ณ ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส
“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง ไม่ทราบว่าผมพอจะช่วยอะไรคุณได้บ้างไหมครับ” ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเสนอตัวช่วยทันที เมื่อเห็นว่าเ้าของร่างระหงที่เขาหมายตาเอาไว้ั้แ่บนเครื่องบิน กำลังง่วนอยู่กับประเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเธอ ดวงตาเข้มกวาดมองไปยังใบหน้างดงามที่ดูโดดเด่นแปลกตา ไล่เลื้อยลงไปยังร่างอรชรสมส่วนที่สวมใส่อาภรณ์แบรนด์ดังคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด แบบจัดเต็มั้แ่หัวจรดเท้าอย่างพึงใจ
“ขอบคุณมากนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ พอดีว่าเพื่อนของฉันมารออยู่ข้างนอกแล้วค่ะ” สาวสวยเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวาน ก่อนจะปฏิเสธออกมาอย่างสุภาพ
“โอเคครับ ว่าแต่คุณเอ่อ..” แม้จะโดนปฏิเสธเสียซึ่ง ๆ หน้า หากแต่เขาก็ยังคงไม่ละทิ้งความพยายาม
“โอ้ว...แย่จริง ฉันขอโทษนะจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ บ้าจริงฉันก็รักคุณค่ะที่รัก เอ่อ...ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ” สาวเ้าเหลือบมองไปยังโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงกรีดร้องในมือ ก่อนจะหันไปเพ่งความสนใจกับมันแทน แต่ก็ยังอุตส่าห์หันกลับมาตัดสะพานที่เขาพยายามทอดจนขาดสะบั้น
ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มแปลกหน้าไม่ได้ตามติดเธอมาแล้ว ขาเรียวค่อยๆผ่อนจังหวะการเดินลงพลางชำเลืองมองหาใครบางคนที่สัญญาเป็มั่นเหมาะว่าจะมารอรับเธอ
“Hi ซูซี่ ว้าว…เธอดูสวยขึ้นมากเลย” เสียงทุ้มที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินที่นี่ดังขึ้น ทำเอาคิ้วเรียวเลิกสูงด้วยความประหลาดใจ แต่พียงไม่นานหญิงสาวก็เข้าใจว่ามันเกิดอะไร
“อีตาแก่นั่นทิ้งเธออีกแล้ว หนอยแหนะ! อุตส่าห์สัญญากันเสียดิบดี แต่นี่มาเทกันง่ายๆเลยนะยะ” เธอนึกบ่นในใจ หากแต่พอมาลองคิด ๆ ดูแล้ว การที่เขาไม่มานี่น่าจะนับว่าเป็โชคดีของหล่อนเสียมากกว่า
“นายก็หล่อมากเหมือนเลยแจ็ค หล่อ...ล้อ..หล่อ หล่อแบบไม่บันยะบันบัง หล่อจนต้องร้องขอชีวิ้ต” เมื่อหันกลับไปทางต้นเสียง เธอก็พบกับร่างสูงล่ำบึกที่คุ้นตากำลังกางแขนอ้ารอรับอยู่ หญิงสาวจึงรีบเอ่ยทักทายหุ้นส่วนคนสำคัญด้วยเสียงสูงคีย์ปลาโลมาทันที
“ตาถึงนะเนี่ย เออ...ว่าแต่เมื่อกี้นี่มันอะไรกัน ทำไมเธอถึงบอกรักฉันแบบนั้น รู้หรือเปล่าฮะว่าฉันใขนาดไหนขนลุกเลย ฉันนึกว่าปีศาจสิงเธอเข้าแล้วเสียอีก” เขากล่าวพร้อมถกแขนเสื้อให้เธอดู แล้วแสร้งทำเป็แหงนหน้ามองฝ้าเพดานสนามบินอย่างหวาดระแวง
“แหม ยังไม่ชินเหรอคะ ที่รัก” เธอพุ่งตัวเข้าไปเกาะแขนอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะแนบศีรษะทุยสวยซบลงที่หัวไหล่แน่นปึ้กของเขา
“คราวหน้าต้องมีค่าตัวนะซูซี่ รีบไปกันเถอะป่านนี้ไอ้ตัวดีรอเราแย่แล้ว เฮ้! อย่าไถหน้าไปมาสิเดี๋ยวรองพื้นเลอะเสื้อฉันหมด” เสียงทุ้มหวีดร้องประโยคท้ายเสียงดังลั่น เมื่อแม่เ้าประคุณเล่นไถหน้าสวย Full Makeup ของเธอไปกับเสื้อเชิร์ตขาวของเขาเข้าอย่างจัง
“อย่ามาปล่อยเฟคนิวส์นะยะ ฉันสวยธรรมชาตินี่หน้าสดย่ะ ฮึ่ย!” หญิงสาวค้อนขวับ ก่อนจะหันซ้ายแลขวาว่ามีใครได้ยินสิ่งที่เพื่อนรักตัวดีพูดหรือเปล่า
“โอ้ว ซอรี่นะ ลืมไปหล่อนมันสวยธรรมชาติ สวยไม่ปรุงแต่ง สวยเพราะกินบุญเก่าชาติที่แล้ว แต่ฉันว่ารีบหน่อยก็น่าจะดีนะแม่นางฟ้านาง์ ก่อนที่ partner ตัวดีของเธอจะทนไม่ไหวเผ่นหนีไปเสียก่อน" เขาพูดพร้อมกับใช้มือดึงผมหางม้าของเพื่อนสาวตัวดี ด้วยความหมั่นไส้ไปหนึ่งกรุบ
“จริงด้วย ฉันคิดว่าตอนนี้เขาต้องนัวเนียกับสาวสวยสักคนอยู่แน่ๆเลย ดูสิแทนที่จะมารับฉัน แต่จะว่าไปนะนางแบบคนนั้น คนที่เป็ข่าวกับเขาคนล่าสุดเนี่ยสวยมากเลยนะ ใน IG คือปังมว้ากกกก นี่ฉันตำลิปตามเค้าเลยนะ สวยมั้ยๆ” เธอจือปากอวบอิ่มใส่เขา เพื่ออวดเรียวปากงามที่เคลือบไปด้วยลิปสติกสีสวย
“รอเธอเจอตัวจริงก่อนก็แล้วกันนะจ๊ะค่อยชม เอ๊ะ? ว่าแต่...นี่ไม่ใช่สีปากธรรมชาติหรอกเหรอ" ดวงตาคมแกล้งหรี่ตามอง เมื่อเห็นว่าแม่สาวสวยตรงหน้าหลุดโป๊ะออกมา
“ฮึ่ย! พูดมากจริงๆเลย นี่คิดว่าตัวเองเป็ Sherlock Holmes หรือไงยะ รีบ ๆ เลยเดี๋ยวพีทก็ชิ่งก่อนหรอก” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะเดินก้นบิดนำหน้าไป ทิ้งเพื่อนชายกล้ามแน่นไว้เื้ัพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเขื่องอีก 3 ใบ