การใช้ชีวิตในป่าไม่ง่ายสำหรับเด็กวัยหกขวบ ทันทีที่เขาตื่นความทรงจำเื่ครอบครัวทำให้เขาไม่พูดกว่าหนึ่งเดือน ลุคคอยอยู่ข้างเขาโดยมีมารีอาคอยดูแล เด็ก ๆ ในหมู่บ้านคอยมาชวนเขาไปเล่นด้วยแต่เขายังคงเก็บตัวอยู่ในกระโจม
จนการปรากฏของไอริส เด็กสาวมนุษย์วัยห้าขวบที่หลงเข้ามาในป่ามนตราและาเ็ ถูกช่วยไว้โดยภูตสาวเพื่อนสนิทของลุคที่ชื่อมิลอา เธอเอ่ยพันธสัญญาเพื่อช่วยให้เด็กสาวสามารถพักฟื้นในหมู่บ้านภูตได้จนกว่าจะหายดี
ความไร้เดียงสาของเด็กสาวทำให้ราล์ฟกลับมายิ้มอีกครั้งและย้ายจากกระโจมไปอยู่ในบ้านที่ลุคสร้างขึ้น ซึ่งไอริสเรียกมันว่า บ้านประหลาด ราล์ฟเริ่มออกมาเล่นกับภูตเด็กคนอื่นตามคำชวนของไอริส เด็กทั้งสองกลายเป็ที่รักของเหล่าภูตในเวลาไม่นาน
หลายเดือนผ่านไปเด็กสาวหายจากการาเ็ มิลอาจึงจำเป็ต้องพาเธอกลับคืนสู่ครอบครัว ทำให้เด็กทั้งสองต้องลากัน
“สัญญากับไอนะว่าพี่จะยิ้ม” เด็กสาวขอคำสัญญาจากเด็กชายที่เธอรักเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ถึงจะอยู่ร่วมกันได้ไม่นาน ก่อนเธอจะกอดเขาให้แน่นที่สุดเพื่อบอกลา
“พี่สัญญา พี่จะยิ้ม” ราล์ฟกอดตอบเธอ แล้วหันไปกำชับกับมิลอา “ฝากเธอด้วยครับ”
“สงสัยจะมีคนเหงานะเด็กน้อย” ลุคเอ่ยแซวเด็กชาย ตอนที่ไอริสผละออกไปลาเหล่าาาภูต
“ลุคสิเหงา เรามีพี่มารีอากับเพื่อน” ราล์ฟย้อน ก่อนกลับเข้าไปในบ้าน โดยไม่สนใจลุค
“รู้ไหม? ฉันชอบนายที่ไม่พูดมากกว่านะ” ลุคบอกอย่างเซ็ง ๆ ที่แหย่เด็กชายไม่สำเร็จ ก่อนจะไปร่วมลาไอริสด้วย
วันเวลาผ่านไปอีกครั้งหลังจากเด็กสาวจากไป เด็กชายเติบโตขึ้นท่ามกลางเหล่าภูต รวมถึงสิ่งมีชีวิตวิเศษมากมายในป่า เขาเริ่มผจญภัย ศึกษาสิ่งต่าง ๆ มากมายในป่า ได้เรียนรู้เวทมนตร์จากาาภูตทั้งสี่ และตำราเวทที่ลุคหามา สำหรับราล์ฟ ลุคคือพี่ชาย มารีอาคือแม่ าาภูตทั้งสี่คืออาจารย์ เหล่าภูตคือครอบครัว และป่ามนตราคือบ้านที่เขาจะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
ไอริสกลับมาเที่ยวที่หมู่บ้านภูตทุกปีและเล่าสิ่งต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายนอกป่ามนตรา รวมถึงสอนเวทที่เธอเรียนมาจากโรงเรียนเวทให้แก่ราล์ฟ ลุคยังคงชอบออกไปเที่ยวนอกป่ามนตราและนำสิ่งต่าง ๆ กลับมาฝากราล์ฟ ทั้งสองมักร่วมกันเรียนรู้เวทมนตร์ใหม่ ๆ และเล่นสนุกด้วยกันทั่วป่ามนตรา เหล่าสรรพสัตว์และสิ่งมีชีวิตวิเศษมากมายต่างรักในตัวเด็กชาย และเฝ้ามองการเจริญเติบโตของเขา
สิบปีต่อมา
สายลมอันอบอุ่นและอ่อนโยนของเดือนกุมภาพันธ์ พัดผ่านใบหญ้าเขียวชอุ่มกลางทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่ แสงแดดยามเช้าทอประกายเจิดจรัส ผีเสื้อบินหยอกเย้าตามแนวดอกไม้หลากสี ผ่านเด็กหนุ่มวัยสิบหกที่นอนหลับอยู่กลางทุ่งหญ้านั้น ก่อนที่เสียงกีบเท้าของม้าสีขาวที่บินลงมายืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มจะทำให้เขาลืมตาตื่นมาเห็นปีกใหญ่สีขาวของเพกาซัส
“การรบกวนคนหลับมันบาปนะเพียร์ซ” เด็กหนุ่มบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนข้างม้าคู่กายที่อยู่กับเขามาตลอด
“ฉันคงต้องขอโทษที่รบกวนการนอนกลางทุ่งแสงตะวันของนาย เ้าชายน้อย” เพียร์ซตอบ
“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกแบบนั้น ฉันชื่อราล์ฟต่างหาก ทำไมทุกคนต้องเรียกฉันแบบนั้น” ราล์ฟเอ่ยอย่างไม่ชอบใจนัก แล้วขึ้นขี่หลังเพียร์ซ เพกาซัสหนุ่มกางปีกอีกครั้งก่อนทะยานขึ้นฟ้าเหนือป่ามนตรา
“เป็ชื่อที่แสดงถึงความรัก นายเป็บุตรแห่งป่ามนตราสำหรับเรา” เพียร์ซตอบข้อสงสัยขณะที่บินพาราล์ฟกลับหมู่บ้านภูต
“คงต้องขอให้รักกันน้อยลงหน่อยแล้ว” ราล์ฟเอ่ยอย่างหมดทางเถียงเพราะรู้ดีว่าทุกคนรักเขา และคำว่าเ้าชายน้อยก็ถูกเรียกโดยมารีอาเป็คนแรก เธอเป็เหมือนแม่ที่ดูแลเขามาตลอด
บินมาได้ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงหมู่บ้านภูต เพียร์ซบินลงหน้าบ้านต้นไม้ประหลาดของราล์ฟ ซึ่งลุคในร่างเด็กหนุ่มยืนคอยอยู่
“ขอบใจที่มาส่ง เพียร์ซ” ราล์ฟบอกหลังลงจากหลังเพกาซัสคู่กาย
“ด้วยความยินดี เ้าชายน้อย” เพียร์ซทะยานขึ้นพื้นฟ้าอีกครั้ง
“ดูเหมือนจะมีคนหนีเที่ยว” ลุคทักทายด้วยรอยยิ้มทันทีที่เพียร์ซจากไป
“ก็ดีกว่าภูตหนีเที่ยวนะลุค สงสัยนอกจากหาข่าว นายคงเอาแต่เที่ยวเล่น” ราล์ฟเอาคืน เพราะพักหลังภูตประจำตัวเขามักหายออกนอกป่ามนตราบ่อยขึ้น
“ฉันว่าเราต้องคุยเื่นี้กันในบ้าน รับรองข่าวนี้นายสนใจแน่” ลุคบอก ก่อนเดินนำเข้าไปในบ้าน ทำให้ราล์ฟเลิกคิ้วอย่างสงสัยในสิ่งที่ลุคบอก
“หลังจากสิบปีหวังว่ามันจะน่าสนใจจริงนะลุค” ราล์ฟเอ่ยถาม หลังตามเข้ามาในบ้าน เพราะตลอดสิบปีลุคและเขาพยายามตามร่องรอยของฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของเขามาตลอด
“น่าสนใจสิ ฉันรับรอง” ลุคกล่าวยืนยันด้วยสีหน้ามั่นใจ ก่อนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
“มั่นใจแบบนี้ที่เราสงสัยกันเป็จริงสินะ” ราล์ฟนั่งลงตรงข้ามลุค เพื่อถามสิ่งที่อยากรู้ แต่ก็ถูกขัดโดยมารีอาที่ยกอาหารเช้ามา
“มีอะไรกันหรือเปล่าสองหนุ่ม” มารีอาถามขึ้นขณะที่จัดโต๊ะอาหาร
“ก็ลุคอมพะนำ ไม่ยอมบอกข่าวนะสิพี่มารีอา” ราล์ฟถือโอกาสหาพวก ซึ่งได้ผลอย่างดี
“นั่นสิ ที่ไปตามเื่นั้นเป็ยังไงบ้าง” คำถามของมารีอาทำให้ลุคถึงกับยกมือยอมแพ้ และบอกออกมาในที่สุด
“เป็จริงแบบที่เราสงสัยราล์ฟ จอมโจรมายาคือคนที่ฆ่าครอบครัวนาย”
“โจรที่เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อ 3 ปีก่อนจากการขโมยสถิตซาตานจากพิพิธภัณฑ์แห่งปัญญาสินะ” ราล์ฟตอบรับด้วยสีหน้าครุ่นคิด ั้แ่ที่เข้ามาในป่า เขาก็ไม่เคยทิ้งเื่นี้ ตอน 10 ขวบ ลุคพาเขากลับไปที่บ้านเก่า แต่พบว่ามันถูกเปลี่ยนไปสร้างโรงแรม แถมพอถามคนแถวนั้นกลับได้เื่ราวเพียงแค่ว่าครอบครัวของเขาขายบ้านและย้ายออกไปเอง โดยไม่มีใครรู้เื่การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น จากวันนั้นเขาก็สัญญากับตัวเองว่าจะตามสืบเื่นี้ จนเมื่อ 3 ปีก่อนข่าวการขโมยสถิตซาตาน วัตถุธาตุมืดที่คนโบราณเชื่อว่ามันกักเก็บเศษิญญาซาตาน ผู้นำทัพปีศาจยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากพิพิธภัณฑ์ที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับโลกได้สำเร็จ โดยไม่มีใครพบร่องรอย จนสื่อให้ฉายาว่าจอมโจรมายา ทำให้ราล์ฟสนใจมาก เพราะเขาจำได้ว่าพ่อเขามีหนึ่งในสถิตซาตานไว้ใน
“นายแน่ใจแค่ไหนลุค” มารีอาถามเพื่อความแน่ใจ
“แน่ใจครับ เพราะผมได้เจอกับมันเมื่อ 3 วันก่อน” ลุคเอ่ยยืนยัน “หลังจากมันหนีจากการขโมยสถิตซาตานที่วิหารดำแห่งเรนิส”
คำพูดของลุคสร้างความหวังขึ้นกลางใจเด็กหนุ่ม ความรู้สึกสงสัยมากมายในอดีตกำลังจะคลี่คลาย
“มันได้ไปอีกชิ้นสินะ สถิตซาตาน” มารีอาถามพลางจับมือราล์ฟเพื่อให้คลายความกังวลใจ
“ใช่พี่ ถ้านับรวมของพ่อราล์ฟ พิพิธภัณฑ์แห่งปัญญา พระราชวังดูนา และล่าสุดวิหารดำแห่งเรนิส จอมโจรมายาได้ไปแล้ว 4 จาก 10 ที่ปรากฏหลักฐานว่ามีสถิตซาตาน” ลุคตอบพร้อมทวนข้อมูล
ราล์ฟลุกขึ้น ก่อนเดินไปยืนริมหน้าต่าง มองออกไปยังกลุ่มต้นไม้ที่มีบ้านหลังเล็กอันเป็ที่อยู่อาศัยของเหล่าภูต เขาชอบมองมันเสมอ บางครั้งเหล่าภูตมักบินเข้ามาคุยกับเขาที่หน้าต่างนี้
“อย่าลืมสิลุคว่าสถิตซาตานของพ่อฉันไม่อยู่ในหลักฐาน 10 ชิ้น สถิตซาตานอาจมีมากกว่านั้น” ราล์ฟกล่าวเสริมข้อมูลที่ตกหล่น
“ก็ใช่ราล์ฟ แบบนี้เรายืนยันได้เลยมั้ยว่า แรงจูงใจที่ครอบครัวนายถูกฆ่าคือเื่สถิตซาตาน” ลุคถามขึ้นเพื่อยืนยันสิ่งที่ราล์ฟคิดว่าตรงกับเขามั้ย
“ก็อาจจะใช่” ราล์ฟเอ่ย “แต่ฉันอย่างได้ยินจากปากมันมากกว่าว่าฆ่าพ่อ แม่และน้องชายฉันทำไม ถ้าแค่้าสถิตโง่ ๆ นั่น”
“แต่ราล์ฟ” ลุคบอกอย่างลำบากใจ “ฉันเจอมัน 2 ครั้ง ยิ่งเมื่อ 3 วันก่อนฉันว่าเราสู้มันไม่ได้ด้วยซ้ำ พลังที่น่ากลัวของมัน ฉันทำได้แค่ยืนอยู่หลังต้นไม้และปล่อยมันผ่านไปโดยไม่แม้แต่ขยับด้วยซ้ำ”
“ใจเย็นทั้ง 2 คน พี่ว่าเรามานั่งทานอาหารและค่อย ๆ คิดกันดีกว่า” มารีอาเอ่ยขอ เธอรู้ดีว่าราล์ฟกำลังสับสนและไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงต่อไปกับสิ่งที่รับรู้
“ผมควรจะทำยังไง” ราล์ฟขอความเห็น ขณะที่กลับมานั่งที่เดิม
“ทานอาหารก่อนดีกว่า” มารีอาเสนอ
“ครับ ผมคงต้องขอเวลาคิดก่อนตัดสินใจ” ราล์ฟตอบรับและเริ่มทานมื้อเช้าที่น่าอึดอัดสำหรับทั้งสามคน โดยเฉพาะลุคที่เริ่มไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือเปล่า ที่บอกเื่นี้ให้ราล์ฟรู้
--------------------
หลังจากทานอาหารลุคก็ขอตัวไปคุยกับาาภูตทั้งสี่ ส่วนมารีอาก็ไปจัดการกับจานชามที่สกปรก ราล์ฟจึงออกมาเดินเล่นในป่า เพื่อคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ สิบปีก่อนเมื่อรู้ว่าได้เสียพ่อแม่และน้องชายไปแล้ว เขาได้แต่คิดว่าใครทำ ทำไปทำไมและเพื่ออะไร จนเก็บตัวอยู่ในกระโจมและไม่พูดกับใคร ได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทำไมถึงรอดมาคนเดียว
จนไอริสเข้ามา เธอเหมือนน้องชายเขามาก ช่างสงสัย ซุกซนและยิ้มอยู่เสมอ เธอว่าเด็กที่ไม่ยิ้มจะถูกปีศาจจับกิน คอยถามตลอดว่า ทำไมถึงไม่ยิ้ม จากรำคาญกลายเป็เอ็นดู เขาชอบที่เธอยิ้มให้เขาเสมอ เธอเป็เหมือนน้องสาวเขา และทันทีที่เขากลับมาพูด เธอบอกว่าแม่สอนให้หาสาเหตุความเศร้า เพื่อที่เราจะยิ้ม เขาไม่เข้าใจคำพูดเธอ แต่รู้ว่าถ้าหยุดคิดเื่ครอบครัวเขาจะกลับมายิ้มได้
“การเหม่อลอยไม่ใช่นิสัยเ้า เ้าหนูราล์ฟ” เสียงทักจากนกสีเพลิงที่บินลงมาเกาะบนต้นไม้ด้านข้าง ทำให้ราล์ฟหลุดจากภวังค์
“ไม่เจอกันนานนะครับ ท่านฟอร์ส” เด็กหนุ่มหยุดเดินเพื่อคุยกับนกสีเพลิง
“ฟินิกซ์อย่างข้า ชอบออกเดินทางทั่วโลกเ้าก็รู้”
“ใช่ ตอนนี้ผมเริ่มอยากรู้แล้วว่านอกป่ามนตราเปลี่ยนไปขนาดไหน” ราล์ฟเอ่ยขณะทิ้งตัวลงนั่งที่โค่นต้นไม้ ปล่อยให้ฟินิกซ์บินลงยืนข้างกาย
“มีสิ่งมากมายน่าสนใจนอกป่านี้ เ้าหนู”
“รวมถึงสถิตซาตาน” ราล์ฟบอกเสียงเบา
“สถิตซาตาน วัตถุธาตุมืดที่ทรงพลัง ข้าได้ยินข่าวมาว่ามันถูกขโมยจากทั่วโลก” ฟอร์สตอบรับ “ทำไมเ้าถึงสนใจมัน”
“เพราะคนที่ฆ่าครอบครัวผมสนใจมัน” ราล์ฟเอ่ยตอบด้วยความสับสน
“จอมโจรมายา ช่างน่าสนใจ เ้าท่องเที่ยวในป่าแห่งนี้มากว่าสิบปี อาจถึงเวลาที่ต้องออกท่องเที่ยวนอกป่าบ้าง” ฟอร์สเสนอทางเลือก
“ท่านคิดว่าผมควรออกไปหาความจริง?” ราล์ฟทวนถามเพื่อความแน่ใจ
“นกแก่อย่างข้า คงตัดสินใจแทนไม่ได้ แต่ถ้าเ้าเลือกทางนั้น ควรเริ่มที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลินา เพราะสถิตซาตานเพิ่งถูกพบที่นั่น แล้วพบกันใหม่เ้าหนูน้อย” ทันทีที่พูดจบฟอร์สก็บินจากไปทันที
ราล์ฟถอนหายใจพลางหลับตาลงก่อนเอนหลังพิงต้นไม้ที่นั่งอยู่ ปล่อยให้สายลมพัดผ่านใบหน้า ตอนนี้เขาอยากพัก อยากลืมทุกอย่างก่อนตัดสินใจ ตลอดสิบปีเขาเฝ้าตามหาความจริงแต่เมื่อพบหนทางกลับไม่แน่ใจว่ามันจะเป็ทางที่ถูก
ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านจนเวลาล่วงเลยมายามบ่าย แสงแดดสาดส่องผ่านแมกไม้กระทบกับร่างของเด็กหนุ่มที่ยังคงหลับสนิท มือเล็กของเด็กสาวคนหนึ่งยื่นมาตรงหน้าเขา แล้วพึมพำเวทเพื่อเรียกใบไม้ขึ้นมาบังแสงแดดให้กับเด็กหนุ่ม
ดวงตาสีทองมองเด็กหนุ่มที่ยังคงหลับ ผมยาวสีชมพูอ่อนถูกพัดไปตามลม แล้วริมฝีปากบางก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มลืมตาขึ้น ใบหน้าสะลึมสะลือก่อนหันมามองเธอ
“ยังชอบนอนกลางวันไม่เปลี่ยนนะคะ พี่ราล์ฟ”
“ไอริส มาได้ไง” ราล์ฟถามขึ้นด้วยอาการงัวเงีย
“ปิดเทอมแล้วนะพี่ ไม่คิดถึงน้องสินะถึงได้ลืม” ไอริสตอบพลางสลายเวทให้ใบไม้กลับไปที่เดิม ก่อนบอกสิ่งที่้าจะคุย “พี่ลุคบอกเื่นั้นแล้วนะคะ ก็เลยอยากรู้ว่าพี่จะทำยังไง”
“พี่ยังไม่ตัดสินใจเลย ไอคิดว่าพี่ควรทำไงดี” ราล์ฟตอบพร้อมถามความเห็นเด็กสาว
“ไอตัดสินใจแทนพี่ไม่ได้หรอก แต่อยากให้พี่ออกไปจากป่าบ้างนะ” ไอริสปฏิเสธที่จะตอบ แต่บอกสิ่งที่เธอ้า ั้แ่รู้จักกัน เธอไม่เคยเห็นพี่ชายของเธอออกจากป่าสักครั้ง เธออยากให้ราล์ฟออกไปใช้ชีวิตแบบคนปกติบ้าง
“ท่านฟอร์สบอกพี่ว่าที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าพบสถิตซาตานจริงหรือเปล่า?” ราล์ฟถามข่าวที่เพิ่งรับรู้ พร้อมยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองั์ตาสีน้ำผึ้งของเด็กสาวเพื่อรอคำตอบ
“ใช่ค่ะพี่ เป็ข่าวใหญ่มากเลย เื่สถิตซาตานชิ้นที่ 11 เขาบอกว่าอาจเป็ของผู้ก่อตั้งโรงเรียนนะ” ไอริสตอบตามข่าวที่เธออ่านมาจากหนังสือพิมพ์
“โรงเรียนหรอ?” ราล์ฟทวนคำอย่างใช้ความคิด
“ใช่ค่ะ ไอว่าถ้าจบระดับนักเวทแล้วก็จะไปต่อที่นี่เหมือนกัน เป็โรงเรียนที่ดังมากนะคะ คนเก่ง ๆ จบจากโรงเรียนนี้เยอะมาก แต่เขาก็บอกว่าสอบเข้ายากมากเลย ไม่รู้ไอจะทำได้หรือเปล่า” ไอริสเล่าความฝันตัวเองอย่างร่าเริง เธออยากเขาโรงเรียนนี้ั้แ่เด็กเพราะพ่อกับแม่เธอจบจากที่นี่
“ถ้าพี่จะเข้าเรียน ไอคิดว่าพี่ทำได้มั้ย” ราล์ฟหันมาถามหลังจากคิดบางอย่างออก
“ได้สิคะ พี่ราล์ฟพลังเวทสูงขนาดนี้ ว่าแต่พี่ถามทำไมคะ” ไอริสตอบอย่างมั่นใจ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ของเธอถามทำไม
ราล์ฟยิ้มรับก่อนลุกขึ้นเดินกลับหมู่บ้านทันทีโดยทิ้งคำตอบให้ไอริสได้แปลกใจ “พี่จะเข้าเรียนนะสิ ที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า”
“ว่าไงนะคะ พี่เดี๋ยวสิ พี่พูดจริงหรอ” ไอริสรีบลุกขึ้นวิ่งตามไปถามทันที
-------------------
ทันทีที่ทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเาาภูตทั้งสี่ในร่างมนุษย์กำลังคุยกับลุคและมิลอา รวมถึงภูตที่เขาคุ้นเคยอีกหลายตน ทั้งหมดหยุดพูดคุยและหันมามองเด็กทั้งสอง
“เธอตัดสินใจเื่นั้นหรือยังราล์ฟ” คาร์เนเซียนถามขึ้นทันทีจนราล์ฟประหลาดใจ
“พวกท่านรู้?”
“ตำแหน่งจตุราาของพวกเราไม่ได้มีไว้ประดับนะราล์ฟ พวกเราคือผู้ดูแลป่าแห่งนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเราย่อมรู้ โดยเฉพาะจากปากภูตจอมยุ่งของเรา” อเมนาเดียลบอกพลางเหน็บแนมลุคที่ยิ้มรับอย่างไม่รู้สึกอะไร
“จริงด้วยสิครับผมลืมไปได้ยังไง” ราล์ฟเอ่ยและส่งสายตาคาดโทษไปยังภูตประจำตัว “ส่วนเื่นั้นผมตัดสินใจแล้วว่าจะลองออกไปตรวจสอบดู”
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เ้าชายน้อยของเราโตสักที” แคสปิเอลเอ่ยอย่างพอใจในการตัดสินใจของลูกศิษย์ “ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปใช้ชีวิตนอกป่ามนตรา เพื่อหาเป้าหมายของตัวเอง”
“แต่ราล์ฟจะไม่ปลอดภัยแคสปิเอล เราต่างก็รู้ดีว่าผู้คนหวาดกลัวเด็กธาตุมืด พวกนั้นจะไม่ต้อนรับเขา” เดมอเรียลขัดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย เขารู้ว่าพวกจอมเวทมีความเชื่อว่าเด็กที่เกิดมามีธาตุมืดจะเติบโตเป็จอมเวทชั่วร้าย
“แต่นั้นเป็ความเชื่อเก่าแล้วนะคะ เพราะท่านศาสตราจารย์จอมเวทเดเรน ฟรานก้าถูกยอมรับให้เป็อาจารย์ที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า ทุกคนเลยเริ่มไม่เชื่อเื่นั้นแล้ว” ไอริสที่เงียบอยู่นานเอ่ยแทรกขึ้น
“ใช่ครับท่านเดมอเรียล ผมก็เป็ภูตธาตุมืดยังไม่เห็นมีใครกลัวผมเลย” ลุคสนับสนุน
“มันต่างกันลุค พวกเราเหล่าภูตไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์เดียวกันอยู่แล้ว ต่างจากมนุษย์” เดมอเรียลยังคงไม่คล้อยตาม
“ใจเย็นก่อนเดมอเรียล เื่นี้เป็สิ่งที่ราล์ฟตัดสินใจไปแล้ว มันเป็เส้นทางของเขา” อเมนาเดียลเอ่ยปรามเมื่อเห็นท่าทีของเดมอเรียล
“จริงอย่างที่อเมนาเดียลบอก เราดูแลเขาไปตลอดไม่ได้เดมอเรียล เรารู้ดีว่าวันหนึ่งของต้องจากไป” คาร์เนเซียลเอ่ยสนับสนุน
“และเขาก็โตพอที่ออกจากป่าได้แล้ว” แคสปิเอลเห็นด้วยอีกคน
“ไม่ต้องห่วงครับท่านเดมอเรียล ผมจะระวังตัว” ราล์ฟบอก
“ถ้าเป็อย่างนี้ ฉันคงทำอะไรไม่ได้” เดมอเรียลได้แต่พยักหน้ายอมรับ
“งั้นราล์ฟจะเริ่มที่ไหน” มารีอาถามขึ้นหลังจากเงียบมาตลอด เธอไม่อยากให้เขาไปมากที่สุด แต่รู้ดีว่าคงห้ามไม่ได้
“โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าครับ”
“นายรู้ได้ไง ฉันยังไม่ได้บอกเื่พบสถิตซาตานถูกพบที่นั่นนี่นา” ลุคถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ท่านฟอร์สบอกนะสิ”
“พี่เลยบอกจะเข้าเรียนที่นั่นสินะคะ” ไอริสกล่าวขึ้นทันทีที่ได้ยินเื่ทั้งหมด ทำให้เธอคลายข้อสงสัยที่ราล์ฟบอกก่อนหน้านี้
“ที่ไอบอกจริงหรือเปล่าราล์ฟ” มารีอาถามขึ้น หลังจากฟังไอริส
“จริงครับ” ราล์ฟยิ้มรับ เขารู้ดีว่ามารีอาเป็ห่วงเขาแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่เขาเลือกจะทำเพื่อเดินหน้าต่อไป
“ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้เรียนเวทมนตร์ของมนุษย์อย่างถูกต้อง ฝึกจากตำราที่เ้าลุคหามานะไม่พอหรอก ที่พวกเราสอนก็เป็เวทมนตร์ของภูตถึงจะใกล้เคียงของมนุษย์ แต่ก็แตกต่างอยู่มาก” คาร์เนเซียลเอ่ยสนับสนุนขึ้น
“ใช่ค่ะ ปีหน้าไอก็จะจบระดับนักเวทแล้ว จะได้ไปเรียนระดับจอมเวทกับพี่”
“งั้นคงต้องเป็อย่างนั้น พรุ่งนี้ผมจะไปดูที่โรงเรียน เพื่อเตรียมตัวสอบเข้า” ราล์ฟพูดสิ่งที่ตั้งใจ
“ไม่เร็วไปหรอราล์ฟ” มารีอาถามย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“ไม่ครับพี่ ช้าไปด้วยซ้ำสำหรับ 10 ปี” ราล์ฟยืนยัน
“ถ้าเธอต้องไปพรุ่งนี้ พวกเราทั้งสี่มีของจะมอบให้ เราตั้งใจจะให้ในวันที่เธอต้องออกจากป่า” อเมนาเดียลเอ่ยขณะที่แบมือขึ้นตรงหน้าก่อนจะปรากฏแหวนเงินที่มีหัวเป็อัญมณี แล้วาาภูตอีกสามก็ทำ ตาม แหวนทั้งสี่วงแตกต่างกันที่สีของอัญมณีเท่านั้น ซึ่งเป็ไปตามธาตุประจำของาาภูต ได้แก่สีน้ำตาลตามธาตุดินของเดมอเรียล สีน้ำเงินตามธาตุน้ำของอเมนาเดียล สีเงินตามธาตุลมของคาร์เนเซียนและสีแดงตามธาตุไฟของแคสปิเอล
ราล์ฟรับแหวนทั้งสี่ไว้และฟังการอธิบายคุณสมบัติของแหวนจากเดมอเรียล
“แหวนทั้งสี่จะช่วยลดพลังที่มีมากไปของเธอให้สมดุล เพื่อควบคุมการดึงเวทออกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย เธอตอนนี้ยังควบคุมพลังที่มีมากมายในตัวไม่ได้”
“แต่ปกติที่ผมเรียนเวทกับพวกท่าน ผมไม่เห็นต้องใช้ของพวกนี้เลยนี่ครับ”
“นั่นเพราะว่าพวกเราลงอักขระพาเซนต้าลงบนตัวเธอนะสิ มันมีคุณสมบัติเดียวกับแหวนที่ให้ แต่อักขระนั้นเธอคงถอนเองไม่ได้ แหวนนี่จึงดีกว่าเพราะถอดได้เอง” คาร์เนเซียลอธิบาย
“ต้องใส่ทั้งสี่วงเลยหรอครับ” ราล์ฟยังคงสงสัยไม่เลิก จนแคสปิเอลรำคาญเลยตัดบทให้
“ก็ใช่นะสิ แล้วถ้าจำเป็ต้องใช้พลังที่มากขึ้นก็ถอดแหวนออก แต่อย่าถอดออกพร้อมกันละ ให้ถอดออกทีละวง แล้วพรุ่งนี้ก่อนออกเดินทางพวกเราจะถอนอักขระพาเซนต้าให้ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
ทันทีที่เอ่ยจบแคสปิเอลก็กลับคืนร่างภูตแล้วบินจากไป ก่อนที่าาภูตที่เหลือจะเข้ามาคุยกับราล์ฟสักพักก่อนแยกย้ายกันไป ราล์ฟ ไอริส ลุคและมิลอาเข้าบ้านไปปรึกษาถึงแผนการเดินทางพรุ่งนี้ มารีอาและภูตอีกหลายคนเข้าบ้านไปทำกิจวัตรของตัวเอง
--------------------
เช้าวันต่อมาราล์ฟต้องเสียเวลากับการถอนอักขระพาเซนต้าไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเดมอเรียลยังคงไม่เห็นด้วยที่เขาจะออกจากป่า ต่างกับแคสปิเอลที่บอกให้เขารีบไปสักทีแต่ราล์ฟรู้ดีว่าาาภูตไฟแห่งทิศใต้ห่วงเขาพอ ๆ กับคนอื่น ถึงจะน้อยกว่ามารีอาที่เตรียมอาหารไว้สำหรับการเดินทางจนเขาคิดว่าสำหรับจัดงานเลี้ยง
ไอริสตัดสินใจจะอยู่ต่ออีกสักพักก่อนตามกลับไป ภูตที่โตมาพร้อมกับเขาหลายคนต่างขอตามไปด้วย แต่เขาคิดว่าคงเด่นเกินไปที่ภูตนับสิบคนจะไปปรากฏอยู่กลางเมือง ถึงความตัวเล็กของพวกเขาจะซ่อนได้ง่ายก็ตาม ลุคดูตื่นเต้นที่สุดที่จะได้ออกไปผจญภัย เขาเตรียมรถลากสำหรับเดินทางที่ได้เพียร์ซอาสามาลาก พร้อมข้าวของมากมายจนแทบไม่เหลือที่นั่งบนรถลาก
หลังจากการอำลาที่ยาวนานเกินไป ราล์ฟออกเดินทางสายกว่ากำหนด เพียร์ซพาบินออกจากป่าทางทิศเหนือเข้าสู่อาณาจักรดูน่า พออยู่กันแค่สองคนบนรถลากที่กำลังลอยบนฟ้า ลุคจึงเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย
“ทำไมนายถึงตัดสินใจเร็วจังหลังจากรู้ว่าเื่สถิตที่โรงเรียนนั่น”
“คงเพราะแม่เคยบอกว่า อยากให้ฉันเข้าเรียนที่นี่เหมือนท่านละมั้ง” ราล์ฟตอบด้วยรอยยิ้ม พลางนึกถึงอดีตที่แม่มักมาเล่านิทานก่อนนอนให้เขาและน้องชายฟัง บางครั้งท่านก็เล่าเื่อดีตให้ฟังโดยเฉพาะ่ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่า
“นายก็มีมุมอ่อนไหวนะเนี่ยเด็กน้อย” ลุคยีหัวราล์ฟอย่างเอ็นดู สำหรับเขาราล์ฟไม่ใช้แค่เ้านายที่เขาผูกพันธสัญญาภูตประจำตัว แต่คือน้องชายที่เขาจะดูแลไปตลอดชีวิต
“ไม่เอาน่า ฉันไม่ใช่เด็กละนะ” เด็กหนุ่มปัดมือลุคออก แต่ลุคก็ยังคงไม่หยุด จนเกิดเป็าเล็ก ๆ ระหว่างเดินทางตลอดหกชั่วโมง
พระอาทิตย์เลื่อนสู่ยามบ่าย เพียร์ซก็ลงจอดกลางจัตุรัสวีรชน การปรากฏตัวของเพกาซัสเป็ที่สนใจของชาวเมืองทันที
“นั่นเพกาซัสนี่ สัตว์วิเศษที่สวยงามและหายากมาก ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เด็กสาวผมสีทองสะกิดเรียกเพื่อนให้หันมามอง ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองอย่างชื่นชม
“จริงด้วยมีร่าสวยจังเลย แต่ปกติเห็นมีแต่ชนชั้นสูงใช้ แถมอาศัยอยู่ในป่ามนตรา อยากรู้จังใครนั่งมา” เด็กสาวผมเขียวอีกคนตอบรับ ก่อนพยายามมองดูคนในรถลาก
เด็กหนุ่มผมดำก้าวลงจากรถลาก ั์ตาสีเดียวกันมองไปรอบตัวอย่างสงสัยที่มีคนมากมายเข้ามามุ่งดูรถของเขา ก่อนลุคในร่างภูตที่ใช้เวทพรางตัวนั่งมาบนบ่าของเขาจะเฉลยสิ่งที่สงสัย
“ท่าทางคนจะสนใจเพียร์ซนะเนี่ย ถ้าฉันคลายเวทพรางตัวคนทั้งเมืองคงแห่มาดู”
“หล่อจัง” เด็กสาวผมเขียวอุทานออกมา ต่างจากมีร่าที่สนใจชุดแปลก ๆ ที่เขาใส่ ชุดยาวรุงรัง เหมือนเย็บได้ไม่ดีนัก ทรงผมที่ดูยุ่งเหยิง แต่กลับเข้ากลับใบหน้าของเขาได้อย่างประหลาด
“ถึงจะหล่อก็เถอะลูน่า แต่ชุดที่เหมือนหลุดจากป่านั้นมันอะไร”
ราล์ฟได้ยินบทสนทนาของสองสาวจึงเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มขบขันที่ถูกแซวเื่ชุด
“เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ” ลูน่าถามขึ้นด้วยความระแวง กลัวเขาจะได้ยินสิ่งที่มีร่าพูด
“พอบอกทางไปโรงแรมให้ได้ไหมครับ” มีร่าลอบถอนหายใจทันทีที่ราล์ฟพูดจบ เพราะคิดว่าเขาจะมาหาเื่ที่ไปแซวเื่ชุด ก่อนบอกทางให้เขา
“ตรงเข้าถนนด้านซ้าย นายจะเจอโรงแรมเมริดอร์ แล้ว...ฉันขอถามได้หรือเปล่าว่านายได้เพกาซัสมาได้ยังไง”
“มีร่า!” ลูน่าสะกิดเตือนเพื่อนสาวเพราะไม่อยากให้เธอละลาบละล้วงเื่ของเขา
“มันเป็เพื่อนนะ เจอกันที่หน้าโรงแรมนะเพียร์ซ” ราล์ฟเอ่ยตอบอย่างเลี่ยง ๆ ก่อนเดินเข้าไปทางถนนที่เด็กสาวบอก เพียร์ซทะยานตามเขาไป
“ไม่บอกแถมยังไม่ขอบคุณอีก” มีร่าบ่นขึ้นด้วยใบหน้าไม่พอใจที่ไม่ได้คำตอบ
“ไม่เอาน่า เขาไม่ว่าที่เธอไปวิจารณ์ชุดเขาก็ดีแล้ว” ลูน่าปรามก่อนสองสาวจะเดินต่อไป
-----------------
ราล์ฟเสียเวลาไปเดือนกว่ากับเื่จุกจิกมากมายโดยเฉพาะการคืนสถานะให้ตัวเองเพราะการหายไปนานเกินสิบปีทำให้เขากลายเป็บุคคลสูญหาย พอได้สถานะคืนเขาถึงได้ทรัพย์สินของครอบครัวจากธนาคารฟอรอสคืน ซึ่งมีจำนวนมากจนราล์ฟใ ต่อมาก็ต้องสอบเทียบเพื่อให้สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าได้ ซึ่งเ้าหน้าที่คุมสอบบอกว่าเขาทำคะแนนได้สูงมากสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าเรียนโรงเรียนเวทใด ๆ เลย
ตอนนี้เข้าเดือนเมษายนอากาศเริ่มอุ่นขึ้น ไอริสมาหาราล์ฟที่โรงแรม ก่อนพาเที่ยวรอบเมืองเพื่อรอสอบเข้าโรงเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ไอริสอาจเป็คนพาเที่ยวที่ไม่ดีนักแต่ก็ทำให้เขาสนุกไปด้วยกับสวนแห่งบราเดน พิพิธภัณฑ์แห่งปัญญา มหาวิหารมิคาเอลและหอสมุดพลัสเทน
แต่ที่เธอชอบพาเขาเที่ยวที่สุดคือจัตุรัสวีรชนตามร้านค้าต่าง ๆ วันนี้ไอริสพาเขามาร้านเกมกลวิเศษซึ่งเป็ร้านของเล่นชื่อดัง เธอกำลังสนใจเกมกระดานมนตราที่จำลองให้สัตว์วิเศษต่าง ๆ มาสู้กัน ตอนนี้พนักงานขายกำลังนำไวเวิร์นมาสู้กับฮิปโปกริฟฟ์ให้เธอดู ราล์ฟจึงออกมารอหน้าร้าน
“นายเพื่อนเพกาซัส” คำทักพร้อมการสะกิดจากข้างหลัง ทำให้ต้องหันกลับมามอง
“เธอสาวช่างถาม” คำตอบรับของราล์ฟทำให้รอยยิ้มของเธอเจื่อนลง
“ฉันมีชื่อนะ มีร่า ฮาร์ตฟีเรีย เรียกมีร่าก็ได้” เธอแนะนำตัว ก่อนยื่นมือไปด้านหน้า เปลวไฟสีแดงปรากฏขึ้นที่มือของเธอ ซึ่งเป็การแนะนำตัวของผู้ใช้เวทเพื่อบ่งบอกธาตุประจำตัว
“และฉันก็มีชื่อเช่นกันว่า ราล์ฟ ลอว์ไลท์ แต่จะเรียกอะไรก็ตามใจ” เขาแนะนำตัวบ้าง ก่อนยื่นมือไปขนาบข้างกับมือของเธอ ไอสีดำปรากฏขึ้นทำให้ดวงตาของมีร่าเบิกกว้างขึ้นด้วยความแปลกใจ ราล์ฟใช้จังหวะนั้นจับมือกับเธอ ไอสีดำและเปลวเพลิงหมุนวนรอบมือทั้งสองก่อนสลายไป
“ธาตุความมืด นาย...” มีร่าดึงมือกลับ
“กลัวสินะ?” ราล์ฟถามเมื่อเห็นเธอยังคงอ้าปากค้าง
“เปล่า ๆ แต่มันทำให้ฉันสนใจนายมากกว่าเดิม นอกจากเพกาซัส นายยังมีธาตุพิเศษที่หายากอย่างความมืด” คำตอบพร้อมรอยยิ้มของเด็กสาวกลับทำให้คนที่แปลกใจเป็เขาเอง
“ถ้างั้น ที่มาทักเนี่ยเพราะยังอยากถามเื่เพกาซัสใช่มั้ย”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไรก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงทักของไอริสที่พึ่งออกมาจากร้าน
“พี่มีร่า! มาได้ไงคะ? แล้ว...พวกพี่รู้จักกัน?”
“ไอริส! รู้จักหมอนี่ด้วยหรอ?”
“ใช่ไอริส รู้จักเด็กขี้สงสัยนี่ได้ไง?”
“ฉันเปล่าขี้สงสัยนะ แล้วก็ไม่ใช่เด็กด้วย”
ภาพการเถียงเล็ก ๆ ของทั้งคู่ทำให้ไอริสยิ้มออกมาก่อนเสนอทางออก
“ไอว่าพวกเราเลิกถามกันไปมาและไปคุยกันที่สวนสาธารณะดีกว่าไหมคะ”
“ก็ดีนะ จะได้มีที่ให้ฉันได้ดูเพกาซัสของนาย ไปกันเลยไอริส”
พูดเสร็จก็ควงแขนไอริสออกไปทันที ปล่อยให้ราล์ฟงง ๆ กับการสรุปเอาเอง รวมถึงระแวงกับรอยยิ้มที่เหมือนได้ของเล่นใหม่ของเธอ
ตอนนี้ทั้งสามอยู่ในสวนสาธารณะใกล้ ๆ กับจัตุรัส ราล์ฟและไอริสนั่งคุยกันอยู่ที่ม้านั่ง ส่วนมีร่ากำลังเล่นอยู่กับเพียร์ซ มันพาเธอบินรอบ ๆ ซึ่งกำลังเป็จุดสนใจของคนในสวน
ระหว่างที่คุยกันไอริสเล่าว่ามีร่าเป็รุ่นพี่ที่โรงเรียนนักเวทโฮเชี่ยนซึ่งเธอเรียนอยู่และมีร่าพึ่งจบ และกำลังเตรียมตัวสอบเข้าที่โรงเรียนเรียนจอมเวทเมร์ลิน่าเหมือนกับเขา ส่วนไอริสบอกกับมีร่าไปว่าเขาเป็พี่ชายที่รู้จักกันั้แ่เด็ก
“ดูเหมือนเพียร์ซจะชอบพี่มีร่านะคะ” ไอริสเอ่ยขึ้น
“ใช่ สนิทกันเร็วจนน่าใเลย” ราล์ฟตอบรับขณะที่มองเพียร์ซพาเธอลงมาหยุดตรงหน้าเขา
“ตกลงนายจะไปสอบเข้าที่เดียวกับฉันใช่หรือเปล่า” มีร่าถามขึ้นทันทีที่ลงจากหลังเพียร์ซ
“ใช่ ฉันจะสอบเข้าที่เมร์ลิน่า”
“เยี่ยม ฉันจะได้เอาไปคุยกับคนอื่นว่ามีเพื่อนเป็เ้าของเพกาซัส” มีร่ายิ้มอย่างดีใจ
“พี่มีร่าคะ พี่ราล์ฟเป็คนที่มีอะไรพิเศษมากกว่าเื่เพียร์ซนะคะ” ไอริสเสริม ซึ่งทำให้ราล์ฟรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ของโชว์มากกว่าเพื่อน
“ก็จริงมีธาตุความมืดด้วย นายมีอะไรให้แปลกใจอีกหรือเปล่า”
“ไม่ ไม่มีแน่นอน ว่าแต่นี่เย็นมากแล้ว พวกเรากลับกันดีกว่า เพียร์ซ”
ราล์ฟเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเลยเวลากลับที่เขาบอกลุคไว้นานแล้ว ก่อนหยิบลูกแก้วอัลเบี่ยน ซึ่งเป็ลูกแก้วมิติขนาดเท่าฝ่ามือ ที่จำลองสภาพแวดล้อมของสัตว์ขึ้นมาและเรียกให้เพียร์ซกลับเข้าไป
ในตอนแรกราล์ฟไม่ค่อยชอบวิธีนี้นักเพราะอยากให้เพกาซัสได้อยู่อย่างอิสระ แต่ที่โรงแรมไม่มีที่สำหรับดูแลสัตว์วิเศษบวกกับเพียร์ซบอกว่าไม่เป็ไร เขาเลยไม่มีทางเลือก
“ได้ฉันไม่กวนนายแล้วดีกว่า งั้นไว้เจอกันวันสอบนะ” มีร่าบอกก่อนโบกมือลาทั้งสองก่อนแยกไปอีกทาง
“พี่มีร่าดังมากนะคะพี่ มีฉายาว่านางฟ้าแห่งโฮเชี่ยน พี่ได้เป็จุดเด่นแน่ถ้าเป็เพื่อนกัน” ไอริสบอกขึ้นระหว่างที่เดินออกจากสวน “แถมอาจต้องระวังพี่อลันด้วย รายนั้นตามตื๊อพี่มีร่ามาสักพักแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงพี่หรอก แยกกันตรงนี้ละ แล้วเจอกัน” ราล์ฟเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะในความคิดเขาไม่สนใจเื่การหาเพื่อน สิ่งที่น่าสนใจมีแค่สถิตซาตานเท่านั้น
“ไอแค่เตือนไว้ก่อนเอง งั้นแล้วเจอกันค่ะ” ไอริสโบกมือลาก่อนแยกไปอีกทาง