“ให้ผมติวหนังสือยัยนั่นตั้งอาทิตย์เหรอครับ”
“ก็สมัยเรียนได้ยินว่าแกเป็ติวเตอร์มือทอง” เป็หนึ่งแทบไม่อยากเชื่อหูเมื่อลุงวันชัยของเขามาขอร้องให้ช่วยเหลือกองฟางซึ่งเป็แค่เด็กอุปถัมภ์ในบ้าน
“คุณลุงก็รู้ว่า่นี้งานที่บริษัทยุ่งมาก แล้วผมจะเอาเวลาที่ไหนไปช่วยคนอื่นล่ะครับ”
“ยุ่งยังไงก็ปลีกมาสักสองชั่วโมงตอนกลางคืนได้นี่ ฟางเขาอยู่กับเราที่นี่”
“อะไรนะครับ!”
“ลุงให้เขามาอยู่ที่นี่่ก่อนสอบ ทีนี้มีเวลาหรือยัง” คนฟังทำหน้าเหมือนกินบอระเพ็ดเข้าไปทั้งต้น มันส่งผลให้สมองและสองมือเป็อัมพาตเฉียบพลันคนเป็ลุงจึงฉวยโอกาสนั้นลากพืชกลายพันธุ์ลงไปยังห้องอาหารด้านล่าง
กองฟางมองโต๊ะตัวยาวคุ้นตาที่ตัวเองเคยสาละวนกับการจัดวางอาหารหลากเมนูสำหรับคนในบ้านด้วยแววตาละห้อยเพราะบัดนี้เธอต้องกลายเป็ผู้ถูกรับบริการไปเสียแล้ว พอจะลุกไปหยิบจับอะไรคุณลุงก็ปรามไว้ทุกทีแถมยังเข้าขากันดีกับป้าอาบอีกด้วย
“นั่งเฉยๆ อย่างที่คุณท่านบอกเถอะค่ะ อยากได้อะไรเดี๋ยวป้าหยิบให้นะคะ” เป็หนึ่งปรายตาขวาง
“เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำเถอะ ดีซะอีกรู้จักทำตัวให้เป็ประโยชน์” กองฟางถลึงตาความคิดแต่แรกที่ไม่อยากข้องแวะให้เป็ธุระร้อนในใจเกิดแปรเปลี่ยนกะทันหัน
“ไม่ต้องมาหาเื่ให้ฉันรีบเผ่นแน้บกลับบ้านหรอกน่ะยังไงนายก็ต้องทำหน้าที่ของนายตามที่คุณลุงมอบหมายให้ตลอดรอดฝั่งหวังว่าคงรู้แล้วนะว่าอะไร เข้าใจ๊” คนฟังได้ความ อึ้งแทนอาหารมื้อเย็นไปเต็มกระเพาะ ไม่รู้เ้าหล่อนเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมาสินั่น!
“จริงไหมคะคุณลุง” แถมมีเย้ยให้รู้ซะมั่งว่าคนหนุนหลังน่ะใคร
“ตามนั้นล่ะ” คำเออออทำให้หลายคนลอบระบายยิ้มชอบใจยกเว้นก็แต่เ้าทุกข์
“ทั้งเจ๋อทั้งโง่อย่างเนี้ย หากผมเข็นไม่ขึ้นจริงๆ จะมาว่ากันไม่ได้นะครับ”กองฟางเม้มริมฝีปาก
หนอย!
“ไอ้การที่คุณลุงให้นายมาติวให้ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันโง่นะนายต่างหากที่โง่ แค่นี้ก็ดูไม่ออกว่าอะไรเป็อะไร ใครอยากมาให้นายติวให้กันยะ” เป็หนึ่งลุกพรวดมาชี้หน้าเข้าบ้าง แต่ยังไม่ได้โต้อะไรสักคำ
“เอาล่ะ! เอาล่ะ!นั่งลงทั้งสองคนนั่นแหละ” หญิงสาวฉวยโอกาสแวบนั้นปัดมือแนวตรงของคนหนุ่มให้พ้นทางแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่
“ยัยเจ๋อ!..”
“นายหนึ่ง! ลุงบอกให้นั่งลงไง”เ้าของชื่อได้แต่กำหมัดค้าง สายตาขุ่นเขียวฟ้องชัดว่าฝากไว้ก่อน
แล้วเื่อะไรจะรับฝากล่ะ
ป้าอาบกับชมพู่ลอบปาดเหงื่ออยู่ห่างๆ ด้วยใจระทึก เสือร้ายกับนางสิงห์เจอกันทีไรบ้านแทบแตกทุกที
“เอ้า! มัวแต่ยืนตัวลีบกันอยู่ได้ ตักข้าวสิ”
“ค่ะ ค่ะ” คู่หูดูโอ้ต่างวัยพากันสะดุ้งสุดท้ายแล้วคนที่น่าเกรงขามที่สุดคงไม่พ้นประมุขของบ้าน แม้จะมีการเปิดศึกอาหารเย็นที่บ้านวรากรณ์แต่มื้อนี้ก็ทำให้บ้านคึกคักผิดหูผิดตาขึ้นมากทีเดียว
ก๊อก! ก๊อก!
“ใครคะ?”
“ชมพู่เองค่ะ”เสียงคนหลังบานประตูทำให้คนในห้องถลามาเปิดรวดเร็ว
“เข้ามาสิ! กำลังรออยู่เลยมีเื่จะเม้าส์ให้ฟังตั้งเยอะ” ชมพู่ส่ายหน้า
“ยังก่อนค่ะคุณฟาง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเม้าส์”คนทอนเสียงลงชะโงกหน้ามากระซิบ “ต้องเป็หาคุณหนึ่งก่อนนะคะ”คนฟังเผยหน้าเซ็งทันที
“เดี๋ยวค่อยไป รอให้ข้าวเรียงเม็ดก่อนสิ รีบเข้ามาเถอะ”
“ไม่ได้ค่ะ! คุณหนึ่งบอกไว้ว่าให้เริ่มเดี๋ยวนี้เลย”
“อ๋อ! นี่นายนั่นกล้าสั่งฉันเหรอ”
“ว้าย! ไม่ใช่ค่า ตามประสงค์ของคุณท่านต่างหาก” ดูเหมือนว่าเหตุผลจะไม่ช่วยอะไร เมื่อคนฟังกัดฟันกรอดแน่น
หนอย! บังอาจเอาคุณลุงมาอ้างเชอะ!
“งั้นบอกเขาว่าอีกสิบล้านปีแสงฉันจะไป โอเค้”คนปิดประตูทันควันหันขวับโดดขึ้นเตียงอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้อีกคนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่ข้างนอก
“สะ..สิบล้านปีแสงนี่มันนานขนาดไหนหว่า”
กองฟางคว้ารีโมททีวีมาเลือกกดดูละครหลังข่าวเื่โปรดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะสอบไล่ปีสุดท้ายก็ทำไมต้องหมกมุ่นกับตำราจนเกินควร เธอรู้จักแบ่งเวลาว่าตอนไหนควร พักสมองตอนไหนควร ลับสมอง
เพราะปกติแล้วเธอมักอ่านหนังสือ่ตอนดึกเป็ประจำมันเงียบสงบจนเกิดสมาธิ และที่สำคัญ เคยชิน
โดยหารู้ไม่ว่า พายุใหญ่กำลังมาเยือน
โครม! โครม!
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ยัยเจ๋อ”
โครม! โครม!
คนในห้องสะดุ้งเกือบทั้งตัว นี่น่ะหรือการเคาะประตูเรียกน่าจะเรียกว่าพังประตูมากกว่ามั้ง
“โธ่! ตาบ้าเอ้ย”เธอรีบโดดลงจากเตียงไปเปิดก่อนที่มันจะพังเข้าจริงๆ
“ทำบ้าอะไรของนายหะ!” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวกลม
“ก็มาตามเธอไปติวหนังสือไง ลืมแล้วเรอะ”
“ไม่ลืม! แต่ยังไม่ไป เข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจ! จะรออะไรล่ะแม่คุ๊ณพรุ่งนี้ฉันมีประชุมที่บริษัทแต่เช้า ขืนปล่อยให้เธอเอาแต่ใจอยู่อย่างนี้ นอกจากเธอจะเคยตัวละยังเสียงานฉันด้วย” คนฟังกรอกตาหนีให้รู้ว่าเธอหน่ายเต็มทน
“งั้นเริ่มพรุ่งนี้ก็ได้ นายรีบไปนอนเถอะฉันจะดูละครตอนอวสาน” คราวนี้มือหนาละจากต้นแขนมาคว้าเอาต้นคอแทน
“ฉันบอกให้ไปเดี๋ยวนี้ก็ต้องเดี๋ยวนี้ตอนนี้ หัดรู้หน้าที่ตัวเองซะมั่งชอบดูนักละครไทยน้ำเน่าชีวิตถึงได้ไร้สาระ”
ด่านี่หว่า
“ปล่อยฉันนะนายหนึ่ง กล้าดียังไงมาว่าฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันอย่างนี้นะฉันไม่ไป!” คนตัวโตหาได้สนใจเสียงตวาดแว๋นนั้นไม่ กึ่งลากกึ่งจูงแม่คนปากดีที่แม้จะขัดขืนแต่ก็ไร้ผล
แค่นี้ไม่คณามือหรอก
พลันหันมาทางอีกคนที่ยืนดูเหตุการณ์ตาปริบๆอยู่อีกฟาก
“ปิดไฟ ปิดทีวี แล้วก็ปิดประตูห้องด้วย”
“คะ..ค่ะ คุณหนึ่ง” ชมพู่รับคำอย่างว่าง่าย และที่ทำได้อีกอย่างก็คือส่งสายตาให้กำลังใจคนร้องขอความช่วยเหลือลั่นๆ อยู่นั่น
ก็จะช่วยใครได้เล่า ตัวเองยังเอาไม่รอด