดูสิข้าตกได้เมื่อเช้าในลำธารหลังหมู่บ้าน ยังสด ๆ อยู่ และข้าได้เติมสมุนไพรลงไปด้วยช่วยให้รสชาติดีมากอย่างแน่นอน” ชิงซวนตักปลาต้มยำชิ้นหนึ่งใส่ถ้วยเล็ก ๆให้หลิงเยว่
หลิงเยว่รับปลามาอย่างสั่นเทา... ปลาจากลำธารที่รดด้วยน้ำเซียน!การได้กินปลาตัวนี้อาจเทียบเท่ากับการบำเพ็ญเพียรเป็เวลาหลายสิบปี!
เมื่อเธอได้ลองชิมปลาคำแรกร่างกายของเธอก็สั่นสะท้าน ปราณในร่างของเธอเริ่มเดือดพล่านราวกับูเาไฟ!ไอปราณเซียนาจากเนื้อปลา (ที่กินน้ำเซียนมาทุกวัน) และจากน้ำต้มยำ(ที่ปรุงในภาชนะเซียน) ได้ไหลทะลักเข้าสู่เส้นลมปราณของเธอ ปลาที่เนื้อนุ่มบวกกับกลิ่นหอมของสมุนไพรและรสชาติที่อร่อยเหนือคำบรรยายทำให้เธอมิอาจรักษาภาพพจน์ของสาวงามผู้มีกิริยาเรียบร้อยเอาไว้ได้ “เอิ๊กกกกก....” เสียงเรอพร้อมกับเอามือลูบพุง
หลิงเยว่ต้องใช้สมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อควบคุมไม่ให้พลังทะลวงออกมาอย่างเปิดเผยเธอรู้สึกว่าคอขวดที่ติดขัดมานานของเธอกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงแค่อาหารเพียงคำเดียวก็พอให้ทะลวงขั้น แต่นี่ข้ากินซะเต็มคราบ!
“ปรมาจารย์ผู้นี้...ไม่ใช่แค่ปรุงอาหาร แต่ท่านกำลัง 'หลอมโอสถด้วยอาหาร'นี่คือวิชาที่เหนือกว่าการปรุงโอสถทั่วไปนับร้อยเท่า!ท่าน้าให้ข้าเรียนรู้ 'วิถีแห่งการใช้ชีวิต'เพื่อการบำเพ็ญเพียรงั้นหรือ?”
IV. สัตว์เทพผู้ปลอมตัว: อาหู่
ขณะที่หลิงเยว่กำลังต่อสู้กับการยกระดับพลังภายในอย่างเงียบๆ ก็มีแมวส้มตัวอ้วนกลมเดินโซเซออกมาจากห้องครัวมันงัวเงียเล็กน้อยและะโขึ้นไปนอนขดตัวบนเก้าอี้ไม้ข้าง ๆ ชิงซวนอย่างไม่แยแส
“โอ๊ะ นั่น อาหู่ เอง”ชิงซวนยิ้ม “เ้าแมวตัวนี้ี้เีจริง ๆ กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กินไม่ช่วยข้าทำมาหากินเลย”
หลิงเยว่มองไปยังแมวส้มตัวนั้นอย่างตะลึงงันด้วยสายตาของราชันย์เซียน เธอเห็น ประกายแสงสีทองอ่อน ๆ แวบหนึ่งรอบตัวเ้าแมวส้มนั้นและััได้ถึง พลังที่ยิ่งใหญ่และโบราณ ที่ถูกผนึกไว้ในร่างกลม ๆนั้นอย่างสมบูรณ์
“แมว? ี้เี? กินแล้วนอน? ไม่มีทาง!นี่คือ สัตว์เทวะา อย่างแน่นอน! มันกำลัง 'บำเพ็ญฌานเร้นกาย'โดยการทำตัวเป็แมวี้เีเพื่อซ่อนพลังที่แท้จริง!การที่ปรมาจารย์ชิงซวนบอกว่ามัน 'ี้เี' นั่นคือการชี้แนะให้ข้ารู้จักกับ 'วิถีแห่งความสงบที่ไม่เร่งรีบ'”
“ท่านชิงซวน...สัตว์เลี้ยงของท่าน... ช่างน่ารักจริง ๆ” หลิงเยว่พยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุดแต่ในใจเธอเต็มไปด้วยความวาดหวัง “มัน... กินอะไรเป็พิเศษหรือไม่เ้าคะ?”
ชิงซวนหัวเราะ “กินอะไรเป็พิเศษ? ก็อาหารเหลือจากที่ข้าทำนั่นแหละมันไม่ยอมกินอาหารแมวดี ๆ ที่ข้าซื้อมาเลย แปลกจริง ๆ”
“อาหารเหลือ?! สัตว์เทวะที่กิน 'เศษอาหารที่ปรุงโดยปรมาจารย์'เป็อาหารหลัก! นี่คือการถ่อมตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!” หลิงเยว่คุกเข่าลงในใจอย่างสิ้นเชิงต่อความเรียบง่ายและพลังของชิงซวน
V. บทสรุป: การตีความเพื่อเข้าใกล้สัจธรรม
“ถ้าอย่างนั้น... ข้าขอเป็ลูกค้าประจำของท่านได้หรือไม่เ้าคะ?”หลิงเยว่ถามอย่างสุภาพและจริงใจที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
“แน่นอนสิ”ชิงซวนตอบอย่างยินดี “ยินดีต้อนรับเสมอ ร้านค้าเล็ก ๆ ของข้ายินดีบริการอาหารอร่อยๆ ให้กับทุกคน”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขออนุญาตไปนั่งพักเพื่อย่อยอาหารนะเ้าคะ”
“ตามสบายคิดเสียว่าที่นี่เป็บ้านอีกหลังหนึ่งของเ้าก็แล้วกัน”
หลิงเยว่รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างที่สุดชิงซวนเพิ่งตอบรับเธอในฐานะ "ศิษย์ที่มีวาสนา"ให้เข้ามาใน "แดน์น้อย" แห่งนี้แล้ว!
เธอรีบปลีกตัวออกไปเพื่อควบคุมพลังปราณที่กำลังปั่นป่วนจากการกินต้มยำปลาอย่างเต็มคราบไม่ให้ะเิออกมาซึ่งอาจสร้างความแตกตื่นให้แก่รอบข้างเมื่อออกจากที่นี่แล้วค่อยหาสถานที่เหมาะสมหลอมรวมพลังต่อไปและเริ่มวางแผนว่าเธอจะ "แฝงตัว" อยู่ในหมู่บ้านซ่อนันี้อย่างไรเพื่อเรียนรู้ "วิถีแห่งการใช้ชีวิตธรรมดา" จากปรมาจารย์ชิงซวนและหาทางทะลวงคอขวดพลังบำเพ็ญเพียรของตัวเองให้ได้
ในขณะที่หลิงเยว่กำลังนั่งสมาธิอย่างเคร่งเครียดอยู่บนก้อนหินหลังร้านเพื่อซึมซับพลังปราณที่เพิ่งได้รับ
ชิงซวนก็กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดถ้วยชามกระเบื้องเก่าๆ ที่ใช้ทานอาหารเสร็จเมื่อสักครู่
“เฮ้อ...ต้องล้างน้ำให้สะอาดนะ วันนี้หลิงเยว่มากินปลาที่ข้าทำ ถ้าถ้วยไม่สะอาดเดี๋ยวจะถูกมองว่าเป็เ้าของร้านที่สกปรกเอาได้” ชิงซวนบ่นพึมพำกับตัวเอง และใช้น้ำชำระล้างถ้วยและชามอีกครั้งก่อนจะเททิ้งลงในสวนอย่างไม่ใส่ใจ