บทที่ 2 พี่น้องหนึ่งคู่ สุนัขหนึ่งตัว และนั่นคือโลกทั้งใบ!
หายนะ?
หลังจากเห็นคำสามคำนี้ หัวใจของหลี่เทียนหรานก็เต้นระรัว ราวกับมีพลังลึกลับที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างทำให้เขารู้สึกเย็นวาบไปถึงปลายนิ้วมือและเท้า
เขาก้าวขาอย่างรวดเร็วไปยังริมหน้าต่างแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
ท้องฟ้าที่เดิมทีเคยสดใสไร้เมฆ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความมืดมนที่แปลกประหลาด ดวงอาทิตย์ที่เคยส่องแสงเจิดจ้าในตอนนี้ราวกับถูกบางสิ่งบดบัง ขอบของมันเริ่มจมดิ่งสู่ความมืด และส่วนที่มืดนั้นก็กำลังขยายตัวออกอย่างต่อเนื่อง
“สุริยุปราคาเหรอ?”
หลี่เทียนหรานรู้ดีว่าปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หาดูได้ยากอย่างสุริยุปราคานั้น ก่อนจะเกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์ กรมอุตุนิยมวิทยาและสื่อต่าง ๆ จะต้องมีการรายงานข่าวให้ทราบก่อนอย่างแน่นอน
แต่ก่อนหน้านี้ หลี่เทียนหรานไม่ได้รับข่าวสารใด ๆ เกี่ยวกับสุริยุปราคาเลย
นั่นหมายความว่า... หายนะที่ระบบแจ้งเตือนอาจเป็เื่จริง
นี่ไม่ใช่สุริยุปราคา แต่เป็ลางบอกเหตุของการมาถึงของวันสิ้นโลก!
“วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง เหลือเวลาอีกไม่ถึงหกชั่วโมงแล้ว จะรับมือยังไงดี?” หลี่เทียนหรานรู้สึกว่าสมองของเขาวุ่นวายไปหมด
หลังจากฝืนทำให้ตัวเองสงบลงและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดเสียงหนักแน่นว่า “วันสิ้นโลก โดยทั่วไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างกะทันหัน อาหารจะขาดแคลน... ใช่แล้ว เสื้อผ้าและอาหาร”
ในบรรดาปัจจัยสี่ อาหารและเครื่องนุ่งห่มคือสิ่งสำคัญที่สุด...
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์สิ่งหนึ่งไว้
เสื้อผ้าสำหรับกันหนาวและอาหารสำหรับประทังความหิว คือทรัพยากรลำดับแรกที่จำเป็ต่อการรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากหายนะไปได้
หลังจากตอบสนองสองสิ่งนี้ได้แล้ว ถึงจะมีสิทธิ์ไปพิจารณาสิ่งอื่น
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรีบผลักประตูออกไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่น อุ้มหานหานและเสี่ยวเฮยขึ้น แล้วพุ่งตรงไปยังรถบรรทุกที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์
...
สามสิบนาทีต่อมา
หลี่เทียนหรานกลับมาจากตัวเมือง รถบรรทุกของเขาเต็มไปด้วยเสบียงและสิ่งของต่าง ๆ นานามากมาย
ั้แ่เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวไปจนถึงเครื่องปรุงรสสำหรับทำอาหาร และยังมีเครื่องปั่นไฟดีเซลแบบง่าย ๆ อีกหนึ่งเครื่องด้วย
เขาใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการขนของเหล่านี้เข้าไปในห้องเก็บของ หลี่เทียนหรานถึงเริ่มรู้สึกสงบลงได้บ้าง
“พี่ใหญ่ เราซื้อของเยอะขนาดนี้ไปทำไมเหรอ?” หานหานนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสาร ขาสองข้างห้อยพ้นประตูและแกว่งไปมาเบา ๆ เธอถือน่องไก่พลางถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “พี่เตรียมจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเหรอคะ?”
ใช่แล้ว หากดูจากประเภทและจำนวนของสิ่งของที่หลี่เทียนหรานซื้อมา มันมากเพียงพอสำหรับจัดจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตได้เลย
พูดอีกอย่างคือ ถ้าสิ่งของเหล่านี้ใช้สำหรับเลี้ยงชีวิตคนสองคนเพียงอย่างเดียว มันอาจใช้ได้นานถึงสองสามปีเลย!
“เตรียมพร้อมไว้ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยไง...” หลี่เทียนหรานไม่ได้ตอบคำถามของหานหานตรง ๆ
เพราะเื่วันสิ้นโลก สำหรับเด็กอย่างเธอแล้วมันเป็เื่ที่น่ากลัวและแปลกประหลาดเกินไป
เขาเหลือบมองการแจ้งเตือนของระบบ
[เวลาที่เหลือก่อนหายนะจะมาถึง : 3 ชั่วโมง 26 นาที 37 วินาที]
ในตอนนี้ เมฆครึ้มบนท้องฟ้ายิ่งหนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ หายไปเกือบครึ่ง ทั่วทั้งฟ้าดินให้ความรู้สึกกดดันอย่างยิ่ง
...
ที่พักของหลี่เทียนหรานคืออาคารหลังเล็กสองชั้นภายในคฤหาสน์
ชั้นหนึ่งเขาเคยใช้เป็ห้องอาหารสำหรับต้อนรับแขก มีอุปกรณ์การกินครบครัน นอกจากนี้ ห้องครัวด้านหลังยังเชื่อมต่อกับห้องเก็บของขนาดประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตร ใช้สำหรับเก็บวัตถุดิบอาหารและเมล็ดพันธุ์บางส่วน
ชั้นสองเป็ห้องนอนของเขากับหานหาน
หลังจากปิดหน้าต่างทุกบานทั้งชั้นบนและชั้นล่างอย่างระมัดระวัง และยืนยันว่าไม่มีจุดไหนตกหล่นแล้ว ในขณะที่หานหานกำลังดูการ์ตูน เขาจึงเดินออกจากอาคารไปยังบริเวณที่เลี้ยงวัวและแพะไว้
เขาต้อนวัวนมสองตัวที่เริ่มหงุดหงิดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และแพะูเาอีกสิบกว่าตัวเข้าไปในโรงเรือนและล็อกให้เรียบร้อย หลี่เทียนหรานถึงได้สามารถถอนหายใจได้อย่างโล่งอก
จนถึงตอนนี้ เขาจึงมีเวลาตรวจสอบหน้าจอรายละเอียดของเกมวันสิ้นโลกนี้อย่างละเอียด
หน้าจอหลักเสมือนจริงนั้นเรียบง่ายมาก เหมือนกับเกมบนเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นอย่างหยาบ ๆ
มีตัวเลือกทั้งหมดสามอย่าง
หน้าจอสิทธิ์การใช้งาน หน้าจอแลกเปลี่ยน หน้าจอร้านค้า
เขาเริ่มจากการกวาดสายตามองหน้าจอสิทธิ์การใช้งานก่อน
[สิทธิ์การใช้งานที่พักพิง เลเวล 1 : ควบคุมที่พักพิงระยะไกล /50,000 แต้ม (แม้ผู้เล่นจะออกจากที่พักพิง ก็สามารถรับรู้สถานะปัจจุบันของที่พักพิงและผลผลิตทั้งหมดจากร้านค้าได้ตลอดเวลา และสามารถสั่งการได้ทันที)]
สิทธิ์อื่น ๆ ต้องอัปเกรดก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้งานได้...
หลี่เทียนหรานเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นจึงเลือกเข้าสู่หน้าจอร้านค้าโดยตรง
หน้าจอร้านค้าปรากฏขึ้น ในตอนนี้มีเพียงสามหมวดหมู่เท่านั้น ส่วนอีกเจ็ดหมวดหมู่ที่เหลือเป็สีเทาทั้งหมด โดยแสดงข้อความว่า 'เปิดใช้งานได้หลังจากอัปเกรดที่พักพิง'
และสามหมวดหมู่ที่มีอยู่ ได้แก่ หมวดอัปเกรด หมวดเครื่องมือ และหมวดทรัพยากร
หลี่เทียนหรานเลิกคิ้วอีกครั้ง แล้วเลือกเข้าสู่หมวดอัปเกรดเป็อย่างแรก
[อัปเกรดที่พักพิง สามารถเลือก ป้องกัน/ขยาย!]
การป้องกันและการขยาย เป็หน้าจอสองหน้าที่แตกต่างกัน และสินค้าที่ขายก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
[หมวดป้องกัน รั้ว : ระดับไม้ (1 เมตร/30 แต้ม), ระดับรั้วเหล็ก (1 เมตร/300 แต้ม), ระดับคอนกรีตหนาม (1 เมตร/600 แต้ม), ระดับป้อมปราการผสมโลหะ (1 เมตร/6,000 แต้ม)]
[หุ่นยามเรดาร์ : ระดับเฝ้าระวัง (1 ตัว/2,000 แต้ม), ระดับลาดตระเวน (1 ตัว/5,000 แต้ม)]
[ป้อมปืนเลเซอร์ : ยังไม่ปลดล็อก..]
[คำเตือน : ระดับการป้องกันที่พักพิงของผู้เล่นหลี่เทียนหรานอยู่ที่ระดับ 3 ป้องกันได้เพียงสัตว์ป่าขนาดเล็กที่บุกรุกเท่านั้น ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก แนะนำให้สร้างการป้องกันโดยเร็วที่สุด!]
รอบ ๆ คฤหาสน์ รั้วที่ทำจากไม้ไผ่และลวดหนามมัดรวมกันกำลังสั่นไหวท่ามกลางสายลม
ต่อจากนั้น หลี่เทียนหรานมองไปที่ไอเทมประเภทขยาย
[หมวดขยาย หุ่นยนต์ทำงานอัจฉริยะ : ระดับใช้งานในบ้าน (1 ตัว/10,000 แต้ม), ระดับการเกษตร (1 ตัว/50,000 แต้ม), ระดับอุตสาหกรรม (1 ตัว/500,000 แต้ม)]
[หมวดขยาย หุ่นยนต์นักรบ : เลเวล 1 ระดับนกฮัมมิงเบิร์ด (1 ตัว/1,000 แต้ม), เลเวล 2 ระดับสุนัขล่าเนื้อ (1 ตัว/5,000 แต้ม), เลเวล 3 ระดับผู้ใหญ่ (1 ตัว/50,000 แต้ม), เลเวล 4 ระดับรถถัง (1 ตัว/5,000,000 แต้ม), เลเวล 5 ระดับหุ่นยนต์รบ (1 ตัว/1,000,000,000 แต้ม)]
เพียงดูไอเทมหมวดขยายเพียงสองประเภท จำนวนเลขศูนย์ที่เรียงรายในช่องราคาก็แทบจะทำให้หลี่เทียนหรานเป็ลมแล้ว
นี่มันแทบจะยาวเท่าเบอร์โทรศัพท์มือถือของเขาอยู่แล้ว!
โดยรวมแล้ว เกมวันสิ้นโลกนี้ คล้ายกับเกมสร้างที่พักพิงภัยพิบัติหรือเกมเรดอะเลิร์ต โดยมีฐานเป็ศูนย์กลางเพื่อทำการขยายหรือพัฒนา
หลี่เทียนหรานรู้สึกอึดอัดในอก ของในร้านค้าน่ะดีก็จริง แต่ราคานี่สิ... บรรยายไม่ถูกเลย!
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังมีรางวัลผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอยู่...
เขาเปิดหน้าจอช่องเก็บของด้วยมือที่สั่นเทา และเห็นห่อของขวัญรูปกล่อง
[ได้รับรางวัลแต้ม : 500,000 แต้ม!]
[ได้รับเรดาร์ : ระดับเฝ้าระวัง x3, ระดับลาดตระเวน x1!]
[ได้รับหุ่นยนต์นักรบ : ระดับนกฮัมมิงเบิร์ด x20! ระดับสุนัขล่าเนื้อ x1!]
[ได้รับเมล็ดพันธุ์ (ระดับป้องกันรังสี) : ข้าวโพด x15 กิโลกรัม, ถั่วเหลือง x15 กิโลกรัม, ข้าวเ้า x15 กิโลกรัม!]
[ได้รับดวงอาทิตย์จำลอง : พลังงาน (300/300)!]
[ได้รับสารเร่งการเจริญเติบโตของพืช เลเวล 1 : 80 ลิตร!]
[ได้รับสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ เลเวล 1 : 80 ลิตร!]
[้านำไอเทมออกจากช่องเก็บของหรือไม่?]
หลี่เทียนหรานเลือก 'ใช่!'
ในพริบตา สิ่งของกองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนพื้นที่ว่างตรงหน้าหลี่เทียนหราน
และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือเหล่าหุ่นยนต์นักรบ
หุ่นยนต์นักรบระดับนกฮัมมิงเบิร์ดยี่สิบตัวมีผิวโลหะสีหม่น รูปร่างเหมือนนกฮัมมิงเบิร์ด พวกมันขยับปีกบินขึ้นลงเบา ๆ
หลี่เทียนหรานมองดูแถวของหุ่นยามจักรกลตรงหน้าด้วยความสงสัย ในสมองของเขาราวกับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่แสดงสถานะของหุ่นยามเหล่านี้ออกมาทันที
[เลเวล 1 นกฮัมมิงเบิร์ดหมายเลขหนึ่ง (หุ่นยนต์นักรบระดับหนึ่ง)]
[จำนวนะุ 100/100]
[ระดับความเสียหาย 0/100]
[ความเร็ว : 5 (1 วินาที/5 เมตร)]
[พลังโจมตี : 3 (สามารถยิงทะลุแผ่นเหล็ก 3 มิลลิเมตรได้)]
[พลังป้องกัน : 1 (สามารถป้องกันการโจมตีที่มีแรง 100 กิโลกรัมได้)]
[รูปแบบการโจมตีคือ ยิงปืน!]
เขาคิดในใจและออกคำสั่งโจมตี
วินาทีต่อมา หุ่นยามนกฮัมมิงเบิร์ดก็พุ่งตัวขึ้นทันที เสียงปืนดังรัวขึ้นไม่ขาดสาย!
โอ่งน้ำที่วางอยู่ไกล ๆ ถูกยิงจนแตกกระจายในพริบตา!
รูม่านตาของหลี่เทียนหรานหดเล็กลง
อานุภาพขนาดนี้... ถ้าโดนตัวคน ต้องถึงตายในทันทีอย่างแน่นอน!
หลี่เทียนหรานหันไปมองระดับสุนัขล่าเนื้อเพียงตัวเดียวตัวนั้น
[เลเวล 2 สุนัขล่าเนื้อหมายเลขหนึ่ง (หุ่นยนต์นักรบระดับสอง)]
[จำนวนะุ : 50/50]
[ปริมาณเชื้อเพลิง : 100/100]
[ความเร็ว : 4]
[พลังโจมตี : 6]
[พลังป้องกัน : 5]
[รูปแบบการโจมตีคือ แผดเผา ยิงปืน ฉีกกระชาก!]
ทันใดนั้นแสงไฟก็วาบขึ้น เปลวเพลิงรูปอสรพิษยาวประมาณสิบเมตรพุ่งออกจากปากของสุนัขล่าเนื้อจักรกล กลายเป็ลูกไฟั์กลางอากาศ
แม้จะห่างออกไปสิบเมตร หลี่เทียนหรานก็ยังััได้ถึงความร้อนที่อุณหภูมิสูงจนน่าอึดอัด ต่อให้เป็เหล็กก็คงถูกหลอมละลาย!
นี่แหละใช่เลย!
หลี่เทียนหรานมองสิ่งของตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ
รางวัลผู้เล่นใหม่นี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ!
มีของพวกนี้อยู่กับตัว ต่อให้อยู่ในวันสิ้นโลก ก็ยังมีไพ่ตายสำหรับเอาชีวิตรอด!
...
สามสิบนาทีต่อมา หลี่เทียนหรานกลับมาที่อาคารหลังเล็กอีกครั้ง
ในตอนนี้ แต้มของเขาลดลงจากห้าแสนเหลือประมาณสามหมื่นแต้มแล้ว
เขาซื้อหุ่นยามเฝ้าระวังและหุ่นยามลาดตระเวนอย่างละห้าตัว รวมถึงหุ่นยนต์นักรบระดับนกฮัมมิงเบิร์ดอีกยี่สิบตัว และติดตั้งรั้วระดับรั้วเหล็กล้อมรอบคฤหาสน์ของเขาไว้
จะโทษว่าเขาขี้ระแวงเกินไปก็ไม่ได้
ในโลกหลังหายนะ ความชั่วร้ายในสันดานมนุษย์จะถูกแสดงออกมาถึงขีดสุด
พูดอีกอย่างคือ ท่ามกลางภัยพิบัติ คนที่สูญเสียความเป็มนุษย์ไปนั่นแหละ คือส่วนหนึ่งของภัยพิบัติ ดังนั้นจึงจำเป็ต้องป้องกันไว้
ตอนนี้คฤหาสน์ภายใต้การปรับปรุงของหลี่เทียนหราน เริ่มมีรูปร่างเหมือนป้อมปราการแล้ว เขามั่นใจว่าหากไม่มีกองทัพมืออาชีพบุกโจมตีเข้ามา ที่นี่จะไม่มีทางถูกบุกรุกเข้ามาได้โดยง่ายแน่!
ในโทรทัศน์ยังคงฉายการ์ตูนเปปป้า พิกอยู่ หานหานหัวเราะอย่างร่าเริงไปตามภาพในจอและครอบครัวของเปปป้า
บนโต๊ะมีข้าวผัดไข่ที่เหลืออยู่ครึ่งจานและน่องไก่วางอยู่
หลี่เทียนหรานนั่งลงแล้วหยิบจานอาหารขึ้นมาทาน พลางถามด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมทานไม่หมดล่ะ? อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”
“หนูกับเสี่ยวเฮยอิ่มแล้วค่ะ” หานหานส่ายหัว “นี่ตั้งใจเหลือไว้ให้พี่ใหญ่ค่ะ”
หลี่เทียนหรานชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มและกัดไปสองสามคำ แล้วโยนกระดูกน่องที่มีเนื้อติดอยู่เล็กน้อยให้เสี่ยวเฮยที่หมอบมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยตาเป็ประกาย
ง่ำ!
เสี่ยวเฮยกระโจนเข้าใส่ทันทีด้วยความดีใจ หลี่เทียนหรานถอนหายใจยาว
ชีวิตแบบนี้ มันช่างผ่อนคลายจริง ๆ...
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษาไว้ได้นานแค่ไหน
เขาเงยหน้ามองความมืดมิดบนท้องฟ้าที่ผิดปกติ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วลูบหัวหานหานเบา ๆ พร้อมถามว่า “หานหาน ถ้าั้แ่วันนี้เป็ต้นไป โลกจะมืดมนแบบนี้ตลอดไป เธอจะกลัวหรือเปล่า?”
หานหานพยักหน้า “อื้อ กลัวค่ะ”
จากนั้น เธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงเดินเท้าเปล่าเข้ามาซุกในอ้อมกอดของหลี่เทียนหราน คว้าแขนของเขามาโอบไหล่ตัวเองแล้วยิ้มคิกคัก “ถ้าเป็แบบนี้... ก็ไม่กลัวแล้ว!”
หลี่เทียนหรานชะงักไป แล้วกวักนิ้วเรียกเสี่ยวเฮยเข้ามาหา
เสี่ยวเฮยะโขึ้นมาบนโซฟาอย่างว่าง่าย และหมอบลงข้าง ๆ หลี่เทียนหราน
หลี่เทียนหรานมองท้องฟ้าที่มืดครึ้มข้างนอกหน้าต่าง เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาและโลกทั้งใบต้องเผชิญต่อจากนี้คือวันสิ้นโลกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ดังนั้นในตอนนี้การได้อยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต จึงทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้
ั้แ่เมื่อก่อนแล้ว
พี่น้องหนึ่งคู่ สุนัขหนึ่งตัว
พวกเขาประกอบกันเป็โลกใบหนึ่งที่แยกออกมา คนอื่น ๆ ในโลกนี้ล้วนเป็คนนอก เื่อื่น ๆ ล้วนเป็เื่นอกกาย ไม่มีใครสามารถพรากพวกเขาจากกันได้
ไม่ว่าจะเป็จงหลิง หรือแม้แต่วันสิ้นโลกก็ตาม