ตอนที่ 18 นอนหลับร่วมกัน (2)
เมื่อได้ยินเสียงหายใจที่ค่อยๆ แผ่วเบาลงของคนข้างกายฉือม่อถึงค่อยกล้าขยับตัวเล็กน้อย ที่จริงเขาไม่ได้หลับเลยอาจารย์อยู่ข้างกายแบบนี้ เขาจะหลับลงได้อย่างไรอีกอย่างไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากนอนร่วมกับอาจารย์หรอก เขาเพียงแค่กลัวว่าอาจารย์จะรังเกียจเฉยๆต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าอาจารย์ไม่รังเกียจเขาก็เถอะ แต่เขาก็ยังกังวลและหวาดกลัวอยู่ดีเขาน้อยเนื้อต่ำใจ เขาใจเสาะ เขาอ่อนแอกลัวว่าอาจารย์จะเห็นสีหน้าอื่นบนใบหน้าตัวเอง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ค่อยๆหันหน้าไปอีกด้านอย่างอดไม่ได้
เวลานี้หลินเฉินหลับสนิทแล้ว แม้ว่าบรรยากาศรอบข้างจะมืดมิดไปทั้งแถบแต่ฉือม่อกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอาจารย์อยู่ข้างกายเขากลิ่นหอมอันเยือกเย็นเฉพาะตัวของอาจารย์อบอวลอยู่ที่ปลายจมูกเขาเขาไม่แน่ใจว่าอาจารย์หลับสนิทแล้วหรือไม่ เลยไม่กล้าส่งเสียงดังนัก
เขาลืมตา ขดตัวเป็นก้อนอยู่ตรงมุมหลืบเขารู้สึกว่าท่านี้ปลอดภัยที่สุด บรรยากาศรอบด้านเงียบงันได้ยินเพียงเสียงหายใจของหลินเฉินเท่านั้น ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนแล้วความง่วงอันหนักอึ้งค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเขาจนในที่สุดหนังตาเขาก็ต้านทานความง่วงนั้นไม่ไหว ผล็อยหลับไป
ช่วงชุนเฟินอากาศหนาวเย็นมากนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลินเฉินไม่ยอมให้ฉือม่อนอนพื้นแต่เหตุผลสำคัญที่สุดคือเขากลัวหนาวต่างหาก ตั้งแต่ครั้งก่อนเป็นต้นมาหลินเฉินก็พบว่าร่างกายเขาอ่อนแอกว่าคนธรรมดาพอสมควรอีกอย่างผ้าห่มผืนนี้ก็อุ่นสู้ผืนของเขาบนยอดเขาซู่หมิงไม่ได้เขาคิดว่านอนสองคนอย่างไรก็อุ่นกว่านอนคนเดียวใครจะไปรู้ว่าเจ้าเด็กนั่นกลับอยู่ห่างจากตัวเขาซะขนาดนี้!
ระหว่างที่หลินเฉินฝันเขารู้สึกว่าข้างกายมีเตาผิงขนาดใหญ่มหึมาตั้งอยู่ เตาผิงนั้นอบอุ่นมากน่าเสียดายที่มันอยู่ไกลจากตัวเขาไปหน่อย
เขาหนาวจนทั้งมือและเท้าเย็นเฉียบจึงกระเถิบไปทางด้านนั้นโดยไม่รู้ตัว อุตส่าห์เข้าไปใกล้เตาผิงได้แล้วแท้ๆเขากลับพบว่าเจ้าเตาผิงนั้นเล็กจนน่าสงสารหลินเฉินที่หนาวเหน็บจึงยื่นแขนไปกอดมันเอาไว้ เขาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากเตาผิงจนอบอุ่นไปทั้งร่างถึงค่อยขยับริมฝีปากยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วเข้าสู่ห้วงภวังค์ความฝันต่อ
ฉือม่อกลับทรมานแทนกลิ่นหอมเย็นนั้นกระแทกเข้าจมูกเขาในฉับพลัน เขาลืมตาขึ้นทันทีต่อให้เป็นตอนกลางคืนก็เถอะ เขายังมองเห็นใบหน้างดงามของหลินเฉินได้อยู่ดีใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เขามาก ทั้งเขายังสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เป่ารดอยู่บนต้นคอตัวเองอีก
ใบหน้าเขาแดงระเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่เพราะยังอยู่ในความมืดเช่นนี้ ต่อให้หลินเฉินตื่นอยู่อีกฝ่ายก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติของเขาอยู่ดี มีเพียงตัวเขาที่รู้ดีว่าตอนนี้หน้าของตนนั้นร้อนผ่าวจนแทบจะนึ่งไข่สุกแล้ว!
ตอนนี้เขาโดนอาจารย์กอดตัวแน่น ขยับก็ไม่ถูก ไม่ขยับก็ผิดอีกเหมือนกันเขาดิ้นอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ค่อยๆ ยื่นมือไป หมายจะผลักอาจารย์ออก
ใครจะไปคิดว่าเขาเพิ่งยื่นมือออกไปหลินเฉินก็รวบจับมือเขาไว้อย่างรวดเร็ว แล้ววางมือเขาพาดเอวตัวเอง กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังอยู่ในท่านอนกอดกัน
ฉือม่อที่ไม่เคยสนิทชิดเชื้อกับใครแบบนี้นิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกทันทีทั้งหลินเฉินยังเกยคางอยู่บนศีรษะเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายยังเอ่ยพึมพำขึ้นด้วย “อย่าขยับ”
ครั้งนี้เลยทำให้ฉือม่อไม่กล้าขยับตัวอีก
ค่ำคืนนี้หลินเฉินหลับใหลอย่างพึงใจ เขาฝันเห็นแมวตัวหนึ่งเจ้าแมวนั้นตัวเล็กมาก ทั้งยังหอมกรุ่นไปทั้งตัว เมื่อกกกอดไว้ในอ้อมแขนก็รู้สึกสบายมากเหลือเกินเพียงแต่เจ้าแมวน้อยนั่นดูเหมือนจะขัดขืนเขานิดหน่อย พยายามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดเขาให้ได้แต่หลินเฉินผู้ที่ชื่นชอบการลูบขนแมวมาแต่ไหนแต่ไรย่อมไม่มีทางปล่อยให้มันออกไปได้อยู่แล้ว เลยกดตัวเจ้าแมวนั้นซุกกับอกบอกมันว่าอย่าขยับ เจ้าแมวน้อยก็เชื่อฟังและไม่ขยับตัวอีก
เก่งมาก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8