บทที่ 24
ขจัดความเข้าใจผิด
ความโกลาหลเกิดขึ้นในหอประชุมเล็กอีกครั้ง
“ให้ตายเถอะ ฉันคิดว่าหมอนั่นเป็มหาเศรษฐีที่ทำตัวติดดินซะอีก สุดท้ายแล้วก็แค่พวกถูกรางวัลแล้วมาทำตัวอวดหรอกเหรอ น่าเบื่อจริงๆ”
“จริงสิ ทำไมฉันไม่เอะใจั้แ่ตอนนั้นนะ พอมาคิดดูดีๆแล้ว ชุดที่เ้านั่นสวมมันก็ของที่ขายตามตลาดนัดชัดๆ มีเศรษฐีที่ไหนเอาของพรรค์นั้นมาใส่กันบ้างน่ะ?”
“จริงด้วย ถึงฉันจะอ้วนแล้วก็เป็พวกขี้แพ้ แต่ฉันไม่เคยคิดจะทำตัวอวดเบ่งแบบนั้นเลยนะ แบบนี้มันน่ารังเกียจสุดๆเลย”
“ว้า เสียเวลาสุดๆ ตอนแรกฉันนึกว่าเขาเป็พระเ้าของเหล่าคนจนวะแล้ว” หญิงสาวเริ่มผิดหวังกันแล้ว
ในตอนนี้กระแสลมมันได้เปลี่ยนทิศแล้ว รวมถึงปิงปิงและหลิงหลิงด้วย ในตอนนี้ความรู้สึกสำนึกผิดของเธอมันได้หายไปหมดแล้ว
สรุปแล้วเ้าอ้วนนั่นก็เป็แค่พวกขี้แพ้ที่อวดเบ่งเพื่อจะได้ยกตนข่มคนอื่น ไม่ใช่มหาเศรษฐี ดังนั้นแล้วพวกเธอไม่ได้เสียหายอะไร
และหากจะพูดต่อ คงบอกได้ว่าคนที่มีความสุขที่สุดในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นเย่เหลียงหรอก
ในตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะปล่อยเหยื่อให้หลุดไปเสียแล้ว กลับกัน มันกลายเป็ว่าเขาสามารถหาวิธีดึงเหยื่อนั้นให้กลับมาหาเขาได้อีกครั้ง
เย่เหลียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข จากนั้นก็วางมือที่เปี่ยมไปด้วยความชำนาญลงบนสะโพกของซูหลี่เหยา เขาพ่นลมหายใจเบาๆข้างหูเธอและพูดขึ้น “คนสวย เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันจะไปหาตัวเ้าอ้วนนั่นได้จากที่ไหน? ไม่ต้องกังวล ฉันไม่รุนแรงหรอก”
ซูหลี่เหยาเมื่อเห็นว่าวัตถุประสงค์ของเธอบรรลุแล้ว เธอก็รีบพยักหน้าราวกับไก่ที่จิกข้าวกินเลย
นอกจากซูหลี่เหยาแล้ว ตอนนี้ยังมีอีก 2 สาวที่รีบเข้ามาหาเย่เหลียงด้วย
“เย่เหลียง พวกเราอยู่ห้องเดียวกับเธอคนนั้นนะ ถ้ายังไงพวกเราสามารถช่วยนายหาเธอได้นะ!”
“โอ้ โอเคๆ ฮ่าๆๆๆ” เย่เหลียงหัวเราะออกมาอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
“ดูเหมือนพระเ้าจะเข้าข้างฉันสินะ พวกเธอสองคน เอาเบอร์ฉันเก็บไว้ และเมื่อไหร่ที่เธอคนนั้นกลับมาก็ค่อยติดต่อฉันมาทันทีเลย แล้วก็ ไม่ต้องกังวลเหมือนกัน ฉันไม่ทำร้ายพวกเธอแน่ๆ สัญญาเลย ฮี่ๆๆ”
อีกฟากหนึ่ง อู๋ตี้นั้นถูกเอ้อซีซีลากออกมาไกลมากแล้ว
ในตอนแรกนั้น อู๋ตี้เป็ฝ่ายลากเธอออกมาก็จริง แต่ตอนนี้กลายเป็ว่าเธอลากเขาออกมาแทนแล้ว
พวกเขาวิ่งออกมายังทะเลสาบเล็กๆในเขตมหาวิทยาลัยและหยุดอยู่ที่นั่น ที่แห่งนี้มีไม้พุ่มเล็กๆถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงามและมีต้นสนห้อมล้อมไว้ซึ่งช่วยบดบังสายตาคนได้ ดังนั้นแล้วที่นี่จึงค่อนข้างจะลึกลับและช่วยซ่อนตัวทั้งสองจากเย่เหลียงได้
อู๋ตี้หายใจหอบ “โว้วๆๆ หยุดก่อนๆ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆแล้ว เอ้อซีซีก็โล่งใจ
แต่วินาทีต่อมา เธอก็ต้องใเมื่อเธอนั้นยังกุมมืออู๋ตี้ไว้อยู่ เธอรีบปล่อยมือนั้นพร้อมหันหน้าออกเพื่อจะวิ่งหนี
การกระทำของเอ้อซีซีนั้นเหมือนจะอยู่ในความคาดหมายของอู๋ตี้แล้ว เขาไม่หายใจเปล่าเพราะเมื่อเธอปล่อยมือเขาก็จับมือเธอไว้แทน
“ไหน เล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน เธอก็วิ่งหนีฉัน ทำไมต้องหลบหน้ากันด้วยล่ะ?”
เอ้อซีซีที่ถูกจับได้นั้นพยายามดิ้นรนอยู่นิดหน่อย แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถหนีไปไหนได้ เมื่อได้ยินคำถามของอู๋ตี้ เธอก็ก้มหน้าลงและอยู่ในความเงียบไปพักใหญ่ๆเลย
อู๋ตี้นั้นก็ได้แต่มองเธออย่างจริงจังเพื่อรอคำตอบ
“นายไม่ใช่คนดี” ท้ายสุดเอ้อซีซีก็พูดออกมา
แต่คำพูดนั้นก็ทำให้อู๋ตี้สับสนขึ้นมาทันที นี่มันเื่อะไรกันน่ะ? เขาไม่ใช่คนดีงั้นเหรอ?
“เอ้อซี เธอหมายถึงอะไรน่ะ? ฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจเหรอ?”
อู๋ตี้ถามคร่าวๆ เขายังประหลาดใจอยู่ว่าเขาเผลอไปทำอะไรไม่ดีให้เธอตอนไหน เอ้อซีซีถึงได้ไม่มีความสุขแบบนี้
แต่กระนั้นเอ้อซีซีก็ขบริมฝีปากไว้แน่นและปฏิเสธที่จะตอบคำถามเขา ซึ่งนั้นทำให้อู๋ตี้กระวนกระวายมากกว่าเดิมอีก
“เอ้อซี ขอร้องเถอะนะ ฉันน่ะไม่มีเพื่อนมาั้แ่เด็กแล้ว ก็เพราะว่าฉันอ้วน เธอน่ะเป็คนแรกเลยที่ทำดีกับฉันแบบนี้ เป็คนแรกที่ไม่ได้รังเกียจฉันนอกจากครอบครัว เพราะงั้นถ้าฉันทำอะไรไม่ดีลงไป ฉันอยากจะขอให้เธอบอกมา และฉันจะได้ปรับปรุงมันซะ”
น้ำเสียงของอู๋ตี้นั้นเผยให้เห็นถึงการอ้อนวอน ถึงแม้ว่าจะเป็แค่เพื่อนทั่วๆไป แต่สำหรับเขาแล้วเอ้อซีซีสำคัญมากๆเลย
หญิงสาวค่อยๆเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง มองไปยังความจริงใจที่ส่งมาถึงเธอ
หยดน้ำใสๆไหลออกจากหางตาของเอ้อซีซีนิดหน่อย สะท้อนให้เห็นความเศร้าที่ทำให้คนที่ได้เห็นพลอยเศร้าหมองไปด้วย
“ฉันไม่คิดเล...ไม่คิดเลยว่านายจะเป็คนแบบนั้น เธอคนนั้นใจดีกับนายมากๆ แต่พอนายถูกรางวัล ทำไมนายถึงทิ้งเธอไปล่ะ? เธอน่าสงสารจะตาย คืนนั้นเธอมาหาฉัน และบอกว่านายเลิกกับเธอ แต่ถึงขนาดนั้นเธอก็ยังห่วงใยนายอยู่ ทำไมนายกล้าที่จะทำร้ายเธอถึงขนาดนั้นกันล่ะ?!”
ยิ่งได้ฟังอู๋ตี้ก็สับสน สมองของเขามันจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วในตอนนี้
นี่เธอกำลังพูดถึงฉันแน่นะ? ทำไมไม่เห็นเข้าใจอะไรเลย? ั้แ่เด็กจนถึงตอนนี้ นอกจากแม่ที่คอยห่วงใยพวกเขาแล้วก็ไม่มีสาวๆที่ไหนมามองเขาหรือห่วงใยเขาเลย แล้วอย่างนี้จะให้ไปบอกเลิกใครนะ? ฉันที่ไม่มีแฟนมาตลอด 20 ปี จะให้บอกเลิกกับอะไร? หนอน? หรืออากาศ?
สมองของเขาเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนไปครู่หนึ่ง ถึงอยากจะพูดแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร แต่เธอคนนี้น่ะเข้าใจเขาผิดแน่ๆ เอ้อซีซีที่เห็นว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดและแสดงสีหน้าสงสัยสุดๆออกมา เธอจึงปาดน้ำตาและเตรียมจะหนีเขาไปอีก
“เดี๋ยวก่อน!” อู๋ตี้ะโขึ้นมา
ในตอนนั้น ร่างของคนคนหนึ่งมันค่อยๆปรากฏขึ้นในหัวของเขา จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เริ่มเชื่อมโยงกันในทันที
สัปดาห์ก่อน ซูหลี่เหยารู้ว่าเขาถูกรางวัล….ใช่แล้ว! ต้องเป็คืนนั้นแน่ๆที่เธอไปหาเอ้อซีซี นอกจากจะถามเื่นี้แล้วก็คงต้องป้ายความผิดให้เขาด้วยแหงๆ เพราะงั้นนี่น่าจะเป็สาเหตุให้เขาและเธอผิดใจกัน!
“เธอคนนั้นใช่ซูหลี่เหยาหรือเปล่า?” อู๋ตี้รีบวิ่งไปดักหน้าเอ้อซีซีไว้
น้ำตาของเธอนั้นไหลออกมาอีก เธอตอบกลับพร้อมกับสะอื้น “ถ้าไม่ใช่เธอจะเป็ใครล่ะ ฮึก...”
เข้าใจแล้ว อู๋ตี้เข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว และมันเป็เพราะซูหลี่เหยาคนเดียว!
เธอคนนั้นใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะกลั่นแกล้งเขา เมื่อเห็นว่าเขามีเงิน เธอก็เปลี่ยนสีหน้าและเข้าไปหลอกคนที่เรียบง่ายอย่างเอ้อซีซีเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับเขา
“เอ้อซี ฉันเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว และฉันจะบอกเธอตรงนี้เลยว่าทุกอย่างไม่ใช่แบบที่ซูหลี่เหยาพูด เธออยากจะรู้ความจริงไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
มองไปยังสายตาที่จริงใจของอู๋ตี้ เอ้อซีซีก็ชะงักและพยักหน้าโดยไม่คาดคิด
และครึ่งชั่วโมงต่อมา อู๋ตี้ก็เล่าความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับเขาและซูหลี่เหยาให้เธอฟัง
เขาไม่คิดจะปิดบังเื่นี้ ไม่มีเื่ใดที่ปกปิดเธอเลย เขาไม่ปฏิเสธเลยว่าเขาเคยแอบรักซูหลี่เหยามาตลอด 3 ปี และไม่ปกปิดด้วยว่าเขาได้รับการกระทำแบบไหนมาบ้างตลอดเวลาที่ผ่านมา
ในท้ายสุดเขาก็เล่าถึงครั้งสุดท้ายที่เจอซูหลี่เหยา เสียงของเขามันสั่นคลอนซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเองต่างหากที่เป็ฝ่ายถูกหักอก
เมื่อเล่าทุกอย่างหมดแล้ว เอ้อซีซีก็ร้องไห้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอร้องไห้ให้กับอู๋ตี้ และในน้ำตาของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความปวดหัวใจแบบสุดๆเลย
อู๋ตี้นั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขามองขึ้นฟ้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ตอนนี้น่ะทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ฉันดีใจนะที่ตลอดมาฉันไม่ได้ทำตัวไม่ดีกับเธอ แล้วก็ฉันก็ดีใจมากๆด้วยที่ได้เห็นธาตุแท้ของใครหลายๆคนด้วยความอ้วนของฉันเอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขจริงๆคงหนีไม่พ้น...”
ในจุดนี้ อู๋ตี้หยุดพูดไปครู่หนึ่ง บนใบหน้าของเขามันแสดงออกถึงความเครียดและความลังเล
แต่กระนั้นเขาก็หันหน้ามามองเอ้อซีซีและเรียกความกล้าที่จะพูดออกมา “ความโชคดีที่ทำให้ฉันได้มารู้จักเธอนั่นแหละ”
ลมที่โชยผ่านนั้นพัดเอาต้นสนให้พลิ้วอ่อนๆ แสงแดดยามบ่ายที่ทอประกายผ่านผืนน้ำตรงหน้าก็ทำให้เกิดแสงประกายระยิบระยับขึ้นมา
ด้วย่เวลาที่งดงามเช่นนี้ เขาอยากจะให้สมองของเขาจดจำภาพนี้ไว้ตราบนานเท่านานเลยจริงๆ
แก้มชมพูดๆของเอ้อซีซีนั้นเปลี่ยนเป็สีแดงแปร๊ดขึ้นมา นี่มันเป็ครั้งแรกเลยที่เธอได้ยินประโยคที่เหมือนจะเป็คำสารภาพแบบนี้
อู๋ตี้เองก็รู้สึกว่าหัวใจของเขานั้นมันกำลังเต้นแรงอยู่ในอก และเหมือนว่ามันพร้อมที่จะออกมาเต้นอยู่ข้างนอกตลอดเวลาเลย
ไม่รู้ว่านี่มันผ่านมานานขนาดไหนแล้วที่ทั้งสองต่างมองตาซึ่งกันและกัน ในสายตาของคนหนึ่งก็มีทะเลสาบระยิบระยับ ส่วนอีกคนหนึ่งก็มองเห็นท้องฟ้ากว้างไกล
“ฉ-ฉันขอโทษ...” ทันใดนั้นเอ้อซีซีก็พูดขึ้น
“อ๊ะ?” อู๋ตี้ไม่ได้ตอบสนองอะไรไปครู่หนึ่ง และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกผิดหวังด้วย เขาไม่ได้คิดเลยว่าคำขอโทษนั้นจะเป็ตัวทำลายความเงียบนี้ลง
“ที่ฉันเข้าใจนายผิดไง แถมยังพูดไม่ดีกับนายด้วย” เอ้อซีซีพูดต่อด้วยเสียงเบา
“อ้อ เื่นั้นเอง ไม่เป็ไรหรอกน่า” อู๋ตี้ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“แล้วก็...” เอ้อซีซีหยุดพูด
อู๋ตี้รู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงอีกครั้ง สายตาที่เขามองเอ้อซีซีนั้นเปี่ยมไปด้วยความหวังนิดหน่อยอยู่ภายในใจ
“ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ในวันนี้...”
ได้ยินคำขอบคุณ หัวใจของเขาก็ตกลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ยังกับโดนหักอกเลย จากนั้นเขาก็หัวเราะและส่ายหน้าเบาๆ
“แล้วก็ฉันดีใจที่ได้เจอนายอีกนะ” เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมาจากเอ้อซีซี
วินาทีนั้น หัวใจของอู๋ตี้ที่เพิ่งจะตกลงไปกลับกลายเป็กระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง ตัวเขานั้นเหมือนเปล่งประกายแสงออกไปรอบๆสถานที่นั้นเลย
ช่างเป็วันที่ท้องฟ้าและแสงแดดสว่างสดใสเหลือเกิน