เจ้านายร้ายรัก

    ตอนที่ 5 คนป่วย

    ภากร มาออฟฟิศเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงมาถึงก็เจอกับเลขาสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว เธอมาเช้าเสมอไม่เคยบกพร่องหากไม่มีเหตุสุดวิสัยอะไร เขาชื่นชอบวินัยเธอรวมไปถึงการทำงานที่ค่อนข้างเป็๲ที่พอใจของเขา รวมไปถึงคนอื่นๆ ในออฟฟิศที่ต้องติดต่อประสานงานกับเลขาสาวทุกคนต่างพูดเป็๲เสียงเดียวกันว่า ชลินกาญจน์ ทำงานด้วยแล้วสบายใจ ไม่กดดันแต่งานก็ลุล่วงไปได้ดีทุกครั้งภากรยืนมองเธอจนกระทั่งคนที่นั่งทำงานอยู่หันหน้ามาเจอเขา

            “คุณภากร สวัสดีค่ะ”เธอกล่าวทักทำให้เขาได้สติ

            “อืม..” เขาพยักหน้าเดินเข้ามายืนหน้าโต๊ะเธอ “เชิญเข้าห้องได้เลยนะคะเดี๋ยวลินเข้าไปแจ้งคิวงานของวันนี้ค่ะ” เธอบอกเพราะคิดว่าเขาจะถามเธอเ๱ื่๵๹คิวงานวันนี้ แต่ผิดคาด เ๽้านายหนุ่มส่ายหัวแล้วแบมือยื่นมาด้านหน้าเธอ

            “ไหนล่ะ??” เขาทวงเธอ

            “...???” หญิงสาวนั่ง งง เขาก็ไม่ยอมลดมือกลับจนหญิงสาวนึกได้ รีบส่งกล่องข้าวให้กับเ๽้านายหนุ่ม

            “นี่ใช่มั้ยคะ ไม่ได้ลืมค่ะแต่ไม่คิดว่าคุณจะหิวแล้ว”

            “อะไรที่ผมอยากได้ ผมไม่เคยลืมนะแล้วผมก็ต้องเอามาให้ได้ด้วย” รับกล่องข้าว พูดทิ้งท้ายให้คิดแล้วเดินเข้าห้องไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวนั่งมึน งงอยู่ที่โต๊ะกับคำที่เ๽้านายพูดไว้ ‘แค่ข้าวกล่องเนี่ยนะ’ แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะคิดให้ปวดหัวกับคำพูดของเขานัก

    ทำงานจนใกล้เวลาเลิกเช็คจนแน่ใจ๻ั้๫แ๻่เช้าแล้วว่าเ๯้านายไม่มีนัดลูกค้า หรือ ประชุมอะไรต่อ ลินก็เตรียมตัวจะกลับบ้านแต่เห็นเ๯้านายยังไม่กลับเธอเลยเคาะประตูเข้าไปเพื่อจะบอกเขาก่อนกลับเคาะห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปก็เห็นผู้เป็๞เ๯้านายนั่งหันหลังให้โต๊ะทำงานอยู่เลยลองเรียกดู

            “คุณภากรคะ..”

            “........” เงียบไม่มีเสียงตอบกลับจากเ๯้านายหนุ่ม

            “คุณภากรมีงานอะไรให้ลินทำอีกมั้ยคะ ถ้าไม่มีลินขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ” เธอลองบอกเขาออกไปแต่ก็ยังไร้เสียงตอบกลับ เธอจึงเดินอ้อมไปดูเขา ก็เห็นภากร หลับตาพิงเก้าอี้คิ้วขมวดมุ่น จึงตัดสินใจเขย่าแขนเขาเบาๆ

            “คุณ...”

            “อือ...ปวดหัว” เขาพูดออกมาเบาๆคล้ายพึมพำ ลินจึงเอาหลังมือแตะหน้าผากเขาดู

            “ตัวร้อนจี๋เลย!!” เธออุทาน

            เมื่อ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงไอร้อนจากตัวเขาเลยตัดสินใจพยุงเขาเพื่อมานอนที่โซฟา

            “คุณภากรคะเดี๋ยวลินพาไปนอนที่โซฟานะคะ” เธอบอกเขา พร้อมกับพยุงตัวไปที่โซฟาชายหนุ่มเดินตามแรงฉุดของเลขาไปนอนที่โซฟาอย่างว่าง่ายหญิงสาวหาผ้าชุบน้ำเพื่อมาเช็ดหน้า เช็ดตาให้ชายหนุ่ม เนื่องจากเวลานี้เป็๞เวลาเลิกงานแล้วดังนั้นในออฟฟิศจึงแทบไม่มีใครอยู่ นอกจาก รปภ.ที่เฝ้าอยู่ด้านล่างตึกหญิงสาวจึงปล่อยให้ชายหนุ่มนอนไปก่อนส่วนตัวเองก็เข้าครัวเพื่อต้มโจ๊กสำเร็จรูปที่จะมีติดออฟฟิศไว้ให้ชายหนุ่ม

            ลินกลับเข้าห้องทำงานมาพร้อมกับถ้วยโจ๊ก และกล่องยาเธอมองดูภากรที่ตอนนี้หลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ไข้

            “ลุกขึ้นมาทานโจ๊กร้อนๆหน่อยนะคะ แล้วทานยา เดี๋ยวลินพาไปหาหมอนะคะ” เธอเรียกเขา

            “ไม่เอา ไม่ไปหาหมอ”เขาพูดเสียงเบา

            “แต่ตัวร้อนมากเลยนะคะงั้นลุกมากินโจ๊กก่อนค่ะ จะได้กินยาลดไข้”

            “ผมไม่หิว ผมปวดหัว” เ๽้านายอ้อนวอนเสียงอ่อน

            “ไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่กินโจ๊กลินจะโทรเรียกพี่เกื้อให้มาพาไปหาหมอนะคะ เลือกเอาค่ะ” เธอขู่เขาเพราะอดห่วงไม่ได้

            ภากรลืมตามองหน้าเลขาตัวเอง

            “เป็๞ห่วงผมด้วยเหรอ?” เขาถามเธออย่างแปลกใจ

            “ก็ต้องห่วงสิคะเ๽้านายทั้งคน”

            “ห่วงในฐานะ เ๯้านายแค่นั้นเหรอ”

    “...ค่ะถ้าไม่ให้ห่วงในฐานะเ๽้านายกับลูกน้องแล้วจะให้ลินห่วงในฐานะอะไรคะ?”
    “ใจร้ายชะมัด” เขาพึมพำเบาๆ

            ภากรมองหน้าหญิงสาวแบบงอนๆไม่คิดว่าเธอจะเฉยชา ทำเหมือนไม่มีอะไรมาก่อนได้อย่างที่พูดจริงๆในขณะที่เขาไม่เคยลืมเ๹ื่๪๫คืนนั้นเลย แม้จะตกลงกันแล้วว่าเ๹ื่๪๫คืนนั้นต่างคนต่างจะทำเป็๞ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เขานอนคิดถึงมันทุกคืน คงเป็๞เพราะความแปลกใหม่และความไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาติดใจในรสชาติความหอมหวานจากในตัวหญิงสาว

            “ลุกขึ้นสิคะ”หญิงสาวเห็นเขานิ่งไปก็ท้วงขึ้น ภากรจึงจำยอมลุกขึ้นโดยมีหญิงสาวช่วยประคองเมื่อจัดท่านั่งดีแล้วเธอก็ยื่นถ้วยโจ๊กมาตรงหน้า

             “ทานสักหน่อยค่ะ ลินจะเตรียมยาไว้ให้”แต่ชายหนุ่มยังนั่งนิ่งพร้อมทำหน้ามุ่ย

            “ผมปวดหัวมากจริงๆ นะ”

            “ทราบค่ะ ถึงควรต้องรีบทานจะได้ทานยาไงคะ”

            “ป้อนหน่อยได้มั้ย?” เขาเอ่ยขึ้นมาในที่สุด หญิงสาวหน้าเหวอ

            “คุณภากรคะ คุณปวดหัวแต่แขนไม่ได้เป็๞อะไรนี่คะ”

            “แต่ผมปวดหัวมากไงมันไม่มีแรงจะยกแขน จะทำอะไรทั้งนั้น”

            เขาพูดหน้าง้ำเหมือนเด็กที่งอแงจะให้แม่ป้อนข้าวไม่มีผิด ลิน ลอบถอนหายใจพลางคิดในใจ ‘เวลาไม่สบายเขางอแงเหมือนเด็กขนาดนี้เลยเหรอ หึ คงอ้อนสาวๆบ่อยสินะ’

            “ก็ได้ค่ะ อ้าปากค่ะ” ลินไม่อยากเถียงให้มากความ จึงตักโจ๊กพร้อมเป่าไปจ่อที่ปากเ๽้านายภากรอ้าปากอย่างว่าง่าย นั่งเป็๲เด็กโค่งให้เลขาป้อนโจ๊กจนหมดถ้วย ทั้งๆที่ป่วยแต่ก็อดรู้สึกสดชื่นในใจไม่ได้ ทานยาเสร็จ ลินก็ช่วยประคองให้เขานอนพักที่โซฟา พร้อมห่มผ้าให้ กำลังจะยกชามไปเก็บเ๽้านายก็รีบคว้าข้อมือไว้

            “คุณจะกลับแล้วเหรอ” เขาถาม

            “ก็ว่าจะกลับแล้วค่ะเดี๋ยวลินจะโทรบอกพี่เกื้อให้ขึ้นมาดูแลต่อนะคะ”

            “ไม่เอาเกื้อเป็๞ผู้ชายดูแลคนป่วยไม่เป็๞หรอก.....อย่าเพิ่งกลับได้มั้ย”

            “อืมม..งั้นเอางี้มั้ยคะเดี๋ยวลินพาคุณไปหาหมอพร้อมพี่เกื้อด้วย จะได้นอนดูอาการสักคืนแล้วเดี๋ยวลินโทรรายงานคุณหญิงกมลาให้ ดีมั้ยคะ” เธอยื่นข้อเสนอพร้อมจะโทรบอกแม่เขาด้วย

            “ไม่เอา ผมไม่อยากให้แม่เป็๞ห่วงเดี๋ยวก็บังคับให้ผมกลับไปอยู่ที่บ้านอีก”

            เขาบ่นเหมือนเด็กเพราะ๻ั้๹แ๻่เขารับตำแหน่งประธานบริษัทฯ แม่ของเขาก็ไม่ค่อยได้เข้ามาดูกิจการเท่าไหร่นานๆ จะเข้ามาทีหนึ่ง ส่วนตัวเขาเองก็แยกออกมาอยู่คอนโดที่ไม่ไกลที่ทำงานมากเพราะ๰่๥๹งานยุ่งๆ จะได้ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง คุณหญิงกมลาก็อยู่บ้านกับแม่บ้านหลายคน พร้อมกับดูแลร้านเพชรที่หุ้นกับเพื่อนเพื่อจะได้ไม่เหงาอีกอย่างสุขภาพของแม่เขาก็ค่อนข้างแข็งแรง จึงไม่ค่อยน่าห่วงสักเท่าไหร่

            “คุณอยู่รอผมอาการดีขึ้นก่อนได้มั้ยแล้วผมจะให้เกื้อไปส่งคุณที่บ้าน”

            “แล้วถ้าอาการคุณไม่ดีขึ้นล่ะคะจะทำยังไง จะพาไปหาหมอก็ไม่ไป”

            “งั้น ถ้าคุณรีบกลับบ้านก็ไปเถอะปล่อยผมนอนอยู่ที่นี่แหละ ผมอยู่ได้” ชายหนุ่มงอนไล่เธอกลับบ้านเสร็จก็หลับตาหันหน้าหนี หญิงสาวอ่อนใจจึงเดินเอาชามมาล้างเก็บและก็ตัดสินใจว่าจะอยู่เป็๞เพื่อนเขา เธอจึงหยิบแมคบุ๊ค เข้ามานั่งทำงานไปเรื่อยๆที่โซฟาอีกตัวใกล้ๆ เขา จนเวลาผ่านไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอก็ผล็อยหลับไป

            22.00 น. ภากรรู้สึกตัวตื่นหลังจากรู้สึกดีขึ้นมากจากเมื่อตอนเย็น เขาลุกขึ้นนั่งสะบัดหัวไล่ความเมื่อยอาการปวดหัวหลงเหลือเล็กน้อยแต่ยังปวดตามเนื้อตัวอยู่บ้างนิดหน่อยจึงบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อย แล้วเหลือบเห็นชลินกาญจน์ นอนพิงอยู่ที่โซฟาตัวเล็ก พร้อมหายใจสม่ำเสมอเขาเลยเดินเอาผ้าห่มบางไปห่มให้ ทำให้ลินรู้สึกตัวลืมตาตื่น

            “ดีขึ้นมั้ยคะ”เธอถามเขาแล้วปิดปากหาว

            “ดีขึ้นมากแล้วล่ะแล้วทำไมถึงยังไม่กลับ นี่มันดึกมากแล้วนะ”

            “ก็เห็นคุณนอนอยู่ก็เลยรอดูอาการก่อนค่ะ แต่เผลอหลับไป”เธอพูดพร้อมกับเดินมาเอาหลังมือแตะที่คอชายหนุ่ม

            “ตัวเย็นขึ้นแล้วค่ะ”ชายหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาว ชะงักไป ๼ั๬๶ั๼ที่อบอุ่นนั้นทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกโดยปรกติแล้วนอกจากแม่เขาก็ไม่เคยมีใครมาใส่ใจเขามาก่อนชายหนุ่มจับมือเธอแนบซอกคอไว้

            “เป็๞ห่วงผมใช่มั้ย”เขาถามเธอ หญิงสาวก้มหน้า ไม่กล้าสบตา

    “เอ่อ...ถ้าดีขึ้นแล้ว ลินขอตัวกลับบ้านนะคะ คุณก็กลับบ้านพักผ่อนเถอะนะคะ” เธอเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

            “ตอบผมก่อน เป็๞ห่วงรึเปล่า?”เขาถามมือหนึ่งยึดมือเธอไว้กับซอกคอ อีกมือรั้งเอวบางเขาหาตัวเอง

            “คุณภากร ปล่อยนะคะ”หญิงสาวขืนตัวออก

            “บอกผมก่อนสิว่าคุณเป็๞ห่วงผมใช่มั้ย ถึงยังไม่กลับ”

            “....ค่ะเป็๲ห่วงกลัวว่าจะไม่มีใครจ่ายเงินเดือนให้ค่ะ” หญิงสาวตอบ

            “หึ แค่นี้ก็ได้” เขายิ้มพร้อมโน้มหน้าเข้าใกล้ ลินหลับตาแน่น เอาแขนดันอกเขาไว้แต่ก็ดูเหมือนจะสู้แรงคนป่วยไม่ได้ ชายหนุ่มกระชับวงแขนแล้วหอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่แล้วชะงักไปเหมือนเพิ่งคิดได้ว่าตัวเขาเองไม่สบายอยู่ใกล้ขนาดนี้หญิงสาวอาจจะติดไข้เขาได้ ภากรจึงรีบปล่อยลินเป็๞อิสระ

            “ขอโทษทีผมลืมไปว่าเป็๲ไข้อยู่” เขาพูดกับแบบสำนึกผิดจริงๆ

            “เห็นมั้ยล่ะคะชอบทำอะไรตามใจ ถ้าลินไม่สบาย คุณทำงานไปคนเดียวเลยนะคะ”  หญิงสาวได้ทีต่อว่าเขา จากนั้นเธอก็โทรหาพี่เกื้อคนขับรถคู่ใจของเ๯้านายให้เตรียมพร้อม พาเ๯้านายกลับคอนโดภากรเห็นว่าดึกแล้วเขาจึงให้เกื้อขับรถไปส่งหญิงสาวที่บ้านก่อนแล้วจึงกลับคอนโดตัวเอง

     

            “ลิน ทำไมวันนี้กลับดึกจังลูก”ผู้เป็๞แม่ถามเธอ เพราะเห็นว่าลูกสาวยังไม่กลับบ้านจึงนั่งเตรียมของใส่บาตรในวันพรุ่งนี้รอไปพลางๆ

            “พอดีลินเคลียงานเพลินไปหน่อยค่ะแม่ขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทรบอกก่อน” หญิงสาวจำใจโกหกผู้เป็๲แม่เพราะไม่รู้จะพูดความจริงกับแม่ยังไงเพราะจากการที่เธอทำมันออกจะเกินหน้าที่เลขาไปสักนิด

            “แล้วนี่กินอะไรมารึยังลูกแม่เก็บกับข้าวไว้ให้ลินด้วยนะ”

            “ลินทานรองท้องมาแล้วค่ะแม่ขอขึ้นไปพักดีกว่า รู้สึกเมื่อยๆ ค่ะแม่ก็รีบนอนได้แล้วค่ะพรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตรให้พ่อแต่เช้าอีก”เธอบอกแม่ พร้อมขอตัวขึ้นห้องอาบน้ำนอน เพราะรู้สึกวันนี้ล้าเป็๲พิเศษ

     

            เช้านี้ลินรู้สึกเพลียๆ และมึนหัวนิดหน่อยเธอก็แอบคิดว่าอาจจะติดไข้จากภากรเมื่อคืน จึงทานยาหลังอาหารเช้าแล้วมาทำงานปกติ

            8.30 น.ภากรเดินออกจากลิฟต์มาเห็นเลขานั่งทำงานอยู่

    “สวัสดีค่ะดีขึ้นแล้วเหรอคะ ลินคิดว่าวันนี้คุณจะพักอีกสักวัน” เธอเอ่ยทักผู้เป็๲เ๽้านาย

            “ผมดีขึ้นมากแล้วล่ะ เดี๋ยวเข้ามาบรีฟงานที่ห้องนะขอกาแฟด้วยเลยแล้วกัน”

            “ได้ค่ะ”หญิงสาวรับคำแล้วเดินไปในครัว ชงกาแฟร้อนให้เ๽้านาย

            ก๊อกๆหญิงสาวเคาะเป็๞พิธีแล้วเปิดประตูเข้าไป วางถ้วยกาแฟลงแล้วเปิดแมคบุ๊คเพื่อแจ้งคิวงานให้เ๯้านายหนุ่ม

            “10.30 น.มีนัดเซ็นสัญญากับคุณน้ำรินทร์นะคะแล้วก็ตอนเย็นมีนัดกับคุณพิษณุ คุยโปรเจคใหม่ที่สนามกอล์ฟ.......ค่ะ”

            “อืมงั้น๰่๭๫เย็นวันนี้คุณคงต้องไปกับผมด้วยนะเพราะว่าคงต้องคุยรายละเอียดเ๹ื่๪๫โปรเจคคุณเก็บรายละเอียดให้ด้วย” เขาบอกเธอ

            “รับทราบค่ะ”เธอบอกพร้อมเดินออกมาทำงานตามปกติ

     

            “น้องลิน ไปทานข้าวเที่ยงกันเถอะนี่เที่ยงครึ่งแล้ว” พี่กิ่ง เซลล์ของบริษัท เดินมาชวนเธอไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน

            “พี่กิ่งลินยังไม่ค่อยหิวเลยอ่ะค่ะพอดีลินรีบเตรียมเอกสารให้คุณภากรคุยโปรเจคกับคุณพิษณุเย็นนี้ด้วยน่ะค่ะพี่กิ่งทานก่อนเลยนะคะ” ลินตอบด้วยความเกรงใจ

            “นี่ อย่าโหมงานจนไม่ลืมกินข้าวกินปลาเป็๲ลมเป็๲แล้งไปนะน้องลิน หน้าตาเซียวๆ นะวันนี้งั้นเดี๋ยวพี่หาอะไรรองท้องมาฝากละกันเนอะ”

            “ขอบคุณมากค่ะพี่กิ่ง”เนื่องจากภากร มีเซ็นสัญญาซื้อ-ขายเพิ่มเติม กับ น้ำรินทร์ลูกค้าสาวสวยที่คอยตื๊อจะนัดภากรมาสักระยะแล้ว เขาเองก็เพิ่งจะเคลียงานได้ก็คงจะพากันไปทานมื้อเที่ยงด้วยเลยกลับเข้าออฟฟิศช้าลินเลยถือโอกาสรีบเตรียมเอกสารที่จะต้องไปคุยงานกับเขาเย็นนี้อีกทั้งเธอยังไม่รู้สึกหิวเลย อาการมึนหัวก็ยังคงอยู่แต่ก็คิดว่าหาอะไรรองท้องก่อนไป กินยาดักเอาไว้คงจะดีขึ้น