ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยรู้สึกว่าแค่ด่าเกาลี่ไปอย่างเดียวยังไม่สาสมใจ เธอจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมาเตรียมจะฟาดเกาลี่เสียหน่อย
"แม่ อย่าโกรธเลยนะคะ หนูรับรองว่าจะไม่ไปบ้านป้าใหญ่อีกแล้ว" เกาลี่หลบไม้กวาดในมือแม่ พร้อมกับร้องขอชีวิตไม่หยุด
ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็ยังไม่หายแค้น "ดีแต่พูด แกมันเหมือนพ่อน่าตายพันครั้งของแกนั่นแหละ"
ในขณะนั้นเอง เกาเถี่ยฉุยก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี
"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว เมียขี้โมโหอย่างแกยังไม่รีบไปทำกับข้าวอีก ถ้าจะอาละวาดก็กลับไปอาละวาดที่บ้านแม่แกโน่น!" เกาเถี่ยฉุยไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดที่นอกใจภรรยาและแอบไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น
เขามักจะคิดเสมอว่าเป็นเพราะเมียที่บ้านไม่ดี ถึงต้องไปหาคนอื่นข้างนอก
การที่เกาเถี่ยฉุยกับจางกุ้ยเฟินได้เสียกันในทุ่งข้าวโพด ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ทางเพศเท่านั้น
จางกุ้ยเฟินไม่เพียงแต่มีรูปร่างดูดี ที่สำคัญที่สุดคือเธอเป็นคนสะอาดสะอ้านและคล่องแคล่ว
พอโดนสามีด่าแบบนี้ ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็เงียบลงทันที
เธอบ่นพึมพำด้วยคำหยาบคายที่ฟังไม่ได้ศัพท์ พร้อมกับลากเท้าไปที่ครัว เตรียมจุดไฟทำอาหารเย็น
ถึงแม้ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยจะเกลียดที่สามีสวมเขาให้เธออยู่เรื่อยๆ แต่เพราะยึดติดกับชีวิตคู่ เธอถึงได้ทิ้งศักดิ์ศรีแล้วพยายามเอาใจเกาเถี่ยฉุยต่อไป
ผู้หญิงโง่เขลาหลายคนต่างก็มีความคิดเดียวกัน คิดว่าที่สามีไปมีอะไรกับคนอื่น ความผิดไม่ได้อยู่กับสามีที่นอกใจ แต่เป็นความผิดของผู้หญิงที่มายั่วยวนต่างหาก
ถ้าไม่มีผู้หญิงเลวๆ พวกนั้นมาอ่อย ผู้ชายที่ไหนจะเปลี่ยนไป?
ภรรยาของเกาเถี่ยฉุยก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงโง่เขลาเหล่านั้น สามีถึงได้กล้าทำตัวไม่เกรงใจ
…………
พอหูหลันเยวี่ยกลับถึงบ้าน จ้าวหงเหมยก็รีบถาม "เยวี่ยเยวี่ย เช่าร้านเสื้อผ้าได้แล้วเหรอลูก?"
หูหลันเยวี่ยตอบ "เช่าได้แล้วค่ะแม่ อยู่ติดกับโรงงานทอผ้า ปีหน้าพออากาศอุ่นขึ้น แม่ก็พายายาไปเที่ยวในตัวอำเภอได้สบายเลยค่ะ"
"ค่าเช่าแพงไหม?" จ้าวหงเหมยถามต่อ
หูหลันเยวี่ยตอบ "เดือนละแค่สิบหยวนเอง หนูทำสัญญาเช่าไว้สองปี จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปสามเดือนแล้วค่ะ วันจันทร์หน้าหนูจะไปทำเรื่องที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แล้วอีกสองอาทิตย์หนูก็จะไปรับสินค้าที่เมืองหลวงกับพี่เจียฮุ่ยค่ะ"
"พี่ไม่เคยไปเมืองหลวงเลย พี่กับพี่เจียฮุ่ยจะไปกันได้เหรอ?" ถิงถิงถามเสียงเบา
หูหลันเยวี่ยตอบ "ไม่หลงแน่นอน แต่พี่สวี่เส้าหวาจะไปด้วย เพราะเขามีญาติอยู่ที่นั่น"
หูหลันเยวี่ยวางเหล้าบรรจุขวดที่ซื้อมาจากในตัวอำเภอลงตรงหน้าหูฉางหมิน "พ่อคะ นี่เป็นเหล้ากลั่นจากข้าวล้วน หนูไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เลย พ่อลองชิมดูสิคะ ถ้าเจ้าของร้านเหล้าไม่ได้หลอกหนู ต่อไปเราก็จะซื้อเหล้าจากร้านเขาค่ะ ความปรารถนาที่พ่ออยากจะกระดกเหล้าวันละหนึ่งหรือสองกรึ๊บ หนูจะทำให้เป็นจริงเองค่ะ"
ยังไม่ทันที่หูฉางหมินจะได้พูดอะไร จ้าวหงเหมยก็รีบว่า "จะเหล้าอะไรก็ห้ามดื่มทุกวันนะ เยวี่ยเยวี่ย ต่อไปอย่าซื้อเหล้าให้พ่อเขาอีกนะ กว่าจะได้เงินมามันไม่ใช่ง่ายๆ นะลูก"
หูฉางหมินรีบเห็นด้วย "แม่ของลูกพูดถูก เยวี่ยเยวี่ย ใช่ว่าเงินจะได้มาง่ายๆ แค่ลูกกตัญญูอยากซื้อเหล้าให้พ่อดื่ม พ่อก็ดีใจแล้วละ"
แต่แน่นอนว่าหูฉางหมินอยากดื่มเหล้าวันละสองสามกรึ๊บบ้าง นั่นก็เพื่อคลายความเหนื่อยล้าและดับความกระหาย
ก่อนที่บ้านจะรวยขึ้น หูฉางหมินไม่กล้าหวังว่าจะได้จิบเหล้าเล็กน้อยทุกวันแบบนั้น
ขณะกินข้าวเย็น หูฉางหมินพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "ถั่วลันเตา มะเขือม่วง แตงกวา ผักชี และมะเขือเทศ พ่อเอาไปปลูกในโรงเรือนหมดแล้ว ถ้าช่วงตรุษจีนได้กินผักพวกนี้ก็คงจะดีไม่น้อยเลย"
หูหลันเยวี่ยรีบพูดตอบ "ถ้าอากาศดี และเราดูแลตามที่หนังสือบอกไว้อย่างเคร่งครัด ผักพวกนี้จะต้องสุกทันช่วงตรุษจีนแน่นอนค่ะ จริงสิ พ่อปลูกเมล็ดแตงโมหรือยังคะ?"
หูฉางหมินเกาศีรษะโดยไม่รู้ตัว เขาเพิ่งจะนึกสิ่งที่ลูกสาวกำชับไว้ขึ้นมาได้ "เอ๊ะ พ่อลืมไปซะสนิทเลย งั้นพรุ่งนี้พ่อจะเอาแตงโมไปปลูกด้วย"
หูหลันเยวี่ย "พรุ่งนี้หนูจะเข้าไปปลูกเมล็ดแตงโมในโรงเรือนกับพ่อค่ะ"
พริบตาเดียวก็ผ่านมาอีกวัน หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ หูหลันเยวี่ยก็หยิบเมล็ดแตงโมที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ เดินตามหูฉางหมินไปที่โรงเรือน
หลังจากกลับมาอยู่ที่บ้านนอกได้สักพัก หูหลันเยวี่ยก็เริ่มคล่องแคล่วกับงานเกษตรพื้นฐานแล้ว
พอเข้าไปในโรงเรือน หูหลันเยวี่ยก็ก้มตัวลงเริ่มทำงานอย่างคล่องแคล่ว
หูฉางหมินเห็นลูกสาวคนโตทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก!
เขารับรู้ได้ว่าลูกสาวคนโตได้ซึมซับความเป็นครอบครัวจากพวกเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว
หูหลันเยวี่ยเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ก็มีคนมาหาที่บ้าน
คนที่มาเยือนก็คือซุนเจวียน เพื่อนสนิทของถิงถิง
"ถิงถิง ฉันอยากจะขอยืมจักรเย็บผ้าที่บ้านเธอหน่อยได้ไหม?" ซุนเจวียนถามอย่างระมัดระวัง
ถิงถิงตอบอย่างตรงไปตรงมา "ได้สิ"
"เธอไม่ต้องขออนุญาตพี่สาวของเธอหน่อยเหรอ?" ซุนเจวียนถามอีกครั้ง
ถิงถิงตอบ "ไม่ต้องขอหรอกน่า"
ซุนเจวียนยังลังเล "แต่ฉันได้ยินมาว่าพี่สาวเธอโหดมาก เรื่องในบ้านนี้หล่อนเป็นคนตัดสินใจ ถ้าพี่สาวไม่ยอมให้ แม้แต่อาสะใภ้ของเธอก็ยังไม่กล้ามาขอใช้จักรเย็บผ้าเลยนะ ถ้าเธอไม่ได้รับอนุญาตจากพี่สาวแล้วให้ฉันเข้าไปใช้จักรเย็บผ้า พี่สาวเธอจะไม่โกรธจริงเหรอ?"
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของถิงถิงก็แปลกไป "ใครเอาไปพูดกันลับหลังแบบนั้นล่ะเนี่ย? เจวียนจื่อ ใครพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับพี่สาวฉัน เธอทำเป็นไม่ได้ยินแล้วก็ปล่อยไปเลย อย่าไปเชื่อ พี่สาวฉันใจดีมาก พี่ไม่ได้โหดร้ายอะไรเลย"
จ้าวหงเหมยที่กำลังกล่อมลูกสาวคนเล็กนอนอยู่ในห้องด้านใน ได้ยินสิ่งที่ซุนเจวียนพูดกับลูกสาวทั้งหมด
หลังจากออกมาจากหลังม่านแล้ว
จ้าวหงเหมยมองซุนเจวียนด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน "เจวียนจื่อ อยากใช้จักรเย็บผ้าเมื่อไหร่ก็มาใช้ได้เลย ไม่ต้องไปสนใจคำพูดไร้สาระพวกนั้น พอหนูได้อยู่กับพี่สาวไปนานๆ ก็จะรู้เองว่าพี่สาวน่ะเป็นคนดีมาก"
ถิงถิงรีบเห็นด้วย "แม่พูดถูก เจวียนจื่อ ตั้งแต่พี่สาวของฉันเริ่มนำพาให้ครอบครัวหาเงินได้ ข้างนอกก็มีแต่คนอิจฉา ที่ผ่านมาฉันอิจฉาที่พี่ได้ไปโรงเรียน ได้อ่านออกเขียนได้ แต่ตอนนี้กลับไม่อิจฉาแล้ว เพราะว่าฉันมีพี่สาวที่สามารถสอนหนังสือจนอ่านออกเขียนได้ยังไงล่ะ"
ซุนเจวียนมีอายุไล่เลี่ยกับถิงถิง เพราะเข้ากันได้ดี ทั้งสองคนจึงสนิทสนมกันมาก
ซุนเจวียนโชคดีกว่าถิงถิง เพราะเธอมีโอกาสได้ไปโรงเรียน แถมยังได้เรียนจนจบชั้นมัธยมต้น และเพิ่งเรียนจบไปในช่วงก่อนปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้เอง ทว่าโชคไม่เข้าข้าง เธอสอบไม่ติดโรงเรียนสายอาชีพหรือโรงเรียนมัธยมปลาย จึงต้องกลับมาช่วยทำไร่ทำนา
หลายเดือนมานี้ส่วนใหญ่ซุนเจวียนจะอยู่บ้านช่วยพี่สาวเลี้ยงลูก จึงไม่ค่อยได้มาเที่ยวเล่นกับถิงถิง
ในเมื่อใช้จักรเย็บผ้าได้ ซุนเจวียนก็เลยรีบวิ่งกลับไปเอาผ้าที่บ้าน
เธอขอยืมจักรเพื่อที่จะเย็บเสื้อผ้าไว้ใส่เองสักชุด
เธอช่วยบ้านพี่สาวดูแลลูกอยู่ช่วงหนึ่ง ซุนหง ผู้เป็นพี่สาวของซุนเจวียนจึงตอบแทนด้วยการให้ผ้ามาทำเสื้อผ้าหนึ่งชุด
เดิมทีซุนเจวียนตั้งใจจะเย็บผ้าด้วยมือ แต่พอได้ยินว่าบ้านถิงถิงมีจักร เธอจึงตัดสินใจว่าจะมาขอยืมใช้
พอแม่ของซุนเจวียนได้ยินว่าลูกสาวจะไปขอยืมจักรเย็บผ้าที่บ้านของหูฉางหมิน เธอก็ไม่ค่อยเห็นด้วย
แม่ของซุนเจวียนจึงได้เล่าเรื่องซุบซิบนินทาเกี่ยวกับหูหลันเยวี่ยที่ได้ยินมาในหมู่บ้านให้ลูกสาวฟัง
ต่อหน้าถิงถิง แน่นอนว่าซุนเจวียนไม่พูดว่าเรื่องที่เธอได้ยินได้ฟังมานั้นเป็นเรื่องที่แม่ของเธอบอกเล่ามาอีกที
ซุนเจวียนรีบกลับไปเอาผ้าและชุดอุปกรณ์เข็มกับด้ายที่บ้านอย่างเบิกบานใจ