กระบี่ลมหวนบินผ่านไปในฝากฟ้า ท้องฟ้าที่งดงาม พื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ ความงามแห่งโลกภายนอกที่หยุนเทียนไม่ได้เห็นมาแสนนานเขานั่งไปอย่างสงบและทอดสายตาดูความงามที่ผ่านสายตาไป
โลกภายนอกช่างงดงามจริงๆทั้งกว้างใหญ่และเป็อิสระ ความสุขเช่นนี้ไม่ได้มีมานานมากแล้วเพราะติดอยู่โลกภายในของหยกนี้ ถ้าบรรพบุรุษของสำนักเนตร์มันแล้วทำไมโลกภายในถึงไม่เปิดออก ทำไมหยุนชิงถึงเปิดมันออกได้ตอนนี้เรามีพลังฟ้าดินแล้ว ลองตรวจสอบมันสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน
หยุนเทียนเกิดสงสัยในใจขึ้นในขณะที่จ้องมองหยกชิ้นนั่น และได้เริ่มตรวจสอบ ก็พบกับอะไรบ้างอย่าง หยกก็มีแสงขึ้นและปรากฏข้อความขึ้นเป็ข้อความสีทองลอยในอากาศ
“ผู้น้อยหลี่ยู่ร์เหยาขออภัยนายท่าน ผู้น้อยเก็บหยกนี้ได้ในทะเลเวลานั่นไม่เหมาะที่จะให้ท่านออกมา เมื่อท่านเห็นข้อความนี้แสดงว่าเป็เวลาที่เหมาะสมขอให้ท่านสนุกกับโลกใบนี้ และสำนักเนตร์ผู้น้อยสร้างมันเพื่อท่าน ผู้น้อยจะขึ้นไปยังโลกเบื้องบนและสร้างสำนักเพื่อรอท่านที่นั่นได้โปรดพาผู้ติดตามที่แข็งแกร่งมายังโลกเบื้องบนเื่จากนี้ผู้น้อยจะบอกท่านเมื่อเราได้พบกัน”
“ชิงเอ๋อร์ บรรพบุรุษที่ก่อตั้งสำนักเ้าชื่อว่าอะไร”
“ท่าน หลี่ยู่ร์เหยา เ้าค่ะ”
“แล้ววิชาที่พวกเ้าบ่มเพาะคือวิชาอะไร”
“วิชามองอนาคตเ้าค่ะ มันสามารถมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ระยะเวลาหนึ่งเป็ประโยชน์ในการต่อสู้มากเ้าค่ะ มันสามารถเห็นว่าศัตรูจะโจมตีมาก่อนอย่างไรแต่ถ้าเจอกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่ามากๆก็ช่วยอะไรไม่ได้เ้าค่ะ”
“เ้าฝึกถึงขั้นไหน”
“ท่านผู้ก่อตั้งสำนักถ่ายทอดสืบต่อกันมาเพื่อแค่ใช้ในการต่อสู้เ้าค่ะไม่เคยถ่ายทอดมากกว่านี้”
เมื่อ หยุนเทียนได้ฟังก็คิดในใจ “นางคงมีวิชาการมองเห็นอนาคตแต่กลับไม่สอนผู้อื่น แสดงว่าเ้าก็รู้สินะว่าข้าเองก็ไม่้าแบบนั่น”
“ชิงเอ๋อร์อนาคตเป็สิ่งที่เราไม่ควรล่วงรู้ สิ่งที่ควรตระหนักคือปัจจุบัน หากเ้าได้รู้ถึงวิชานี้ในอนาคตไม่ต้องบ่มเพาะมัน เข้าใจไหม”
“ค่ะท่านปู่ มันเป็วิชาที่ไม่ดีหรือเ้าค่ะ”
“เ้าลองคิดดู หากเ้ารู้อนาคตตลอดเวลาแล้วสิ่งที่เ้าเจอในปัจจุบันมันจะน่าเบื่อแค่ไหน ในเมื่อเ้ารู้ทุกสิ่งอยู่แล้ว”
“อืม...มันก็จริงถ้าเรารู้ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา คงไม่มีเื่ให้ตื่นตาตื่นใจ”
“ส่วนตงเหมย ท่านปู่สอนอะไรข้าก็จะเรียน”
“จ้า จ้า จ้า”
“ชิงเอ๋อร์ เ้าเล่าให้ปู่ฟังที ว่าตอนนี้โลกนี้เป็ยังไงแบ่งออกเป็กี่แคว้น เราอยู่ที่ใด”
“เ้าค่ะ โลกนี้ ถูกแบ่งออกเป็ 7ดินแดนเ้าค่ะ ที่รู้กันว่าโลกเบื้องบนมีจักรพรรดิปกครองอยู่ 8 คนด้วยกันคือ
จักรพรรดิมารกลืนกิน
จักรพรรดิมารเงา์
จักรพรรดิอสูรั
จักรพรรดิอสูรวิหกเพลิง
จักรพรรดิเทพกระบี่
จักรพรรดิเทพสรรสร้าง
จักรพรรดิเทพโอสถ
จักรพรรดิเทพอักษร์
ซึ่งมีจักรพรรดิอสูรอยู่2 ตน ที่เป็มารอยู่ 2 ตน และจักพรรดิเทพอยู่ 4 คนหลานก็ไม่รู้เวลาว่านานเท่าใดที่โลกเบื้องบนติดต่อกับโลกเบื้องล่าง ทั้ง 8จักรพรรดิจึงได้เปลี่ยนแปลงโลกเบื้องล่างออกเป็ 7 ดินแดน
ดินแดนรกร้างทางเหนือ
ดินแดนโอสถทางใต้
ดินแดนเงาและดินแดนกระบี่ทางตะวันออก
ดินแดนค่ายกลและดินแดนสรรสร้างทางทิศตะวันตก
ส่วนภาคกลางนั่นเป็ที่อยู่ของดินแดนสัตว์อสูร
โดยในแต่ละดินแดนก็จะมีราชวงศ์ที่แต่งตั้งโดยโลกเบื้องบนปกครอง และมีสำนักน้อยใหญ่เกิดขึ้นในแต่ละดินแดน สามารถบ่มเพาะวิชาได้อย่างอิสระทุกๆ 10 ปี จะมีการประลองเพื่อเลือกบุตรแห่ง์ คนที่ได้รับเลือก จะได้วิชาที่บ่มเพาะโดยตรงจากโลกเบื้องบนในทุกๆ10ปี ทุกสำนัก ทุกนิกายสามารถส่งคนเข้าประลองเพื่อเลือกตัวแทนในระดับเมืองและต่อด้วยระดับดินแดน และระดับสุดท้ายคือการประลองคัดเลือกบุตรแห่ง์คนที่เป็บุตรแห่ง์จะต้องฝึกถึงขั้นเซียนะภายในเวลา 10 ปี หากไม่แล้วจะถูกขับออกจากการเป็บุตรแห่ง์การประลองจึงเหมือนเป็การคัดเลือกหาบุตรแห่ง์คนใหม่และการมารับตัวบุตรแห่ง์คนเก่าขึ้นสู่โลกเบื้องบนในแต่ละดินแดนก็มีวิชาบ่มเพาะที่เฉพาะในแต่ละดินแดน มีสำนักใหญ่อยู่มากมายหากผู้ฝึกตนคนใดรู้ว่าตนนั่นมีพร์ด้านใดก็สามารถเดินทางไปฝึกที่ดินแดนนั่นได้เ้าค่ะ
ส่วนตอนนี้เราอยู่ระหว่างดินแดนเงาและดินแดนกระบี่เมืองลมหวนตั้งอยู่ระหว่างชายแดนดินแดนกระบี่เ้าค่ะ
“มนุษย์ มาร อสูรอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหาอย่างนั่นหรือ”
“ก็ไม่เชิงเ้าค่ะ อสูรชั้นต่ำจะดุร้ายและค่อยทำร้ายมนุษย์อยู่เรื่อยๆแต่ในเขตลึกของดินแดนอสูรจะมี อสูรที่มีสติปัญญา บำเพ็ญตนอยู่พวกนั่นเรียกตัวเองว่า อสูรศักดิ์สิทธิ์ ส่วนที่ออกมาในภายนอกจะเป็อสูรมารจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเซียนฝึกหัดจนไปถึง เซียนที่แท้จริง ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกตัวจะดุร้ายนะเ้าค่ะผู้ฝึกตนหลายคนก็สามารถนำสัตว์อสูรมาเป็พาหนะ หรืออสูรรับใช้ก็มีมากมนุษย์และมารนั่นก็เป็เผ่าพันธุ์เดียวกัน แตกต่างกันแค่สายวิชาที่บ่มเพาะ”
“สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ฆ่าฟันกันอย่างนั่นหรือ”
“ไม่เ้าค่ะ ไม่มีการแบ่งฝ่ายธรรมะหรืออธรรมชัดเจนโลกตอนนี้ผู้แข็งแกร่งคือทุกสิ่ง สำนักเทพหรือมารต่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง”
“ข้าเข้าใจ สมัยก่อนสัตว์อสูรมีไม่มาก แถบจะไม่มีให้เห็นจนบ้างเื่ก็เหมือนเป็แค่นิทานไว้เล่าขาน แต่ตอนนี้กลับมีอสูรให้เห็นมากมายมนุษย์สมัยข้าแบ่งแยกธรรมะ อธรรมชัดเจน ต่อสู้กันเพื่อความเป็ใหญ่ แต่โลกในตอนนี้ก็ไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่ไม่สนใจว่าใครจะเป็อะไรขอแค่เข็งแกร่งก็จะอยู่รอด...จริงสิ...ที่เ้าบอกว่า นำสัตว์อสูรมาเป็พาหนะแบบนั่นมันเป็ยังไง”
“ถึงแม้ผู้ฝึกถึงขั้นที่สามารถบินไปไหนก็ได้ในอากาศแต่มันก็ใช้พลังและเหน็ดเหนื่อย สัตว์อสูรหลายตนบินได้รวดเร็วและนานกว่าง่ายๆก็คือ เพื่อความสบายของผู้สัตว์อสูรหรือบ้างคนก็ใช้อสูรในการต่อสู้ด้วยก็มีเ้าค่ะ”
“เอ๋...แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อยคงต้องไปหาสัตว์อสูรสักตัวแล้วสิ”
“เราใกล้จะถึงเมืองลมหวนแล้วเ้าค่ะ”
ในที่สุด หยุนชิงก็พาทุกคนมาถึงยังเมืองลมหวน หยุนชิงได้ลงบนพื้นดินห่างจากเมืองราว20กิโล เพราะเป็ข้อกำหนด ห้ามบินบนท้องฟ้าในเมืองและบริเวณใกล้ๆเมือง
“ท่านปู่ เราต้องเดินเข้าเมืองเ้าค่ะเพราะมีกฎห้ามบินใกล้เมืองเ้าค่ะ”
“เช่นนั่นหรือ ไปสิ เราเข้าเมืองกัน”
แล้วทั้ง 3 ก็เดินทางมาถึงประตูเมือง เป็เวลาเช้าพอดี มีทหารตรวจคนเข้าเมืองอยู่ หยุนชิงเป็ลูกของเ้าเมืองจึงสามารถเข้าเมืองได้เพียงแค่แสดงสัญลักษณ์ของตนแต่ของหยุนเทียนนั่นไม่มี ทำให้ทหารเฝ้าประตูเมืองไม่อนุญาตให้เข้าไป
“นี้มันอะไรกัน ถึงข้าจะไม่ใช่ลูกที่พ่อข้าโปรดนักแต่เพื่อนของข้าจะเข้าเมืองทำไมพวกเ้าถึงมีปัญหา”
“คุณหนูเราทราบดีว่าท่านเป็ใครแต่มันเป็คำสั่งของท่านเ้าเมือง ทำให้เราขัดคำสั่งไม่ได้”
“ทำไมต้องคุ้มกันขนาดนี้เมื่อก่อนไม่เห็นพวกเ้าจะใส่ใจนัก”
“พอดีว่าสำนักัดำถูกทำลายไปเมื่อคืนนี้ครับและเราไม่ทราบว่าเป็กองกำลังใดที่สามารถทำลายสำนักที่แข็งแกร่งขนาดนั่นได้ทำให้ในเมืองตอนนี้เกิดความวิตกกังวล หากเป็ศัตรู เมืองอาจจะมีอันตรายทำให้ท่านเ้าเมืองสั่งคุมเข้มการเข้าออกของผู้คนครับ”
“พวกเ้าก็รู้นี้ว่าข้าไปยังที่ใดและข้าก็กลับมาแล้ว”
“จริงด้วย ท่านถูกส่งตัวไปที่สำนักัดำที่ท่านกลับมาได้ก็แสดงว่าท่านรู้ว่าใครบุกทำลายสำนักัดำ”
“ใช่แล้วมันก็เป็เพียงแค่ในสำนักเกิดการฝึกวิชาที่ผิดพลาดทำให้เกิดการะเิครั้งใหญ่ขึ้นทำให้คนในสำนักตายไป ส่วนข้าก็แค่โชคดีหนีมาได้ ไม่มีกองกำลังใดบุกสำนักนั่นหรอก”
“จริงหรือที่ท่านว่ามา คุณหนู!”
“หัวหน้ากอง!”ผู้ที่ดูท่าทางเป็ผู้นำน่าเกรงขาม เดินเข้ามา
“จริงแท้แน่นอน ก็ข้าอยู่ในเหตุการณ์ถ้าไม่เชื่อข้าแล้วจะเชื่อใคร”
“เช่นนั่นเชิญท่านไปหาท่านเ้าเมืองเพื่ออธิบายเื่ให้ท่านได้ฟังหรือไม่”
“ได้...ท่านปู่ของข้า้าจะเข้าในเมืองเ้าอนุญาตให้ได้ไหม”
“ได้ ได้ เป็คนของคุณหนูย่อมเข้าได้อยู่แล้ว”
“ให้เขาไปบอกพ่อของเ้าว่าข้าเสร็จธุระแล้วค่อยมาหาข้า”
“ท่านปู่ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“จะให้คนแก่อย่างข้าไปหาเด็กน้อยอย่างพ่อเ้าอย่างนั่นหรือ”
“ไม่ ไม่เ้าค่ะ เ้ากลับไปบอกท่านพ่อว่าเมื่อข้าเสร็จธุระ ข้าจะไปหาเขา”
“นี้เ้ากล้าว่าท่านเ้าเมืองเป็เด็กน้อยอย่างนั่นหรือ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเป็แค่เซียนฝึกหัด ยังกล้าปากดีเช่นนั่น เห็นทีจะต้องสั่งสอนให้ดูว่าอะไรควรหรือไม่ควร”
“โอว...มีคนอยากสั่งสอนข้าอย่างนั่นหรือ”
“หุบปาก เ้ากล้าเสียมารยาทกับท่านปู่หรือหรือเ้าไม่เกรงใจคุณหนูอย่างข้าแล้ว หากเ้ากล้าว่าท่านปู่อีกครั้งข้าจะเป็คนฆ่าพวกเ้าเอง”
“เดี๋ยวๆ ก่อนครับคุณหนูท่านโดนคนผู้นี้หลอกเอาแล้ว ถึงผมเขาจะขาว แต่หน้าตาเหมือนคนวัย ยี่สิบกลางๆจะเป็ปู่ของท่านได้อย่างไร และระดับพลังก็ต้อยต่ำเพียงนี้”
“หุบปาก เ้าจะรู้อะไร ท่านปู่เป็นักปรุงยาย่อมต้องมีอายุยืนอยู่แล้วไปบอกตามที่ข้าสั่งสะ”
“หา!..เช่นนั่นข้าก็ขออภัยไม่รู้ว่าเป็ท่านผู้าุโมาจากดินแดนโอสถ ขอท่านอย่าถือสาผู้น้อย”
“ไม่เป็ไร ข้ามีเื่ต้องรีบไปทำเราไปกันเถอะ”
“เ้าไปบอกท่านพ่อ...ข้าไปละ”
“ครับคุณหนู”
“หัวหน้าทำไมท่านถึงต้องตามใจนางคนผู้นั่นโอหังนัก ไม่น่าปล่อยเขาไป”
“เ้าคิดว่า คนที่เป็แค่ทหารธรรมดากับนางที่เป็ลูกที่เขาทิ้งขวาง ถ้าหากมีเื่กัน เป็เ้าจะเข้าข้างทหารหรือลูกในสายเื”
“ข้าเข้าใจแล้วครับ”
“นั่นแหละ คนในครอบครัวทำร้ายกันได้แต่คนภายนอกทำไม่ได้ ทางที่ดีเราอย่าได้มีปัญหาดีที่สุด เ้าเฝ้าไปดีๆ ดูแทนข้าข้าจะไปรายงานท่านเ้าเมือง”
ทั้งสามเดินเข้ามาในเมืองบรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คน ตลาดขายของก็ดูคึกคัก เป็เมืองที่เจริญพอสมควรมีทั้งของกิน เครื่องใช้ ของประดับ และอุปกรณ์เซียนระดับต่ำวางขายตามถนนมากมาย
“ตงเหมย แม่ของเ้าอยู่ที่ใด พาข้าไปหานาง”
“ท่านปู่แม่ข้าอยู่ที่ด้านหลังของเมืองเ้าค่ะ”
“ท่านปู่ ที่ที่ตงเหมยอยู่ เป็เขตคนยากจนเป็ที่ไม่น่ามองนัก ชิงเอ๋อร์เคยไปไม่บ่อยแต่ที่นั่น ไม่ค่อยน่าดูนัก”
“ไม่เป็ไร ไปถึงแล้วค่อยว่ากัน...ตงเหมยแม่เ้าป่วยเป็อะไรเ้ารู้ไหม”
“ตงเหมยก็ไม่ทราบท่านปู่อยู่ๆท่านแม่ก็กลับมา แล้วก็ตัวเย็นเดี๋ยวก็ตัวร้อนจากวันนั่นมาท่านแม่ก็นอนไม่มีแรง พาท่านหมอมารักษา ก็บอกว่า พลังนางไม่สมดุลวิธีช่วยต้องให้เซียนระดับสูงช่วยปรับพลังของนาง แล้ววันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านก็มาบอกข้าว่าถ้าข้ายอมไปที่สำนักัดำ ทุกคนจะรวมเงินไปจ้างเซียนระดับสูงมารักษาให้”
“งันหรือ แล้วก่อนแม่เ้ากลับมาบ้าน และล่มป่วยนางไปที่ไหนมา”
“ท่านแม่เป็แม่ครัวที่หอนางโลมเ้าค่ะท่านแม่กลับมาจากที่ทำงานที่นั่นเป็ปรกติเหมือนทุกครั้ง”
“ที่นั่นคือที่ใด”
“หอนางโรมเจิดจรัสเ้าค่ะ”
“ชิงเอ๋อร์ที่นั่นเป็ยังไง”
“ที่นั่นก็เป็ ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองเ้าค่ะคนเดินทางและคนมีเงินก็จะไปเสพสุขกันที่นั่น และยังมีนางโรมที่ฝึกตนสามารถบำเบ็ญคู่เพิ่มพลังให้แก่แขกได้ด้วย”
“อืม...น่าสนใจ”
“น...นี้ท่านอยากไปเที่ยวหรือเ้าค่ะ”
“ไว้ ไปดูแม่ของตงเหมยก่อนเถอะ” หยุนชิงคิดในใจว่า ท่านปู่สนใจพวกนี้ด้วยหรือ
แล้วทั้งสามก็เดินมาถึงตรอกซอยแห่งหนึ่งเป็บ้านที่เรียงรายอย่างแออัด มีผู้คนใส่เสื้อผ้าที่ไม่งดงาม เนื้อหยาบดูแล้วรู้ว่าเป็ชุมชนยากจน ทันทีที่มาถึง ตรงเหมยก็วิ่งไปในบ้านหลังหนึ่ง
“ท่านแม่ ท่านแม่ข้ามาแล้วข้าพาคนมารักษาท่าน”
ตงเหมยะโเรียกด้วยความดีใจ ที่พาคนมารักษาแม่ตนจึงวิ่งเข้าไปในบ้านและเปิดประตูบ้านหลังเล็กๆนั่นเข้าไปแต่กลับไม่พบใครอยู่ในบ้าน
“ท่านแม่ ทำไมท่านแม่ไม่อยู่ ข้าวของ! ข้าวของก็ไม่มี ท่านแม่ ท่านอยู่ไหน”
“ใจเย็นก่อนตงเหมย”
“พี่ชิง ท่านแม่ของข้าไม่อยู่ท่านแม่ของข้า...”
“ใจเย็นๆนะ ไม่ต้องใไปแม่ของเ้าอาจจะหายดีแล้ว แล้วไปที่อื่นอยู่ก็ได้”
“จริงด้วย ท่านแม่อาจจะหายดีแล้วต้องไปถามผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านน่าจะรู้”
ในขณะที่หยุนชิง กับตงเหมย คุยกัน หยุนเทียนก็สังเกตชาวบ้านอยู่ตลอดชาวบ้านพวกนั่นทำท่าหลบสายตา และรีบกลับเข้าบ้านทันทีที่เห็นตงเหมยตงเหมยรีบวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ไม่ไกล
“ท่านลุง!...ปึกๆๆ(เสียงเคาะประตู)ท่านป้า ท่านลุง”
ตงเหมยเคาะประตูเรียกอยู่อย่างนั่น แต่ก็ไม่มีใครออกมา หยุนเทียนและหยุนชิงก็พอจะรู้แล้วว่า มีเื่ผิดปรกติ ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่หยุนเทียนจึงใช้พลังฟังเสียงในบ้านว่ามีใครอยู่บ้าง
“ตาแก่ ลูกของนางนั่นกลับมาแล้ว ไหนเ้าว่าคนที่ไปสำนักัดำจะไม่ได้กลับมายังไงละ นี้นางโพล่มาได้ยังไงแล้วที่นี้เราจะเอายังไงกันดี”
“จะเอายังไง นางก็แค่เด็กจะทำอะไรเราได้เรียกคนให้มาโยนนางออกไปสะก็สิ้นเื่”
“หยุนชิง พังประตู”
“เ้าค่ะ”
ฉับ! ฉับๆๆๆตูม! เสียงประตูรั้วถูกฟันอย่างรวดเร็วหลายครั้งจนประตูะเิออกเป็เศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย สองผัวเมียที่อยู่ในบ้านเมื่อเห็นก็ใแล้วตงเหมยก็วิ่งเข้ามาหาทั้งสอง ส่วนหยุนชิงเดินถือกระบี่ตามเข้ามาอย่างช้าๆและหยุนเทียนก็เดินตามเข้ามาอย่างสุขุม ดูน่าเกรงขาม
“พวกเ้าเป็ใคร มาบุกบ้านพวกข้าทำไมถ้าทำอะไรพวกเรา เราจะฟ้องท่านเ้าเมือง ให้ทหารจับตัวพวกเ้าไปลงโทษ” ทั้งสองรีบวิ่งออกมาและต่อว่า
“หุบปาก”
“ท่านลุง ท่านป้า แม่ของข้าอยู่ไหนทำไมข้าไม่เจอนาง แม่ของข้าอยู่ที่ไหน”
“แม่เ้าอะไร ออกไปนะ เด็กสกปรกแม่ของเ้าจะไปไหนมันเกี่ยวอะไรกับข้า”
“ไหนท่านบอกว่า ถ้าข้าไปที่นั่นแล้วพวกท่านจะหาคนมารักษาท่านแม่ แต่ตอนนี้ทำไมพวกท่านถึงไม่รู้ว่าแม่ของข้าอยู่ไหน ฮือฮือ ฮือ” ตงเหมยเริ่มร้องไห้
“ชิงเอ๋อร์เอาตงเหมยออกไปก่อน”
“ค่ะ”
“ท่านปู่ ท่านต้องช่วยท่านแม่ของข้านะท่านปู่”
“เด็กดี ออกไปก่อนนะ เดี๋ยวปู่จะคุยกับท่านลุงท่านป้าเอง”แล้วหยุนชิงก็พาตงเหมยหลบออกไป”
“เอาละ ข้าจะถามพวกเ้าแค่คำถามเดียวเ้าตอบข้ามา”
“เ้าหนุ่มผมขาวนี้เป็ใครนางเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย”
หยุนเทียนโบกมือเพียงเล็กน้อย บ้านทั้งหลังก็ถูกบ้างสิ่งกดทับลงพังทั้งหลังดังสนั่นโคลม! แรงลมมีเพียงเล็กน้อยกระทบกับหลังของพวกเขาพวกเขาทั้งสองต่างก็ยืนนิ่งเหมือนว่า จะรู้สึกถึงอะไรบ้างอย่าง จึงค่อยๆหันกลับไปดูบ้านของตนก็เห็นบ้านทั้งหลังพังลงมาไม่เหลือซาก ทั้งสองเห็นดังนั่นก็ทรุดตัวลงกับพื้นยังไม่ทันที่จะร้องด้วยความกลัว ใ หยุนเทียนก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“แม่ของตงเหมยอยู่ที่ใด”
ทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงที่เ็าแต่กังวานดังในหูอย่างชัดเจนจึงค่อยๆหันไปมองหยุนเทียน และทั้งสองต้องสะดุงตัวเพราะความกลัวพวกเขาเห็นสายตาที่อาฆาตและมีจิตสังหารออกมาไม่หยุด เหมือนว่าชีวิตของพวกเขาจะปลิวไปได้ตลอดเวลาเหมือนบ้านที่อยู่ด้านหลังของพวกเขา
“น...น...นางถูกพาไปที่ป่านอกเมืองที่ผังศพคนไร้ญาติ”
“นางตายแล้วหรือยัง”
คิ้วของหยุนเทียนขมวดขึ้น เมื่อได้ยินและยิ่งปล่อยจิตสังหารมากกว่าเดิม จนตอนนี้ทั้งสองคนแถบจะคลองสติไว้ไม่ได้หายใจไม่ออก เหมือนโดนสิ่งที่หนักมหาศาลกดดันไว้
“ไม่...ไม่ นางยังไม่ตายแต่นางไม่มีแรงจะต่อสู้หรือขัดขืน พวกข้าก็เลยเอานางไปทิ้งที่นั่นให้นางตายที่นั่น”
“เมื่อไร”
“เมื่อคืนนี้…ได้โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วยข้ายังไม่อยากตาย”
“ถ้าหากนางตาย ข้าจะฆ่าล้างครอบครัวพวกเ้า”
แล้วหยุนเทียนก็รีบเดินออกไปส่วนตงเหมยเมื่อได้ยินก็รีบวิ่งไปที่ป่าด้านหลังนอกเมือง หยุนชิงก็วิ่งตามออกไปหยุนเทียนก็เดินตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงป่าหลังเมืองตงเหมยะโเรียกแม่ของตน
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านอยู่ไหน ท่านแม่”
“ต...ตง...เหมย”
ตงเหมยก็ได้ยินเสียงที่แ่เบาของแม่ตัวเอง ถูกวางทิ้งไว้ในสุสานไร้ญาติตงเหมยเห็นแม่ของตนจึงรีบเข้าไปช่วยประคองแม่นางขึ้นมา”
“ท่านแม่ ท่านเป็ยังไงบ้างตงเหมยพาเซียนมารักษาท่านแล้ว”
“ต...ตง...เหมย เ้ายังไม่ตาย”
“ท่านแม่อย่าเพิ่งพูดเลย ท่านปู่ช่วยท่านแม่ด้วย” เด็กน้อยร้องเรียกท่านปู่และร้องไห้ ดังหยุนเทียนนั่นคือความหวังสุดท้าย
เมื่อหยุนเทียนเดินมาถึงก็ยืนมองแม่ของตงเหมย พร้อมกับใช้พลังสีทองที่ดวงตาของตนตรวจสอบทันทีนางถูกดึงพลังหยินออกไปจากกาย ทำให้พลังของนางไม่สามารถควบคุมได้ หยินและหยางปั่นป่วนทำให้พลังในกายปั่นป่วน แต่หญิงชาวบ้านฝึกตนถึงระดับครึ่งก้าวเซียนโดนไม่มีทรัพยากรและสำนัก จะเป็แบบนั่นจริงหรือ ยังไงคงต้องรักษานางก่อน
“เอายาอายุวัฒนะนี้ให้นางกินก่อน”
หยุนเทียนได้ให้ยายืดอายุกับนางเหมือนที่เคยให้ ตงเหมย กับหยุนชิง เมื่อแม่ของตงเหมยกินเข้าไปก็สีหน้าดีขึ้นหยุนเทียนก็ใช้พลังช่วยปรับพลังให้นางนิดหน่อย ผ่านไปไม่กี่อึกใจนางก็หายดีเหมือนไม่เคยมีโรคภัยมาก่อน
“ข้าหายแล้ว ดียิ่งนัก ตงเหมยลูกแม่เ้าปลอดภัยกลับมา แม่ดีใจเหลือเกิน”
“ท่านแม่ ท่านปู่เป็คนช่วยข้าไว้”
“ท่านปู่!...ข้าขออภัยด้วยท่านเซียนที่ลูกของข้าเสียมารยาท ข้าขอขอบคุณท่านที่ช่วยรักษาข้าน้อยหากท่าน้าสิ่งใดหากข้าตอบแทนท่านได้ข้ายินดีตอบแทน”
“ตอนนี้ ตงเหมยกราบข้าเป็ปู่นางก็เป็หลานข้า แต่เ้าเป็แม่ของตงเหมยจะให้เป็ลูกของข้าว่าคงไม่ดีเ้าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อ ตงหนิง เ้าค่ะที่ว่าลูกของข้ากราบท่านเป็ปู่ของนาง คือว่า...ท่านดูจะยังไม่มีอายุขนาดนั่น”
“ท่านแม่ ท่านเห็นแบบนี้ ท่านปู่อายุตั้งหนึ่งล้านปีเลยนะค่ะ”
“หนึ่งล้านปี นี้เ้าพูดเื่อะไรท่านเซียนมีพลังแค่....”
“ไม่เป็ไร ข้ามีพลังแค่เซียนฝึกหัดเท่านั่นอย่างที่เ้าััได้นั่นแหละแต่ข้าอายุก็ล้านปีจริงๆด้วย เอาเป็ว่า ค่อยๆเข้าใจเื่ราวเดี๋ยวเ้าจะรู้ทุกอย่างเอง เอาละในเมื่อเ้าบอกว่าจะตอบแทนข้าไม่ได้กินอาหารมานานมากแล้ว ไม่รู้ว่าฝีมือทำอาหารของเ้าดีแค่ไหน”
“ท่านปู่ ถ้าเป็เื่อาหารท่านแม่ของข้าเก่งที่สุดท่านต้องได้กินของอร่อยแน่ๆ”
“แต่ว่าบ้านก็ไม่มีแล้ว ของๆข้าน้อยก็หายไปหมดข้าเกรงว่า...”
“ไม่ต้องกังวล เ้ามาเป็ศิษย์ของข้าและคอยทำอาหารให้ข้ากินเ้าว่าไง”
“เป็ศิษย์ของท่าน แต่ว่าท่าน...คือ...”
“ท่านแม่ กราบท่านปู่เร็วสิท่านแข็งแกร่งมากเลยนะ ท่านเชื่อลูกเถอะ ไม่มีใครเก่งกว่าท่านปู่อีกแล้ว”
หยุนเทียนได้ยินก็หน้าบานยิ้มอย่างพอใจ
ในใจของตงหนิงก็คิดช่างเถอะ เขาช่วยตงเหมยและข้าเอาไว้ อย่างน้อยยาวิเศษที่เขาให้ก็มีค่ามากถึงเขาจะเป็แค่เซียนฝึกหัด กราบเขาเพื่อแทนคุณก็ไม่เป็ไร
“ข้าตงหนิง คำนับอาจาร์ย”
“ดี ที่เหลือก็ของขวัญคารวะอาจาร์ย”
“แต่ศิษย์ไม่มีสิ่งใดจะให้”
“สิ่งของ ต่อให้เ้าหามามากมายหรือจะเป็ของวิเศษสำหรับข้ามันไม่มีประโยชน์ เอานี้แหวนมิติถือว่าเป็ของขวัญรับศิษย์ และไปหาเสื้อผ้าที่ดีที่สุดงดงามที่สุดใส่และหาให้ตงเหมยด้วย ลูกศิษย์ของข้าต้องไม่ทำให้ข้าเสียหน้า”
“เ้าค่ะ...น...นี้มันหินิญญาเป็ล้านก้อน...ม...ม...มากไปแล้ว อาจาร์ยมันเยอะเกินไป”
“ฮี่ ฮี่ ฮี่ท่านแม่นั่นนะแค่เศษเสี้ยวของท่านปู่นะ”
“แม่ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนมีเท่านี้ ใช้ชีวิตสุขสบายไปได้ตลอดเลย อาจาร์ยศิษย์ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนสิ่งที่ท่านช่วยไว้ก็ตอบแทนไม่ไหวแล้ว ท่านยังจะให้เงินมากมายขนาดนี้ ศิษย์หวั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันดีเกินไป”
“ข้าก็บอกเ้าแล้ว ว่าข้าไม่ได้กินอาหารดีๆมานานมาก วันนี้เ้าต้องทำอาหารให้ข้าจนกว่าข้าจะพอใจ”
“ได้...ได้เ้าค่ะ ศิษย์จะทำตาม”
“ท่านปู่ท่านรับศิษย์คนแรกแล้วต่อจากนี้นางก็เรียกข้าว่าอะไรเ้าค่ะ”
“ต่อไปนี้เรียกเ้าว่าเ้าสำนัก”
“เ้าสำนักหมายความว่าอย่างไรเ้าค่ะ”
“สำนักเนตร์ของเ้าจากนี้ข้าจะทำให้มันเป็สำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้เ้าเป็เ้าสำนักจากนี้ไป”
“ท่านจะช่วยหลานฟื้นฟูสำนักขึ้นใหม่หรือเ้าค่ะดี ดีเหลือเกิน ต่อไปสำนักเราจะต้องยิ่งใหญ่เมื่อมีท่านค่อยชี้นำ”
“เอาเถอะ เอาไว้ค่อยว่ากันเราไปเดินเล่นในเมือง หาซื้อเสื้อผ้าพวกเ้าให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยไปกินข้างฝีมือเ้ากัน”
“ขอบคุณอาจาร์ยเ้าค่ะ”
แล้วทั้งสามคนก็พากันเดินเที่ยวซื้อข้าวของกันอย่างสนุกหยุนเทียนนั่นเดินมองบ้านเรือน ชาวบ้านต่างๆ อย่างสนใจ
“พี่ตงหนิง ข้าว่าที่นี้ยังไม่ค่อยสวยเท่าไรข้าว่าท่านซื้อชุดที่ชอบก็พอ และเราไปดูที่หอเซียนหลิงกันดีกว่า”
“หา...ที่นั่นเป็ที่ขายสินค้าเซียนชั้นดีราคาแพงมากเลยนะ ท่านเ้าสำนักจะดีหรือหรือ”
“ท่านเ้าสำนัก เอาไว้เรียกตอนเป็ทางการเถอะตอนนี้ท่านเรียกข้าว่า หยุนชิงก็ได้ อีกอย่างท่านร่ำรวยขนาดนี้ จะเหมาสินค้าทั้งหอยังได้เลย ตงเหมยเ้าอยากไปไหม”
“ไปข้าอยากไป”
“งันเราก็ไปกัน...ท่านปู่เราจะไปซื้อของที่หอเซียนหลิงกันเ้าค่ะ’
“อืม ไปสิ”
ทั้งสามสาวก็ยังคงเดินตลาดด้วยความสุขเหมือนว่าความโชคร้ายที่เจอมานั่นได้มลายหายไป เมื่อติดตามหยุนเทียนแล้วทุกคนก็มาถึงยังหอเซียนหลิงที่เป็หอการค้าที่ดีที่สุดในเมืองลมหวนแห่งนี้
“ท่านปู่ ที่นี้คือหอการค้าที่ดีที่สุดและมีนักหลอมอุปกรณ์เซียน ทั้งอาวุธ ชุดเกาะเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่นี้มีของที่ดีที่สุดในเมืองนี้เ้าค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกัน เสื้อผ้าของข้าก็ดูแปลกตาไม่ค่อยจะเข้ากับผู้คนที่นี้เท่าไร ข้าเองก็คงต้องเลือกชุดใส่บ้างแล้ว”
“งันเราเข้าไปกันเถอะเ้าค่ะ”
หอเซียนหลิงเป็หอการค้าที่กระจายอยู่ทุกเมืองในแต่ละดินแดนเป็หอการค้าที่มีอำนาจและสินค้าอยู่พอสมควร หากใคร้าสินค้าที่ดีก็ต้องมาที่นี้ ถ้ามีเงินมากพอก็สามารถสั่งทำอาวุธหรือชุดเกาะที่ดีได้และยังมีการจัดการประมูล หากว่ามีสินค้าที่หายากเข้ามา ทางหอการค้าก็จะประกาศจัดงานประมูลขึ้นตัวหอแบ่งเป็ 5 ชั้น
ชั้นแรกคือสินค้าทั่วไปมีพวกสินค้าระดับต่ำถึงกลางเป็ของชั้นดี แต่ราคาก็ยังไม่ใช่สำหรับคนยากจนทั่วไปราคาระหว่างหลักร้อยถึงหลักพันหินิญญา
ชั้นสองจะเป็ของที่มีระดับกลางถึงสูง มีราคาั้แ่หลักพันถึงหมื่นหินิญญา คุณภาพอยู่ในระดับกลางถึงสูง
ชั้นที่สามจะเป็สินค้าที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้จะเป็สินค้าเซียนระดับสูงเท่านั่นราคาหลักแสนหินิญญาขึ้นไปสำหรับผู้ที่ร่ำรวยเท่านั่น
ชั้นที่สี่จะเป็ชั้นที่ สามารถสั่งทำสินค้าพิเศษตามความ้าของลูกค้าได้ และมีคุณภาพที่สูงกว่าสินค้าที่วางขายเพราะมีนักหลอมในระดับสูงเป็ผู้หลอมให้ และยังเป็ชั้นที่หลอมโอสถยาเซียนต่างๆแต่จะมีค่าใช้จ่ายและวัตถุดิบที่สูง หลักแสนถึงล้านหินิญญา
ชั้นที่ห้า จะเป็ชั้นที่จัดงานประมูลเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญที่จะสามารถเข้าประมูลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและผู้คนภายนอกที่้าเข้าประมูล ต้องจ่ายค่าเข้าหนึ่งแสนหินิญญาและวางประกันอีก ห้าแสนหินิญญาเป็ข้อกำหนดของหอการค้าเซียนหลิงในทุกที่ ในชั้นนี้จะมีสมบัติจากแดนลับ หรือสมบัติที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป
ทั้งสี่คนเดินเข้ามายังหอเซียนหลิงและเดินดูข้าวของอย่างตื่นตาตื่นใจ
“ท่านแม่ข้าไม่เคยมาที่นี้มาก่อนเลยที่นี้มีของสวยงามตั้งมากมาย ข้าอยากได้หลายอย่างเลย”
“ได้จ่ะ ถ้าเ้าชอบเดี๋ยวแม่จะซื้อให้แต่ต้องเป็ของที่จำเป็นะ”
หยุนเทียน มองดูของที่วางขาย แต่ก็แค่มองผ่านๆ และเงยหน้ามองขึ้นไปที่ชั้นบน
“ของข้างล่างไร้ประโยชน์ อย่าเสียเวลา เราไปข้างบนกันดีกว่า”
“ค่ะ...แต่ว่าที่ข้าเห็นก็เป็ของที่ดีมากแล้วนะเ้าค่ะ”
“ท่านพี่ตงหนิง ข้างล่างมีแต่ของระดับต่ำทั้งนั่นข้างบนถึงจะเป็ของดี”
“งันหรือ งันก็ได้ ข้าว่าตามเ้าก็แล้วกัน”
“ตามท่านปู่ไปกันเถอะ”
จากการพูดคุยของทั้งสี่คน มีพนักงานสาวคนหนึ่งได้ยินเข้าก็นึกว่าจะเป็คนร่ำรวยที่ไหนมา แต่เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นเพียงชายผมขายที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดาและ แม่ลูกอีกคู่หนึ่งที่แต่งกายเหมือนสามัญชนทั่วไป ดูแล้วไม่ใช่ผู้ที่ร่ำรวยจะมีก็แต่ หญิงสาวคนเดียวที่ดูจะเป็ผู้มีเงิน แต่ก็ไม่ได้มีเครื่องประดับมากมายเหมือนคุณหนู ตระกูลชั้นกลางทั่วไป เพราะถ้าเป็คุณหนูตระกูลใหญ่เสื้อผ้าหน้าผมเครื่องประดับ เมื่อมาที่นี้ก็จะแต่งตัวให้ดูสมฐานะเพราะที่นี้มีแต่ผู้ที่ร่ำรวยเท่านั่นทีจะสามารถใช้บริการชั้นบนๆได้
“หยุดนะ!” พนักงานสาวะโขึ้น
“เ้ามีอะไรหรือ ถึงะโหยุดพวกข้า”หยุนชิง พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยส่วนหยุนเทียนและคนอื่นๆ ยังคงเงียบไม่พูดสิ่งใด
“พวกท่าน คงไม่รู้ ้าจะเป็บริการของผู้ที่มีฐานะเท่านั่นไม่ใช่ชาวบ้านที่ใดจะขึ้นไปก็ได้ แม้ท่านจะดูเป็คนมีฐานะอยู่บ้างแต่จะให้พาคนใช้ขึ้นไปด้วยคงไม่เหมาะ ข้าว่าท่านควรเจียมตัวไว้บ้างก็ดีสินค้าของเราไม่ใช่ใครอยากชมก็ชมได้”
“เฮ...ดูเหมือนเ้าจะดูถูกพวกข้าสินะ...แล้วถ้าพวกข้าจะขึ้นไปต้องทำยังไง”
“หึ! ก็ถ้าท่านมีเงินก็สามารถขึ้นไปได้พวกท่านมีเงินพอหรือเปล่า ชั้นสองต้องมีเงินไม่ต่ำกว่าแสนหินิญญา ถ้าท่านมีก็เอามาให้ข้าตรวจสอบ”
“เ้าเป็แค่คนต้อนรับมีอำนาจตรวจสอบเงินลูกค้าด้วยอย่างนั่นหรือ”
“เปล่า แต่ที่นี้ต่างก็มีสมาชิกระดับสูงหากให้ใครก็ได้ขึ้นไปรบกวนแขกพวกท่านอื่น จะไม่เป็การดีอีกอย่างข้าไม่เคยเห็นพวกเ้ามาก่อน การแต่งตัวก็ยากจนจะให้ข้ารู้ได้อย่างไรว่าว่าพวกเ้ามีเงินจริงๆ”
“ชิงเอ๋อร์ดูเหมือนว่าฐานะของเ้าก็ไม่สามารถมีหน้ามีตาที่นี้ได้นะ”
“ข้าเป็เพียงแค่ลูกของอนุ มีกินมีใช้ก็ดีแล้วเ้าค่ะแต่ก่อนแค่ได้ชื้อของที่ชั้นนี้ได้ก็ดีมากแล้วเ้าค่ะ”
ในขณะที่พูดคุยกันอยู่นั่นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“อ้าว อ้าว อ้าวนึกว่าใครที่แท้ก็น้องชิงนี้เอง นี้เ้ารอดกลับมาได้สินะ”
“พี่สี่!”
“ใคร”
“ท่านปู่ เขาคือลูกของท่านแม่รองบุตรคนที่สี่ของพ่อข้าเ้าค่ะ”
“อ่อ ที่แท้ก็คุณหนูของท่านเ้าเมืองแต่ก็แค่คุณหนูในเรือนเล็กๆ ข้าก็นึกว่าใครพูดจาใหญ่โตจะขึ้นไป้าถึงท่านอยากจะขึ้นไป แต่ก็ขอโทษคุณหนูด้วยนะเ้าค่ะ ท่านคงไม่มีปัญญาขึ้นไปหรอกนะผิดกับคุณชายสี่ คารวะคุณชายสี่ หยุนเฮอ ที่ฐานะก็ดี พร์ก็มากวันนี้คุณชายจะมาประมูลสินค้าหรือเ้าค่ะ”
“แน่นอน...หยุนชิง เห็นนางบอกว่าเ้าจะไปข้างบนเดี๋ยวนี้เ้ามีปัญญาหาเงินขึ้นไปข้างบนได้แล้วหรือ อยู่สำนักเซียนกระจอกแบบนั่นพร์ก็ไม่มี แม่เ้าก็แค่หญิงชาวบ้าน เ้าต้องรู้จักฐานะตัวเองสะบ้างแค่ได้ชื่อว่าเป็พี่น้องกับข้าก็บุญของเ้าแล้ว เอาแบบนี้ไหมหากเ้าอยากขึ้นไปเปิดหูเปิดตา เดี๋ยวพี่สี่จะช่วยให้แต่เ้าต้องคุกเข่าขอร้องพี่อย่างข้า แล้วข้าจะพาเ้าขึ้นไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“นี้ท่าน...” หยุนชิงโมโหมากที่โดนดูถูกแต่ก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ เพราะเป็พี่ชายที่โปรดปราณของตระกูล
“ที่นี้ถ้าใครมีเงินก็สามารถเป็แขกที่ทรงเกียรติ์ได้สินะ แล้วต้องมีเงินเท่าไร”
“นี้มันใครกันเนี้ย หยุนชิง เ้าพาไอหนุ่มผมขาวยากจนคนนี้มาจากไหน พูดจาโอหังนัก”
“ว่าไง เ้า ข้าถามว่าต้องมีเงินเท่าไร”หยุนเทียนทำเป็ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ทำเสียงเข้มจี้ถามสาวต้อนรับ
“หึ ข้าพูดด้วยทำเป็ไม่เห็นหัวข้าเ้าเซียนฝึกหัดชั้นต่ำ ต่อให้เ้ามีเงินเป็แสนหินิญญาก็ใช้ว่าจะได้ขึ้นไปหยุนชิง เ้านะควรเจียมตัว และออกไปสะ อย่าได้สร้างความอับอายให้ตระกูลต่อให้เป็ลูกของท่านพ่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเ้าจะมีสิทธิ์พิเศษในที่นี้หรอกนะ”
“งันถ้าข้ามีเงินมากกว่าเ้าข้าก็จะเป็ผู้ที่สูงส่งกว่าเ้าในที่นี้สินะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี้ตลกดีนะมีเงินมากกว่าข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในตัวข้ามีหินิญญามากกว่า สิบล้าน ทำไมมีปัญญามีเท่าข้าหรือไม่”
“หึ ยากจนเสียจริง แค่จะมีเงินมากกว่าศิษย์ข้าคนนี้เ้ายังทำไม่ได้เลย นี้คือผู้ที่ร่ำรวยแล้วหรือ”
“เ้าว่าอะไร อย่ามาปากดีให้มากนางชั้นต่ำที่แต่งตัวเหมือนยาจกคนนี้เนี้ยนะ มีเงินมากกว่าข้านี้เ้าจะให้พวกมันเล่นตลกอีกนานแค่ไหน ไปตามคนมาโยนพวกมันออกไป ข้าทนไม่ไหวแล้วข้าไม่อยากลงมือเอง”
“เ้าค่ะ คุณชายสี่ เด็กๆ...” สาวต้อนรับ เรียกผู้คุมกันหอออกมา 4-5คน
“ตงหนิง”
“ค่ะ”
ตงหนิงเมื่อได้รับคำเรียกจากหยุนเทียนก็เดินออกมา พร้อมกับ กองหินิญญามากกว่า 10ล้านชิ้น ตรงหน้า ทันใดนั่นสีทองก็ส่องสว่าง เป็ที่ตื่นตา จนทุกคนในที่นั่นต่างตาลุกวาว
“ม...มากกว่า 10 ล้านจริงๆ น..นี้” สาวต้อนรับตาค้าง พูดตะกุกตะกักไม่เชื่อสิ่งที่ตาเห็น
“พอแล้วหรือไม่ แค่คนติดตามข้าเ้ายังไม่มีปัญญาที่จะมีเงินมากกว่านาง ช่างยากจนเสียจริงตระกูลเ้ามีปัญญาหาเงินได้เท่านี้หรือ ในสายตาข้า ยากจน จนข้ามิอาจชายตามองด้วยซ้ำเ้านะมีเงินพอใช้หรือไม่ หยุนชิงมีมากกว่านี้อีกนะ เ้าจะขอค่าน้ำชาจากนางก็ได้นะเพื่อนางจะมีเมตตาบริจาคให้คนยากจนเช่นเ้า”
“เ้า! เ้าสวะว่ายังไงนะ!”หยุนเฮอโกรธจัดจะเข้าทำร้ายหยุนเทียน แต่ก็ยังมือไว้เพราะมีคนอยู่มาก กลัวจะเสียหน้า
“หึ ปากดีนัก ว่าตระกูลข้าท่านแม่ของข้าเป็ผู้ทำการค้าใหญ่ของเมืองนี้ เงินแค่10ล้านข้าก็แค่ถือมาเล่นๆเท่านั่น ถ้าข้าเอามาจริงๆ มากกว่าพันล้านก้อนข้าก็สามารถเอามาได้ไม่สิ หมื่นล้านก้อนข้าก็เอามาได้ อย่างเ้าถึงจะมีเงินขึ้นนิดหน่อยก็อย่าได้ใจไปนัก”
“อ่องันหรือ นั่นคือรวยแล้วงันหรือชิงเอ๋อร์ เอาออกมาให้พี่ของเ้าดูสักหน่อยสิเขาจะได้เปิดหูเปิดตาว่าผู้ร่ำรวยเป็ยังไง หึ หึ หึ” หยุนเทียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ยรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยาม และสายตาที่กวนส้นเท้ายิ่งนักแล้วหยุนเทียนก็แอบส่งบ้างสิ่งไปในแหวนของหยุนชิง
“เ้าค่ะ”
ตึม! พื้นของหอเซียนหลิงถูกบ้างสิ่งกระแทกอย่างแรงแล้วทุกคนที่อยู่ในหอเซียนหลิง ก็ต้องตื่นตาตื่นใจอีกครั้งเพราะทันที่ที่สิ่งนั่นออกมา ก็ส่องสว่างสีทองไปทั่ว
“นั่น! หินิญญาก้อนมหึมาข้าไม่เคยเห็นก้อนหินิญญาก้อนใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย มันหลักเท่าใดกัน” คนในหอที่เห็นพูดขึ้น
“นี้เ้า ที่นี้รับแลกหินิญญาก้อนนี้ไหม”
“ค...คุณหนู ข้ามีตาหามีแววไม่ ข้าต้องข...ขออภัยเื่ก่อนหน้า แต่หินก้อนนี้ไม่ทราบว่าหนักเท่าใดหรือเ้าค่ะ”
“10000กิโล”
“หหหหหหา 10000กิโล นั่นเท่ากับหินิญญาหนึ่งหมื่นล้านก้อนเลยนะนั่น หากสำนักใดได้ไปสามารถใช้พลังฟ้าดินบำเบ็ญจนบรรลุขั้นสูงได้เลย เป็บุญตายิ่งนัก” คนในหอเซียนหลิงพูดขึ้น
ในขณะที่ทุกคนตื่นตาตื่นใจ หยุนเฮอเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ่งคับแค้นใจแต่ไม่รู้จะทำเช่นใด ได้แต่มองด้วยความอัดอั้น ในขณะที่ทุกคนสนใจหินก้อนใหญ่เขาก็แอบหันหลังจะเดินออกไปแบบเงียบๆ
“อ้าว อ้าว อ้าว คุณชายสี่เ้าจะไปไหน เ้ามีปัญญาเอาเงินออกมาได้แบบน้องสาวของเ้าไหมนี้พ่อแม่ของเ้ารักเ้าจริงหรือเปล่าเนี้ย ทำไม หยุนชิงถึงได้มีเงินมากมายขนาดนี้ในขณะที่เ้าไม่มีกัน”
“เป็ไปไม่ได้ต่อให้เป็ท่านพ่อก็ไม่มีทางให้เงินนางได้มากมายขนาดนี้ ”
“อ่อ...ที่แท้ครอบครัวเ้าก็ยากจนถึงเพียงนี้เ้าจะขอน้องสาวของเ้าไปใช้สักก้อนไหมละ นางน่าจะใจดีแบ่งให้เ้าได้ก็ได้นะจริงไหมชิงเอ๋อร์”
“ค่ะ ถ้าท่านพี่ลำบากข้าจะบริจาคเงินให้ตระกูลท่านสักก้อนก็ได้นะ เพียงแค่ท่านคุกเข่าขอร้องข้า”
“โหหห! นี้นางร่ำรวยขนาดไหนกันถึงจะยกหินิญญาก้อนใหญ่ขนาดนั่นให้เป็ข้าให้คุกเข่าคำนับนางสักพันครั้งข้าก็ยอม” คนในหอเซียนหลิงพูดขึ้น
“อย่ามาดูถูกกันให้มากนักนะ! พร์ต่ำต้อยอย่างเ้าคิดจะดูถูกข้าอย่างนั่นหรือน้องสาวถ้างันเ้ารับฝ่ามือข้าสักทีเป็ไรไป”
ด้วยความโมโห หยุนเฮอ ก็เืขึ้นหน้า ที่ถูกน้องสาวที่ตนดูถูกหักหน้า จึงคิดจะใช้ฝีมือที่เหนือกว่าโจมตีหยุนชิง แต่การกระทำทั้งหมดนั่นก็อยู่ในสายตาคนผู้หนึ่ง ทันทีที่หยุนเฮอลงมือก็มีคนผู้หนึ่งมาขวางเอาไว้ พร้อมกับจับที่ข้อมือของหยุนเฮออย่างแรง
“คุณชายหยุน แม่ของท่านก็ทำการค้าที่ดีมาตลอดกับเราดูเหมือนท่านจะไม่ให้เกียรติหอเซียนหลิง กล้าลงมือต่อสู้ที่นี้ข้าคงต้องยกเลิกการค้ากับตระกูลท่านเสียแล้ว”
“ท่านผู้จัดการหอ ท...ท่าน”
“เด็กๆ โยนเขาออกไป”
“ครับ”
ทันใดนั่นก็มีหญิงผู้หนึ่งเดินลงมาความงามนั่นต้องตาต้องใจแกผู้ที่พบเห็น มีรัศมีแผ่ออกมาจากกาย บ่งบอกว่าเป็ผู้บ่มเพาะขั้นสูง
“ข้าน้อย เฉินอี้ ผู้นำหอเซียนหลิงคารวะนายท่าน คุณหนู ส่วนท่านนี้คือผู้จัดการของข้า”
“อ่า” หยุนเทียนตอบรับเพียงแค่คำสั้นๆคำเดียว แล้วเดินออกทันที
“เราขึ้นข้างบนกันเถอะ ชิงเอ๋อร์เ้าคุยกับนาง”
“ค่ะ ท่านปู่”
“ผู้จัดการ เอานางไปลงโทษ มีตาหามีแววไม่”
“ครับ”
“ไม่นะเ้าค่ะ นายหญิง ยกโทษให้ข้าด้วยนายหญิง” สาวต้อนรับถูกนำตัวหลบไป
หยุนเทียน เดินขึ้นมาบนชั้นสอง
“อาจาร์ย ของที่นี้ดีมากๆมีแต่ของชั้นเลิศทั้งนั่น ราคาต้องแพงมากแน่ๆ”
“เรียนท่านหญิง ราคาในชั้นนี้จะมีั้แ่หลักหมื่นถึงหลักแสนขึ้นไปเ้าค่ะ หากท่านสนใจชิ้นใด ข้ายินดีจะลดราคาให้เป็พิเศษ”
“ขยะ ไปข้างบน”
“อาจาร์ย...” ตงหนิงและคนอื่นๆต่างก็มองหน้าและส่ายหัวได้แต่แต่เดินตามโดยไม่พูดอะไร
หยุนเทียนขึ้นมาถึงชั้นที่สาม
“ท่านปู่ ข้าไม่เคยััของที่ดูดีและทรงพลังขนาดนี้มาก่อน” หยุนชิงเห็นของบนชั้นที่สามด้วยความตื่นตาเพราะนี้เป็ครั้งแรกที่ได้มาเห็นของบนชั้นนี้มันทั้งเรียบหรูและดูมีค่ามากทุกชิ้น
“หากท่านอยากดูของสิ่งใด ข้าจะเป็คนแนะนำท่านเองโปรดบอกข้าได้เลยนะเ้าค่ะ”
“ท่าเ้าหอเกรงใจไปแล้ว หากพวกข้าสนใจสิ่งใดข้าจะบอกท่านแน่นอน”
“ก็แค่ของที่หลอมล้มเหลว มันมีค่าอะไรกัน”
เฉินอี้ เงยหน้าขึ้น ตาเบิกกว้าง เหมือนใในสิ่งที่ได้ยิน ในใจก็คิดคนผู้นี้เป็ใครกันแน่ เขาดูออกว่าของพวกนี้หลอมไม่สมบูรณ์ จึงเป็ได้แค่สมบัติระดับสูงเท่านั่น ซึ่งทั่วไปแล้วก็มีค่ามากสำหรับผู้ฝึกเซียนถึงจะไม่สมบูรณ์ แต่วัตถุดิบที่ใช้ในการหลอมก็มีค่ามากถึงจะดึงคุณภาพออกมาได้ไม่สูงสุดแต่มันก็ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ได้ไม่น้อย
“ท่านแม่ ข้าชองชุดนี้ มันสวยงามมาก”
“จ่ะ แม่ก็ว่าชุดพวกนี้มันสวยไปหมดเลยแม่เลือกไม่ได้เลยสักชุด หากใครใส่ชุดพวกนี้คงเป็เทพธิดาได้เลย”
“ถึงมันจะไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าพวกเ้าชอบก็เอามันมาแล้วเดี๋ยวข้าจะหลอมปรับปรุงให้ใหม่”
“ขอบคุณท่านอาจาร์ย”
“ไม่ทราบว่าท่านสนใจชุดไหนเ้าค่ะข้าจะจัดเตรียมมาให้”
“เอาทุกชุดที่พวกนางชอบ แล้วไป้าข้าจะทำการหลอมมันใหม่ เตรียมวัตถุดิบให้ข้าด้วย อ่อแล้วชุดขาวตรงนั่น ข้า้า”
“ข้าเอาชุดนี้ ชุดนี้ ชุดนี้”
เมื่อทั้งสามคนได้ยิน ก็จัดการเลือกชุดกันอย่างสนุกสนานแล้วหยุนเทียนก็เดินขึ้นไปบนชั้นที่สี่ มีประตูใหญ่บานหนึ่งเป็ที่โล่งด้านในถูกปิดทึบไว้ทุกด้าน มีเพียงแค่บันไดเท่านั่นที่เปิดเชื่อมต่อไป้า เมื่อหยุนเทียนเดินเข้าไปที่ประตู ก็มีผู้หนึ่งตามขึ้นมา
“ข้าน้อยผู้จัดการร้าน และเป็หัวหน้านักหลอมครับ ทางด้านนั่นก็เป็ที่ปรุงโอสถ”
“ข้าน้อยหัวหน้านักปรุงโอสถยินดีต้อนรับนายท่าน”
“ที่นี้ผู้ที่มีฝีมือในการหลอมศาตราที่ดีที่สุดคือใคร”
“เป็ข้าเองครับ ในเมืองนี้ข้าเป็ผู้ที่หลอมสินค้าออกมาได้ดีที่สุด”
“นี้เ้าคือ ผู้ที่ดีที่สุดแล้วงันหรือ...ช่างเถอะเ้ามีวัตถุดิบในการหลอมอะไรบ้าง เอาออกมาให้หมดทุกอย่าง รวมทั้งสมุนไพรด้วย”
“ความหมายของท่านคือ”
“ก็หมายความตามที่บอก ท่านไม่เข้าใจหรือ”
“อ่อ ครับ”
“ผู้จัดการทั้งสอง”
“ผู้นำหอ” เฉินอี้เดินขึ้นมาพร้อมกับสาวทั้งสามที่เลือกเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
“พวกท่านทำตามที่นายท่านนี้บอกเถอะเอาของทั้งหมดออกมา ไม่ว่าจะมีค่ามากแค่ไหน เอาออกมาให้นายท่านเทอญ”
“ครับ” แล้วทั้งสองก็จัดเตรียมวัตถุดิบที่มีทั้งหมดในหอเซียนหลิงแห่งนี้มาวางไว้ตรงหน้ามีทั้งวัตถุดิบแร่หายาก สมุนไพรหายากมากมายที่ใช้เงินหลายร้อยล้านหินิญญาก็ไม่อาจชื้อได้หมด
“เสื้อผ้าของที่พวกนางเลือกไว้เอาออกมาทั้งหมด”
“เ้าค่ะ” แล้วเฉินอี้ก็นำเสื้อผ้ามาวางมากกว่า10 ชุด และชุดที่หยุนเทียน้า
หยุนเทียนเดินไปที่กองวัตถุดิบและเสื้อผ้าที่กองอยู่นั่นและมองพิจารณาพร้อมกับคิดในใจ ของพวกนี้มีแต่ระดับต่ำแต่ข้าสามารถหลอมมันให้อยู่ในระดับสูงได้ประมานหนึ่ง ระดับเซียนชั้นฟ้าน่าจะได้แล้วหยุนเทียนก็มองขึ้นฟ้าหนึ่งครั้ง ไม่ดีกว่า เดี๋ยวเ้าฟ้าดินจะโอดครวญอีกเอาแค่ระดับเซียนะก็พอ
“นายหญิง เขาก็แค่เซียนฝึกหัด เขาดูถูกอุปกรณ์ที่ข้าหลอมถึงข้าจะขัดเคืองใจ แต่เพราะเขาเป็ผู้มีเงิน ข้าจึงไม่ถือสาแต่ถ้าเขาทำห้องหลอมของข้าต้องเสียชื่อข้าคงยินยอมไม่ได้จริงๆ”
“จริงด้วยนายหญิง ใครกันที่ใช้สมุนไพรในการหลอมอาวุธชุดเกาะมันเข้ากันไม่ได้ แต่ทำไม เขาถึง้ามันด้วย ข้าว่ามันจะเป็การเล่นตลกนะครับนายหญิง”
“หึ กบในกะลา” หยุนเทียนพูดดังขึ้นให้ทุกคนได้ยิน
หยุนเทียนได้ยกมือขึ้น และปล่อยพลังเซียนออกมา ปกคลุม ของทุกอย่างที่้าและเตาหลอมกลางอากาศก็ปรากฏขึ้น เป็เตาหลอมพลังปราณไม่ใช่เตาหลอมโลหะที่ใช้กันทั่วไป
“นี้มัน พลังเตาหลอมฟ้าดิน”
“มันคือสิ่งใด”
“อาจาร์ยข้าเคยบอกไว้มีแต่ผู้ที่ถึงแล้วในระดับเซียนชั้นฟ้าถึงจะใช้ได้เพราะมันเป็วิชาหลอมที่บริสุทธิ์ไม่มีสิ่งที่ปนเปื้อนแม้แต่น้อยมีแต่เซียนโลกเบื้องบนที่ใช้กันเซียนเบื้องล่างต่อให้เป็เซียนะขั้นสูงสุดก็ไม่สามารถทำได้ และอีกเื่มันเป็การท้าทายกฎแห่งฟ้าดิน แต่ทำไมฟ้าดินถึงไม่เคลื่อนไหว กลับเงียบสงบเพียงนี้”
“ก็ท่านปู่บอกแล้วว่า พวกท่านมันกบในกะลาปู่ของข้าแข็งแกร่งที่สุด แค่นี้ไม่ได้เสี้ยวของท่านหลอก” หยุนชิงพูดขึ้น
“อาจาร์ยนี้ท่านเป็ใครกันแน่ตอนแรกข้าก็นึกว่าท่านเป็คนไม่ปรกติ จึงได้กราบแทนคุณท่านแต่ในจะเงินทองที่มหาศาล พลังที่ยากจะยัง สิ่งที่ตงเหมยพูด ไม่ใช่เื่โกหกสินะแค่สิ่งที่เห็นนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครจะเทียบท่านได้” ในใจของตงหนิงก็คิดขึ้น
หยุนเทียนสร้างหม้อหลอมพลังเซียนขึ้นมากลางอากาศและได้โยนเอาวัตถุดิบทั้งหมดลงไปในครั้งเดียว แล้วหลอมหมุนวนไปมา วัตถุดิบสิ่งของต่างก็หมุนวนในหม้ออย่างรวดเร็ว กลายเป็แสงสีรุ้ง ที่งดงาม
“ไม่ได้นะ ทำแบบนั่น วัตถุจะต่อต้านกัน และมันจะะเิ”
“เงียบและดูไปเถอะน่าปู่ของข้าไม่พลาดแบบนั่นหรอก”
ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ หมอพลังปราณก็ะเิออก เป็คลื่นพลังกระจายจากหอเซียนหลิง ออกไปรอบเมือง ให้ผู้คนที่พบเห็นได้ใกับความงามของพลังสีรุ้งที่กระจายออกไป แต่ก็มิได้ทำสิ่งใดพังทลาย
เมื่อแสงหายไปชุดเสื้อผ้าที่ทำการหลอม ก็ค่อยๆ วางลงบนโต๊ะที่จัดเตรียมไว้ั้แ่แรกอย่างนุ่มนวล และเผยความงามอย่างไร้ที่ติให้ได้เห็น หยุนเทียนได้ใช้นิ้ววาดในอากาศก็มีชุดบินมา 4 ชุด และพุ่งเข้าที่กายของทั้งสี่คน หยุนเทียน หยุนชิง ตงหนิง ตงเหมยพร้อมกับเครื่องประดับทำให้ความงดงามของทั้งสี่ ปรากฏขึ้นเหมือนเซียนเทพธิดาเทพบุตรก็ไม่ปาน ส่วนของที่เหลือยังอยู่บนโต๊ะ
“ว้าว ท่านแม่ ท่านงดงามมากงดงามกว่าพี่สาวเ้าหออีก”
“เ้าก็น่ารักมาก ตกเหมยเหมือนเทพธิดาน้อยเลย”
“น...นี้มันขั้นเซียนะ เซียนะขั้นสูงสุดนี้มันเป็สมบัติระดับดินแดนได้เลย เป็ชุดเซียนที่ดีที่สุดของโลกเบื้อล่างได้เลยท่าน ท่าน”
“ไม่เพียงเท่านั่น ชุดนี้ยังมีคุณสมบัติทางยาผู้ใส่จะไร้โรคภัย และสามารถป้องกันพิษได้ จากสรรพคุณในสมุนไพรต่างๆ เปิดตาข้านักนอกจากปรุงยาแล้ว ยังสามารถใช้เพิ่มคุณสมบัติในอุปกรณ์ได้อีก นี้มันไม่เคยมีมาก่อนไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน ผู้หลอมนอกจากจะต้องมีความรู้ทางการหลอมสมบัติแล้วยังต้องมีความรู้ในการปรุงยาอย่างมหาศาลมากถึงทำได้”
ผู้จัดการด้านหลอมอุปกรณ์ เห็นทุกสิ่งอย่างเด่นชัด เขารู้ทันทีว่านี้คือโอกาสหากไม่รีบคว้าไว้ชาตินี้ถือว่าเสียชาติเกิดแล้ว
“ท่านผู้าุโได้โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเทอญ ข้ายินดีทำตามคำสั่งท่านทุกประการ”
“ไอเ้านี้ตัดหน้าข้าเสียแล้ว...ท่านผู้าุโรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเทอญนอกจากข้าจะรับใช้ท่านทุกประการ ข้ายินดีจะมอบสมบัติหรือทุกสิ่งให้ท่าน ไม่สิเฉินอี้เป็ลูกสาวข้า ข้ายินดีมอบนางเป็สาวรับใช้ท่าน”ผู้จัดการนักปรุงยารีบพูดขึ้นเพื่อชิงตำแหน่งลูกศิษย์
“ท่านพ่อนี้ท่าน!”
“ถึงเ้าจะได้เป็ผู้นำหอแต่ข้าก็ยังเป็พ่อของเ้า วันนี้ข้าลาออกจากหอเซียนหลิง ยินดีติดตามท่าน”
“ไม่ ข้าก็มีหลานสาว หลานชายข้าก็มีหากท่าน้าคนใช้ ข้ายินดีจะให้เขารับใช้ท่าน ท่านรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเทอญ”
“ไอเ้าพี่ชายบ้า หลานของเ้าเพิ่งจะหกขวบจะรับใช้ท่านผู้าุโได้ยังไง ข้าต่างหากที่ควรจะได้เป็”
“อ่อ ถึงว่าท่านเ้าหออายุยังน้อยแต่ทำไมถึงได้เป็เ้าหอ นอกจากพร์แล้ว ก็มีท่านผู้จัดการทั้งสองคอยสนับสนุนนี้เอง”
“เสียมารยาทนายท่านแล้ว...ผู้จัดการทั้งสองยังอยู่ในหน้าที่กรุณาสำรวมต่อหน้าแขกด้วย”
“อ...เอ่อ...ครับเ้าหอข้าน้อยขออภัยต่อลูกค้าทั้งสี่ด้วย แต่ความประสงค์ของข้าได้โปรดท่านพิจารณาด้วย”
“ข้าก็เช่นกัน”
“เอาเถอะพวกท่านยังไม่พอที่จะเป็ลูกศิษย์ของข้าได้”ทั้งสองได้ยินก็ผิดหวัง
“แต่เป็ผู้าุโ ให้ศิษย์ของข้าได้หยุนชิงหลานของข้าคนนี้คือเ้าสำนักเนตร์ หากท่านสนใจก็ลองคุยกับนางได้นางกำลังฟื้นฟูสำนักขึ้นมาใหม่”
“ข้ายินดี ข้าคารวะเ้าสำนัก จากนี้เป็ต้นไปพวกข้าเป็คนของสำนักเนตร์ตายเพื่อสำนักเนตร์”
“เดี๋ยวก่อนท่านผู้าุโ คือ...ข้า”แล้วหยุนชิงก็มองไปที่หยุนเทียน
“เ้าเป็เ้าสำนักอะไรที่เ้าคิดว่าเป็ประโยชน์และดีสำหรับเ้า เ้าก็ตัดสินใจเทอญข้าขอเป็คนแก่ใช้ชีวิตสนุกไปวันๆก็พอ”
“เช่นนั่น จากนี้ขอท่านผู้าุโทั้งสองเป็กำลังให้ข้าด้วย” หากได้ผู้ที่มีความสามารถด้านปรุงยาและหลอมอุปกรณ์มาในสำนักต่อไปการสร้างสำนักก็เป็เื่ง่ายขึ้นและเขาทั้งสองก็เป็ผู้ที่ฝีมือดีที่สุดในเมืองนี้
“ส่วนเ้าถ้าหากสนใจก็สามารถมาเป็ศิษย์ของสำนักเนตร์ก็ได้นะ”
“แน่นอนลูกสาวของข้า ต้องเข้ากับสำนักแน่นอนไม่สิ ตระกูลของข้าจะเป็คนของสำนักเนตร์ทั้งหมด”
“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ นี้พวกท่าน!”
“ถ้าเ้าไม่สนใจก็ไม่เป็ไร ข้าไม่บังคับ”
“ไม่เ้าค่ะ จากนี้ข้าขอเข้าร่วมด้วยเ้าค่ะ”
“ดี แต่ไม่ต้องรีบพวกเ้าก็ทำงานที่นี้ต่อไป มีอะไรค่อยไปศึกษาที่สำนักไม่จำเป็ที่พวกเ้าจะทิ้งที่นี้ในตอนนี้”
“เ้าค่ะ”สมบัติที่เขาหลอมแค่ชิ้นเดียวก็มีค่ามากถึงขนาดทำลายเมืองนี้เพื่อแย่งชิงกันได้เลยต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันถึงหลอมพวกมันออกมาได้ในพริบตา หากไม่คว้าโอกาสไว้ คงโง่เต็มทีขนาดท่านพ่อยังไม่ลังเล แล้วข้าจะลังเลได้อย่างไร
“ข้างบน นี้มีอะไร”
“ชั้นบนเป็ที่จัดงานประมูลเ้าค่ะในอีกไม่กี่ชั่วโมงเราจะจัดงานประมูลขึ้น หากท่านผู้าุโ้าข้าจะมอบที่พิเศษสำหรับพวกท่าน”
“ชิงเอ๋อร์ เ้าว่าอย่างไร”
“ท่านปู่ การประมูลจะมีของที่หายากจากแดนลับหรือสมบัติที่หาได้ยาก ถ้าท่านปู่ไม่รีบ เราก็เข้าร่วมก็ได้นะเ้าค่ะ”
“งานจะเริ่มในอีก 6 ชั่วโมงหากรอนานเกินไปเชิญท่านไปทำธุระที่อื่นก่อนก็ได้นะเ้าค่ะ”
“อืมๆ งันเราไปทานข้าวกันก่อนเถอะ”
“เช่นนั่นข้าจะจัดเตรียมที่ ที่ดีที่สุดให้นะเ้าค่ะ”
“ไม่จำเป็ เกรงใจเ้าหอเ้าไปเตรียมงานของเ้าเถอะ ข้ามีที่ที่อยากไปอยู่แล้ว”
“ที่ไหนหรือเ้าค่ะ”
“หอนางโลมเจิดจรัส ที่ตงหนิงเป็แม่ครัวอยู่อย่างไงเล่าเ้าต้องทำอาหารให้ข้าใช่ไหม และอีกอย่าง พลังที่ถูกชิงไปคงไม่ได้อยู่ๆจะเกิดขึ้นเพราะตัวเ้าเองหรอกใช่ไหม”
“ท่านอาจาร์ย แต่ว่าถ้าเราไปหาเื่ที่นั่นมันจะ...”
“เ้าจะกลัวอะไร ข้าก็แค่ไปหาข้าวกิน หรือเ้าไม่ทำให้ข้าแล้ว”
“ไม่เ้าค่ะ”
“ดีงันเราก็ไปกัน”
“น้อมส่งนายท่าน” “น้อมส่งนายท่าน”“น้อมส่งนายท่าน” ทั้งสามคนของหอเซียนหลิงพูดพร้อมกัน