สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่ว เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาศาลาวัดดังก้องกลบเสียงสวดพระอภิธรรม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสีดำทะมึนของผู้คนที่มาร่วมไว้อาลัย แต่ไม่มีใครเลยที่จะดูน่าเกรงขามและแผ่รังสีอำมหิตได้เท่ากับชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าโลงศพ
"พ่อเลี้ยงรามสูร" หรือที่ใครๆ เรียกขานว่า "นายหัวราม" ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มจ้องมองรูปถ่ายหน้าศพของน้องชายเพียงคนเดียว... ราชัน
น้องชายที่เขารักดั่งดวงใจ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการะโหน้าผา เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว!
"หลับให้สบายนะราชัน..." รามสูรเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ั์ตาสีสนิมเหล็กวาวโรจน์ขึ้นเมื่อนึกถึงจดหมายลาตายฉบับนั้น "พี่สัญญา... คนที่มันทำให้นายต้องตาย มันจะต้องเ็ปกว่านายร้อยเท่าพันทวี!"
เสียงอื้ออึงของผู้คนเงียบลงทันทีเมื่อร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในศาลา
"ปานชีวา" ในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ดูแปลกแยกท่ามกลางฝูงชนที่สวมชุดดำ ใบหน้าหวานซึ้งซีดเผือดไร้สีเื ดวงตากลมโตบวมช้ำจากการร้องไห้มาอย่างหนัก ในมือเรียวเล็กถือพวงมาลัยดอกมะลิที่ร้อยเองด้วยความตั้งใจ เธอเดินฝ่าสายฝนเข้ามาจนตัวเปียกปอน ร่างบางสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
"นั่นไง... ผู้หญิงคนนั้นไงที่ลือกันว่าเป็แฟนราชัน""กล้าดียังไงถึงมางานศพ ทั้งที่ตัวเองเป็ต้นเหตุ"เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบทิศ แต่ปานชีวาพยายามทำหูทวนลม เธอกัดริมฝีปากแน่น กลั้นก้อนสะอื้น แล้วเดินตรงไปยังรูปหน้าศพ
"พี่ราชันคะ... ปานมาลา..."
"หยุดอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตวาดกัมปนาทดังขึ้นราวกับฟ้าผ่า ปานชีวาสะดุ้งเฮือก ก้าวขาไม่ออกเมื่อเงาทะมึนของรามสูรเคลื่อนเข้ามาบดบังแสงสว่างตรงหน้า เขาย่างสามขุมเข้ามาหาเธอราวกับพญามัจจุราช
"คุณราม..." หญิงสาวยกมือไหว้ เสียงสั่นเครือ "ปานขอโทษ... ปานแค่อยากมาลาพี่ราชันเป็ครั้งสุดท้าย"
"ลา?" รามสูรแค่นหัวเราะ มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม "เธอยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอปานชีวา! ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อน้องชายฉัน!"
มือหนาใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนหญิงสาวหน้าคะมำไปชนอกแกร่ง"โอ๊ย! คุณราม ปานเจ็บนะคะ"
"เจ็บเหรอ? แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่น้องชายฉันต้องเจอ!" รามสูรตะคอกใส่หน้า สันกรามบดแน่นจนเป็สันนูน "ราชันต้องตายเพราะผู้หญิงหลายใจอย่างเธอ! เธอมันก็แค่ผู้หญิงหิวเงิน พอราชันหมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง!"
"ไม่ใช่นะคะ! คุณเข้าใจผิด ปานกับพี่ราชันเราเป็แค่..."
เพล้ง!
รามสูรปัดพวงมาลัยในมือเธอทิ้งลงพื้น แล้วใช้รองเท้าหนังราคาแพงขยี้ดอกมะลิสีขาวจนแหลกเหลวคาบาทา ปานชีวาเบิกตากว้าง มองดอกไม้ที่เป็ตัวแทนความบริสุทธิ์ใจของเธอถูกเหยียบย่ำไม่เหลือชิ้นดี น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักออกมาอาบสองแก้ม
"เก็บน้ำตาตอแหลของเธอเอาไว้เถอะ" ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้าสวยที่ตอนนี้เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตาและน้ำฝน กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านจนปานชีวาตัวสั่นงันงก
"อยากชดใช้ให้น้องชายฉันมากนักใช่ไหม?" เขาถามเสียงพร่าต่ำ แต่ฟังดูน่ากลัวจับขั้วหัวใจ
"ปาน..."
"ดี... งั้นเตรียมตัวไว้ให้ดี" มือหนาบีบคางมนแน่น บังคับให้เธอสบสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น "จบงานเผาศพเมื่อไหร่... เธอได้ชดใช้แน่ แต่ไม่ใช่ด้วยดอกไม้โง่ๆ นี่ แต่ต้องชดใช้ด้วย 'ร่างกาย' และ 'ิญญา' ของเธอ!"
รามสูรผลักร่างบางจนล้มลงไปกองกับพื้นปูนที่เฉอะแฉะ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหน้าโลงศพ โดยไม่สนใจสายตาเวทนาหรือเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของหญิงสาวเื้ั
ปานชีวาได้แต่กอดตัวเองร้องไห้ท่ามกลางสายฝน โดยไม่รู้เลยว่า... นรกขุมจริงกำลังรอต้อนรับเธออยู่ และซาตานร้ายตนนั้นจะไม่ยอมปล่อยให้เธอได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป!
จบบทที่ 1