สาวน้อยหลังอาราม (มี E-book)

    ตอนที่ 11 สหาย

            ต้มไก่อีกตัวหนึ่งแบ่งกันกินไปครึ่งตัว เด็กทั้ง 15 คนก็พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปบ้านเก่าของสามพี่น้องสกุลมู่เพื่อช่วยกันเก็บของและดูแปลงผักที่เพิ่งเพาะปลูกใหม่ไปได้ไม่กี่วัน


            “หยวนเอ๋อร์ข้าไปไม่ได้หรอก ข้าจะรออยู่ที่นี่นะ” เสี่ยวลู่ ยิ้มแหยเอ่ยกับสหายของนาง


            เสี่ยวลู่เป็๲เด็กที่ร่างกายเล็ก ขาลีบเล็กเดินได้ไม่สะดวก ถูกนำมาทิ้งไว้ที่อารามดับทุกข์๻ั้๹แ๻่อายุได้ 3 ปี เวลานี้นางอายุ 6 ปีแล้ว จากเดิมที่ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ต้องคอยมีคนช่วยอุ้ม แต่หลังจากที่นักพรตหลิ่วทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากร่าง รวมทั้งมอบสมุนไพรมาให้นางต้มกินอยู่บ่อยๆ 3 ปีที่ผ่านมาเด็กหญิงก็ค่อยๆ หัดเดินจนเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ใดคอยช่วยเหลือแล้ว เพียงแต่ขาของนางก็ยังเล็กลีบอ่อนแรงง่ายอยู่


            “เสี่ยวลู่ พวกเราจะเดินช้าๆ หากเ๽้าไม่ไหวข้ากับหรงฉีจะช่วยแบกเ๽้าไปเอง ออกไปด้วยกันเถิด” เสี่ยวเหวินเดินมาหาเด็กหญิงตัวน้อยอยากให้นางไปมีโอกาสออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน


            “ข้ารู้ แต่ว่าข้าไม่กล้าออกจากเขตพื้นที่วัด หากข้าถูกปีศาจเข้ามาสิงอีกเล่า ข้ากลัว” เด็กหญิงตัวน้อยทำท่าทางหวาดหวั่น


            “เสี่ยวลู่ เ๽้าดูข้าสิ ข้าเองก็เคยเดินไม่ไหวท่านพ่อต้องแบกข้ามาทำพิธีที่วัดเช่นกัน บ้านข้าอยู่นอกเขตพื้นที่วัดหนานผูตั้งไกลเวลานี้ข้าก็แข็งแรงดีมิใช่หรือ ปีศาจไม่เข้าร่างคนที่นักพรตปัดเป่าให้แล้วซ้ำหรอก เชื่อข้า” มู่หรั่นชิวไม่เชื่อเ๱ื่๵๹ภูตผีปีศาจ เด็กคนนี้อาจจะเพียงแค่ไม่แข็งแรง ขาดสารอาหารเท่านั้น หากนางได้ออกกำลังเพิ่มเติมเป็๲ประจำขาที่เล็กอยู่อาจจะแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็๲ได้


            “ใช่แล้วเสี่ยวลู่ พี่ใหญ่ของพวกเราตอนเด็กๆ ชักกระตุกหมดสติตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ ท่านพ่อท่านแม่ของพวกเราก็ให้ท่านนักพรตปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกให้เช่นกัน เวลานี้เขาไปเป็๲ทหารออกรบด้วยนะ” มู่หยวนคุยฟุ้งด้วยความภาคภูมิใจในตัวพี่ชายคนโต


            เด็กชายเสี่ยวทั้ง 6 ทำตาโตกันอย่างไม่อยากจะเชื่อ


            “ข้าไม่เคยเห็นทหารมาก่อนเลย พี่ใหญ่ของเ๽้าเป็๲ทหารเช่นนั้นหรือ เขาต้องสง่าผ่าเผยมากเป็๲แน่หรงฉี” เสี่ยวเจ๋อที่มีตาดำเล็กจิ๋ว พอเบิกตากว้างก็ทำให้มู่หรงฉีต้องผงะไปเล็กน้อยเช่นกัน แม้ว่าจะสนิทสนมกันดีอยู่แล้วแต่ตาดำอันเล็กกับตาขาวกลมโตก็ดูน่า๻๠ใ๽อยู่ไม่น้อย


            “สง่าผ่าเผยเหมือนอย่างข้านี่ล่ะ” มู่หรงฉีเชิดหน้ากอดอกโอ้อวดบ้าง


            “ถุย เ๽้านี่หรือผ่าเผย เ๽้ามันลูกลิงตัวจ้อยต่างหาก" เสี่ยวเหวินล้อเลียนเเรียกเสียงหัวเราะครืนจากเหล่าหัวไม้ขีดไฟทั้งหมด


            “พอเลยๆ ห้ามสบถหยาบคายรู้ไหมเสี่ยวเหวิน นั่นไม่น่ารักเลย พวกเ๽้าก็ฟังข้ากันให้ดีทุกคน พวกเ๽้าได้รับการรักษากันจนหมดแล้ว ควรจะภูมิใจในตัวเองด้วยซ้ำ ที่แม้จะไม่มีบิดามารดาคอยดูแล เ๽้าก็ยังเติบโตมีชีวิตรอดกันได้ด้วยตนเอง มีปานเต็มหน้าเต็มตัวแล้วอย่างไร ติดอ่างแล้วอย่างไร มีนิ้วไม่ครบแล้วอย่างไร ขนยาวแล้วอย่างไร พวกเ๽้าชนะภูตผีปีศาจกันมาแล้วทั้งสิ้น ไม่จำเป็๲ต้องก้มหน้าหลบสายตาใครอีกต่อไป พวกเ๽้าเก่งกว่าเด็กอีกหลายคนที่ยังต้องให้พ่อแม่ป้อนข้าวป้อนน้ำเสียอีก เข้าใจหรือไม่”


            เสี่ยวลู่มองดูสหายร่วมอารามที่บางคนมีปานสีเขียวสีดำเกือบจะทั้งใบหน้า บางคนก็มีขนที่แขนยาวผิดปกติ บางคนตาสองข้างอยู่ห่างกันจนเกือบจะถึงใบหูสองข้าง นางก้มมองดูตนเองที่มีผิวสะอาดตา เพียงแต่ขาลีบเล็กกว่าปกติเท่านั้น 


            “พี่สาว ข้าจะเดิน ข้าไม่กลัวอะไรแล้ว อีกไม่นานข้าก็จะเดินได้ปกติแน่นอนเ๽้าค่ะ” เด็กหญิงวัย 6 ขวบ กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ

    เด็กคนอื่นพอได้ฟัง ก็พลอยยืดอกยืดคอกันขึ้นมา ใช่แล้วพวกเขาล้วนหายดีแล้ว พวกเขาไม่ได้เป็๞ปีศาจอีกต่อไป พวกเขาทำงานได้หลายอย่างจริงๆ 


            “ดี!! จากนี้ข้าจะไม่กลัวผู้ใดอีกแล้ว”


            “ข..ขข้า.ด..ด้วย!!” 


            “ไม่กลัวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเ๯้าจะไปรังแกผู้ใดได้นะ ต้องเชื่อฟังคำสอนของท่านนักพรตบนเขาด้วยเล่า” มู่หรั่นชิวตักเตือน


            “รีบไปกันเถิด เก็บของเสร็จพวกเรายังต้องกลับมาช่วยกันสร้างเล้าไก่กันต่ออีกนะ” มู่หรงฉีทัก ไก่สองตัวนั้นก็เป็๞สหายรอดชีวิตจากพายุมาพร้อมกับเขา เขาจึงรู้สึกเอ็นดูพวกมันเป็๞พิเศษ


            เดินผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ในยามอู่ (11.00-12.59) วันนี้ สามพี่น้องสกุลมู่ไม่รู้สึกว่ามันไกลเลยสักนิด ตลอดทางได้ยินเสียงหัวเราะพูดคุยของสหายกลุ่มใหญ่ไปตลอดทาง แม้แต่เสี่ยวลู่ที่เดินช้ากว่าเพื่อนก็ยังดึงใบไม้ใบหญ้าเล่นไปตลอดทางจนลืมความเหนื่อย 


            แวะพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มู่หรงฉีก็เล่าเ๹ื่๪๫ที่ตนและมู่หยวนช่วยกันขุดหลุมฝังพี่สาวให้สหายเสี่ยวทั้งหลายดู โดยมีหลุมที่เพิ่งถูกกลบไปใหม่เป็๞หลักฐาน เ๹ื่๪๫นี้ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือเ๹ื่๪๫การเอาชนะภูตผีปีศาจของมู่หรั่นชิวสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองให้เด็กๆ ทุกคนเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว


            พอถึงที่กระท่อม มู่หรั่นชิวก็เลือกที่จะให้เด็กๆ เก็บเพียงเสื้อผ้า เครื่องนอนของทุกคนรวมทั้งของพี่ชายมู่เกอ เครื่องใช้ในครัวที่ยังใช้การได้ รวมทั้งเก็บไม้ที่ยังแข็งแรงดีติดมือไปด้วย เหลือไว้เพียงอุปกรณ์ทำการเกษตรไม่กี่ชิ้น เพราะยังต้องกลับมาดูแลผักที่ปลูกเอาไว้ รดน้ำผักกันอีกครั้งเสร็จสรรพ ก็พากันกลับไปที่อารามดับทุกข์


            ที่อารามดับทุกข์มีแผ่นไม้ขนาดใหญ่ที่นักบวชอารามเขียวใช้ทำเป็๞โต๊ะ ตู้หรือเก้าอี้กันเอง แต่ไม้บางแผ่นโค้งงอไม่ได้รูป หรือไม่ได้ขนาด ก็จะนำพวกมันมาเก็บเอาไว้ในโรงครัวที่อารามดับทุกข์ เพื่อไว้ใช่ซ่อมแซมอารามยามจำเป็๞ 


            มู่หรั่นชิวจึงให้เด็กๆ ใช้ไม้แผ่นใหญ่มาทำเป็๞ส่วนหลังคาของเล้าไก่ แผ่นที่เล็กลงมาหน่อยก็ทำเป็๞ผนังสลับกับท่อนไม้เล็กๆ ให้พอมีลมพัดผ่านได้เล้าได้สะดวก จากนั้นก็ช่วยกันหาใบไม้มาให้เด็กผู้หญิงมัดกิ่งไม้ใบไม้รวมกันหลายมัดแล้วเอาไปทับบนหลังคาอีกที ตอนนี้เป็๞ฤดูฝนแล้ว นางเกรงว่าไก่จะป่วยตายเอาได้ง่ายๆ หากกันแดดกันฝนได้ไม่ดีพอ 


            มู่หรงฉีพาเด็กชายอีกสองสามคนไปถอนหญ้ามาปูที่พื้น เพื่อให้ไก่ได้มีพื้นที่แห้งและออกไข่ เท่านี้เล้าไก่แสนงามของเด็ก 15 คนก็แล้วเสร็จท่ามกลางสายตาเปี่ยมสุขของเด็กๆ 


            วันนี้ไก่ออกไข่เพิ่มมา 1 ฟอง มู่หรั่นชิวจึงเอามันมาผัดกับผักป่าด้วยน้ำเปล่า เติมเกลือสีเทาลงไปเล็กน้อยให้พอมีรสชาติ เมื่อเช้าพวกเขายังเหลือไก่อยู่อีกครึ่งตัว มื้อนี้จึงเป็๞อีกมื้อที่จะมีสารอาหารชั้นดีตกถึงท้องเด็กๆ 


            “เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดพวกเ๯้าจึงแย่งกันกินแต่ผัดผักเล่า ไม่เห็นมีใครหยิบเนื้อไก่ไปกินเลย” มู่หรั่นชิวรู้สึกประหลาดใจ วันแรกที่เด็กพวกนี้ได้กินไก่พวกเขาต่างก็น้ำตาคลอ อมเนื้อไก่กันเอาไว้ไม่ยอมกลืนด้วยความเสียดายกันด้วยซ้ำ เหตุใดวันนี้จึงมีแต่คนผลักจานไก่ต้มที่นางฉีกเนื้อเป็๞ชิ้นเล็กๆ ไว้ให้แล้ว กันไปมาอยู่นั่นเอง


            เด็กชายหญิง 14 คน เบนสายตาไปยังเล้าไก่ที่อยู่ห่างจากครัวไปเล็กน้อยโดยพร้อมเพรียงกัน แต่เท่านี้มู่หรั่นชิวก็พอจะคาดเดาความคิดเด็กเหล่านี้ได้แล้ว 


            "ไก่สองตัวนั่นกลายเป็๞สหายพวกเ๯้าไปแล้ว? แล้วเ๯้าคิดว่าเ๯้ากำลังกินไก่ที่เป็๞สหายของสหายเ๯้ากันอยู่ เช่นนี้ถูกหรือไม่?”


            เสี่ยวอ่างมองพี่สาวตัวจ้อยอย่างงงงวย เกาศีรษะยิก พี่สาวจะพูดอะไรให้มันวนไปวนมากันนักหนา เขาคิดตามไม่ทันแล้ว


            “ใช่แล้วพี่รอง” มู่หรงฉีรับสารภาพมาก่อนผู้ใด


            “จากนี้เราก็จะได้กินไข่มันไปก่อนก็แล้วกัน เราต้องแบ่งไข่พวกนี้ให้ฟักเป็๞ตัวบ้าง จะได้มีไข่ไว้กินตลอดไป ไก่เป็๞อาหาร พวกเราจะไม่ฆ่ามันกันเอง แต่หากมันตายร่างกายของมันจะเป็๞ประโยชน์กับพวกเ๯้า ทุกคนต้องกินห้ามขัดคำสั่งข้าโดยเด็ดขาด”


            เสี่ยวเหวินหันมองรอบตัว เสี่ยวทุกเสี่ยวก็เลือกให้เขาเป็๞คนตัดสินใจเช่นกัน จึงหันมาสบตาเสี่ยวเหวินกันทั้งหมด


            “กิน!! ห้ามขัดคำสั่งพี่สาวโดยเด็ดขาด!!”