หลี่หังบุตรบุญธรรม เว่ยจงเสียน หันมามองขันทีใหญ่ เพื่อรอคำสั่ง แต่ว่า เว่ยจงเสียนกลับเอ่ยเบาๆว่า
“ รอดู ฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไร”
องครักษ์ รับฏีกามาให้ ฮ่องเต้ฉงเจิน อ่าน ซึ่งฮ่องเต้ก็อ่านไปสักพัก ก็โมโหยิ่งนักตบฏีกาลงบนโต๊ะเสียงดัง ลั่น ทุกคนในงานเลี้ยงเงียบกริบ แล้วหันไปมองหน้าเว่ยจงเสียน ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
“ เว่ยกงกง ข้อห้า 108 ข้อนี้ ข้าติดใจเพียงข้อเดียว เจ้าวางยาพิษฆ่าฮ่องเต้เทียนฉีพี่ชายข้าใช่หรือไม่”
เว่ยจงเสียนมองหน้าฮ่องเต้ด้วยสายตาเย็นชา ไร้ความรู้สึกใด แล้วถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า
“ เป็นฮ่องเต้ เสพสุขเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดถึงต้องดิ้นรนอยู่อีก อดีตฮ่องเต้ก็สิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ฝ่าบาทคิดจะกำจัดกระหม่อม มากกว่ารื้นฟื้นคดีใช่ไหม?”
“ ในเมื่อ ไม่ปฏิเสธ ก็แสดงว่าเจ้ายอมรับ คืนนี้ข้า จะแก้แค้นแทน พี่ชายของข้า ทหารจัดการมัน”
ฮ่องเต้ ขว้าง แก้วน้ำชาที่พื้น เป็นสัญญาณให้เริ่ม ลอบสังหาร เว่ยจงเสียน
องครักษ์เสื้อแพร เข้ามาล้อม คนของหน่วยงานต่งฉ่าง ของเว่ยจงเสียน จนหมดสิ้น
“ เหอ เหอ ไม่เมื่อสิ้นไมตรีกันแล้ว ข้าก็ไร้เมตตาเช่นกัน” หลี่หังยิงพลุขึ้นฟ้า แม่ทัพรักษาเมือง สือจงอี้ ก็รีบนำกำลังบุกวังหลวงทันที
ทหารองครักษ์ และ ขุนนางภายในวังทั้งหมด ล้วนเริ่มมีอาการพิษบุปผาหมื่นลี้ ทำให้ร่างกายอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ องครักษ์เสื้อแพรทั้งหมดก็ถูกพิษนี้เช่นกัน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าทั้งหมด ถูกพิษบุปผาหมื่นลี้แล้ว ไม่มียารักษาพิษ ร่างกายพวกเจ้าจะอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะเป็นผู้สำเร็จราชการ แล้วมอบบัลลังก์ ให้กับจูโหยวชง เป็นฮ่องเต้ คนต่อไป ฆ่าพวกมันให้หมด”
คนของ เว่ยจงเสียนกำลังจะลงดาบ แต่ทันใดนั้น องครักษ์ทั้งหลาย ก็หายจากพิษบุปผาหมื่นลี้ เพราะว่า เฟยหลงมอบถุงหอมให้กับ องครักษ์จิ้งอี้ไปเป็นร้อยใบ
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ ฮ่องเต้ ฮองเฮา และ องค์หญิงฉางผิง สามารถต้านทานพิษได้
“ เว่ยกงกง ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าจะใช้พิษ ข้าเลยเตรียมการเอาไว้ก่อน ครั้งนี้เจ้าไม่รอดแล้ว”
“ นี่.. เป็นไปได้อย่างไรกัน?” เว่ยจงเสียน เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“ ฆ่ามัน.....” เสียงหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพร เข้าไปสังหารคนของเว่ยจงเสียน องครักษ์เงาจิ้งอี้ ค่อยๆ ปรากฏตัวพร้อมองครักษ์เงาอีกหลายคน คอยป้องกัน ฮ่องเต้ ฮองเฮา และ องค์หญิงฉางผิงเอาไว้
หลี่หัง เป็นมือกระบี่หน้าบัลลังก์ มีความเร็วยิ่งนัก องครักษ์เสื้อแพรถูกเขาเด็ดหัวไป 7 คนภายในพริบตา และบัดนี้เขาก้าวไปข้างหน้า หมายสังหารฮ่องเต้ แต่ว่ากระบี่ของเขากลับถูก องครักษ์ จิงอี้สะกัดเอาไว้ ทั้งสองสู้กัน จนรอบๆ ข้างแหลกรานไปพร้อมกับ พลังของเขาทั้งสอง
เว่ยจงเสียน ถึงแม้วัยเข้า 65 ปีแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง มีพลังขั้นจักรพรรดิ ระเบิดพลังของตนออกมา จนผมขาว สยายออกไป ปรากฏกรงเล็บขึ้นที่ฝ่ามือของเขาทั้งสอง องครักษ์เสื้อแพรสิบกว่าคน กำลังเข้ามาก็ถูก กรงเล็บฉีกกระชากร่างขาดกลางตายไปทีเดียว สิบคน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พลังกรงเล็บพญามารหมาป่า ข้าฝึกถึงขั้นไร้ผู้ต่อต้านแล้ว ไม่มีใครในโลกนี้ จะทำอะไรข้าได้”
เว่ยจงเสียนยกมือกระชาก องครักษ์เงาอีกสิบคน ที่ขวางหน้า องค์ฮ่องเต้เอาไว้ จนร่างขาดครึ่งไปพร้อมกันอีกสิบคน เลือดเนื้อ กระดูกไหลนอง ตำหนักจงเหอเต็มไปหมด จากนั้นก็ยังมีหน่วยปืนไฟ โผล่ออกมาอีกเกือบยี่สิบคน กระหน่ำยิงใส่
เว่ยจงเสียนอีก เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ควันปืนคลุ้งไปทั่ว ตามไปด้วยเสียงกรีดร้องของคนในห้องโถง แล้ว ร่างของเว่ยจงเสียน กลับไม่เป็นอะไร
มันหนังเหนียว ปืนไฟทำอะไรมันไม่ได้ แต่ว่ามนหัวเราะออกมาเป็นฟันมันหักไปสองสามซี่ แสดงว่า ปืนไฟ แค่ทำให้มันบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น
“ บรรจุกระสุนยิงมันอีก” หัวหน้าหน่วยปืนไฟยิงใส่อีกครั้ง แต่ไม่ทันเสียแล้ว กรงเล็บพญามารหมาป่า เข้ามากรีดคอทหารปืนไฟ ขาดร่วงไปจนหมด ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าหน่วย
“ หมดปัญญาแล้วซิ ถึงคราวเจ้าแล้ว ฮ่องเต้น้อยของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ในขณะที่เว่ยจงเสียนจะก้าวไปหาฮ่องเต้ ก็มีแก้วชา ขว้างออกมาด้วยความเร็วสูง
เว่ยจงเสียนไม่แม้แต่หันไปมอง ใช้มือสะบัดไป แก้วชาแตกเป็นเสี่ยง แต่ว่ามันไม่ได้มีแค่ใบเดียว มีมาอีก 4 ใบ รวมทั้งกาน้ำชาที่เป็น ทองเหลืองด้วย
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! ใบหน้าถูกแก้วชาขว้างใส่จนหน้าชา แถมยังกาน้ำชาที่เป็นทองเหลืองกระแทกเข้าปาก จนฟันหลุดไปอีก สามซี่ เว่ยจงเสียนหันหน้ามาด้วยความโกรธแค้น
“ บัดซบ แกเป็นใครกันวะ?”
“ ข้าเอง เจียงเฟยหลง หมอน้อยแห่งวังหลวงนี้ไง”
“ แกอยากตายนักใช่ไหม?” เว่ยจงเสียนพุ่งกรงเล็บใส่เฟยหลงหมายกระชากให้ขาดเป็นสองท่อนเหมือนคนอื่น แต่เฟยหลงเตะโต๊ะน้ำชาออกไปใส่ก่อน ตูม !
ไม่สามารถหยุดยั้งกรงเล็บของเว่ยจงเสียนได้ แต่ว่า มีตะเกียบเงินสองคู่ พุ่งมาตามหลัง เว่ยจงเสียน ใช้มือขวาตะปบเอาไว้ได้ แต่มันไม่ใช่มีแค่คู่เดียว มาอีกคู่ ทำให้หลบไม่ทัน ฉึก !! ถูกตะเกียบโลหะเจาะเข้าไปดวงตาข้างหนึ่ง จนปักคาอยู่อย่างนั้น อ๊ากกกกกกกกก !!
“ ไอ้บ้า แกต้องตาย” เว่ยจงเสียนเอ่ยได้แค่นั้น ก็ถูกเฟยหลงเตะตรงเข้าปลายคาง จนร่างลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วเฟยหลงก็กระแทกฝ่ามือเข้าใส่กระดูกสันหลัง ของเว่ยจงเสียน พล็อก !!! อ๊ากกกกก !!! กระดูกข้อต่อตรงสันหลังหักทันที เว่ยกงกงแม้จะหนังเหนียว เจอดอกนี้เข้าไป ชั่วชีวิตนี้ไม่อาจเดินได้อีก กลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
เว่ยจงเสียนพยายามจะลุกขึ้นแต่ไม่สามารถลุกยืนได้อีกแล้ว องครักษ์เสื้อแพรเลยเข้ามาจับกุมตัวเอาไว้ หลี่หังเห็นเช่นนั้น ก็ร่ำร้องออกมาเสียงดัง
“ ไม่ต้องห่วงข้า ไปจัดการแผนขั้นสุดท้าย” หลี่หังรับคำสั่งแล้วกระโดดตัวลอยหนีหายไป
“ ยังจะมีฤทธิ์เดชอะไรอีก เว่ยกงกง แม่ทัพรักษาเมือง สือจงอี้น่ะหรือ ไม่ต้องห่วงอีกไม่นาน หัวของมัน จะต้องถูกนำมาอย่างแน่นอน ไม่ทันขาดคำ หัวของสือจงอี้ ก็ถูกนำมา ถวายให้ฮ่องเต้ เว่ยจงเสียนไม่พูดอะไรได้แต่กัดฟัน
“ นี่ไง ผู้ภักดีของเจ้า ไม่ต้องห่วงข้ายังมีรายชื่อ คนของเจ้าอยู่ในหนังสือจงรักภักดี ไม่นานข้าจะส่งพวกมันตามไปนรกเหมือนเจ้า”
“ เฮอะ ! หากข้าตายไป ข้าจะเอาเจ้าและราชวงศ์หมิง ลงตามข้าไปด้วย เจ้าไม่รู้หรอก ว่า ข้าทำอะไรได้บ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ เจ้าหมายความว่าอะไร?” ฮ่องเต้เริ่มเอะใจ บางอย่าง
“ อีกไม่นานราชวงศ์หมิงต้องสูญสิ้น และเจ้าจะเป็นฮ่องเต้คนสุดท้าย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เว่ยจงเสียนหัวเราะดังฟังแล้วทิ่มแทงใจคนไปทั่ว ตำหนักจงเหอ แล้วก็ใช้เล็บอันคมกรีบ กรีดคอตัวเอง เลือดสาด ตายในท่าคุกเข่าอยู่อย่างนั้น เฟยหลง ยืนมองแล้วหดหู่ใจยิ่งนัก นึกไม่ถึง ยอดคนที่อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดิน อยู่เบื้องล่างคนผู้เดียว สุดท้ายกลับมาพบจุดจบเช่นนี้ แถมก่อนตายยังข่มขู่ ฮ่องเต้ฉงเจิน เสียจนหน้าตาตื่นตกใจ
“ เสนาซุน ท่านรู้ไหม เว่ยจงเสียนมันพูดเช่นนี้หมายความว่าอะไร?” ฮ่องเต้เอ่ยถามซุนเฉิงจงเสนาบดีฝ่ายทหาร ซึ่งได้แต่ยืนนิ่งคิดตามไปด้วย
“ เวลานี้ทัพแมนจู หลังจากแตกพ่ายที่ด่านหนิงหยวน กับ ด่านจิงโจว ก็เคลื่อนไหวนอกด่าน พวกเราไม่ได้รับข่าวคราว แต่มั่นใจว่า ทัพแมนจูไม่กล้าบุกเข้ามา ในสองด่านนี้แน่ๆ”
“ แล้วด่านอื่นๆ เล่า “
“ เหลือแต่ด่านชิงไห่ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขา และมีกำแพงฉางเฉินกั้นเอาไว้ ยากที่จะเข้ามาได้ หากมันเข้ามา หอสัญญาณ ต้องส่งข่าวบอกมาแน่แต่ว่า...”
“ แต่อะไร?”
“ แม่ทัพคุมด่านชิงไห่ เป็นคนของเว่ยจงเสียน หากมันละทิ้งด่าน พวกเราก็ไม่มีทางรู้ได้”
“ ส่งพิราบสื่อสาร ไปสอบถาม แม่ทัพหยวนฉงหวน ให้ติดตามข่าวของทัพแมนจูตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ แล้วถามไปที่ด่านชิงไห่ ดูซิมันจะรายงานว่าอย่างไร แล้วเรื่องกองทัพกบฏหลี่จื้อเฉิง เป็นยังไงบ้าง”
“ ตอนนี้มันยึดเมืองไคเฟิงเอาไว้แล้ว แต่ถูกแม่ทัพอานฮุย กับ แม่ทัพเจียงซูสกัดทัพเอาไว้ ไม่สามารถคืบหน้ามาได้”
“ ท่านไปสอบถามข่าวชายแดนเถอะ” ฮ่องเต้กล่าวจบ ก็เรียกเฟยหลงเข้ามาหา
“ เจ้าฝีมือดีขนาดนี้ น่าจะเป็นขุนพลของข้าไปออกรบ จะดีกว่าเป็นหมอรักษาคนไข้เช่นนี้”
“ กระหม่อมเป็นหมอ รักษาคน จะให้ไปฆ่าคน เหมือนนักรบเหล่านั้นคงทำไม่ได้”
“ นั่นซินะ เรื่องแบบนี้ ต่างจิตต่างใจ หมอเฟิ่งหวงช่างมีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ได้ข่าวว่า เจ้ามาจากเมืองไคเฟิง ในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง พวกกบฎมันทำร้ายชาวบ้านหรือไม่”
“ ไม่เลย พวกเขาดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดี หลังจากเจ้าเมืองไคเฟิง ทำลายเขื่อนทำให้ชาวบ้านล้มตายไปกว่า สี่แสนคน ชาวบ้านต่างโกรธแค้น ราชสำนักยิ่งนัก จึงหันไปร่วมกับ หลี่จื้อเฉิงเป็นจำนวนมาก”
“ เจ้าเมืองไคเฟิง ช่างโหดเหี้ยมนัก เรื่องนี้ข้าจะสั่งลงโทษมันเอง เฟยหลงไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าอยู่ที่นี่ให้สบายเถอะ ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นหมองหลวงประจำตัวของข้า”
“ คือ กระหม่อมเพียงแค่หมอฝึกหัด อันที่จริงวันนี้ กระหม่อมจะขอลาไปฝึกฝนกับท่านอาจารย์เฟิ่งหวงต่อ..”
“ อยู่ที่นี่ไปก่อน ไปเมืองไคเฟิงตอนนี้ หากว่า พวกกบฏกักตัวเจ้าแล้วนำเป็นพวกของมัน เจ้าจะทำอย่างไร”
“ แต่ว่า อาจารย์เฟิ่งหวง..”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้คนไปรับหมอเฟิ่งหวง มาอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัย”
เฟยหลงได้ยินเช่นนี้ ก็ได้แต่นิ่งงัน หรือว่าเราต้องอยู่เมืองหลวงเพื่อรอภารกิจของด่านที่หกนะ กลับไปต้องไปดูคู่มืออีกรอบให้แน่ใจ เฟยหลงได้แต่ทูลลากลับที่พัก
โดยที่องครักษ์จิ้งอี้ เดินตามมาด้วย
“ วันนี้เจ้าสร้างผลงานเด่น ฮ่องเต้ไม่ยอมปล่อยเจ้ากลับไปเมืองไคเฟิงหรอก”
“ ข้ารู้ เขาคงกลัวว่าข้าจะไปเข้ากับพวกกบฏชาวนาพวกนั้น”
“ ในเมื่อรู้ก็ดี ทำใจเสียเถอะ ข้าส่งคนไปรับท่านอาจารย์เฟิ่งหวงแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนะ” เฟยหลงได้แต่ขอบคุณ พอกลับเข้าห้องพัก ก็พบว่า ภารกิจที่ 6 ของเขานั้นอยู่ที่เมืองหลวง ไม่ใช้เมืองไคเฟิง
“ หรือว่าจะมี เรื่องใหญ่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงนี้นะ?” เฟยหลงสงสัยจริงๆ
แล้วในตอนสาย ก็มีข่าวที่น่าตกใจส่งกลับมา จากด่านชิงไห่
“ ถวายบังคมฝ่าบาท ด่านชิงไห่ กานซู ถูกทัพของแมนจูตีแตกแล้ว แม่ทัพเฝ้าด่านหายสาบสูญ ทหารแมนจูสองแสน บุกทะลวงเข่นฆ่าผู้คน เลือดนองเป็นสายธาร อีกไม่เกินพรุ่งนี้ พวกมันมาประชิดกำแพงเมืองหลวงของเราแน่ ”
เสนาบดีซุนเฉิงจง รีบเข้ามารายงานหน้าตาตื่น
“ เว่ยจงเสียน เจ้าคงร่วมมือกับพวกแมนจูปล่อยให้พวกมันมาซินะ นี่หรือแผนของมัน ปล่อยให้ชนเผ่านอกด่านมาตีแผ่นดินเกิด ของตัวเอง ชั่วช้าจริงๆ”
“ เรื่องนี้น่าสงสัยยิ่ง แม่ทัพหยวนฉงหวนแจ้งว่า พวกแมนจูยกทัพไปตีพวกมองโกล แต่ในความเป็นจริง พวกมันกลับผ่านชนเผ่ามองโกล แล้วก็อ้อมกลับมาด่านชิงไห่ แล้วเข้าบุกตีด่านที่มีคนเฝ้าน้อยที่สุด แบบสายฟ้าแลบ แล้วเคลื่อนตัวมุ่งสู่เมืองหลวง”
“ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“กระหม่อมไม่แน่ใจ เหตุใดเรื่องใหญ่เช่นนี้ แม่ทัพหยวนฉงหวน ถึงได้แค่บอกมาว่า พวกแมนจูยกทัพไปตีพวกมองโกลเท่านั้น”
“ อย่างเพิ่งคิดเรื่องอื่น ส่งข่าวบอก แม่ทัพหยวน กับ แม่ทัพอู๋ส่งกองกำลังให้มาจัดการกับ ทัพแมนจู หากเมืองหลวงแตกจะไปกันใหญ่”
เฟยหลงอยู่ที่พัก ก็ทราบเรื่องเช่นกัน เพราะว่า ข้อความภารกิจด่านที่ หกขึ้นมาแล้วให้รักษาคนบาดเจ็บ อีกสองพันคน ถึงจะผ่านด่านที่หก
“ คงมีสงครามหนักอย่างแน่ๆ คนสองพันคนไม่น้อยทีเดียว”
เฟยหลงเตรียมยา เพนนิซิลิน โดยที่เขาได้เพาะเชื้อรา เพื่อนำมาสร้างยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เกิดจากบาดแผลต่างๆ และรอคอยเวลาที่จะเกิดสงครามขึ้น เฟยหลงเข้าไปร่วมกับหมอหลวง เพื่อช่วยกันรักษาคนทั่วไปก่อน แล้วรุ่งขึ้น กองทัพแมนจูก็บุกเข้าโจมตี เมืองทิศตะวันตก เฉียงเหนือ ทั้งสองฝ่ายต่างสู้รบกันอย่างดุเดือด เลือดพล่าน คนเจ็บทยอยกัน เข้ามารักษาในอาคารสนามชั่วคราว
โดยที่เฟยหลงก็ได้ช่วย รักษาอย่างเต็มที วันแรกเฟยหลงก็รักษาผู้บาดเจ็บไปกว่า เจ็ดร้อยคน มีผู้เสียชีวิตทันทีในสนามรบ กว่าสองพันคนแล้ว ทั้งสองกองทัพ ใช้ปืนมีอานุภาพสูง ยิงใส่กันก่อน แล้วจากนั้นก็ปะทะกันด้วยธนูและดาบ ไม่มีใครกลัวใคร ผ่านไปวันที่สอง เฟยหลงก็รักษาคนครบสองพันคน จนผ่านด่านที่ 6 แล้วทหารชายแดนของแม่ทัพหยวนชงหวน ก็มาถึง
ณ กองบัญชาการทัพแมนจู
“ เรียนองค์ชาย แม่ทัพหยวนชงหวนนำทัพมาถึงแล้ว” แม่ทัพของแมนจูรายงาน
“ มาแล้วรึ? ดีมาก ส่งดาบประจำตัวข้าให้เขาไป หลังจากนั้น ก็รอผลอย่างเดียว”
หวงไทจี๋ ผู้นำแมนจูในขณะนี้ กล่าวคล้ายมั่นใจมาก
“ ฮ่องเต้หมิงจะหลงกลพวกเราหรือ?”
“ หลงกลหรือไม่ ข้าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หยวนชงหวน หมดอนาคตอย่างแน่นอน สั่งการออกไป ถอยทัพกลับทันที”…..