ภากร มาออฟฟิศเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงมาถึงก็เจอกับเลขาสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว เธอมาเช้าเสมอไม่เคยบกพร่องหากไม่มีเหตุสุดวิสัยอะไร เขาชื่นชอบวินัยเธอรวมไปถึงการทำงานที่ค่อนข้างเป็ที่พอใจของเขา รวมไปถึงคนอื่นๆ ในออฟฟิศที่ต้องติดต่อประสานงานกับเลขาสาวทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า ชลินกาญจน์ ทำงานด้วยแล้วสบายใจ ไม่กดดันแต่งานก็ลุล่วงไปได้ดีทุกครั้งภากรยืนมองเธอจนกระทั่งคนที่นั่งทำงานอยู่หันหน้ามาเจอเขา
“คุณภากร สวัสดีค่ะ”เธอกล่าวทักทำให้เขาได้สติ
“อืม..” เขาพยักหน้าเดินเข้ามายืนหน้าโต๊ะเธอ “เชิญเข้าห้องได้เลยนะคะเดี๋ยวลินเข้าไปแจ้งคิวงานของวันนี้ค่ะ” เธอบอกเพราะคิดว่าเขาจะถามเธอเื่คิวงานวันนี้ แต่ผิดคาด เ้านายหนุ่มส่ายหัวแล้วแบมือยื่นมาด้านหน้าเธอ
“ไหนล่ะ??” เขาทวงเธอ
“...???” หญิงสาวนั่ง งง เขาก็ไม่ยอมลดมือกลับจนหญิงสาวนึกได้ รีบส่งกล่องข้าวให้กับเ้านายหนุ่ม
“นี่ใช่มั้ยคะ ไม่ได้ลืมค่ะแต่ไม่คิดว่าคุณจะหิวแล้ว”
“อะไรที่ผมอยากได้ ผมไม่เคยลืมนะแล้วผมก็ต้องเอามาให้ได้ด้วย” รับกล่องข้าว พูดทิ้งท้ายให้คิดแล้วเดินเข้าห้องไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวนั่งมึน งงอยู่ที่โต๊ะกับคำที่เ้านายพูดไว้ ‘แค่ข้าวกล่องเนี่ยนะ’ แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะคิดให้ปวดหัวกับคำพูดของเขานัก
ทำงานจนใกล้เวลาเลิกเช็คจนแน่ใจั้แ่เช้าแล้วว่าเ้านายไม่มีนัดลูกค้า หรือ ประชุมอะไรต่อ ลินก็เตรียมตัวจะกลับบ้านแต่เห็นเ้านายยังไม่กลับเธอเลยเคาะประตูเข้าไปเพื่อจะบอกเขาก่อนกลับเคาะห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปก็เห็นผู้เป็เ้านายนั่งหันหลังให้โต๊ะทำงานอยู่เลยลองเรียกดู
“คุณภากรคะ..”
“........” เงียบไม่มีเสียงตอบกลับจากเ้านายหนุ่ม
“คุณภากรมีงานอะไรให้ลินทำอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มีลินขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ” เธอลองบอกเขาออกไปแต่ก็ยังไร้เสียงตอบกลับ เธอจึงเดินอ้อมไปดูเขา ก็เห็นภากร หลับตาพิงเก้าอี้คิ้วขมวดมุ่น จึงตัดสินใจเขย่าแขนเขาเบาๆ
“คุณ...”
“อือ...ปวดหัว” เขาพูดออกมาเบาๆคล้ายพึมพำ ลินจึงเอาหลังมือแตะหน้าผากเขาดู
“ตัวร้อนจี๋เลย!!” เธออุทาน
เมื่อััได้ถึงไอร้อนจากตัวเขาเลยตัดสินใจพยุงเขาเพื่อมานอนที่โซฟา
“คุณภากรคะเดี๋ยวลินพาไปนอนที่โซฟานะคะ” เธอบอกเขา พร้อมกับพยุงตัวไปที่โซฟาชายหนุ่มเดินตามแรงฉุดของเลขาไปนอนที่โซฟาอย่างว่าง่ายหญิงสาวหาผ้าชุบน้ำเพื่อมาเช็ดหน้า เช็ดตาให้ชายหนุ่ม เนื่องจากเวลานี้เป็เวลาเลิกงานแล้วดังนั้นในออฟฟิศจึงแทบไม่มีใครอยู่ นอกจาก รปภ.ที่เฝ้าอยู่ด้านล่างตึกหญิงสาวจึงปล่อยให้ชายหนุ่มนอนไปก่อนส่วนตัวเองก็เข้าครัวเพื่อต้มโจ๊กสำเร็จรูปที่จะมีติดออฟฟิศไว้ให้ชายหนุ่ม
ลินกลับเข้าห้องทำงานมาพร้อมกับถ้วยโจ๊ก และกล่องยาเธอมองดูภากรที่ตอนนี้หลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ไข้
“ลุกขึ้นมาทานโจ๊กร้อนๆหน่อยนะคะ แล้วทานยา เดี๋ยวลินพาไปหาหมอนะคะ” เธอเรียกเขา
“ไม่เอา ไม่ไปหาหมอ”เขาพูดเสียงเบา
“แต่ตัวร้อนมากเลยนะคะงั้นลุกมากินโจ๊กก่อนค่ะ จะได้กินยาลดไข้”
“ผมไม่หิว ผมปวดหัว” เ้านายอ้อนวอนเสียงอ่อน
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่กินโจ๊กลินจะโทรเรียกพี่เกื้อให้มาพาไปหาหมอนะคะ เลือกเอาค่ะ” เธอขู่เขาเพราะอดห่วงไม่ได้
ภากรลืมตามองหน้าเลขาตัวเอง
“เป็ห่วงผมด้วยเหรอ?” เขาถามเธออย่างแปลกใจ
“ก็ต้องห่วงสิคะเ้านายทั้งคน”
“ห่วงในฐานะ เ้านายแค่นั้นเหรอ”
“...ค่ะถ้าไม่ให้ห่วงในฐานะเ้านายกับลูกน้องแล้วจะให้ลินห่วงในฐานะอะไรคะ?”
“ใจร้ายชะมัด” เขาพึมพำเบาๆ
ภากรมองหน้าหญิงสาวแบบงอนๆไม่คิดว่าเธอจะเฉยชา ทำเหมือนไม่มีอะไรมาก่อนได้อย่างที่พูดจริงๆในขณะที่เขาไม่เคยลืมเื่คืนนั้นเลย แม้จะตกลงกันแล้วว่าเื่คืนนั้นต่างคนต่างจะทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เขานอนคิดถึงมันทุกคืน คงเป็เพราะความแปลกใหม่และความไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาติดใจในรสชาติความหอมหวานจากในตัวหญิงสาว
“ลุกขึ้นสิคะ”หญิงสาวเห็นเขานิ่งไปก็ท้วงขึ้น ภากรจึงจำยอมลุกขึ้นโดยมีหญิงสาวช่วยประคองเมื่อจัดท่านั่งดีแล้วเธอก็ยื่นถ้วยโจ๊กมาตรงหน้า
“ทานสักหน่อยค่ะ ลินจะเตรียมยาไว้ให้”แต่ชายหนุ่มยังนั่งนิ่งพร้อมทำหน้ามุ่ย
“ผมปวดหัวมากจริงๆ นะ”
“ทราบค่ะ ถึงควรต้องรีบทานจะได้ทานยาไงคะ”
“ป้อนหน่อยได้มั้ย?” เขาเอ่ยขึ้นมาในที่สุด หญิงสาวหน้าเหวอ
“คุณภากรคะ คุณปวดหัวแต่แขนไม่ได้เป็อะไรนี่คะ”
“แต่ผมปวดหัวมากไงมันไม่มีแรงจะยกแขน จะทำอะไรทั้งนั้น”
เขาพูดหน้าง้ำเหมือนเด็กที่งอแงจะให้แม่ป้อนข้าวไม่มีผิด ลิน ลอบถอนหายใจพลางคิดในใจ ‘เวลาไม่สบายเขางอแงเหมือนเด็กขนาดนี้เลยเหรอ หึ คงอ้อนสาวๆบ่อยสินะ’
“ก็ได้ค่ะ อ้าปากค่ะ” ลินไม่อยากเถียงให้มากความ จึงตักโจ๊กพร้อมเป่าไปจ่อที่ปากเ้านายภากรอ้าปากอย่างว่าง่าย นั่งเป็เด็กโค่งให้เลขาป้อนโจ๊กจนหมดถ้วย ทั้งๆที่ป่วยแต่ก็อดรู้สึกสดชื่นในใจไม่ได้ ทานยาเสร็จ ลินก็ช่วยประคองให้เขานอนพักที่โซฟา พร้อมห่มผ้าให้ กำลังจะยกชามไปเก็บเ้านายก็รีบคว้าข้อมือไว้
“คุณจะกลับแล้วเหรอ” เขาถาม
“ก็ว่าจะกลับแล้วค่ะเดี๋ยวลินจะโทรบอกพี่เกื้อให้ขึ้นมาดูแลต่อนะคะ”
“ไม่เอาเกื้อเป็ผู้ชายดูแลคนป่วยไม่เป็หรอก.....อย่าเพิ่งกลับได้มั้ย”
“อืมม..งั้นเอางี้มั้ยคะเดี๋ยวลินพาคุณไปหาหมอพร้อมพี่เกื้อด้วย จะได้นอนดูอาการสักคืนแล้วเดี๋ยวลินโทรรายงานคุณหญิงกมลาให้ ดีมั้ยคะ” เธอยื่นข้อเสนอพร้อมจะโทรบอกแม่เขาด้วย
“ไม่เอา ผมไม่อยากให้แม่เป็ห่วงเดี๋ยวก็บังคับให้ผมกลับไปอยู่ที่บ้านอีก”
เขาบ่นเหมือนเด็กเพราะั้แ่เขารับตำแหน่งประธานบริษัทฯ แม่ของเขาก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดูกิจการเท่าไหร่นานๆ จะเข้ามาทีหนึ่ง ส่วนตัวเขาเองก็แยกออกมาอยู่คอนโดที่ไม่ไกลที่ทำงานมากเพราะ่งานยุ่งๆ จะได้ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง คุณหญิงกมลาก็อยู่บ้านกับแม่บ้านหลายคน พร้อมกับดูแลร้านเพชรที่หุ้นกับเพื่อนเพื่อจะได้ไม่เหงาอีกอย่างสุขภาพของแม่เขาก็ค่อนข้างแข็งแรง จึงไม่ค่อยน่าห่วงสักเท่าไหร่
“คุณอยู่รอผมอาการดีขึ้นก่อนได้มั้ยแล้วผมจะให้เกื้อไปส่งคุณที่บ้าน”
“แล้วถ้าอาการคุณไม่ดีขึ้นล่ะคะจะทำยังไง จะพาไปหาหมอก็ไม่ไป”
“งั้น ถ้าคุณรีบกลับบ้านก็ไปเถอะปล่อยผมนอนอยู่ที่นี่แหละ ผมอยู่ได้” ชายหนุ่มงอนไล่เธอกลับบ้านเสร็จก็หลับตาหันหน้าหนี หญิงสาวอ่อนใจจึงเดินเอาชามมาล้างเก็บและก็ตัดสินใจว่าจะอยู่เป็เพื่อนเขา เธอจึงหยิบแมคบุ๊ค เข้ามานั่งทำงานไปเรื่อยๆที่โซฟาอีกตัวใกล้ๆ เขา จนเวลาผ่านไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอก็ผล็อยหลับไป
22.00 น. ภากรรู้สึกตัวตื่นหลังจากรู้สึกดีขึ้นมากจากเมื่อตอนเย็น เขาลุกขึ้นนั่งสะบัดหัวไล่ความเมื่อยอาการปวดหัวหลงเหลือเล็กน้อยแต่ยังปวดตามเนื้อตัวอยู่บ้างนิดหน่อยจึงบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อย แล้วเหลือบเห็นชลินกาญจน์ นอนพิงอยู่ที่โซฟาตัวเล็ก พร้อมหายใจสม่ำเสมอเขาเลยเดินเอาผ้าห่มบางไปห่มให้ ทำให้ลินรู้สึกตัวลืมตาตื่น
“ดีขึ้นมั้ยคะ”เธอถามเขาแล้วปิดปากหาว
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะแล้วทำไมถึงยังไม่กลับ นี่มันดึกมากแล้วนะ”
“ก็เห็นคุณนอนอยู่ก็เลยรอดูอาการก่อนค่ะ แต่เผลอหลับไป”เธอพูดพร้อมกับเดินมาเอาหลังมือแตะที่คอชายหนุ่ม
“ตัวเย็นขึ้นแล้วค่ะ”ชายหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาว ชะงักไป ััที่อบอุ่นนั้นทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกโดยปรกติแล้วนอกจากแม่เขาก็ไม่เคยมีใครมาใส่ใจเขามาก่อนชายหนุ่มจับมือเธอแนบซอกคอไว้
“เป็ห่วงผมใช่มั้ย”เขาถามเธอ หญิงสาวก้มหน้า ไม่กล้าสบตา
“เอ่อ...ถ้าดีขึ้นแล้ว ลินขอตัวกลับบ้านนะคะ คุณก็กลับบ้านพักผ่อนเถอะนะคะ” เธอเปลี่ยนเื่
“ตอบผมก่อน เป็ห่วงรึเปล่า?”เขาถามมือหนึ่งยึดมือเธอไว้กับซอกคอ อีกมือรั้งเอวบางเขาหาตัวเอง
“คุณภากร ปล่อยนะคะ”หญิงสาวขืนตัวออก
“บอกผมก่อนสิว่าคุณเป็ห่วงผมใช่มั้ย ถึงยังไม่กลับ”
“....ค่ะเป็ห่วงกลัวว่าจะไม่มีใครจ่ายเงินเดือนให้ค่ะ” หญิงสาวตอบ
“หึ แค่นี้ก็ได้” เขายิ้มพร้อมโน้มหน้าเข้าใกล้ ลินหลับตาแน่น เอาแขนดันอกเขาไว้แต่ก็ดูเหมือนจะสู้แรงคนป่วยไม่ได้ ชายหนุ่มกระชับวงแขนแล้วหอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่แล้วชะงักไปเหมือนเพิ่งคิดได้ว่าตัวเขาเองไม่สบายอยู่ใกล้ขนาดนี้หญิงสาวอาจจะติดไข้เขาได้ ภากรจึงรีบปล่อยลินเป็อิสระ
“ขอโทษทีผมลืมไปว่าเป็ไข้อยู่” เขาพูดกับแบบสำนึกผิดจริงๆ
“เห็นมั้ยล่ะคะชอบทำอะไรตามใจ ถ้าลินไม่สบาย คุณทำงานไปคนเดียวเลยนะคะ” หญิงสาวได้ทีต่อว่าเขา จากนั้นเธอก็โทรหาพี่เกื้อคนขับรถคู่ใจของเ้านายให้เตรียมพร้อม พาเ้านายกลับคอนโดภากรเห็นว่าดึกแล้วเขาจึงให้เกื้อขับรถไปส่งหญิงสาวที่บ้านก่อนแล้วจึงกลับคอนโดตัวเอง
“ลิน ทำไมวันนี้กลับดึกจังลูก”ผู้เป็แม่ถามเธอ เพราะเห็นว่าลูกสาวยังไม่กลับบ้านจึงนั่งเตรียมของใส่บาตรในวันพรุ่งนี้รอไปพลางๆ
“พอดีลินเคลียงานเพลินไปหน่อยค่ะแม่ขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทรบอกก่อน” หญิงสาวจำใจโกหกผู้เป็แม่เพราะไม่รู้จะพูดความจริงกับแม่ยังไงเพราะจากการที่เธอทำมันออกจะเกินหน้าที่เลขาไปสักนิด
“แล้วนี่กินอะไรมารึยังลูกแม่เก็บกับข้าวไว้ให้ลินด้วยนะ”
“ลินทานรองท้องมาแล้วค่ะแม่ขอขึ้นไปพักดีกว่า รู้สึกเมื่อยๆ ค่ะแม่ก็รีบนอนได้แล้วค่ะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตรให้พ่อแต่เช้าอีก”เธอบอกแม่ พร้อมขอตัวขึ้นห้องอาบน้ำนอน เพราะรู้สึกวันนี้ล้าเป็พิเศษ
เช้านี้ลินรู้สึกเพลียๆ และมึนหัวนิดหน่อยเธอก็แอบคิดว่าอาจจะติดไข้จากภากรเมื่อคืน จึงทานยาหลังอาหารเช้าแล้วมาทำงานปกติ
8.30 น.ภากรเดินออกจากลิฟต์มาเห็นเลขานั่งทำงานอยู่
“สวัสดีค่ะดีขึ้นแล้วเหรอคะ ลินคิดว่าวันนี้คุณจะพักอีกสักวัน” เธอเอ่ยทักผู้เป็เ้านาย
“ผมดีขึ้นมากแล้วล่ะ เดี๋ยวเข้ามาบรีฟงานที่ห้องนะขอกาแฟด้วยเลยแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”หญิงสาวรับคำแล้วเดินไปในครัว ชงกาแฟร้อนให้เ้านาย
ก๊อกๆหญิงสาวเคาะเป็พิธีแล้วเปิดประตูเข้าไป วางถ้วยกาแฟลงแล้วเปิดแมคบุ๊คเพื่อแจ้งคิวงานให้เ้านายหนุ่ม
“10.30 น.มีนัดเซ็นสัญญากับคุณน้ำรินทร์นะคะแล้วก็ตอนเย็นมีนัดกับคุณพิษณุ คุยโปรเจคใหม่ที่สนามกอล์ฟ.......ค่ะ”
“อืมงั้น่เย็นวันนี้คุณคงต้องไปกับผมด้วยนะเพราะว่าคงต้องคุยรายละเอียดเื่โปรเจคคุณเก็บรายละเอียดให้ด้วย” เขาบอกเธอ
“รับทราบค่ะ”เธอบอกพร้อมเดินออกมาทำงานตามปกติ
“น้องลิน ไปทานข้าวเที่ยงกันเถอะนี่เที่ยงครึ่งแล้ว” พี่กิ่ง เซลล์ของบริษัท เดินมาชวนเธอไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน
“พี่กิ่งลินยังไม่ค่อยหิวเลยอ่ะค่ะพอดีลินรีบเตรียมเอกสารให้คุณภากรคุยโปรเจคกับคุณพิษณุเย็นนี้ด้วยน่ะค่ะพี่กิ่งทานก่อนเลยนะคะ” ลินตอบด้วยความเกรงใจ
“นี่ อย่าโหมงานจนไม่ลืมกินข้าวกินปลาเป็ลมเป็แล้งไปนะน้องลิน หน้าตาเซียวๆ นะวันนี้งั้นเดี๋ยวพี่หาอะไรรองท้องมาฝากละกันเนอะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่กิ่ง”เนื่องจากภากร มีเซ็นสัญญาซื้อ-ขายเพิ่มเติม กับ น้ำรินทร์ลูกค้าสาวสวยที่คอยตื๊อจะนัดภากรมาสักระยะแล้ว เขาเองก็เพิ่งจะเคลียงานได้ก็คงจะพากันไปทานมื้อเที่ยงด้วยเลยกลับเข้าออฟฟิศช้าลินเลยถือโอกาสรีบเตรียมเอกสารที่จะต้องไปคุยงานกับเขาเย็นนี้อีกทั้งเธอยังไม่รู้สึกหิวเลย อาการมึนหัวก็ยังคงอยู่แต่ก็คิดว่าหาอะไรรองท้องก่อนไป กินยาดักเอาไว้คงจะดีขึ้น